ซ่งเวยหลงตัดสินใจไปส่งเซี่ยซูมี่ที่บ้านก่อน จากนั้นก็เดินไปตามอาจื่อพร้อมทั้งให้ภรรยาของอาจื่อมาอยู่เป็เพื่อนเซี่ยซูมี่ เพราะเขาต้องไปเอาหมูป่าออกมา
“เ้ารอพี่ที่บ้านก่อนได้หรือไม่ ขอพี่เดินไปตามอาจื่อกับภรรยาของเขามาอยู่เป็เพื่อนเ้าก่อน” ซ่งเวยหลงพูดกับภรรยาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมทั้งพยุงให้นางเข้าไปนั่งรอในห้อง
“เ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่พยักหน้าเข้าใจ
“ลงกลอนประตูให้เรียบร้อย พี่จะรีบไปรีบกลับมา” ซ่งเวยหลงลูบศีรษะภรรยาอย่างเอ็นดู ไม่ลืมที่จะกำชับให้ภรรยาลงกลอนประตูให้เรียบร้อย
จากนั้นไม่นานซ่งเวยหลงก็กลับมา เซี่ยซูมี่เปิดประตูบ้านให้สามี เมื่อออกไปข้างนอกพบว่ามีผู้มาใหม่ 2 คน นั่นก็คืออาจื่อ ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นยังไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
“นี่เจียงรั่วซีภรรยาของอาจื่อ ส่วนนี่” ยังไม่ทันที่ซ่งเวยหลงจะแนะนำภรรยาเขาให้รู้จัก เจียงรั่วซีก็พูดชื่อภรรยาของเขาขึ้นมาก่อน
“เซี่ยซูมี่ ข้ารู้จักนางเ้าค่ะ เพราะซือมั่นพี่สาวของนางเป็สหายของข้า” เจียงรั่วซีพูดขึ้น เนื่องจากว่านางเป็สหายกับเซี่ยซือมั่น
“อืม” ซ่งเวยหลงไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะไม่อยากจะพูดถึงหญิงผู้นั้น เขารู้ว่าคนที่ตนจะต้องแต่งงานด้วยเดิมทีนามว่าเซี่ยซือมั่น แต่ในวันงานกลับกลายเป็เซี่ยซูมี่ไปได้ ซึ่งในตอนนั้นเขาเองไม่ได้คิดอะไร เพราะจะเป็ใครก็ไม่สำคัญ แต่วันนี้ตนได้รู้แล้วว่าช่างโชคดีมากเพียงใดที่ภรรยาคือเซี่ยซูมี่
“รีบไปกันเถอะ” อาจื่อพูดขึ้น ในเมื่อทั้งคู่ต่างก็รู้จักกันจึงไม่จำเป็ต้องแนะนำอะไรกันมากมาย
“ฝากด้วยนะรั่วซี” ซ่งเวยหลงหันไปพูดกับเจียงรั่วซี “พี่จะรีบไปรีบกลับ” จากนั้นก็หันไปพูดกับเซี่ยซูมี่ พร้อมทั้งมองด้วยสายตาเป็ห่วง
“ไม่ต้องห่วงเ้าค่ะ พวกท่านรีบไปกันเถอะ” เจียงรั่วซีพูดขึ้น ช่างโชคดียิ่งนักที่วันนี้อยู่บ้านเฉยๆ แล้วซ่งเวยหลงสหายของสามีเดินมาตามถึงบ้าน บอกว่าให้ไปช่วยขนหมูป่า พรานป่าผู้นี้ช่างเป็ลูกรักของเ้าป่าเสียจริง เวลาเพียงไม่กี่วันเขากลับล่าหมูป่าได้ถึงสองตัวแล้ว
“ข้าอยู่ได้เ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่พูดให้สามีมั่นใจว่าตนไม่เป็ไรแล้ว ไม่อยากจะให้เขาเป็ห่วง
“อืม” เมื่อได้รับคำยืนยันจากภรรยา ซ่งเวยหลงก็เบาใจ จากนั้นจึงเดินออกจากบ้านเพื่อนำทางสหายไปขนย้ายหมูป่ากลับมา
