บทที่ 36 ต้นไม้ปีศาจ
ต้นไม้ปีศาจนั่นสั่นไหวไปมาตลอดหลังจากที่รังนั้นร่วงลงมา ทำให้ขวดโหลที่มุมกำแพงสั่นไหวตามไปด้วย ส่วนกิ่งไม้ที่ปกคลุมลานเล็ก ๆ ทั้งหมดก็หดตัวเป็นก้อน หลังจากเสียงดังกึกก้องแหลมเสียดแทงหูสักพัก กิ่งไม้และเถาวัลย์ใต้ยอดก็ออกผลเล็ก ๆ สีสันต่าง ๆ นานามากมาย ห้อยโยกไปมา รูปลักษณ์ของผลพวกนั้นเหมือนเด็กผี คล้ายคลึงผมน้ำเต้าที่มีด้านบนเป็นหัวด้านล่างเหมือนคนนั่งขัดสมาธิ
ผลเล็ก ๆ เหล่านี้มีขนาดเพียงกำปั้นเท่านั้น แต่รูปลักษณ์ไม่มีความเหมือนผลไม้จริง ๆ เลยสักนิด มีเพียงสีสันต่าง ๆ ใสวาววับ เหมือนจะมองเห็นเมล็ดในนั้นได้
ต้าเหว่ยลุกขึ้นยืนเก็บประแจบนพื้นขึ้นมา มีอาวุธในมือแมวป่วยเมื่อครู่ก็กลายเป็นวีรบุรุษได้ ผมประคองยายหวัง พวกเราสามคนมองต้นไม้ปีศาจที่เปลี่ยนแปลงไปมากมายอย่างเงียบ ๆ วินาทีนั้นไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหนก่อนดี เสียงหัวเราะดังลั่นดังมาจากต้นไม้ปีศาจเป็นเสียงของเสี่ยวหง
“เธอหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้ปีศาจแล้ว” ใบหน้าของยายหวังซีดเผือด นางเห็นเสี่ยวหงเลือกที่จะหลอมรวมเข้ากับต้นไม้ปีศาจเพื่อกำจัดพิษคุณไสย หากเสี่ยวหงเป็นมนุษย์นางไม่มีทางทำได้ถึงขั้นนี้
หรือว่าตัวนางเป็นวิญญาณอยู่แล้ว นางทิ้งกายเนื้อไปแล้วย้ายวิญญาณไปสิงอยู่ในร่างอื่นแทน เพียงแต่ร่างนี้ไม่ใช่เนื้อหนังอีกต่อไป แต่เป็นต้นไม้ปีศาจที่มีอายุหลายร้อยปีแล้ว
“เป็นยังไงบ้างยายเฒ่า” ต้นไม้ปีศาจหลุดพ้นจากพื้นดิน รากของมันฝังลึกอยู่ใต้ดิน ลานเล็ก ๆ แห่งนี้แทบจะซ่อนรากไม้ไว้ทั้งหมด มันสามารถย้ายไปมาในบริเวณเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย กิ่งไม้สองกิ่งที่ขดกันเป็นก้อนห้อยลงมา แยกออกเป็นห้านิ้วเหมือนคนต้นไม้ในนิทาน เพียงแต่คนต้นไม้นี้ไม่มีใบหน้า
ในขณะที่ลมพัดไหวยอดไม้เสียงของเสี่ยวหงจึงดังแว่วมา พวกเราสามคนรวมกลุ่มกัน คอยสังเกตความเคลื่อนไหวของต้นไม้ปีศาจตลอดเวลา ค่อย ๆ รักษาระยะห่างกับมันในระยะหนึ่ง
ต้นไม้ปีศาจนี้ว่องไวมาก กิ่งก้านที่ยืดออกมาของมันสามารถถือเป็นแขนขาของมันได้ มันเหมือนสุนัขล่าเนื้อเพลิดเพลินกับอารมณ์ร่าเริงในการล้อมจับเหยื่อ มันไม่รีบฆ่าเหยื่อเหล่านี้ คงต้องการให้พวกเราเหนื่อยล้าและหวาดกลัว
