บึงมายา
ในวันต่อมา เนย่าอาการดีขึ้นจนเป็นปกติแล้วเนย่าจึงไม่รอช้าที่จะกลับเข้าเรียนเพราะเธอเองก็พักผ่อนอยู่หลายวันเนื่องจากหลบข่าวลือที่ว่าเธอเป็นหัวขโมยแต่ตอนนี้ก็พอมีหลักฐานให้ทุกคนได้เห็นว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนคิด
“กล้ากลับมาเรียนของหายยังไม่ได้คืนเลยนะ” มีเสียงเหน็บแนมมาจากเพื่อนร่วมชั้นในขณะที่เนย่ากำลังเดินไปนั่งประจำที่
วันนี้รีสและชีน่าไม่ได้มาด้วยเพราะทั้งสองยังต้องรักษาร่างวูฟวิงค์การกลายเป็นเทพแห่งความสมดุลของทั้งคู่ช่วยให้สามารถห่างจากเนย่าได้โดยไม่ทรมานแม้จะอยู่ไกลแต่แค่เพียงเนย่าเรียกหาทั้งคู่ก็จะมาปรากฏตัวในทันที
แต่กว่าจะออกมาคนเดียวได้โดยไม่มีทั้งคู่ตามมาก็ถกเถียงกันอยู่พักใหญ่แต่ชูม่ายืนยันว่าจะดูแลเนย่าให้แม้รีสจะไม่ยอมแต่ชีน่าก็ปรามไว้และให้เหตุผลว่าเจ้าเปี๊ยกจะมาเป็นผู้รายงานให้ทั้งคู่ฟังทุกอย่างและอีกอย่างคือ เนย่ามีมังกรของเธออยู่ในชั้นเรียนแล้วตั้งสองตนเลยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงรีสเลยยอมให้เนย่าออกมาคนเดียวจากหอคอยโดยมีหมัดน้อยคอยประกบ
“เด็กมนุษย์นั่นได้สร้อยที่ลาร์เฟียเคยบอกว่าโดนขโมยไปคืนมาแล้วนะก็แสดงว่าสร้อยนั่นเป็นของเด็กมนุษย์น่ะสิ” เกิดเสียงแตกเป็นสองฝ่ายบ้างก็ยังยืนกรานว่าเนย่าเป็นขโมย บ้างก็บอกว่าลาร์เฟียต่างหากที่ใส่ร้ายเธอคนที่ถูกพาดพิงถึงได้แต่ยืนกอดอกรวมกับกลุ่มเพื่อนมองมาทางเนย่าอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่เอ่ยปากพูดอะไรไปมากกว่านั้น
เช้านี้เริ่มต้นบทเรียนด้วยวิชาผู้ฟูมฟักมังกรบรรยากาศการเดินไปห้องเรียนของทรอยอาร์เต็มไปด้วยธรรมชาติงดงามต้นไม้ใหญ่น้อยทุ่งหญ้าเขียวขจีและถ้ำ วันนี้เจ้าซาร์ฟินออกมานอนรับแสงแดดอ่อน ๆ อย่างสบายอารมณ์เนย่าและรินรินรีบเข้าไปทักทายมันอย่างกระตือรือร้นก่อนที่มันจะนอนหงายพุงให้เนย่ากับรินๆ ลูบท้องที่เต็มไปด้วยเกร็ดและฝุ่นผงของมันแรง ๆซาร์ฟินเป็นมังกรตัวใหญ่ที่นิสัยคล้ายลูกสุนัขในโลกของเนย่าทั้งช่างประจบและชอบเล่นสนุก แม้จะขี้เกียจไปบ้างแต่เวลาเห็นพวกเด็ก ๆก็จะทำตัวว่าง่ายเป็นพิเศษ
