สุดยอดนักผจญภัย

แผนการณ์ของเวกัส

ดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นดันเจี้ยนป่า เพราะฉะนั้นมอนเตอร์ที่จะปรากฏในดันเจี้ยนแห่งนี้ก็ต้องเกี่ยวกับธาตุไม้หรือไม่ก็แมลง 

หลังจากที่ทุกคนเข้ามาแล้วเวกัสก็บอกให้กลุ่มที่หนึ่งและกลุ่มที่สองแยกย้ายกันออกไปสำรวจ ส่วนกลุ่มที่เหลือก็นั่งรอคำสั่งต่อไป

กลุ่มของไลท์เป็นกลุ่มที่เจ็ด พวกเขาจึงหาที่นั่งใต้ต้นไม้

“ นายสัมผัสอะไรได้ไหม? ” เบเรียลถามไลท์

ไลท์หลับตาก่อนที่จะใช้จิตสัมผัสดู

ไม่นานไลท์ก็ลืมตาก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ภายในป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยแมลงจำนวนมาก ซึ่งมอนเตอร์ที่เราต้องเจอก็น่าจะเป็นแมลงล่ะมั้ง ”

“ แมลงงั้นหรอ ” เดซี่ทำหน้าตารังเกลียดขึ้นมา เวโรนิก้าเองก็เช่นกัน

เบเรียลจึงลองใช้จิตสัมผัสดูก็เห็นว่าเป็นอย่างที่ไลท์บอก แมลงในป่าแห่งนี้เยอะมาก เพียงแต่พวกมันเป็นเพียงแมลงธรรมดาที่ไม่มีพิษมีภัยสักเท่าไหร่ 

ผ่านไปประมาณยี่สิบนาที ทั้งสองกลุ่มก็กลับมารายงานว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ 

“ งั้นก็มุ่งหน้าไปยังใจกลางดันเจี้ยน ” เวกัสออกคำสั่ง เพราะส่วนมากที่ใจกลางดันเจี้ยนจะเป็นที่อยู่อาศัยของบอสในดันเจี้ยน

โดยที่จะให้กลุ่มที่หนึ่งและกลุ่มที่สองเดินนำหน้า ส่วนกลุ่มที่เหลือเดินตามทั้งสองกลุ่มไป 

ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง พวกเขาก็ยังไม่พบมอนเตอร์แม้แต่ตัวเดียว

ไลท์มองไปที่เวกัสก่อนที่จะส่ายหน้าเบาๆ

ไอหมอนี้ไม่รู้เลยหรือยังไงว่าตอนนี้พวกเขาทั้งหมดได้ถูกมอนเตอร์ล้อมกรอบเอาไว้แล้ว 

“ เอาไงดีหัวหน้า? ” เวโรนิก้าถามขึ้นเพราะเธอเองก็สัมผัสได้ว่าตอนนี้มอนเตอร์นับพันกำลังล้อมกรอบพวกเขาเอาไว้

มอนเตอร์เหล่านั้นคือแมลงหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นตะขาบ แมงป่อง หนอนที่มีฟันแหลมคม มดแดงอีกนับร้อย หนอน ผีเสื้อ แมงมุม เป็นต้น

ซึ่งมอนเตอร์แต่ละตัวมีขนาดเท่ากับสุนัขที่โตเต็มวัย ซึ่งนับว่าใหญ่โตมากๆสำหรับแมลงเหล่านั้น นอกจากนี้ออร่าของพวกมันอยู่ในระดับCและระดับBเกือบทั้งหมด มีระดับAอย่างน้อยๆก็สิบกว่าตัวแล้ว ซึ่งเทียบเท่ากับระดับAของฝ่ายมนุษย์เลยทีเดียว 

เวกัสและคนอื่นๆก็ยังไม่รู้เรื่องพวกนี้แถมพวกเขาก็ยังไม่ส่งคนไปสำรวจรอบๆอีกด้วย นับว่าเป็นความผิดพลาดอย่างมาก เขาคิดว่ามอนเตอร์จะโง่งั้นหรอ เหอะ พวกมอนเตอร์น่ะฉลาดอย่างมาก พวกมันวางแผนได้และชอบล่อให้เหยื่อเข้ามาติดกับ

ผ่านไปกว่าสิบนาที 

ไลท์ก็สัมผัสได้ว่าที่ด้านหลังกลุ่มเริ่มมีมนุษย์หายตัวไปอย่างลึกลับ แน่นอนว่าพวกเขาถูกแมงมุมที่พ่นใยออกมาลากหายตัวไป 