“จะทำยังไงดีล่ะ ยายหวัง” ผมร้องเรียกอย่างร้อนรน วนไปมาหลายรอบแล้ว ลานเล็ก ๆ ถูกกิ่งก้านและรากไม้พรวนไปหมดจนน่าสังเวชแล้ว เศษหินและดินมากมายถูกพลิกคว่ำขึ้นมา การวิ่งหนีอยู่แบบนี้ไม่ต่างจากการวิ่งวนบนฝ่ามือของเสี่ยวหง หากยังเป็นแบบนี้อีกสองสามรอบกลัวว่าจะถูกทรมานจนตายเอา
ยายหวังยังไม่ทันพูด ต้าเหว่ยก็ทนไม่ไหวแล้ว เขาตะโกนดังลั่นยกประแจขึ้นสูงฟาดลงบนรากไม้ที่กำลังบิดตัวอย่างแรง รากไม้นั้นถูกโจมตี ทันใดนั้นก็หดกลับลงไปในดินเหมือนงูตกใจ
แต่เห็นเถาวัลย์เส้นหนึ่งเหมือนแส้ฟาดผ่านอากาศมา ต้าเหว่ยขยับตัวหลบแต่ก็ยังถูกฟาดลงที่ต้นแขนของเขาอย่างแรงจนเลือดกระเด็นออกมาสองสามรอบ ต้าเหว่ยกัดฟันไม่ส่งเสียงสักแอะแต่ก็ไม่ได้ทิ้งอาวุธ เพียงแต่ถอยหลังไปสองสามก้าว เตรียมพร้อมอีกครั้ง พร้อมจะลงมือหนักอีกครั้งเมื่อเล็งเป้าหมายได้แล้ว
“อือ… น่าเสียดายร่างเนื้อนี้จริง ๆ” ต้นไม้ปีศาจทำร้ายต้าเหว่ยทุกครั้งที่ขยับ เสี่ยวหงก็รู้สึกเสียดายที่เสียศพเดินได้ไป
“น่าเสียดายอะไรกับแก นังปีศาจ กล้าดียังไงมาหลอกใช้ความรู้สึกของฉัน วันนี้ต้าเหว่ยคนนี้จะไม่ยอมแพ้แกอีกแล้ว” ต้าเหว่ยตัดสินใจ ด่าทอแล้วพุ่งเข้าไปอีกครั้ง เห็นรากไม้ก็ทุบรากไม้ เห็นกิ่งก้านก็ฟาดกิ่งก้าน เขาร่างกายสูงใหญ่ แข็งแรง ปกติก็ใช้แรงไม่มีหมด ถ้าไม่ได้ความป่าเถื่อนนี้ พวกเราคงไม่รอด ดีที่แรงของต้าเหว่ยยังหยุดรั้งต้นไม้ไว้ได้
ยายหวังฉวยโอกาสส่งหนามสั้นเอ๋อเหมยให้ผม เพื่อไว้ป้องกันและรอโอกาสแทงต้นไม้ ผมรู้ว่าบนหนามสั้นของนางทาด้วยยาพิษก็ไม่กล้ารับมา นางบอกผมว่าได้จ่ายค่ายาแก้พิษไปแล้ว ไม่ต้องกังวล
ผมรับมาโบกสองสามทีก็เข้าใจวิธีใช้แล้วยืนอยู่ข้างหน้า ยายหวังจึงช่วยป้องกันเถาวัลย์ที่โบกมาเป็นระยะ
ผมกับต้าเหว่ยคนหนึ่งกันหน้าคนหนึ่งกันหลัง ชั่วพริบตาก็โจมตีต้นไม้ปีศาจไปได้บ้างแล้ว ถึงแม้จะลำบากหน่อย แต่ก็มีข้อได้เปรียบ ประการแรกต้าเหว่ยมีแรงไม่สนใจความเจ็บปวด ประการที่สองหนามสั้นเอ๋อเหมยในมือผมเป็นของวิเศษจริง ๆ พวกกิ่งก้านเถาวัลย์โดนแล้วก็จะถูกแทงเป็นรูเล็ก ๆ หลายรู จนมันห้อยอยู่ข้าง ๆ อย่างอ่อนแรง แต่มันก็มีจำนวนมากเกินไปอยู่ดี ชั่วขณะก็ยากจะก้าวไปข้างหน้า ตอนนี้เราสองฝั่งตกอยู่สถานการณ์ที่ยังไม่มีฝ่ายไหนได้เปรียบ
ผมอยากให้ยายหวังรีบหาวิธีอะไรสักอย่าง สุดท้ายแรงก็ต้องหมด เหนื่อยแล้วจะไม่ถูกจับไปกินเลยเหรอ ยังไม่ทันพูด ยายหวังก็เริ่มลงมือ มีกลิ่นยาลอยมาตามลม ผมคิดในใจนางจะมารักษาแผลตอนนี้เหรอยาย ผมจะตายอยู่แล้ว
