ตอนที่ 2 บ้าน (2)
เดิมทีหลี่ฉางเกิงนั้นประหม่าอยู่บ้าง ทว่าพอคนเยอะก็ทำให้กล้าขึ้น
รุ่งเช้า ที่ซีโข่วยังไม่มีแสงอาทิตย์สาดส่อง มืดสลัว บวกกับน้ำค้างเมื่อคืนก็ทำให้ชื้นแฉะยิ่งนัก
ประตูบ้านเก่าแก่หลังนี้ปิดแน่น พงหญ้าหน้าประตูพากันขึ้นเต็มไปหมด ไร้กลิ่นอายการอยู่อาศัยของมนุษย์
‘ฉึบฉับ...ฉึบฉับ...’
เสียงเป็จังหวะดังออกมาจากในบ้านเก่า ครั้งแล้วครั้งเล่าเดิมทีหลายๆ คนพากันพูดคุยเฮฮา ทว่าตอนนี้สีหน้ากลับเปลี่ยนไป โดยเฉพาะลุงสี่ของหลี่ฉางเกิงที่ซีดเผือดไปทั้งหน้า สองขาสั่นระริก ดึงแขนหลี่ฉางเกิงไว้พลางพูดว่า “ฉางเกิง พวกเรากลับกันก่อนดีกว่า”
ปกติหลี่ฉางเกิงนั้นก็ใจฝ่ออยู่แล้ว แต่ตอนนี้มีกลุ่มฝูงชนเดินอยู่ตามหลัง จะให้กลับทั้งอย่างนี้ก็เป็การเอาหน้าไปทิ้งโดยแท้ จึงส่งเสียงกระแอมขึ้นพร้อมเอ่ยว่า “ทางรัฐบอกแล้วนี่ ของพวกนั้นมันก็แค่ความเชื่อเก่าแก่คร่ำคร่า พวกเราคนเยอะกันขนาดนี้ จะกลัวอะไรเล่า”
เห็นทุกคนไม่เอ่ยปากพูดอะไร หลี่ฉางเกิงจำต้องกัดฟันเอื้อมมือไปผลักประตู
‘เอี๊ยด!’ เสียงหนักอึ้งดังขึ้น
ประตูใหญ่เปิดอ้า ที่กลางลานบ้าน ชายฉกรรจ์หนวดเคราเฟิ้มกำลังเงื้อขวานในมือขึ้นสูง...
หลี่ฉางเกิงใกลัวจนทรุดลงกับพื้น
ก้นกระแทกกับพื้นหิน ช่างเจ็บเกินทน หลี่ฉางเกิงเห็นว่าขวานไม่ได้ผ่าลงมาทางตน ที่แท้ชายฉกรรจ์หนวดเฟิ้มคนนั้นก็คือโจวมู่ เขากำลังเงื้อขวานผ่าขอนไม้อยู่ ขอนไม้นั่นเป็ลำต้นของต้นปรง ขวานกระทบลงบนลำต้นจนเกิดเสียงดังฉึบฉับ
“โจวมู่ นี่นายทำอะไรน่ะ” หลี่ฉางเกิงลุกขึ้นได้ด้วยการประคองของลุงสี่ของเขา เอ่ยปากถามพลางนวดก้นไปด้วยในที
“ตัดไม้ มีอะไร”
ลุงสี่ของหลี่ฉางเกิงถูกผลักออกมา พูดอึกๆ อักๆ ว่า “เสี่ยวมู่ ตอนแรกที่พ่อกับแม่ของเธอจากไป ฉันช่วยทำพิธีฝังศพให้ ที่ฝังสุสานนั่นก็เป็ฉันที่เลือกให้ ตอนนั้นพูดกันเป็มั่นเหมาะแล้วว่าบ้านหลังนั้นของเธอจะกลายเป็ของฉัน วันนี้เธอกลับมาแล้ว ฉันเลยมาพูดกับเธอให้เข้าใจ”
