ราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง

    ตอนที่ 47 ภูติน้ำแข็ง

    ตั้งแต่ที่ชิงหลงก้าวเท้าเดินขึ้นไปยังชั้นที่ 51 ก็เริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลกไป ไม่เหมือนชั้นที่ 1-50 เลยแม้แต่น้อย ทั้งความชื้น ความหนาวเย็นก็ทวีความรุนแรงขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อขึ้นมาถึงก็พบแท่งน้ำแข็งจำนวนมากเกาะตามผนังหอคอยเต็มไปหมด ถ้าเดินไม่ระวังอาจได้รับบาดเจ็บได้"เอ่อ..นี่มันเกิดอะไรกับชั้นนี้กันละเนี้ย ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่ ข้าอยากไปทั่วโลกใบนี้เพื่อตามหาอาหารแสนอร่อยที่ข้ายังไม่เคยกินอยู่นะเห้ย ใครเป็นคนสร้างของอันตรายแบบนี้ขึ้นมากันละเนี้ย"เพียงก้าวแรกที่เข้าไปก็ทำให้ชิงหลงสั่นสะท้าน อูยยย!!"หนาว" ชิงหลงพึมพำคิดในใจ อยากจะถอยกลับออกมาจากชั้นที่ 51 ด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องกัดฟันสู้ พยายามก้าวเท้าเดินต่อไป จู่ๆลูกแก้วสีครามก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ชิงหลงรีบส่งจิตเข้าไปทันที ก็พบว่า ลูกแก้วสีครามตอนนี้กลายเป็นกลุ่มก้อนแสงกลมๆสีครามกำลังเคลื่อนไหวไปมาก่อนจะหยุดนิ่ง แล้วเริ่มดูดซับความหนาวเย็นด้วยตัวมันเองทันที ชิงหลงรู้สึกแปลกใจอย่างมากที่ลูกแก้วกลายเป็นกลุ่มก้อนแสงไปแล้วยังเคลื่อนไหวไปมาอย่างอิสระ ดูดซับความเย็นจากภายนอกด้วยตัวเองอีก ชิงหลงถอนจิตกลับออกมาก่อนจะรับรู้ได้ว่าอากาศหนาวเย็นก่อนหน้านี้ลดลงไปนิดหน่อย ชิงหลงยิ้มอย่างพึ่งพอใจในความสามารถกลุ่มก้อนแสงสีครามนั้น"หึหึ!! แบบนี้ก็เตรียมตัวบอกลาหอคอยสวรรค์แห่งนี้ได้เลย ข้าจะเก็บให้เกลี้ยงเลยคอยดู" หอคอยแห่งนี้ตั้งอยู่ที่นี่ก่อนสำนักหิมะจันทราจะก่อตั้งซะอีก ไม่รู้ว่ามันนานเท่าใด ถ้าเขตอาคมไม่เสื่อมสลายไป คงไม่มีใครได้พบเห็นหอคอยสวรรค์แห่งนี้แน่นอน แม้แต่ประวัติความเป็นมาสำนักหิมะจันทราก็ยังไม่รู้ และพยายามเข้าไปสำรวจด้านในอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ขึ้นไปได้เพียงชั้นที่ 25 เท่านั้นของรางวัลแต่ละชั้นจะต่างกันไปยิ่งขึ้นไปได้สูงเท่าไหร่ของรางวัลที่ได้ก็จะสูงยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ไม่รู้ปีนี้สำนักหิมะจันทราคิดอะไรอยู่ถึงได้เปิดให้คนอื่นเข้าไปสำรวจได้ โดยเอาผลการประลองเป็นตัวตัดสินอาจเป็นเพราะว่ามีเพียงศิษย์จากสำนักตนก็ได้ที่สามารถขึ้นไปได้สูงกว่าคนอื่น