ไม่นานก็เริ่มมีหลายคนสังเกตเห็นว่ามีคนหายตัวไปเรื่อยๆ พวกเขาจึงรีบแจ้งกับหัวหน้ากลุ่มของตัวเองทันที

เวกัสที่ทราบข่าวก็รีบสั่งให้ทุกคนหยุดเคลื่อนไหว จากนั้นเขาก็ส่งหน่วยสำรวจที่แข็งแกร่งในระดับBหลายสิบคนแยกย้ายกันไปคนละทิศ 

ไม่ถึงห้านาทีก็มีเสียงต่อสู้ดังขึ้นตามทิศที่หน่วยสำรวจไป

“ แยกย้ายกันโจมตี กลุ่มที่สามและกลุ่มที่สี่ไปทางซ้าย กลุ่มที่ห้าและกลุ่มที่หกไปทางขวา กลุ่มที่เจ็ดไปด้านหลัง ส่วนกลุ่มที่หนึ่งและกลุ่มที่สองเตรียมพร้อมรับมือกับศัตรูด้านหน้า ” เวกัสตะโกนขึ้น

เมื่อได้ยินคำสั่งแต่ละกลุ่มก็ทำหน้าที่ของตัวเองทันที

พวกไลท์เองก็เช่นกันแต่พวกเขาไม่ได้แสดงความแข็งแกร่งออกมาพวกเขาแค่ทำทีว่าต่อสู้อย่างดุเดือดเท่านั้น 

สาเหตุที่พวกเขาทำแบบนี้ก็เพราะพวกเขาอยากรู้ว่าเวลาที่ลงดันเจี้ยนนั้นพวกเขาจะลงดันเจี้ยนแบบไหน เพราะทุกทีที่พวกเขาลงดันเจี้ยนก็จะจบลงอย่างรวดเร็ว 

ไม่นานแต่ละกลุ่มก็เห็นมอนเตอร์ที่ต่อสู้กับหน่วยสำรวจอยู่ ซึ่งพวกมันคือแมลงที่ตัวใหญ่และแข็งแกร่งอย่างมาก 

พวกไลท์ก็เห็นแมลงจำนวนมากกำลังกินหน่วยสำรวจหลายคนอย่างเอร็ดอร่อย

ไลท์เห็นว่ามอนเตอร์เหล่านั้นสามารถเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบและมีแบบแผน แสดงให้เห็นว่าจะต้องมีผู้บัญชาการอยู่ แน่นอนว่าผู้บัญชาการแมลงเหล่านั้นก็คือบอสของดันเจี้ยนแห่งนี้

กองทัพมนุษย์ถูกฝูงแมลงบุกโจมตีอย่างบ้าคลั่งไม่ว่าจะเป็นละอองอัมพาตที่ถูกปล่อยออกมาจากผีเสื้อ ผึ้งยักษ์ที่สามารถยิงเหล็กในราวกับกระสุนปืน แมงมุมที่พ่นใยออกมาต่อเนื่องจนทำให้มนุษย์กลายเป็นรังไหม 

“ พวกมันแข็งแกร่งจริงๆไม่รู้ว่าคนเหล่านี้จะสู้ไหวไหมนะ ” เดซี่พึมพำออกมาพร้อมกับดีดนิ้วไปที่แมงมุมตัวหนึ่งก่อนที่มันจะถูกดอกไม้ทะลุร่างของมันจนกลายเป็นละอองแสงไป 

เพราะดูเหมือนกับว่าพวกแมลงมันมีจำนวนมากกว่ามนุษย์แถมพวกมันก็ยังมีร่างกายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นมนุษย์เองก็สามารถตอบโต้ได้อย่างยอดเยี่ยมและมีประสิทธิภาพ

“ อย่าดูถูกมนุษย์ด้วยกันสิเดซี่ ” ไลท์หัวเราะก่อนที่เขาจะหยิบใบไม้ที่หล่นอยู่บนพื้นและดีดใส่ผึ้งยักษ์ตัวหนึ่งจนมันกลายเป็นละอองแสงไป

การโจมตีของพวกไลท์นั้นรวดเร็วไม่มีใครมองได้ทัน ทำให้ดูเหมือนกับว่าพวกเขาแค่ยืนเฉยๆเท่านั้น 

