ระบบความเกลียดชัง

    ตอนที่ 12 ผลงานชั้นยอด

    “ให้ตายเถอะ นี่คืองานเขียนชั้นยอดที่ฉันกำลังตามหา”


    เหมิงเฟยตื่นเต้นจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ หนึ่งปี สามปี หรือห้าปี จำไม่ได้ว่ามันนานแค่ไหนที่เขาไม่ได้สัมผัสกับงานเขียนเร้าใจแบบนี้ 


    หลังจากประสบอุบัติเหตุ เขาต้องเผชิญกับสภาวะตายด้านไร้อารมณ์ด้วยความทุกข์ทรมาน แต่หลังได้อ่านนิยายเรื่องนี้แล้ว ความรู้สึกที่หายไปได้หวนคืนกลับมาอีกครั้ง 


    “เซ็นสัญญา ฉันต้องให้เขาเซ็นสัญญาทันที” เหมิงเฟยแทบจะทนรอไม่ไหว ถ้าเขาไม่สามารถนำผลงานชิ้นนี้มาเซ็นสัญญา เขาคงเสียใจไปจนวันตาย 


    ความสามารถในการเขียนของเขาน่ากลัวมาก มันหยั่งรากลึกเข้าไปในหัวใจของคนอ่าน เหมือนเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นตรงหน้า 


    คนที่สามารถสร้างผลงานออกมาเช่นนี้ได้ อย่างน้อยต้องเป็นบุคคลระดับปรมาจารย์ หรืออาจจะเป็นอาจารย์เจียจือเว่ยที่รังสรรค์งานเขียนชิ้นนี้  


    เหมิงเฟยรีบเปิดดูข้อมูลติดต่อพร้อมประวัติของนักเขียนทันที เขาตกตะลึงจนลืมหายใจ เนื่องจากอีกฝ่ายไม่ใช่ปรมาจารย์ แต่เป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายอายุสิบแปดปี 


    เขาอ่านประวัติของนักเขียนคนนี้ซ้ำไปซ้ำมา เพื่อยืนยันข้อมูลว่าทุกอย่างถูกต้อง 


    “เป็นเรื่องจริงสินะ ดาวดวงใหม่ของวงการนักเขียนวัยสิบแปดปี ความสำเร็จในอนาคตของเขาอาจก้าวข้ามอาจารย์เจียจือเว่ยก็เป็นได้” เหมิงเฟยยังรู้สึกตื่นเต้นราวกำลังกับฝันอยู่ เขาเปิดดูข้อมูลการติดต่อแล้วก่อนไปที่หมายเลขสื่อสารทันที


    ติ้ง! การส่งคำขอได้รับการอนุมัติ 


    “สำเร็จไหม”


    เหมิงเฟยเริ่มสื่อสารผ่านหน้าจอภาพกับอีกฝ่าย ครูเดียวก็มีภาพเด็กหนุ่มในชุดลำลองสีขาว ใบหน้าอ่อนเยาว์ ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา 


    “อาจารย์ คุณคือ...หมาป่ารัตติกาลใช่ไหมครับ” เหมิงเฟยถามด้วยท่าทีสุภาพ


    ชายหนุ่มเสียอาการเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะได้ยินคนเรียกเขาว่าอาจารย์ “ใช่ครับ ผมคือคนที่ใช้นามปากกาหมาป่ารัตติกาล ส่วนชื่อจริงของผมคือเซี่ยปิง” 


    เหมิงเฟยยิ้มกว้าง “ผมชื่นชอบนิยายของอาจารย์มาก ทางเว็บไซต์เพนกวินของเราจึงอยากเซ็นสัญญากับอาจารย์ ซึ่งผมรับประกันเลยว่าจะทำให้นิยายเรื่องนี้โด่งดังไปทั่วดาวหยานหวง” เขาพูดด้วยความมั่นใจ


    “ผมยอมรับข้อเสนอนี้ครับ” เซี่ยปิงตอบตกลง เดิมทีเขาต้องการเซ็นสัญญากับเว็บไซต์เพนกวินอยู่แล้ว เพราะนี่คือแพลตฟอร์มนิยายที่ใหญ่ที่สุดในดาวหยานหวง 


    “ส่วนนี่คือร่างสัญญาจากทางเรา เชิญอาจารย์ตรวจดูก่อน ทั้งหมดเป็นสัญญาตามมาตรฐานที่เรามอบให้กับนักเขียนในสังกัด   ซึ่งทางเราจะไม่ยอมให้อาจารย์เสียผลประโยชน์แม่แต่นิดเดียว” เหมิงเฟยส่งร่างสัญญาผ่านทางระบบสื่อสาร “ถ้าอาจารย์ดูแล้วไม่มีปัญหาอะไร เซ็นชื่อตรงนี้ได้เลยครับ”


    ในโลกยุคใหม่ กระดาษถูกยกเลิกการใช้งานไปแล้ว สามารถลงนามสัญญาผ่านระบบออนไลน์ด้วยการใช้ชิปประจำตัว โดยมีข้อกฎหมายรองรับ