พูดถึงเื่ช่วยฝังศพแล้ว ตอนที่พ่อของโจวมู่จากไปนั้น คนเกือบทั้งหมู่บ้านล้วนมาช่วย เพียงแต่ว่าตอนนั้นลุงสี่ของหลี่ฉางเกิงเป็ฝ่ายบัญชีของหมู่บ้านอยู่ ต้องคอยดูแลจัดการเื่เงิน จึงต้องวิ่งวุ่นไปมาอยู่หลายที
ต่อหน้าผู้คนแล้ว หลี่ฉางเกิงกระดากอายที่จะเห็นแก่ญาติตัวเองมากเกินไป เอ่ยปากพูดไปว่า
“นายคิดอย่างไร ก็พูดมาได้เลย”
โจวมู่ยังคงใช้ขวานฟันขอนไม้อยู่เช่นเดิม เอ่ยโดยไม่เงยหน้า “บ้านหลังนั้นฉันไม่เอาได้ แต่ต่อไปบ้านเก่าๆ หลังนี้ต้องเป็ของฉัน แล้วฉันก็ยัง้าูเาและที่ดินของฉันด้วย”
คิดไม่ถึงว่าโจวมู่จะพูดเช่นนี้ ที่ซีโข่วฮวงจุ้ยไม่ดี ทุกคนเลยย้ายออกไปกันหมด บ้านเก่าๆ หลังนี้ออกจะอึมครึมน่ากลัว ขนาดจะรื้อออกทุกคนก็ยังี้เีรื้อ เอาบ้านเก่านี่มาแลกเป็บ้านอิฐบ้านกระเบื้องแทน ดูท่าโจวมู่จะอยู่ในคุกจนหัวทึบไปแล้วจริงๆ
“นั่นมันก็แน่นอนอยู่แล้ว ูเากับที่ดินของนายจะต้องมีแน่ ในหมู่บ้านกำลังประชุมหารือกันอยู่ จะยื้อแย่งที่ดินดีๆ และูเางามๆ มาให้นายส่วนหนึ่ง บ้านหลังนี้ถึงมันจะเก่า แต่ทิวทัศน์ดีไม่เลว บริเวณก็กว้างขวาง เยี่ยมมากจริงๆ” หลี่ฉางเกิงเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม
คนที่ตามมาชมเื่สนุกเห็นโจวมู่ไม่คัดค้าน ต่างบ่นพึมพำอยู่ในใจ หลี่ฉางเกิงผู้นี้ยิ่งเป็ผู้ใหญ่บ้านนานเข้ายิ่งเ้าเล่ห์ ชาวไร่ชาวนาจะมาดูวิวทิวทัศน์อะไรกัน ช่วยลุงสี่ของตัวเองเอาเปรียบคนอื่นแท้ๆ นึกถึงชายหนุ่มที่เมื่อก่อนแสนจะมีอนาคต แล้วมองชายฉกรรจ์หนวดเครารุงรังเต็มหน้าตรงหน้าแล้ว ทุกคนล้วนหมดอารมณ์ที่คอยดูเื่สนุก ต่างพากันแยกย้ายจากไป
โจวมู่ตัดไม้เสร็จเรียบร้อย เงยหน้าขึ้นมองคนในหมู่บ้านจากไป หนูตัวหนึ่งวิ่งผ่านเท้าเขาไปด้านหน้า โจวมู่เหวี่ยงไม้ไปตามมือ ไม้ปลายแหลมท่อนนั้นปักเข้าที่ตัวหนู ตรึงมันไว้บนพื้น
หนูดิ้นทุรนทุรายพลางเปล่งเสียงร้องจี๊ดๆ ดังลั่น เืสดๆ ค่อยๆ ไหลออกมาจากท้องหนูและถูกไม้ที่เพิ่งตัดเสร็จท่อนนั้นดูดซึมไปอย่างรวดเร็ว...