อี้เฉินเดินทางมาเรื่อย ๆ สลับกับหยุดพัก อี้เฉินต้องเจอกับสัตว์อสูรเข้าโจมตีอีกนับไม่ถ้วน
อี้เฉินใช้เวลาเดินทางในป่าไร้สิ้นสุดรวมๆ เกือบ3ปีกว่าแล้วตอนนี้
เขายังไม่เห็นปลายทางเลย
อี้เฉินอายุของเขา20ปีแล้ว เขาก็ยังไม่สามารถข้ามป่าไร้สิ้นสุดไปได้ อาภรณ์ของเขาขาดรุ่งริ่ง
ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ผมสีขาวอี้เฉินยาวจะถึงเอว จนคล้ายกับหญิงสาวอยู่แล้ว
เขาไม่มีเวลาที่จะตัดผมแม้แต่เวลาอาบน้ำเขายังไม่มี
เนื้อตัวของเขามอมแมมอย่างมาก กลิ่นตัวมีกลิ่นสาบของสัตว์อสูรที่มาโจมตี อาภรณ์บางแห่งมีคราบเลือดติดแทบจะเหมือนกับคนป่า
เขายังเร่งเดินทางต่ออย่างไม่หยุดยั้ง ขั้นพลังนภาของเขาเสถียรขึ้นอย่างมากสามารถสำแดงฤทธิรณได้ สูงกว่าขั้นนภาปกติอยู่หลายเท่า
ยิ่งเขาอยู่ในป่าเป็นเวลานานทักษะในการต่อสู้กับเขาก็ยิ่งเพิ่มพูน
ต้องขอบคุณชายชราที่มอบม้วนคัมภีร์อักขระมาให้ ทำให้อี้เฉินมีพลานุภาพมากกว่าขั้น
นภาปกติตอนนี้เขาฝึกปรือเพียงแค่ควบคุมปราณพลังให้ลึกล้ำ กับตระหนักรู้อักขระ
เป็นหลักอี้เฉินแทบไม่มีวิชาอื่น ๆ ฐานพลังของเขาจึงแน่นหนามากยิ่งเขาฝึกควบคุมการพลังให้ลึกซึ้ง ฐานพลังเขายิ่งลึกล้ำมากขึ้น
ตอนนี้อี้เฉินสามารถ ใช้ปราณพลังสร้างสิ่งหลอกสายตาผู้คนได้ อย่างเช่น ปกปิดใบหน้าจากปราณพลังทำให้พร่าเลือนมองเห็นไม่ชัดเจน
หรือแม้ให้กระทั่งกบร่องรอยของตัวเองให้หายไป ด้วยตัวช่วยของอักขระกฎเกณฑ์ ที่เขาหยั่งรู้ออกมา
อี้เฉินพยายามพยายามที่จะเลี่ยงแถวๆ ริมแม่น้ำแถวๆ นั้นจะมีสัตว์อสูรอยู่กันเยอะแต่คราวนี้เขาได้ยินเสียงของการต่อสู้มันเหมือนเสียงคนต่อสู้กับสัตว์อสูร
เขาไม่เห็นผู้คนมานานแล้ว แต่กลับพบจอมยุทธที่โจมตีสัตว์อสูรอยู่ หรือเขาใกล้ถึงดินแดนร้อยแคว้นแล้ว
อี้เฉินไม่รอช้าเขาเร่งฝีเท้าเพื่อไปตรวจสอบ
เขาเห็นจอมยุทธหลาย 10 คนเข้าโจมตีกับสัตว์อสูรสิงโตภูเขาไฟขั้นวีรชน พวกเขาทั้งหมดอยู่ขั้นนภาแต่อาจหาญกล้าสู้กับสัตว์อสูรขั้นวีรชน
พวกเขาเหมือนจะเพลี่ยงพล้ำ มีจอมยุทธบาดเจ็บหลายคน เสือขาวพุ่งกระโจนใส่จอมยุทธหญิงท่านหนึ่งมันง้างวงเล็บตะปบหมายจะฉีกให้ขาดเป็น 2 ท่อน
พวกเขาต่างตะโกนลั่น "รีบหลบเร็วหริ่นหลัน"
อี้เฉินที่เห็นท่าไม่ดีเขาขับเคลื่อนพลังกายา แล้วจึงพุ่งทะยานไปรับการโจมตีแทนนาง กายาอี้เฉินนั้นแข็งแกร่งมากบวกกับอักขระที่ล้อมรอบกายาทำให้เขาไม่บาดเจ็บมาก