ไม่นานมนุษย์ก็สามารถตอบโต้พวกแมลงได้อย่างยอดเยี่ยมจนสามารถสังหารพวกมันได้เป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาก็ต้องแลกกับชีวิตของสหายของพวกเขา

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงกว่าในการสังหารพวกแมลงเหล่านั้นจนพวกมันเหลือน้อยกว่าสามร้อยตัวแล้ว

ทันใดนั้นเสียงคำรามของมอนเตอร์ตัวหนึ่งก็ดังขึ้น

ผึ้งตัวใหญ่ยักษ์ก็ปรากกตัวอยู่เบื้องหน้าของทุกๆคน ด้านหลังของมันก็มีผึ้งขนาดเล็กกว่าบินตามมา 

ราชินีผึ้งตัวนี้มีความยาวกว่าห้าเมตรและมีลำตัวที่หนากว่าสองเมตร เพียงแค่ออร่าของมันก็สามารถทำให้มนุษย์ที่อยู่ด้านหน้าต้องถอยหลังด้วยความกลัว 

ส่วนผึ้งองครักษ์ก็มีความยาวสามเมตรและมีลำตัวหนากว่าหนึ่งเมตร ออร่าของพวกมันอยู่ในระดับAเหมือนกัน

ออร่าของผึ้งตัวนี้อยู่ในระดับA แต่ว่ามันเหนือกว่าระดับAมาก 

“ ช่วยกันฆ่ามัน!!” เวกัสตะโกนด้วยความดุดันก่อนที่จะพุ่งทะยานไปด้านหน้าพร้อมกับควงหอกไปด้วย 

ที่ด้านหลังของเวกัสก็คือตัวตนระดับAจำนวนสิบคนก็ได้พุ่งทะยานตามเวกัสไปด้วย 

ส่วนระดับAคนอื่นๆพวกเขาก็พากันสังหารมอนเตอร์ที่อยู่รอบๆเพื่อลดความกดดันของฝ่ายมนุษย์ 

ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง พวกเวกัสก็สามารถสังหารราชินีผึ้งได้

หลังจากที่พวกเวกัสสังหารราชินีผึ้งได้พวกเขาก็กลับยืนอยู่เฉยๆก่อนที่จะแสยะยิ้มอย่างเย็นชา 

ตอนนี้มอนเตอร์นั้นเหลือไม่ถึงร้อยตัวแล้ว กองกำลังมนุษย์เองก็เริ่มที่จะหมดแรงแล้วด้วย แต่ทว่าทางฝั่งมนุษย์ก็ยังเหลือจำนวนมากกว่าหกร้อยกว่าคน

“ ดูเหมือนว่าจะเป็นไปตามแผนของท่านเวกัสแล้ว ” ชายวัยกลางคนในชุดเกาะสีเงินหัวเราะออมาด้วยความเย็นชา

เขาคือผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมืองแซลไรซ์ ชื่อว่า เก็น 

“ รอให้พวกมันสังหารมอนเตอร์เหล่านั้นให้หมดก่อนจากนั้นค่อยลงมือแล้วกัน ” เวกัสพูดขึ้น

“ น่าสงสารเจ้าปีแรสอยู่นะเนี้ยที่ต้องตายภายในดันเจี้ยนแห่งนี้ ” เก็นหัวเราะออกมาก่อนที่จะแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย 

ผ่านไปกว่าสิบนาทีในที่สุดมนุษย์ก็สามารถสังหารมอนเตอร์แมลงทั้งหมด คริสตัลจำนวนมากที่ได้จากแมลงเหล่านั้นก็หล่นอยู่บนพื้นเป็นจำนวนมาก 

กองทัพมนุษย์จำนวนมากก็นั่งลงกับพื้นด้วยความหมดแรง 

ทันใดนั้นเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายก็ดังขึ้น

“ ฮ่าฮ่า ขอบใจพวกแกมากที่ทำให้พวกเราสามารถเอาชนะดันเจี้ยนแห่งนี้ได้แต่น่าเสียดายที่พวกแกจะไม่มีวันได้กลับออกไปด้านนอกแล้ว ” เวกัสยิ้มและเดินเข้ามาหา 

ด้านหลังของเวกัสมีทั้งเก็นและผู้นำกิลด์จอมเวทย์สามคนที่อยู่ฝั่งของเวกัส และสุดท้ายก็คือบุคคลที่สวมชุดคลุมสีดำทั้งตัว