ในระหว่างที่สองสาวอยู่ด้วยกัน เซี่ยซูมี่ทำเพียงยิ้มบางๆ ให้กับเจียงรั่วซีเท่านั้น เนื่องจากว่าจำหน้าของนางไม่ได้ ในเมื่อนางบอกว่าเป็สหายของพี่สาว แล้วทำไมถึงนึกหน้าไม่ออก ไม่ว่าจะพยายามมากเท่าไหร่ก็ตาม
“เ้านี่ช่างโชคดีจริงๆ เลยนะ แต่งงานได้เพียงไม่นานสามีก็สร้างบ้านหลังใหญ่โตให้ วาสนาดีกว่าซือมั่นจริงๆ” เจียงลู่ซีพูดขึ้น เซี่ยซูมี่ที่นางรู้จักเป็คนขี้อายไม่กล้าพูด ทำเพียงเก็บตัวอยู่แต่ในห้องเท่านั้นเพราะขี้โรค ไม่ได้ถูกใช้ให้ทำงานหนักเหมือนเช่นเซี่ยซือมั่น
“ท่าน้าพูดสิ่งใดหรือเ้าคะ?” เซี่ยซูมี่ไม่ใช่ไก่อ่อนที่ไม่เข้าใจเนื้อความที่คนพูด้าจะเอ่ย
“ข้าก็แค่สงสารวาสนาพี่สาวของเ้าเท่านั้น หากว่านางเลือกที่จะแต่งกับพรานซ่งแทนการถูกขายเป็ทาสของเศรษฐี ป่านนี้นางก็คงจะสบายไปแล้วน่ะจ้ะ” เจียงรั่วซีพูดด้วยน้ำเสียงเรียบลื่น ไม่มีท่าทีอะไรพิเศษที่้าแสดงออกมา เมื่อเห็นสภาพความเป็อยู่ของน้องสาวสหายก็อดปวดใจแทนไม่ได้
“แล้วท่านจะสงสารในวาสนาของพี่สาวข้าไปไยเล่า ในเมื่อตัวของพี่สาวข้าเองก็ไม่เห็นว่านางจะเป็เดือดเป็ร้อนอันใด” เซี่ยซูมี่ทิ้งน้ำเสียงเื่ที่พี่สาวไม่ได้เป็เดือดเป็ร้อน เพราะดูเหมือนว่าหญิงสาวที่อยู่หน้าเสียมากกว่าที่รู้สึกเดือดร้อนแทน
“ที่เ้าพูดมาก็ถูก แต่เป็เพราะเ้าไม่รู้ว่านางต้องอยู่ในสภาพเช่นไร นางไม่พูดก็ไม่ได้หมายความว่านางไม่รู้สึกนี่ เ้าว่าข้าพูดถูกหรือไม่?” เจียงรั่วซีไม่ยอมแพ้ และอดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดเซี่ยซูมี่ในตอนนี้ถึงสู้คนยิ่งนัก
“หากท่านไม่พูดข้าก็คงไม่รู้ว่าพี่สาวแท้ๆ ของข้าคิดเห็นเช่นไร เดิมทีข้าเพียงคิดว่านางตัดช่องน้อยแต่พอตัว เพียงเพราะไม่อยากแต่งงานกับพรานป่า จึงยอมขายตัวไปทำงานที่บ้านเศรษฐีในเมือง ต่างจากข้าที่นอนป่วยอยู่บนเตียง แต่กลับถูกยัดเยียดให้แต่งงานกับพรานป่า เมื่อเวลาผ่านไปสามีของข้าดูดีขึ้น ไม่ใช่พรานป่าอัปลักษณ์พวกท่านก็นึกเสียดายอย่างนั้นหรือ?” เซี่ยซูมี่พูดอย่างไม่อ่อนข้อให้เช่นกัน ในเมื่อจงใจที่จะไม่เป็มิตรั้แ่แรก ก็ไม่มีความจำเป็อะไรที่จะต้องพูดดีด้วย
“ั้แ่ที่มีสามีหนุนหลังดูเ้ากล้าขึ้นนี่ แต่เ้าอย่าลืมว่านิสัยพรานป่าก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่าดุร้าย ระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน หากวันใดที่ทำให้เขาไม่พอใจ เ้าจะเป็เหยื่อรายต่อไป” เจียงรั่วซีพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
