“ไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า!”
ภายในถ้ำหวังเฉินเห็นสีหน้าซีดเผือดของซือถูอวี้ จึงกล่าวยิ้มๆ
“ที่นี่น่าจะเป็นถ้ำเก่าของหนอนทมิฬ ตอนนี้มันคงจะจากไปแล้วไม่อย่างนั้นมารเฉินหลุนที่อยู่ข้างนอกคงถูกล้างบางไปนานแล้ว”
“อ๋อ…” ซือถูอวี้ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อได้ยินว่าไม่มีอะไร
“ไปกันเถอะ เราไปตามหาสมบัติของมารเฉินหลุนจอมเวทที่นายว่าเร็วเข้าถ้าไปช้ากว่านี้มันคงจะหนีไปแล้ว”
เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้กลัวเธอจึงถือคันธนูแล้วเดินนำไปข้างหน้าอย่างกระฉับกระเฉง
เบื้องหลัง
หวังเฉินเห็นภาพนั้นก็ยิ้มพลางส่ายหน้า
เด็กคนนี้นี่เห็นศพคนตายยังไม่สะทกสะท้าน แต่กลับกลัวหนอนซะงั้น
“อืม...”
“ถ้าเจอกับหนอนทมิฬจริงๆ ยัยหนูซือถูอวี้จะกลัวจนร้องไห้ไหมนะ?”
หวังเฉินคิดในใจอย่างคาดหวังเล็กน้อยแล้วรีบตามไป
ห้านาทีต่อมา
เมื่อทั้งสองคนเดินลึกเข้าไปในถ้ำพวกเขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมารเฉินหลุนจอมเวท
ในขณะเดียวกัน...
ตึงๆๆๆ
เสียงข้าวของกระทบกันก็ดังเข้ามาในหู
ไม่ต้องเดาเลยมารเฉินหลุนจอมเวทต้องกำลังเก็บข้าวของเครื่องใช้เตรียมหลบหนีเป็นแน่
...
ภายใต้แสงสลัวของหินเรืองแสง
ร่างผอมแห้งกำลังตั้งอกตั้งใจจัดวางสิ่งของต่างๆลงบนหนังอสูรที่กางอยู่
สิ่งของเหล่านี้กระทบกันเป็นครั้งคราวเสียงตึงตัง
“ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะกลับมาจัดตั้งเผ่ามารเฉินหลุนที่ใหญ่กว่าเดิมและถลกหนังสองมนุษย์ที่น่ารังเกียจนั่นออกมา!”
มารเฉินหลุนจอมเวทพึมพำสาปแช่งไม่หยุดพร้อมกับรีบเก็บสิ่งของที่คิดว่ามีประโยชน์ใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว
ส่วนขวดโหลอื่นๆมันทำได้เพียงตัดใจทิ้งไปอย่างเจ็บปวด
ยิ่งเป็นเช่นนี้ความเกลียดชังที่มันมีต่อมนุษย์ชั่วร้ายทั้งสองก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นไปอีก
เมื่อเก็บข้าวของเกือบจะเสร็จมารเฉินหลุนจอมเวทก็เตรียมจะม้วนหนังอสูร
แต่ในขณะนั้นเอง...
มันก็พลันสังเกตเห็นว่าแสงสว่างในฐานลับของตนสว่างจ้าขึ้นมาทันทีทำให้หินเรืองแสงในมือดูมืดสลัวลงไปถนัดตา
“มนุษย์ชั่วร้าย พวกเจ้าสองคนรู้จักที่นี่ได้ยังไง?”
มารเฉินหลุนจอมเวทหันไปมองต้นกำเนิดของแสงก็ตกตะลึงจากนั้นก็ส่งเสียงร้องด้วยความโกรธแค้นและเสียใจ
“ก็แกนั่นแหละที่พาเรามา!”
หวังเฉินกางมือออกพร้อมรอยยิ้ม
ภายใต้แสงสว่างของเวทมนตร์ให้แสงเขามองเห็นสิ่งของดีๆ มากมายจากของสะสมของมารเฉินหลุนจอมเวท
สมุนไพรเวทมนตร์ล้ำค่าหลายชนิดแร่ธาตุที่เปล่งประกายเรืองรอง และ...เหรียญศักดิ์สิทธิ์รูปทรงไม่สม่ำเสมออีกเจ็ดแปดเหรียญ
‘ทรัพย์สินของมารเฉินหลุนจอมเวทนี่เยอะกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก!’
หวังเฉินคิดในใจดวงตาที่มองมารเฉินหลุนจอมเวทก็ราวกับกำลังมองเหรียญทองคำที่เคลื่อนไหวได้
“พวกเจ้า...”