    “เรียบร้อยครับ” เซี่ยปิงเซ็นชื่อของตัวเองลงไป ก่อนหน้านี้เขาได้ศึกษาหาข้อมูลของเว็บไซต์เพนกวิน และไม่พบปัญหาอะไร 


    เมื่อลงนามสัญญาเสร็จสิ้น เหมิงเฟยออกอาการดีใจจนปิดไม่อยู่ ถามออกไปด้วยความรีบร้อน “อาจารย์มีต้นฉบับเรื่องนี้อยู่รึเปล่าครับ ถ้ามีจำนวนคำถึงหนึ่งแสนคำ ทางผมจะลงหน้าแนะนำในแพลตฟอร์มนิยายให้ได้เลยครับ”


    ที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนของโลกไหน จำนวนคำมีส่วนต่อการอ่าน หากผู้แต่งเขียนได้น้อย ผู้อ่านก็น้อยลง 


    “ตอนนี้ยังไม่มีต้นฉบับครับ แต่ผมใช้เวลาเขียนไม่นาน” เซี่ยปิงกล้าพูดยืนยันแบบนั้นได้ก็เพราะว่า เขาสามารถเขียนได้ถึงหนึ่งพันคำต่อชั่วโมง 


    “ถ้าอย่างนั้น ผมจะตั้งตารออ่านผลงานเรื่องต่อไปของอาจารย์นะครับ” เหมิงเฟยเสียดายอยู่เล็กน้อย เมื่อได้ยินว่าเซี่ยปิงไม่ได้ทำต้นฉบับไว้


    เวลาต่อมา เขาก็จัดการเรื่องบัญชีธนาคารและชิบประจำตัวของเซี่ยปิง ซึ่งเป็นในส่วนของค่าตอบแทนที่ไม่อาจละเลยได้ 


    พอจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ตัดการเชื่อมต่อ 


    “ฮ่าๆ ในที่สุดฉันก็คว้านักเขียนระดับปรมาจารย์มาอยู่ในมือฉันจนได้” เหมิงเฟยรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที 


    ในวงการนิยายต่อให้คุณเป็นบรรณาธิการที่เก่งแค่ไหน ถ้าไม่มีนักเขียนเก่งๆ อยู่ภายในสังกัดก็ยากจะทำให้คนยกย่อง แต่ถ้าสามารถปั้นนักเขียนที่ไม่มีใครรู้จักขึ้นเป็นระดับอาจารย์ได้ล่ะก็ คุณอาจได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าบรรณาธิการในชั่วเวลาสั้นๆ


    สำหรับเหมิงเฟยแล้ว ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย เขาแค่อยากดื่มด่ำกับความรู้สึกที่ได้อ่านนิยายที่เขารักมาทั้งชีวิต


    ตั้งแต่ที่เกิดอุบัติเหตุ ครอบครัวของเขาเกือบต้องแยกทางกัน เพราะเขาไม่มีอารมณ์ทางเพศ เขาโดนหมิ่นเกียรติศักดิ์ศรีจากบุคคลภายนอก แต่นั่นยังไม่เจ็บเท่าถูกคนที่นอนร่วมหมอนเดียวกันซ้ำเติม ชีวิตเขามันน่าสมเพชแค่ไหน 


    แต่ในตอนนี้ต่างกันออกไป เขาจะทำให้ภรรยาตัวดีต้องคุกเข่าลงร้องขอความเมตตา


    ดวงตาของเหมิงเฟยลุกโชนราวกับเปลวไฟโหมกระหน่ำ คงต้องขอบคุณผลงานชั้นยอดชิ้นนั้นที่ทำให้เขากลับมาเป็นเหมิงเฟยคนเดิมอีกครั้ง 


    ………………..


    “ฉันได้เซ็นสัญญาแล้ว ทีนี้ก็เหลือก็แค่เขียนต่อให้จบ” เซี่ยปิงกำหมัดเข้าหากัน เขาวางแผนเขียนเรื่องนี้ให้ได้ห้าแสนคำ หากเขาเขียนได้สองหมื่นคำต่อชั่วโมง เท่ากับว่าต้องใช้เวลายี่สิบห้าชั่วโมงถึงจะเป็นไปตามเป้าหมาย 


    ปัญหาตอนนี้คือ เขาต้องแบ่งเวลาเรียนหนังสือส่วนหนึ่ง ทำให้เหลือเวลาว่างเพียงแปดชั่วโมง ลองคิดคำณวนดูแล้ว เขาต้องใช้เวลาทั้งหมดสามวัน  


    นิยายทั่วไปจะมีจำนวนหลายล้านคำ สำหรับนิยายอีโรติกแค่สองแสนคำคือเรื่องปกติ 


    แต่เซี่ยปิงคิดจะเขียนนิยายเรื่องนี้ให้ได้ห้าแสนคำ แค่นี้ก็เป็นผลงานชั้นยอดได้แล้ว 


    “เอาล่ะ เราต้องขยันเพื่อเงิน!”


    เซี่ยปิงเร่งเปิดคอมพิวเตอร์และลงมือเขียนมันอย่างบ้าคลั่ง 


    คล้ายกับเรื่องระบบความเกลียดชัง ที่คุณอ่าน