จอมยุทธ์ที่โจมตีเสือขาวต่างตกตะลึง
แต่ก็ดีใจในเวลาเดียวกัน อย่างน้อยๆ คนของพวกเขาก็ไม่ตาย
"เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหมหริ่นหลัน "
"ขอบคุณสหยุทธ์มากที่ช่วยคุณหนูตระกูลของข้า"
"ไม่เป็นไรพวกเจ้ารีบจัดการสิงโตก่อน"
พวกเขารวมพลังกันโจมตีอีกครั้ง ถึงสิงโตเขาไฟจะเป็นขั้นวีรชน แต่มันก็ไม่อาจต้านทานจอมยุทธขั้นนภาทั้ง 10 ได้
พวกเขาผลัดกันโจมตีจนมันถอยหนีออกไป
หลายๆ คนไม่มีกะจิตกะใจจะตามล่ามันแค่พวกเขารอดมาได้ก็ถือว่าบุญแล้ว
"สหยุทธ์ท่านเป็นใครอย่างนั้นหรือข้าไม่เคยเห็นคนในป่าไร้สิ้นสุดแห่งนี้มาก่อนเลย "
อี้เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ข้าหลงป่าอยู่ในนี้มาหลายปีแล้วข้าไม่รู้วันเวลามันผ่านไปเท่าไหร่"
พวกเขาไม่เชื่อที่อี้เฉินพูด
จอมยุทธ์บางคนยังมองด้วยสายตารังเกียจ ผมสีขาวกระเซอะกระเซิงแม้แต่ชุดยังเป็นเหมือนชุดชาวบ้าน กลิ่นตัวก็เหม็นสาบ
"ขอบคุณสหยุทธ์ที่ช่วยข้าไว้""สหยุทธ์ท่านจะไปที่ใดกันหรือ" หริ่นหลันไต่ถาม
"ข้าจะไปดินแดนร้อยแขวน"
"พวกเรามาจากดินแดนร้อยแคว้น"
"สหยุทธ์ไม่รังเกียจร่วมเดินทางไปกับพวกเราได้พวกเราเป็นคนของตระกูลหริ่น ข้านามหริ่นหลัน"
"แล้วท่านเป็นคนของตระกูลที่ใด "
"ข้านามอี้เฉิน เป็นจอมยุทธพเนจรไม่มีสังกัดไร้ตระกูล"
จอมยุทธหลายๆ คนได้ยังหนังตากระตุก
พวกเขาไม่เชื่อสิ่งที่อี้เฉินพูด จอมยุทธส่วนใหญ่มังมีตระกลู ยิ่งขั้นนภายิ่งต้องมีตระกูลหนุนหลัง
"ถ้าท่านไม่เต็มใจบอกไม่เป็นไรข้าไม่อยากจะซักไซ้ท่านมากในเมื่อท่านช่วยข้าจะพาท่านไปดินแดนร้อยแคว้น"
"คุณหนูแต่คนผู้นี้เราไม่รู้จักแม้หัวนอนปลายเท้าของเขานะขอรับ"
"พวกเจ้าเลิกพูดได้แล้วเขาช่วยชีวิตของข้าไว้"
"ใครมีชุดสำรองอยู่มั่ง ส่งให้เขาไป"
"ท่านนำมันไปเปลี่ยนอาภรณ์อาบน้ำซะหน่อยก็ดีพวกเขาหลายๆ คนคงไม่ชอบกลิ่นสาบของสัตว์บนตัวท่านเท่าไหร่"
"ขอบคุณแม่นางหริ่นหลัน ข้าขอยืมมีดหน่อยได้หรือไม่ ผมของข้ายาวเกินไป"
ไม่นานพวกเขาก็ก่อกองไฟอยู่ที่ริมแม่น้ำพวกเขาตกลงคุยกันว่าจะให้อี้เฉินติดตามไปด้วย
ที่พวกเขาเข้าป่าไร้สิ้นสุดมาเพื่อหาเลือดของสัตว์อสูรนภา แต่ดันมาเจออสูรระดับวีรชนไล่ล่าเสียได้
"คุณหนูชายคนนั้นไม่น่าไว้ใจ เขาไม่น่าใช่คนของดินแดนร้อยแคว้น อย่างแน่นอน"