แต่หารู้ไม่ว่า หอคอยสวรรค์แห่งนี้อาจจะถึงจุดจบของมันแล้วก็ได้ตั้งแต่ที่ลูกแก้วสีครามเปลี่ยนรูปร่างไปทำให้ชิงหลงไม่ต้องนั่งลงเพื่อดูดซับความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่ามันจะช้ากว่านิดหน่อยก็ตามแต่มันก็ทำให้ชิงหลงมีเวลาเดินสำรวจก่อนจะเดินไปยังแท่นที่มีกล่องเล็กเท่าฝ่ามือวางไว้เหมือนก่อนหน้านี้ ชิงหลงสะบัดมือกล่องก็หายเข้าไปในแหวนมิติ แท่นสมบัติ ยุบตัวลงไปก่อนจะมีช่องทางเดินปรากฎขึ้น ชิงหลงก้าวเดินไปยังชั้นที่ 52 ทันที เมื่อก้าวเท้าเข้าไปความเย็นก็ถูกดูดซับทันที แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อตรงแท่นสมบัติมีรูปปั้นหมีที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำแข็ง นั่งเฝ้าแท่นสมบัติซ้าย ขวาอยู่ อ่า...อย่าบอกข้าเชียวว่านั้นมันหมีน้ำแข็งที่เฝ้าสมบัติเอาไว้ เมื่อชิงหลงเดินเข้าไปในระยะ10เมตร กึก! กึก! มันก็เริ่มขยับและพุ่งเข้ามาโจมตีชิงหลงทันที ด้วยความตกใจชิงหลงก็ร้อง แว๊กกก!! ออกมาก่อนจะรีบใช้เวทย์เคลื่อนย้ายหลบการโจมตีแล้วไปโผล่ที่แท่นสมบัติก่อนจะสะบัดมือ ตำราเล่มนั้นก็หายไปเรียบร้อยแล้ว หมีน้ำแข็งก็หยุดไปด้วย เมื่อแท่นสมบัติยุบลงไป แล้วปรากฎช่องทางเดินขึ้นไปชั้นที่ 53 "มันมีระยะของมันด้วยรึเนี้ย จู่ๆก็พุ่งมาทำเอาข้าตกใจหมด ดีนะที่ข้าไหวตัวทัน ถ้าเป็นเรื่องความเร็วข้าไม่แพ้แน่นอน"ที่ด้านนอกหอคอยสวรรค์ ปรากฎชายหนุ่มเกราะเงินเดินออกมาด้วยใบหน้าซีดขาว เหมือนซากศพ เพราะถูกความเย็นแทรกซึมเข้าไปในร่างกายทำให้ใช้พลังปราณมหาศาลต้านทานเอาไว้ ทำให้เขามีสภาพเป็นแบบนี้ ฮั๊วฟงผิง รีบทะยานตัวออกไปรับศิษย์ของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความกังวล"ซีหยุน เจ้าเป็นยังไงบ้าง ทำไมตัวเจ้าถึงเย็นเยียบขนาดนี้ละ" "ข้าไม่เป็นอะไร ท่านอาจารย์ แค่ใช้พลังปราณต้านความเย็นที่อยู่ในร่างกาย ทำให้ข้าเป็นแบบนี้"เมื่อรู้สาเหตุ ฮั๊วฟงผิง ก็ใช้พลังปราณขับไล่ความหนาวเย็นทันที ไม่นานหวงซีหยุนก็กลับมาเป็นปกติ ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เพียงแค่เสียพลังปราณไปมากและเหนื่อยเท่านั้นซีหยุนเจ้าขึ้นไปถึงชั้นที่เท่าไหร่ แล้วคนอื่นๆล่ะข้าขึ้นไปถึงชั้น 26 เอง ขอรับ ส่วนอีก2คนข้าก็ไม่รู้เพราะพวกเขาขึ้นไปไกลกว่าข้าเมื่อเจ้าสำนักหิมะจันทรา เฮาฮงไป๋ ได้ยินก็คิ้วกระตุกทันที เมื่อมีคนที่ขึ้นไปได้สูงเหมือนศิษย์ของตน ก่อนจะสงบใจลง