“โอ้! มากันแล้ว ๆ เด็ก ๆวันนี้ฉันจะสอนเกี่ยวกับเรื่องผู้อาศัยอื่นที่อยู่ในโลกเซนเทียแห่งนี้เวลาพวกเธอออกไปนอกแคว้นจะได้ไม่งงและสงสัยกัน ตรงแท่นหินขวามือพวกเธอเห็นหนังสือสาหร่ายสีรุ้งไหมนั่นล่ะพวกเธอจะต้องศึกษาจากในนั้นนะแต่ตอนนี้ฉันขอให้ทุกคนจับกลุ่ม กลุ่มล่ะห้าคนก่อนเมื่อจับกลุ่มครบก็ส่งตัวแทนไปหยิบหนังสือสาหร่ายสีรุ้งมากลุ่มละเล่มในนั้นจะมีสิ่งของให้พวกเธอแต่ล่ะกลุ่มหามาให้ฉันเพื่อเป็นการเก็บคะแนนเอาล่ะพวกเด็ก ๆ จับกลุ่มกันได้” สิ้นเสียงของทรอยอาร์เด็ก ๆทุกคนต่างจับคู่และหากลุ่มที่พอจะรวมให้ครบห้าคนได้ แน่นอนเนย่าและรินรินอยากอยู่ด้วยกันเซนดรินและฮาร์มต่างก็เดินมารวมกับเธอซึ่งเนย่าได้แต่ยิ้มแหยแต่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าทำไมทั้งคู่ต้องตามมาอยู่ด้วย ยังขาดก็แค่อีก1 คนเท่านั้น
“ไม่ครบคนเสียแล้วสิ จะเป็นอะไรไหมนะ” รินรินหันซ้ายหันขวามองหาเผื่อจะมีคนหลงมารวมกลุ่มบ้าง
“ไม่ขาดนิ่ นี่ไงครบแล้ว” เสียงเล็ก ๆ ดังมาจากข้างหลัง
“เธอเนี่ยนะลาร์เฟีย แล้วพวกของเธอไปไหนซะล่ะ” รินรินหันมาถามคนที่ยืนเชิดหน้าอยู่
“พวกนั้นจะไปไหนก็เรื่องของพวกเขาสิทุกกลุ่มครบหมดแล้วเหลือแต่กลุ่มพวกเธอที่ยังขาดหนึ่งคนฉันอุตส่าห์ลดตัวลงมารวมกลุ่มด้วยก็รีบ ๆรับน้ำใจซะสิ” ลาร์เฟียยืนกอดอกน้ำเสียงไม่แยแส
“ใครอยากให้เธอมาอยู่ด้วยกันเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า” รินรินปฏิเสธ
“พอเถอะรินรินบางทีลาร์เฟียคงพอจะรู้รสชาติของการไม่เป็นที่ยอมรับมาบ้างแล้วถือว่าเราสงสารล่ะกัน” เนย่ายกยิ้มเจ้าเล่ห์
“ชิ! อย่าถือว่าท่านเซนดรินเลือกแล้วทำเป็นอวดเก่งได้นะ” ลาร์เฟียเดินมากระซิบข้าง ๆ
“หึ! ก็ดูไปสิว่าเก่งจริงรึเปล่า” เนย่าเชิดหน้าตอบ
“ยายหนู เธอนี่ปากร้ายไม่เบาเลยนะไปเรียนวิธีถากถางมาจากไหนเนี่ย” ชูม่าโผล่หัวออกมาจากกระเป๋าแล้วชมเปาะ
“จากนายไงชูม่า อยู่ในกระเป๋าเงียบ ๆ ไปเลยถ้ามีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นเกาะฉันไว้ให้แน่นห้ามออกมา” เนย่าใช้นิ้วเล็กจิ้มหัวเจ้าเปี๊ยกให้กลับลงกระเป๋า
“พลาดแค่หนเดียว ข่มใหญ่เลยนะยายหนู” แม้จะบ่นแต่เขาก็ยอมกลับเข้าไปในกระเป๋าเงียบ ๆแต่โดยดี
“นี่ ๆ ครบคนแล้วเรามาเลือกหัวหน้าทีมกันดีกว่าไหม” รินรินเสนอเพื่อลดบรรยากาศตึงเครียด และเนย่าพยักหน้ารับ