ยายหวังตบไหล่ผมเป็นการส่งสัญญาณให้ผมเรียกต้าเหว่ยกลับมา ต้าเหว่ยสู้พลางถอยพลางก็กลับมาในแนวรบ แต่เขาสู้อย่างไม่คิดชีวิตโดนเถาวัลย์นับไม่ถ้วนฟาด เสื้อผ้าก็ขาดวิ่น รอยแดงยาวสั้นมากมายเห็นได้ชัดบนร่างกายขาว ๆ เขาตะโกนว่าไม่เจ็บทำเป็นกล้าหาญ แต่น้ำตาที่คลอเบ้าก็เผยให้เห็นการกระทำที่อ่อนแอของเช่นกัน
ยายหวังก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวถือห่อผ้าอยู่สองมือสะบัดโปรยผงสีขาวจำนวนมากไปบนลำต้น ก่อนพึมพำอะไรบางอย่างเหมือนกำลังทำพิธีอะไรสักอย่าง
ผงเหล่านั้นพองตัวขึ้นทันทีที่ถูกลม ชั่วพริบตาก็ตกลงบนดิน ไม่นาน หนอนสีขาวมากมายก็ไชดินขึ้นมา พวกมันกินหญ้าและต้นไม้นี่ช่างทรมานรากไม้พวกนั้นจริง ๆ หนอนพวกนั้นยามอยู่ในดินก็เหมือนต้นไม้ได้น้ำ พากันปีนขึ้นไปกัดกินพืชพรรณทั้งหมด ชั่วขณะเสียงซ่า ๆ ก็ดังขึ้น หนอนบางตัวที่กินอิ่มแล้ว ก็สร้างรังไหมฟักออกมา ไม่ถึงสองนาทีก็ออกจากรังไหมแล้วกลายเป็นสัตว์ประหลาดคล้ายตั๊กแตนที่มีฟันแหลมคมยื่นออกมา พวกมันมีปีกสีแดงอยู่ข้างหลังก่อนจะกางปีกบินออกไป พุ่งเข้าใส่ยอดไม้ที่สูงตระหง่าน
ผมกับต้าเหว่ยมองภาพที่ทำให้ชวนขนลุกเหล่านี้ รู้สึกใจหายนิดหน่อย สายตายายหวังก็เริ่มหวาดกลัวแล้วโดยไม่รู้ตัว จนนางก้าวเท้าไปยืนด้านข้าง
ต้นไม้ปีศาจถูกแมลงพวกนี้โจมตีทั้งบนและล่างชั่วขณะกิ่งไม้ก็สั่น เถาวัลย์ก็สะบัดไปมาอย่างบ้าคลั่ง ขยับลำต้นใหญ่โตหลบไปด้านหลัง แต่ด้านหลังต้นไม้ก็คือตึกเล็ก ๆ ที่กำลังขวางทางอยู่ เมื่อต้นไม้ขยับไม่ได้ ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของเสี่ยวหงดังมาจากบนฟ้า และผลไม้ห้าสีนับไม่ถ้วนบนยอดต้นไม้ร่วงหล่นลงพื้นกลายเป็นควันสีเขียวไปหมด ควันพวกนี้มัว ๆ เหมือนรูปร่างคน
“เป็นผลไม้ปีศาจไร้รากที่วิญญาณสร้างขึ้น” ยายหวังพูดแล้วกระโดดลงไปในดิน ในดินยังมีแมลงน่ากลัวพวกนั้นอยู่ แต่แมลงพวกนี้พอเห็นยายหวังก็เหมือนเห็นยมบาล ในชั่วพริบตาก็หลบออกมาเป็นวงกลม
ส่วนผลไม้ปีศาจที่ตกลงพื้นกลายเป็นควัน ค่อย ๆ เผยให้เห็นรูปร่างด้านหน้ามีทั้งชาย หญิง คนแก่ และ เด็ก พวกนี้ล้วนเป็นวิญญาณเกือบร้อยดวงที่ถูกเสี่ยวหงจับตัวมา พวกเขาถูกฝังอยู่ใต้ต้นไม้จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้ปีศาจ