“เจ้ามนุษย์ชั่วร้าย ข้าจะสู้กับพวกเจ้า!”
มารเฉินหลุนจอมเวทตัวสั่นไปทั้งตัวเมื่อเห็นสายตาของหวังเฉินมันโบกไม้เท้าสั้นพร้อมตะโกนเสียงแหลม
ยังไม่ทันขาดคำพลังเวทสีเขียวเข้มก็พลันพวยพุ่งขึ้นจากปลายไม้เท้าสั้น
กลิ่นฉุนรุนแรงเริ่มแพร่กระจายไปทั่วถ้ำ
ทว่า...
ฉับ!
ทันทีที่ทักษะของมารเฉินหลุนจอมเวทเริ่มทำงานลูกธนูคมกริบก็พุ่งเข้าใส่ร่างของมันราวสายฟ้า
ตูม!
พลังมหาศาลที่มาพร้อมลูกธนูพุ่งทะลุร่างของมารเฉินหลุนจอมเวทจนไปตรึงกับผนังหิน
“อ๊าก!”
ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้มารเฉินหลุนจอมเวทร้องโหยหวนแต่ในชั่วพริบตา...
แสงเย็นวาบหนึ่งก็พาดผ่านลำคอของมันเสียงร้องโหยหวนก็พลันขาดหายไปทันที
“ในเมื่อแกได้มอบสิ่งของมีค่ามากมายให้แก่ฉันฉันก็จะให้แกตายอย่างไม่เจ็บปวดก็แล้วกัน”
“ไม่ต้องขอบใจไป!”
หวังเฉินสะบัดหยดเลือดออกจากดาบวายุแล้วเก็บดาบเข้าฝัก
ในขณะเดียวกัน
ร่างของมารเฉินหลุนจอมเวทก็ล้มลงบนพื้นอย่างอ่อนแรงปรากฏแสงสลัวสามดวงลอยออกมา แล้วพุ่งเข้าไปในร่างของหวังเฉิน ซือถูอวี้ และปิงชิงตามลำดับ
ตามที่หวังเฉินคาดการณ์ไว้หลังจากสังหารมารเฉินหลุนจอมเวทตนสุดท้าย เขาก็เลเวลอัปเป็นเลเวล 15และปิงชิงก็เลเวลอัปเป็นเลเวล 5 เช่นกัน
[สัตว์อสูร: พญามังกรเหมันต์]
[ชื่อเล่น: ปิงชิง]
[เพศ: เมีย]
[อายุ: ยังไม่ครบเดือน (วัยเยาว์)]
[เลเวล: 5]
[ขั้น: สัตว์อสูรเทพบรรพกาล]
[พรสวรรค์: เติบโตไม่สิ้นสุด (SSS)]
[คุณสมบัติหลัก: พลัง 700; ปัญญา 700; พละกำลัง 700; ความว่องไว 700 (ไม่ได้รับการเสริมพลังจากบัฟ, อุปกรณ์หรือไอเทมใดๆ)]
[ทักษะ: กายาเหมันต์ (SSS), ลมหายใจเยือกแข็ง (SSS),เขตแดนนรกเหมันต์นิรันดร์ (SSS), แรงกดดันแห่งมังกร(SSS)]
[ความจงรักภักดี: 100]
[อุปกรณ์: ไม่มี]
[แนะนำ: ละไว้...]
...
[ชื่อ: หวังเฉิน]
[อาชีพ: ผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์]
[เลเวล: 15]
[พรสวรรค์: ดวงใจแห่งสรรพสัตว์ (SSS), หลอมรวมสัตว์อสูร(เทพ)]
[ทักษะ: ศาสตร์ควบคุมอสูร (S), ศาสตร์ฟื้นฟูสัตว์อสูร(B), ศาสตร์วิเคราะห์สายเลือด (เทพ), พันธสัญญาอัญเชิญ(B)]
[พลัง: 102.5+30 แต้ม]
[สติปัญญา: 105.5+5 แต้ม]
[พละกำลัง: 102.5+5 แต้ม]
[ความว่องไว: 102.5+5+20 แต้ม]
[แต้มคุณสมบัติที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0 แต้ม]
[แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 50 แต้ม]
...
เมื่อถึงเลเวล15และแต้มคุณสมบัติถูกจัดสรรอย่างเท่าเทียมกันคุณสมบัติหลักของเขาก็ทะลุ 100 แต้มทั้งหมดในสภาพที่ไม่มีอุปกรณ์สวมใส่
หวังเฉินมองดูหน้าต่างคุณสมบัติของตัวเองแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
สมแล้วที่เป็นสัตว์อสูรเทพบรรพกาลปิงชิงนี่เก่งกาจจริงๆ!