แล้วจ้องมองขึ้นไปยังหอคอยสวรรค์ด้วยสายตากังวล ก่อนจะพึมพำเบาๆ"หวังว่าเจ้าจะทำได้น่ะ หยูอิง"หลังจากนั้นก็ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม ชิงหลงนั่งอยู่ที่ชั้น 55 ไม่ห่างจากแท่นสมบัตินักจ้องมองไปที่รูปปั้นงูเกล็ดหิมะ ที่รายล้อมหีบสมบัติขนาดใหญ่เอาไว้"นี่มันไม่เยอะเกินไปหน่อยรึไง ตัวสองตัวพอว่า นี่เล่นเฝ้าตั้ง 10 ตัว ไม่รู้ว่ามันจะโจมตียังไงซะด้วยสิ"ชิงหลงคิดวิธีอยู่ซักครู่ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปเล็กน้อย เมื่อถึงระยะ งูเกล็ดหิมะก็พุ่งเข้ามาหาชิงหลง5ตัวอีก5ตัวไม่ได้ขยับ ชิงหลงใช้เวทย์เคลื่อนย้ายหลบออกไปได้ทัน งูเกล็ดหิมะที่พุ่งมาก็หายไปจากนั้นก็ปรากฎงูเกล็ดหิมะตรงที่เดิม5ตัวชิงหลงหงุดหงิดทันที ก่อนจะกล่าวด้วยความฉุนเฉียว"บัดซบ!! ระเบิดหอคอยทิ้งเลยดีไหมนิ ลูกเล่นเยอะไปแล้วนะ"ชิงหลงอยากจะลองใช้ลูกไฟวิญญาณดูอยู่เหมือนกัน แต่ก็กลัวว่ามันจะทำให้เกิดสิ่งปกติขึ้น จึงพักเรื่องนี้เอาไว้ ก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิมแล้วส่งจิตเข้าไปสำรวจแหล่งพลังเวทย์ดู ก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นเมื่อกลุ่มก้อนพลังสีครามนั้นกลายเป็นคนตัวจิ๋วโปร่งใส่สีครามกำลังรวมรวมพลังความเย็นอยู่ชิงหลงสังเกตุอยู่นานก็เริ่มมองเห็นได้ชัดขึ้น แล้วรีบถอนจิตกลับออกมา แล้วคิดในใจว่าเคยเห็นรูปร่างแบบนี้ที่ไหนมาก่อน ชิงหลงขมวดคิ้วคิดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะร้องตะโกนออกมาเสียงดัง"ใช่แล้ว!! รูปร่างเหมือนคน ตัวเล็กจิ๋ว มีปีกที่หลัง1คู่ และทั้งตัวจะเป็น สีคราม นี่มันภูติน้ำแข็งนี่หว่า?" ชิงหลงเริ่มไม่เข้าใจแหล่งพลังเวทย์ของตนเองขึ้นมาทันที ว่ามันทำได้ยังไง และถ้าเป็นโลกแห่งนี้ที่มีพลังปราณจะเรียกว่าอะไรกัน จะมีรูปร่างแบบนี้ไหม ความสงสัยเกิดขึ้นมาไม่หยุด ทำให้ชิงหลงจะมัวชักช้าในหอคอยสวรรค์นี้ไม่ได้แล้ว ต้องรีบพิชิตหอคอยนี้ให้เร็วที่สุดชิงหลงจ้องมองไปที่แท่นสมบัติ ก่อนจะสร้างลูกไฟวิญญาณขนาดเล็กขึ้นมา โจมตีงูเกล็ดหิมะที่เฝ้าสมบัติอยู่ เมื่อลูกไฟปะทะกับงูเกล็ดหิมะมันก็ละลายทันที ชิงหลงใช้เวทย์เคลื่อนย้ายไปที่หีบสมบัติ วูบ!! แล้วสะบัดมืออย่างรวดเร็วหีบสมบัติก็หายเข้าไปในแหวนมิติ เมื่อเห็นว่าหอคอยไม่เกิดอะไรขึ้นก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมาทันที หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียง ตู้ม! เปรี้ยง! ตู้ม! ตู้ม! ดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ผู้คนที่ด้านนอกขมวดคิ้ว แสดงสีหน้ากังวล ก่อนจะตะโกนออกมาทันที"เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีเสียงดังเหมือนการต่อสู้เกิดขึ้นที่ด้านในหอคอยสวรรค์ได้ล่ะ" เจ้าสำนัก เฮาฮงไป๋ ขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะตอบออกไปว่า "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามีอะไรเกิดขึ้น ข้าเป็นห่วงศิษย์ข้าเหมือนกันนั่นล่ะ ""แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะ?" "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เจ้าสำนักทุกคนตามข้าเข้าไปในหอคอยสวรรค์ก็แล้วกัน ถ้ามีเรื่องจะได้ช่วยกัน""ข้าเห็นด้วย พวกเราเข้าไปกันเถอะ ชักช้าอาจจะไม่ทันการณ์"เหล่าเจ้าสำนัก ทั้ง 5 รีบพุ่งทะยานเข้าไปในหอคอยทันที แล้วรีบขึ้นไปยังชั้นต่อไปของหอคอยสวรรค์เรื่่อยๆจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ชั้น 35 ก็เริ่มเหนื่อยหอบ พลังปราณถูกใช้ไปมากมายเพื่อต้านความหนาวเย็นที่กำลังกระจายอยู่รอบๆพวกเขา มีเพียงแค่ เจ้าสำนักเฮาฮงไป๋จากสำนักหิมะจันทราเท่านั้นที่ยังปกติกว่าคนอื่นๆ"พวกท่านยังไหวรึเปล่า ถ้าไม่ไหว ข้าจะได้ล่วงหน้าไปก่อน" "ท่านไปเถอะ พวกข้าคงไปต่อไม่ไหวแล้วล่ะ ไม่นึกว่ามันจะขนาดนี้" "ถ้าอย่างนั้นข้าไปก่อนนะ ข้าเป็นห่วงศิษย์ข้า ว่าจะเกิดอันตรายขึ้น พวกท่านกลับไปรอที่นอกหอคอยก็ได้" หลังกล่าวจบเจ้าสำนัก เฮาฮงไป๋ก็รีบขึ้นไปยังชั้นต่อไปทันที ตอนนี้ชิงหลงอยู่ชั้นที่ 89 แล้ว หลังจากที่โจมตีรูปปั้นน้ำแข็ง รูปสัตว์ต่างๆมากมายไป สมบัติแต่ละอย่างชิงหลงยังไม่ได้ตรวจสอบเลยด้วยซ้ำ เมื่อโจมตีเสร็จก็สะบัดมือเก็บสมบัติทันที "ในที่สุดก็เหลือเพียงแค่ 11 ชั้น ก็จะถึงที่หมายซะที" ตอนนี้ภูติจิ๋วเริ่มเป็นรูปร่างที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น ทำให้นึกถึงเหล่าภูติที่อยู่ในปราสาทเคลื่อนที่หลังนั้นขึ้นมา แต่ภูติตนนี่เป็นเพียงร่างจิตวิญญาณเท่านั้น แต่ก็มีความคิดเป็นของตัวเอง และตอนนี้กำลังสร้างลูกแก้วสีครามขึ้นมา แต่มีขนาดใหญ่กว่า จากนั้นก็เริ่มบินวนรอบๆลูกแก้ว เหมือนกำลังจะนำพาพลังความเย็นเข้าไปเก็บไว้ข้างใน ชิงหลงดึงจิตกลับมาก่อนจะนั่งพัก และนำอาหารที่แม่ของเขาจัดหามาให้มีทั้งเนื้อตากแห้ง ข้าว ขนม น้ำ ซึ่งเป็นของจัดเตรียมเร่งด่วนเลยไม่ค่อยมีอะไรมากเท่าไหร่ ชิงหลงเริ่มกินอาหารที่นำออกมาช้าๆและคิดว่าตั้งแต่ชั้นที่ 90 ขึ้นไป มันจะมีอะไรเปลี่ยนไปรึเปล่า ถ้าไม่ก็ถือว่าเขาโชคดี แต่ถ้าเปลี่ยนเขาก็ต้องเริ่มคิดหาวิธีใหม่ที่นอกหอคอยสวรรค์ เมื่อเสียงระเบิดเงียบไปทุกคนก็ค่อยโล่งใจขึ้นนิดหน่อยและเริ่มคิดถึงเสียงระเบิดที่เกิดขึ้นอยู่นานแล้วก็เงียบหายไป "หรือว่าการต่อสู้จะจบลงแล้ว แล้วใครล่ะกำลังต่อสู้อยู่?" ทุกคนต่างสงสัยว่าใครกำลังต่อสู้อยู่ ก็สังเกตุเห็นเจ้าสำนักทั้ง4ก็เดินออกมาจากหอคอยสวรรค์ออกมาด้วยใบหน้าเหนื่อยหอบอ่อนแรง กำลังมุ่งหน้ามายังเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่สำนักตนเอง ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้แล้วหลับตาองค์หญิงเหยียนฉื่อชิงรีบเข้าไปหาเจ้าสำนักแล้วรีบถามเรื่องราวทันที"เป็นยังไงบ้างเจ้าสำนัก ได้พบกับชิงหลงรึเปล่า" "ไม่เลย พวกข้าขึ้นไปถึงเพียงชั้นที่ 35 ก็ย่ำแย่จนไปต่อไม่ได้ เหลือเพียงเจ้าสำนักหิมจันทราเท่านั้นที่ยังไปต่อได้ แต่เจ้าไม่ต้องกังวล ข้ามั่นใจว่าเขาจะต้องผ่านมันได้แน่นอน"เมื่อได้ยินคำกล่าวของเจ้าสำนัก เหยียนฉื่อชิงก็โล่งใจขึ้นมาทันที และรอคอยอย่างเชื่อมั่นว่าชิงหลงต้องทำได้แน่นอนตอนนี้ที่ด้านนอกหอคอยเริ่มมืดขึ้นมาแล้ว ทุกคนก็เริ่มตั้งกระโจมเพื่อใช้เป็นที่พักผ่อน เพื่อรอดูว่าหอคอยสวรรค์แห่งนี้จะถูกพิชิตได้รึเปล่า ถ้ามีคนทำได้ คนนั้นจะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเหล่าอัจฉริยะทุกคนที่อยู่ที่นี่ และกลายเป็นจุดสนใจไปทั่วทุกอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เงินทอง อำนาจ แม้แต่เรื่องผู้หญิงก็ไม่เว้น ไม่นานเจ้าสำนักเฮาฮงไป๋ก็ขึ้นไปถึงชั้นที่ 45 ก็เริ่มช้าลงเรื่อยๆ เพราะสภาพร่างกายที่แก่ชราไป ทำให้ลำบากมากกว่าจะขึ้นไปหลังจากนี้ ถึงแม้จะฝึกเคล็ดวิชาที่ได้จากหอคอยสวรรค์แห่งนี้ก็ตาม ก็ใช่ว่าจะสามารถขึ้นไปถึงหอคอยสวรรค์ชั้นที่100 ซะเมื่อไหร่ การไม่ยอมแพ้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องดูสถานะการณ์ด้วย แต่ด้วยความที่เป็นห่วงศิษย์ของตนจึงฝืนก้าวเดินไปจนถึงชั้นที่ 49 ได้ และก็ได้พบกับศิษย์ของตนที่ถูกกักขังอยู่ในกรงน้ำแข็ง จึงตะโกนออกไปทันที "หยูอิง!!" เซี๊ยะหยูอิงหันควับกับไปยังเสียงที่ร้องตะโกนเรียกชื่อตนทันที แล้วกล่าวถามออกไป"ท่านอาจารย์ทำไมท่านถึงเข้ามาข้างในหอคอยสวรรค์ล่ะ?"

    คล้ายกับเรื่องราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง ที่คุณอ่าน