ภายในเมืองแซลไรซ์มีกิลด์จอมเวทย์อยู่ทั้งหมดห้ากิลด์ ซึ่งแต่ละกิลด์ก็มีผู้นำกิลด์ที่มีความแข็งแกร่งในระดับA ซึ่งทั้งห้ากิลด์นี้ถูกแบ่งเป็นฝ่ายของเวกัสอยู่สามกิลด์และฝั่งของปีแรสอยู่สองกิลด์ 

“ แกหมายความว่ายังไงเวกัส? ” ชายที่ยืนด้านหลังของเวกัสบนเวทีในตอนนั้นก็ตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เขาคือผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยสาขาเมืองแซลไรซ์ ชื่อว่าปีแรส 

ทันใดนั้นผู้นำกิลด์จอมเวทย์สองคนก็เดินมาอยู่ด้านหลังของปีแรสพร้อมกับมองไปที่เวกัสด้วยแววตาเย็นชา พวกเขาไม่นึกเลยว่าเวกัสจะสังหารพวกเขาภายในดันเจี้ยนแห่งนี้

ปีแรสและเวกัสมักจะมีปัญหากันมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ทั้งสองไม่ลงรอยกันอย่างมากและมักจะมีการท้าประลองกันบ่อยๆและผลก็คือทั้งสองคนเสมอกันตลอด

แม้ว่าเวกัสจะมีกองกำลังทหารมากกว่าปีแรสแต่เขาก็ไม่กล้าที่จะลงมือสังหารปีแรสอย่างเปิดเผยก็เพราะปีแรสคือผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยและเขาก็ได้รับคำสั่งจากท่านบิวเอรี่ ที่เป็นนักผจญภัยระดับSSให้มาดูแลที่เมืองแซลไรซ์ ถ้าหากปีแรสถูกเขาฆ่าตายอย่างเปิดเผยเขาก็จะถูกท่านบิวเอรี่จัดการได้ เพราะฉะนั้นนี้เป็นเรื่องดีที่มีดันเจี้ยนเกิดขึ้นทำให้เขาสามารถโยนทุกอย่างว่าปีแรสตายเพราะมอนเตอร์ภายในดันเจี้ยนได้

สำหรับปีแรสนั้น การที่เขายอมร่วมมือกับเวกัสก็เพราะดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นภัยคุกคาม ถ้าหากมันแตกขึ้นมามันก็จะมุ่งหน้ามาทำลายเมืองแซลไรซ์ที่เขาดูแล เพราะมันเป็นเหตุบังคับทำให้เขาต้องยอมร่วมมือ ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็ไม่มีทางที่จะร่วมมือกับเวกัสอย่างแน่นอน 

“ หมายความว่ายังไงงั้นหรอปีแรส แกก็น่าจะรู้นิว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากฉันฆ่าแกในนี้? ” เวกัสหัวเราะออกมา 

ปีแรสขมวดคิ้วแน่นก่อนที่เขาจะพบว่าตอนนี้ทหารของเวกัสได้ถืออาวุธล้อมรอบพวกเขาอยู่ 

“ ฆ่าพวกปีแรสและคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้หมด ฉันไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในนี้ ” เวกัสตะโกนขึ้น

ทันใดนั้นทหารทั้งหมดก็พากันวิ่งใส่พวกของปีแรสและคนที่ไม่เกี่ยวข้องทันที 

พวกไลท์มองไปที่เวกัสด้วยแววตาเย็นชาขึ้นมา

“ อาจารย์เดี๋ยวฉันจัดการเอง ” เดซี่พูดขึ้นก่อนที่เธอจะปล่อยออร่าของระดับSออกมา ไม่สิมันเหนือว่าออร่าระดับSมากและมันเกือบที่จะอยู่ในระดับSSแล้วด้วยซ้ำ

ทันทีที่ออร่าของเดซี่ปะทุขึ้น ทหารทั้งหมดก็หยุดชะงักและไม่กล้าที่จะขยับทันที พวกเขารู้ดีว่าตัวตนระดับSนั้นแข็งแกร่งแค่ไหนและพวกเขาไม่คิดเลยว่าภายในกลุ่มคนที่ไม่เกี่ยวข้องนั้นจะมีตัวตนระดับSอยู่ด้วย

ทางฝั่งของเวกัสหรี่ตาลงก่อนที่จะแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย

“ โชคดีที่พวกเราเตรียมความพร้อมไว้ก่อนหน้านี้แล้วไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมาได้ ” เวกัสหัวเราะก่อนที่เขาจะมองไปยังบุคคลในชุดดำที่อยู่ด้านหลังของเขา