"เขาแค่คนเดี๋ยวจะไปทำอะไรพวกเราได้ ตระกูลเราต้องการคนถ้าเขาไม่มีเจตนาร้าย มันก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือ"
"เจ้าเลิกพูดได้แล้ว"
ปราณพลังของเขาก็ผิดแปลกพิสดารต่างจากพวกเราอย่างมากวิถีการฝึกของเขาก็ไม่เหมือนของเราหรือจะเป็นคนต่างดินแดนจริงๆ
"พวกเจ้าเลิกพูดพร่ำได้แล้ว"
"ยังไงเขาก็ช่วยข้าไว้ พวกเจ้าจะไม่สำนึกบุญคุณอย่างนั้นหรือ"
ไม่นานที่เฉินที่ชำระล้างร่างกายเรียบร้อยเขาก็มานั่งรวมกลุ่มกับพวกเขา
หลายๆ คนที่เห็นหน้าอี้เฉินยังตกตะลึง เหตุใดชายหนุ่มคนนี้จึงหล่อเหลา มองแล้วน่าดึงดูดเสียเหลือเกินถึงจะมีแผลเป็นที่ใบหน้า ผมสีขาวของเขาปลิวไสวโดดเด่นไม่เหมือนใคร อาภรณ์สีดำตัดทอง ทำให้เขาสง่างาม
แม้แต่หนุ่มไปยังอิจฉาตาร้อน นี่มันใบหน้าหนุ่มเจ้าสำราญชัดๆ หญิงใดเห็นเป็นต้องหลง
หริ่นหลัน กับจอมยุทธสาวคนอื่น ๆ ต่างใจลอยออกไปไกล
"เจ้าอี้เฉินมานั่งนี่ก่อนสิ"
"เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะเริ่มเดินทางกลับดินแดนร้อยแคว้นแล้ว" หรั่นหลันกล่าว
"แล้วพวกท่านมาทำอะไรในป่าแห่งนี้กันงั้นหรือ"
อี้เฉินอยากรู้จึงถาม พวกเขาหัวเราะแห้งๆ "พวกเขาได้ของที่ต้องการ"
พวกเขาไม่อยากบอกอี้เฉิน จริงๆ พวกเขามาล่าสัตว์อสูรขั้นนภากันอยู่ แต่ดันไปเจอสัตว์อสูรขั้นวีรชนไล่ล่ามาหลายวันแล้วพวกเขาอายที่จะบอกอี้เฉิน
หริ่นเทียนเอ่ยถาม "อี้เฉินเจ้าขั้นพลังอะไรกันแน่ ข้ารู้สึกว่าปราณพลังของเจ้ามันน้อยเสียเหลือเกิน"
"ข้าอยู่ขั้นนภา สงสัยจะเป็นเพราะว่า 10 ประตูวิถีของข้าไม่ได้เติมเต็ม ของล้ำค่า มันจึงทำให้ขั้นนภาของข้าอ่อนแอ"
พวกเขาหลายคนพยักหน้าจริงอย่างที่อี้เฉินบอก
"ใช้เวลาอีกเท่าใดถึงจะถึงดินแดนร้อยแคว้น" อี้เฉินเขาอยากรู้มากว่าอีกไกลแค่ไหน
ถ้าข้าเดาไม่ผิดน่าจะอีกประมาณ 1 เดือนพวกเราก็น่าจะไปถึงดินแดนร้อยแคว้น
"เจ้าไม่ต้องรีบร้อนไปอี้เฉิน พวกเราต้องเดินทางกันอีกไกล เดี๋ยวถึงเมืองร้อยแคว้น ข้าหริ่นเจียจะพาเจ้าเที่ยวเอง "
"ขอบคุณสหยุทธ์ที่ให้ข้าอี้เฉินร่วมเดินทางด้วย"
พวกเขาต่างยิ้มหัวเราะพูดคุยกันไปพักใหญ่ๆ
หลายๆ คนต้องผลัดเปลี่ยนกันเฝ้ายามพวกเขาไม่รู้ว่าจะเจอสัตว์อสูรเข้ามาโจมตีหรือไม่
พวกเขาเองก็ยังไม่ไว้ใจอี้เฉินสักเท่าไหร่ ถ้าเกิดอี้เฉินคิดร้าย พวกเขาได้กลายเป็นศพไร้ที่กลบฝังแน่ๆ