“ใครโหวตใครบ้างก็ชี้ไปที่คนนั้นเลยนะ เริ่ม” เมื่อสิ้นสัญญาณเนย่าชี้ไปที่รินริน ฮาร์มชี้ไปที่เซนดรินเซนดรินชี้ไปหาเนย่า ลาร์เฟียชี้ไปที่ฮาร์ม และรินรินชี้ไปที่ลาร์เฟียสรุปคือไม่มีเสียงข้างมากเลย
“ทำไมเธอมาเลือกฉันล่ะ” ลาร์เฟียแหวใส่รินรินที่ชี้หน้าเธออยู่
“ก็เธอปากเก่งนี่ ก็เลยให้แสดงฝีมือไง”
“งั้นฉันเลือกเธอด้วย” เนย่าชี้มือไปที่ลาร์เฟียด้วยแล้วหันมาจับมือฮาร์มกับเซนดรินที่ทำหน้างง ๆ ให้ชี้ไปที่ลาร์เฟียเช่นกัน
“เฮอะ! เล่นกันแบบนี้สินะ ได้ถ้าให้ฉันเป็นหัวหน้าทีมก็ฟังฉันด้วยแล้วกัน ฮึ้ย!” ลาร์เฟียลุกขึ้นสะบัดก้นเดินไปหยิบหนังสือสาหร่ายสีรุ้งที่เหลือเป็นเล่มสุดท้ายมา
“มั่นใจนะว่าจะให้ลาร์เฟียนำ” เซนดรินลองหันไปหาความเห็นบ้าง
“เงียบไปเลยไม่ได้ถามความคิดเห็น” เนย่าหันมาค้อนใส่เซนดริน จนเขาถอนหายใจใส่เขาเป็นมังกรของเธอนะทำไมพูดอะไรไม่ฟังเหมือนตอนยังไม่รู้เลยเนี่ยพอหันไปเจอฮาร์มหมอนี้ก็ทำเพียงยกคิ้วเยาะเย้ยเขา ใช่สิ นายมันไม่เคยร้ายกับยายนั่นนี่นะ
“เอาล่ะ ๆ จับกลุ่มกันครบแล้วได้หนังสือกันหมดแล้วสินะ ทีนี้ในหน้าสุดท้ายของหนังสือ ลองเปิดไปดูซิว่าสิ่งที่กลุ่มพวกเธอต้องตามหาคืออะไร” ทรอยอาร์แย้มยิ้ม เดินลูบพุงย้วย ๆไปมาเพื่อสำรวจดูว่าแต่ล่ะกลุ่มได้อะไรบ้าง
“อะไรน่ะ ‘หัวใจศิลา’ ของปีศาจเงือกรึ” ลาร์เฟียหยิบแผ่นสาหร่ายโปร่งแสงสีมุกออกมาจากหนังสือหน้าสุดท้ายอักษรสีทองสีถูกเขียนอย่างประณีตพูดถึงหัวใจศิลาของปีศาจเงือก
“แต่ละกลุ่มจะได้สิ่งที่ให้ออกไปค้นหาไม่เหมือนกันนะรายละเอียดของที่จะต้องหาอยู่ในหนังสือสาหร่ายสีรุ้งที่พวกเธอกำลังถืออยู่ เปิดหาข้อมูลได้เลยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปกันเลยดีกว่านะ” ว่าแล้วสถานที่ที่เคยเป็นห้องเรียนของทรอยอาร์ก็บิดเบี้ยวไปมาสภาพทุ่งกว้าง เนินเขาต้นไม้ถูกแปรสภาพกลายเป็นป่ารกชัฏแทน
นักเรียนหลาย ๆคนถึงกับร้องอุทานเมื่อพื้นที่เหยียบอยู่กลายเป็นทุ่งหญ้าเจิ่งน้ำ รอบ ๆเป็นต้นไม้ใหญ่และป่ารกทึบ
“นี่เขตภารกิจเหรอคะ” นักเรียนคนหนึ่งตะโกนถามทรอยอาร์
“ไม่ใช่ ๆ นี่คือบึงมายาฉันพาพวกเธอมาที่นี่เพื่อทดสอบและให้ตามหาสิ่งที่หนังสือบอกมาน่ะนะทีมใดได้ของที่ต้องการแล้ว ประตูมิติจะเปิดให้กลับไปหาฉันที่ห้องเรียน พยายามเข้านะเด็กๆ” พูดจบทรอยอาร์ก็หายไปทันทีทิ้งให้นักเรียนทั้งห้องอยู่ท่ามกลางป่าที่น่ากลัว