“ คงต้องรบกวนท่านบิชม่าแล้วครับ ” เวกัสพูดด้วยน้ำเสียงเคารพ 

บิชม่าผู้นี้คือจอมเวทย์อิสระที่เดินทางไปทั่วไม่มีหลักแหล่ง เวกัสได้ใช้เงินจำนวนมากในการขอให้บิชม่าช่วยเหลือในแผนการณ์นี้

บุคคลในชุดคลุมสีดำเดินออกมาด้านหน้าก่อนที่จะหรี่ตามองไปที่เดซี่ด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย เพราะเขาสัมผัสได้ว่าออร่าของเดซี่นั้นแข็งแกร่งกว่าเขาอย่างมากแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็คิดว่าแข็งแกร่งแล้วอย่างไร ถ้าหากถูกพิษของเขาเข้าก็ต้องตายอยู่ดี 

“ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกเป็นใครแต่ในเมื่อแกคิดที่จะเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้แล้วล่ะก็ แกจะต้องตาย ” บิชม่าพูดจบเขาก็เปิดเผยใบหน้าของตัวเองออกมา

เมื่อทุกคนเห็นใบหน้าของบิชม่าก็พากันตกใจ เพราะพวกเขารู้ดีว่าบิชม่าคือใคร

จอมเวทย์ที่ใช้พิษได้เก่งกาจและยังเป็นถึงตัวตนระดับSอีกด้วย พิษของบิชม่านั้นทรงพลังอย่างมากแม้แต่ระดับSด้วยกันก็ยังหวาดกลัว แต่น่าเสียดายที่บิชม่าไม่รู้ว่าบุคคลที่เขากำลังสู้ด้วยคือหนึ่งในสมาชิกกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ถ้าหากเขารู้เรื่องนี้ล่ะก็ เขาคงรีบสังหารเวกัสและนำหัวของเวกัสมาเพื่อขอขมาต่อเดซี่แล้ว 

“ แกบอกว่าจะฆ่าฉันงั้นหรอ น่าสนใจดีนิ ” เดซี่พูดด้วยรอยยิ้ม

เมื่อทุกๆคนได้ยินเสียงของเดซี่ก็ต้องตกใจเพราะเสียงของเดซี่คือผู้หญิง เนื่องจากเดซี่นั้นสวมชุดคลุมยาวและสวมฮู้ดและหน้ากากไว้ตลอดเวลาทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเดซี่คือผู้หญิง 

“ ตายซะ ” บิชม่าตะโกนก่อนที่จะหยิบไม้เท้าออกมาก่อนที่จะชี้ไปหาเดซี่

ทันใดนนั้ควันพิษสีเขียวม่วงก็ถูกปล่อยออกมาจากปลายไม้เท้าและพุ่งใส่เดซี่ด้วยความเร็ว 

เมื่อควันสีเขียวม่วงพุ่งไปหาเดซี่ คนที่อยู่รอบๆเดซี่ก็พากันวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว พวกเขารู้ดีว่าถ้าหากถูกพิษของบิชม่านั้นจะต้องตายสถานเดียว 

“ น่าสงสารจริงๆ ” เดซี่พึมพำออกมาก่อนที่เธอจะใช้ลมปราณในการดึงหญ้าที่ยาวประมาณสิบเซ็นติเมตรออกมาและโบกมือเบาๆ

ฟุบ

บิชม่าที่กำลังยิ้มอย่างเหยียดหยามก็ต้องเบิกตากว้างก่อนที่จะมองไปที่เดซี่ด้วยความหวาดกลัว เพราะใบไม้ของเดซี่ได้ทะลุหัวใจของเขาไปแล้ว

“ ไม่จริง!! ” บิชม่าพูดจบร่างของเขาก็ล้มลงกับพื้นก่อนที่จะสิ้นใจไปในที่สุด

เมื่อบิชม่าตายแล้ว พิษของเขาก็หายไปอย่างรวดเร็ว

ทุกๆคนพากันอึ้งและไม่คิดว่าบิชม่าจอมเวทย์พิษที่โด่งดังจะตายง่ายๆแบบนี้ 

ทันใดนั้นทุกๆคนก็มองไปที่เดซี่ด้วยแววตาหวาดกลัว เคารพและชื่นชม

แววตาหวาดกลัวนั้นมาจากฝั่งของเวกัส ส่วนแววตาเคารพและชื่นชมนั้นมาจากฝั่งของปีแรส