ตอนนี้แม้ว่าเขาจะไม่มีทักษะโจมตีแต่ด้วยร่างกายที่เสริมความแข็งแกร่งด้วยคุณสมบัติหลักทั้งสี่เขาก็สามารถต่อสู้กับผู้เปลี่ยนอาชีพสายโจมตีประชิดเลเวล 30ได้แล้ว
ส่วนผู้เปลี่ยนอาชีพที่ต่ำกว่าเลเวล20เขาใช้มือเดียวจัดการก็ย่อมได้
อย่างไรก็ตามความคิดนั้นก็ถูกเก็บงำไว้ เมื่อหวังเฉินเห็นซือถูอวี้ที่อยู่ข้างๆ
ทว่าสำหรับผู้เปลี่ยนอาชีพที่เกิดมาพร้อมพลังแห่งเงินตราคงต้องทุ่มสุดตัวถึงจะรับมือได้
“มองอะไร? นายอยากจะลองสู้กับฉันหรือไง?”
ซือถูอวี้สังเกตเห็นสายตาของหวังเฉินก็จ้องกลับพร้อมกับขยิบตาอย่างมีเลศนัย
นักธนูสายลมคลั่งไม่เหมือนผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์ที่ต้องแบ่งค่าประสบการณ์กับสัตว์อสูร
ดังนั้นระดับของซือถูอวี้จึงสูงกว่าหวังเฉินสองเลเวลอยู่ที่เลเวล 17
เป็นครั้งแรกที่เธอแซงหน้าหวังเฉินในเรื่องเลเวลซือถูอวี้ในตอนนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจและภาคภูมิใจราวกับนกยูงรำแพน
“พอเถอะ!”
หวังเฉินส่ายหัวอย่างอับจนหนทางเมื่อเห็นท่าทีท้าทายของเด็กสาว
“ฉันกลัวว่าจะทำให้เธอร้องไห้เอาน่ะสิ!”
เขาพึมพำในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา
ยัยหนูซือถูอวี้คนนี้เองก็มีจิตใจที่มุ่งมั่นถ้าเธอรู้ว่าช่องว่างระหว่างทั้งสองไม่ได้ลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้นละก็
หวังเฉินรู้สึกว่าตัวเองจะต้องถูกซือถูอวี้ตามตื๊อตามกวนไปจนตายแน่ๆ
“ฮี่ๆ!”
"กลัวแล้วล่ะสิ? ต่อไปนี้ตำแหน่งรองตลอดกาลนั่นเป็นของนายแล้ว"
ซือถูอวี้โบกกำปั้นเล็กๆอย่างได้ใจ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
นับตั้งแต่รู้จักหวังเฉินมานี่เป็นครั้งแรกที่เธอแซงหน้าเขา
ตอนนี้รู้สึกสบายใจสุดๆเลย!
“กี๊ซๆ”
ปิงชิงตัวจ้อยที่บินวนอยู่ไม่ไกลทำหน้าที่ประหนึ่งกองเชียร์ ทอดสายตาอันเห็นอกเห็นใจไปยังซือถูอวี้
มนุษย์นี่ช่างโง่เขลาเสียจริง!
มันกระพือปีกสองข้างบินขึ้นไปบนไหล่ของซือถูอวี้แล้วใช้ปีกเล็กๆ ลูบหัวซือถูอวี้เบาๆ
น่าสงสารจริงๆ!
ไร้ซึ่งความพิเศษแล้วแถมยังหัวไม่ดีอีก!
“ฮิฮิ!”
ซือถูอวี้ที่ไม่รู้เลยว่าปิงชิงตัวน้อยกำลังคิดอะไรอยู่ใบหน้าของเธอก็ยิ่งเผยรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจมากขึ้น
“เห็นไหมเล่าหวังเฉิน?”
“ปิงชิงตัวน้อยก็ยังเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันพูดเลย!”
“เอ่อ...”
หวังเฉินได้ยินดังนั้นสีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดขึ้นมาทันที
ด้วยพันธสัญญาอสูรเขามิอาจไม่รู้ความคิดของปิงชิงตัวน้อยได้เชียวหรือ?
ให้ตายเถอะ!
เธอคิดว่ามันกำลังชมเชยเธออยู่หรือไง?
มันกำลังสงสารเธออยู่นะสาวน้อย!
หวังเฉินพยายามกลั้นขำสุดฤทธิ์แล้วเดินตรงไปยังหนังอสูรที่ปูอยู่บนพื้น เพื่อพิจารณาผลกำไรที่ได้รับ
ส่วนซือถูอวี้...
ก็ปล่อยให้เธอจมดิ่งอยู่ในโลกแห่งความฝันต่อไปเถอะ!