“โดนทิ้งกันแบบนี้เลยแฮะ” เนย่ายิ้มแหย
“รีบหาของจะดีกว่าหนังสือน่าจะบอกอะไรได้ว่าหัวใจศิลาคืออะไร” ลาร์เฟียตั้งสติได้ก่อนใคร ก็รีบเปิดอ่านหนังสือ
หน้าที่ 244 หัวใจศิลาแห่งปีศาจเงือก
บันทึกจากผู้ฟูมฟักที่ได้พบเจอตัวเป็น ๆ ของปีศาจเงือกเล่าว่าปีศาจเงือกมีหัวใจที่แข็งราวกับเพชรพวกมันแข็งแกร่งและไม่มีวันตายถ้าไม่ถูกควักหัวใจออกไปก็จะมีชีวิตยืนยาวปีศาจเงือกเคยอาศัยอยู่ในบึงมายาที่มีความลึกสุดหยั่ง ใต้โลกบาดาลของพวกเหงือกนั้นสวยงามและมั่งคั่งไปด้วยสมบัติล่ำค่ามากมาย
แต่แล้วราชินีปีศาจเงือกผู้ยิ่งใหญ่ตนหนึ่งเกิดตกหลุมรักชายผู้ที่อยู่เหนือผืนน้ำเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้กอบกุมหัวใจของชายหนุ่มผู้นั้น จึงยอมทิ้งเผ่าพันธุ์ควักหัวใจตนเองสละชีพตนหวังเพื่อจะได้ขึ้นไปอยู่เคียงข้างกัน
จากคำบอกเล่าของหนึ่งผู้ทำนายเหล่าบริวารเงือกเศร้าเสียใจมากต่อการจากไปของนายอันเป็นที่รัก บึงใหญ่จึงรกร้างเหล่าปีศาจเงือกบ้างก็หายไปตั้งถิ่นฐานที่อื่นบ้างก็เล่าว่า พวกเขาควักหัวใจตนเองที่เปรียบดั่งเพชรล้ำค่ากองรวมกันไว้เป็นภูเขาเลากาเพื่อบูชานายอันเป็นที่รัก
เชื่อกันว่าหัวใจศิลาถูกฝังอยู่ใต้เมืองบาดาลของบึงมายาที่รกร้างบึงที่เคยลึกสุดหยั่งเมื่อไม่มีเหล่าเงือกอาศัยจึงถูกแผ่นดินกลืนกินจนตื้นเขินและยากที่จะหาพบทางเข้าไปยังเมืองบาดาลนับแต่นั้น
“หา..! อยู่ใต้บึงมายาแล้วมันตื้นเสียขนาดนี้มันจะมีเมืองบาดาลได้ยังไงกัน” ลาร์เฟียกระทืบเท้าไปมาเกิดเสียงน้ำแตกกระจายบึงนี้ดูตื้นเขินเกินกว่าจะมีเมืองที่ลึกสุดหยั่งเหมือนที่หนังสือกล่าวได้ขนาดบึงที่ว่าก็ค่อนข้างกว้างใหญ่คงเสียเวลาหลายวันถ้าจะสำรวจให้ถ้วนทั่ว
“เย้! เจอแล้วพวกเรากลับกันเถอะ” เสียงโห่ร้องดีใจของเพื่อนร่วมชั้นกลุ่มหนึ่งดังขึ้นแล้วหายออกไปจากบึงแทบจะในทันที
“หาเจอกันง่ายจังนะ” ลาร์เฟียส่งเสียงค่อนขอด
“ท่านหัวหน้า จัดมาเลยค่ะ ว่าพวกเราต้องทำยังไง” รินรินผายมือให้ลาร์เฟียแสดงความสามารถเต็มที่
“จะให้ทำยังไงล่ะก็ช่วยกันหาทางลงไปในเมืองบาดาลข้างล่างนี่ไง” ลาร์เฟียสะบัดเสียงไม่พอใจแล้วก้าวเดินไปขุดคุ้ยต้นหญ้าที่น้ำท่วมเพื่อหาทางเข้าเนย่ายกยิ้มแต่ก็อดสงสารไม่ได้ที่คนถือตัวต้องมาลงมือทำอะไรเลอะเทอะแบบนี้ด้วยตัวเอง
รินรินหันมาส่งยิ้มให้เนย่าก่อนทุกคนจะแยกกันหาทางเข้าเมืองบาดาลที่ว่าอย่างตั้งใจเพราะถ้าหาไม่เจอพวกเขาคงไม่ได้กลับเข้าห้องเรียนแน่
“นี่ ๆ ยายหนูให้ข้าเล่าอะไรให้ฟังไหม” ชูม่าโผล่หน้าออกมาจากกระเป๋าของเด็กหญิงทำหน้าตาเว้าวอนว่าขอออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้าง
“ถ้านายรู้ทางเข้าเมืองบาดาลน่ะก็เล่ามาซิ” เนย่าเสนอกลุ่มของเธอต่างเดินแยกย้ายหาทางเข้าเมืองบาดาล และอีกหลายกลุ่มก็ค่อย ๆทยอยหายออกไปจากที่นี่
“เรื่องนั้นพวกเจ้าต้องหาเอง แต่ที่ข้าจะบอกก็คือนั่น ๆ เจ้าเห็นนั่นไหม” ชูม่าชี้ไม้ชี้มือไปทางทิศตะวันตกผ่านแนวยอดไม้รกครึ้มไกลออกไปเป็นภูเขาลูกใหญ่ที่ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งลักษณะคล้ายกับถูกดาบใหญ่ฟันแบ่งครึ่งไว้
“นั่นอะไรน่ะ” เนย่าเอียงคอมองอย่างประหลาดใจ
“หุบผามังกรไร้นายที่นั่นน่ะรวมมังกรที่ไม่มีผู้ฟูมฟักไว้ล่ะ พวกนั้นมารวมกันก็ตอนสงครามมังกรเพราะผู้ฟูมฟักถูกฆ่าไง” ชูม่ารีบเล่าถือโอกาสนี้ที่เนย่าสนใจฟังค่อย ๆปีนขึ้นมาอยู่บนหัวเนย่าแล้วเกาะไว้มั่น เขาชอบแบบนี้มากกว่าอยู่แคบ ๆ ในกระเป๋า
“คุณบาร์รามเคยบอกฉันว่ามังกรที่สูญเสียผู้ฟูมฟักจะสูญเสียตัวตนและบ้าคลั่งอาละวาดไม่ใช่เหรอแล้วจะถูกสภามังกรจับไปปลิดชีพด้วยแค่ไม่มีผู้ฟูมฟักก็น่าสงสารจะแย่ยังจะโดนฆ่าอีก” เนย่าบ่นพลางมองซ้ายมองขวาที่สองข้างทางบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปแต่เธอก็ยังตั้งใจที่จะหาหนทางลงไปเบื้องล่างตามที่หนังสือบอก เลยไม่ได้สนใจเท่าไร
“ถ้าโฮล์เบเรียสมันคิดอย่างเจ้าก็ดีหรอกก็เจ้าพวกนั้นแม้จะไม่มีผู้ฟูมฟักแล้วก็ไม่ยอมลงให้เจ้าโลภมากนั่นฆ่าง่าย ๆโฮล์เบเรียสก็เลยหาทางจะทำลายเจ้าพวกที่อยู่ในหุบผานั่นเพราะถ้าเกิดมีใครรวมพวกนั้นไว้ด้วยกันได้ และร่วมมือกลับมาเล่นงานล่ะก็มันจะยิ่งวุ่นวายต่อการครองบัลลังก์ของโฮล์เบเรียสไงเจ้าพวกนั้นเลยหาทางป้องกันตัวเองเข้ามาอยู่ลึกขนาดนั้นแถมมีอาณาเขตที่แสนอันตรายปกป้องอีกหลายชั้นไหนจะพวกอันธพาลไม่เข้าพวกไหนจะปริศนากับดักอีกหลายคนที่จะฝ่าเข้าไปไม่เอาชีวิตมาทิ้งก็ถอดใจกันไปก่อนเลยยังไม่มีใครเข้าถึงมังกรพวกนั่นสักที” ชูม่าอธิบายอย่างตั้งอกตั้งใจ
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่เรามาตามหาหัวใจศิลาล่ะ” รินรินได้ยินชูม่าเล่าประวัติหุบผามังกรไร้นายอย่างออกรสก็เลยเดินเข้ามาสมทบร่วมฟังด้วย ในตอนนี้ทุกทีมออกไปจากบึงมายาจนเกือบหมดแล้ว
“ก็นี่มันปราการด่านแรกที่จะเข้าไปในหุบผาน่ะสิยายหนูมีปีก” ชูม่ากอดอกบอกทำท่าคล้ายกับผู้รอบรู้ทุกอย่าง
“อ๊ะ! แล้วอาจารย์พาเรามาทิ้งไว้ในที่แบบนี้นี่นะ” เนย่าถึงกับอุทานนี่มันอันตรายนะถ้าเกิดมีกับดักขึ้นมาจะทำยังไงกัน
“นี่แค่น้ำจิ้ม พวกเจ้าน่าจะผ่านได้อยู่แล้วเนย่าน่ะสู้กับฝูงปลาผีทั้งฝูงยังทำมาแล้วเลย” ชูม่าบอกกอย่างมั่นใจทั้งที่ตอนเกิดเหตุตัวเองก็สลบไสลไม่ได้สติ
“นั่นเพราะนายไม่ใช่เหรอที่ทำเนย่าเจ็บตัว” เซนดรินเดินมาสมทบอีกคนอดไม่ได้ที่จะต่อว่าเจ้าตัวเล็ก เพราะชูม่าแท้ ๆทำให้เนย่ารู้และมีท่าทีเฉยเมยกับเขาเช่นนี้และเขาก็ทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกเนย่าเมินหรือทำเสียงไม่พอใจใส่อีกด้วย ส่วนฮาร์มก็ไม่พูดอะไรได้แต่ทำหน้าที่ของตัวเองเงียบ ๆ
“โธ่! ถ้าข้ามีสติพร้อมนะเจ้าพวกนั้นเละเสียยิ่งกว่าเละบอกเลย” เจ้าเปี๊ยกก็อวยตัวเองไม่หยุด จนเนย่าหมั่นไส้
“ที่ต้องทำมากกว่าตอนนี้คือบอกทางเข้าเมืองบาดาลมาดีกว่าชูม่าฉันรู้ว่านายรู้” เนย่าคาดคั้นชูม่ารอบรู้ทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้ทางเข้าของบึงนี่ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะบอกรึไม่บอกแค่นั้น
เสียงต่อล้อต่อเถียงยังคงดังไปตลอดทางทำให้ความวังเวงลดน้อยลงไปมากจนกระทั้ง เนย่าสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
ทุกทีมหายออกไปจากที่นี่หมดแล้วและดูเหมือนพวกเธอจะเดินหลุดเส้นทางออกมาไกลเกินไปเพราะมัวแต่เถียงกันไปมาอยู่
“นี่ทุกคนทำไมต้นไม้แถวนี้เริ่มไม่มีใบหนาทึบเหมือนที่เราผ่านมาล่ะ แล้วนี่อะไรเนี่ยเศษผ้าเหรอ ดูคล้ายใยแมงมุมเลย เยอะจัง” เนย่าหยิบสิ่งที่ห้อยลงมาจากกิ่งไม้ขึ้นมาสัมผัสดูมันคล้ายกับเศษผ้าเก่า ๆ สีขะมุกขะมอม แถมบอบบางมาก พวกมันเริ่มมีเยอะขึ้นเรื่อย ๆจนคล้ายกับเป็นใยแมงมุมหรือรังอะไรสักอย่างก็ไม่ปาน
เมื่อมองไปด้านหน้าไกลออกไป กลับมีต้นไม้ตายนับร้อยทั้งที่ก่อนหน้านั้นที่เดินผ่านมาพวกมันมีใบหนาทึบตอนนี้มีเพียงต้นไม้ยืนต้นตายอยู่เบื้องหน้ากิ่งก้านสาขาไร้ใบราวกับพวกมันถูกแช่น้ำจนรากเน่าตายมาแรมปีลำต้นบิดเบี้ยวบู้บี้จนน่าขนลุกพ่วงความสยองด้วยเศษผ้าเก่าขาดที่เกี่ยวโยงไปมาตามลำต้นราวกับรังของแมงมุมยักษ์จนเป็นสีขาวดำไปทั้งป่า
“อะไรกันอีกล่ะเนี่ย น่าขนลุกชะมัด” เนย่าเอ่ยถามชูม่าพลางลูบแขนป้อย ๆภาพตรงหน้าทำเอาเธอร้อน ๆ หนาวๆ อย่างบอกไม่ถูกทุกคนสังเกตถึงความผิดปกติจึงมารวมตัวกัน
“อย่าได้ประมาทเชียว บางทีพื้นที่เจ้าเดิน ๆอยู่อาจจะเป็นห้วงน้ำลึกสุดหยั่งก็ได้อย่าไว้ใจเหล่าต้นไม้เพราะอาจเป็นร่างแปลงของนางพรายที่อาศัยอยู่กับเงือกผีพวกมันร่วมมือกันหาเหยื่อด้วยการหลอกล่อให้เหยื่อตายใจแล้วลงมือกินอย่างโหดเหี้ยมเชียวล่ะ” ชูม่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดูเหมือนนี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวเปี๊ยกจะดูจริงจังเป็นพิเศษ
“เราบินผ่านบึงนี้ไปไม่ได้รึ” รินรินเอ่ยด้วยความสงสัย
“ถ้าบินขึ้นได้ข้าจะชวนพวกเจ้าทะเลาะจนเดินมาถึงนี่ทำไมเล่าการจะบินเหนือบึงนี้หรือแถบชายป่าก่อนหน้านั้นถือเป็นการไม่ให้เกียรติและเป็นจุดเด่นได้ง่ายจะเข้ามาถึงนี่ได้ก็ห้ามทำให้พวกสอดแนมรู้” ชูม่ากอดอกอธิบายเสียงดัง
“แต่แหกปากเสียงดังระงมมาตลอดทางเนี่ยนะพวกมันคงไม่รู้เลยล่ะสิเราเผลอออกมาจากเขตที่อาจารย์ปล่อยไว้โดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ” ลาร์เฟียเหน็บ สายตามองไปรอบ ๆ อย่างระวังภัย
“การกระซิบต่างหากล่ะที่ทำให้พวกนั้นได้ยินยิ่งเราเสียงดังมากเท่าไร พวกมันก็จะไม่ได้ยินเราเพราะคงไม่มีผู้บุกรุกที่ไหนตะโกนเสียงดังหรอกจริงไหม” ชูม่าไหวปีกอย่างผู้รู้ดี
“แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกมาชวนทะเลาะให้เหนื่อยทำไมเนี่ย” เนย่ารู้สึกอยากจะจับเจ้าตัวเล็กมาเหวี่ยงให้สาสมใจเสียจริง
“ก็พวกเจ้าดูตั้งใจกันเหลือเกินนี่ ก็เลยไม่ได้เตือน” ชูม่าทำสีหน้าสำนึกผิดปลอม ๆเพื่อลดอารมณ์โกรธของยายหนูตาเขียว ไม่อย่างนั้นเขาจะโดนจับกดลงไปในกระเป๋าอีกแน่
“ชูม่านะชูม่า น่าจะบอกให้ไวกว่านี้หลงเข้าแล้วล่ะสิเนี่ย” รินรินถอนหายใจ
“จำไว้อย่างนึงว่าการกระซิบที่บึงนี้ดังยิ่งกว่าการที่เราโต้เถียงกันไปมาซะอีก เอ้า! รีบไปดีกว่าถ้าไม่ได้ของที่หนังสือสาหร่ายให้ตามหาก็กลับไม่ได้ใช่ไหมบางทีทางเข้าอาจจะอยู่ในป่านี่ก็ได้นะ” ชูม่าทิ้งท้ายให้ทุกคนขมวดคิ้วมุ่น