เพราะความเป็จริงแล้วนางตกหลุมรักซ่งเวยหลงั้แ่ครั้งแรกที่พบหน้า ั้แ่ที่เขายังไม่เป็พรานป่ามีชื่อเสียง ในตอนนั้นชายหนุ่มเหมือนบัณฑิตมากกว่าชายบ้านป่า แต่แล้วจู่ๆ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เขาถึงปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ดูสกปรก หนวดเครารุงรังดูน่าเกลียดน่ากลัว
“ข้าคิดว่าเป็ท่านมากกว่าที่พอลับหลังสามีข้าดูท่านกล้าขึ้น ต่อหน้าสามีข้าไม่เห็นท่านจะเป็เช่นนี้เลย หรือว่านี่คือนิสัยที่แท้จริงของท่าน” เซี่ยซูมี่พูดลอยหน้าลอยตาไม่รู้สึกกลัวหญิงตรงหน้าเลยสักนิด ดูก็รู้ว่านางน่าจะคิดไม่ซื่อกับสามีของตน
“นี่เ้า” เจียงรั่วซีไม่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะต่อปากต่อคำเช่นนี้ นางไม่เหมือนกับเซี่ยซูมี่ที่เคยรู้จักเลยสักนิด
“ข้าไม่ใช่ไก่อ่อนที่จะยอมให้ท่านเชือดได้โดยง่าย ข้าจำได้ว่าไม่เคยไปทำเื่เดือดร้อนอันใดให้แก่ท่าน เพราะฉะนั้นข้าขอเตือนว่าต่างคนต่างอยู่จะเป็การดีที่สุด เพราะหากว่าท่านยังไม่หยุด เห็นทีว่าเื่นี้คงต้องถึงหูสามีของท่านอย่างแน่นอน” เซี่ยซูมี่ไม่คิดจะเพียงแค่ขู่ แต่หากว่านางกล้าล้ำเส้นเข้ามาวุ่นวายกับคนในครอบครัว ตนก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาครอบครัวของตัวเองเอาไว้
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเองมีความรู้สึกดีๆ ให้กับสามีพรานป่า แต่มันไม่ใช่เพราะหน้าตาเขาอย่างแน่นอน ความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นก่อนที่จะเห็นตัวตนที่แท้จริงของเขาเสียด้วยซ้ำ ข้างในจิตใจของเขาต่างหากที่ทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน เซี่ยซูมี่ไม่สนใจเจียงรั่วซีอีกต่อไป นำอะโวคาโดที่ได้มาเก็บให้เป็ระเบียบเรียบร้อย จากนั้นก็ปอกหน่อไม้เพื่อต้มเอาน้ำขมออก เย็นนี้ตั้งใจจะทำน้ำแกงกระดูกหมูป่า
เวลาผ่านไปสักพักซ่งเวยหลงก็กลับมา พร้อมทั้งหมูป่าตัวใหญ่น้ำหนักหลายร้อยชั่ง เจียงรั่วซีเข้าไปต้อนรับ พร้อมทั้งตักน้ำไปให้หนุ่มๆ ที่แบกหมูป่ากลับมา โดยนางยื่นให้กับซ่งเวยหลงก่อนแทนที่จะเป็สามีของตัวเอง
“เ้าเอาไปให้อาจื่อเถอะ” ซ่งเวยหลงเดินผ่านเจียงรั่วซีที่ยื่นน้ำค้างไว้เช่นนั้น จากนั้นก็เดินไปรับน้ำจากภรรยาที่ยืนยิ้มหวานอยู่เื้ั
“เหนื่อยหรือไม่เ้าคะ” เซี่ยซูมี่ยิ้มสะใจ เห็นแบบนี้ก็รู้สึกวางใจ คิดว่าสามีคงไม่คิดที่จะสวมหมวกเขียวให้ตนเองอย่างแน่นอน
“อาหลงแล้วหมูป่านี่จะทำอย่างไรต่อไปดี หากเอาเข้าไปในเมืองข้าเกรงว่าจะไปไม่ทัน” อาจื่อถามขึ้น เพราะตอนนี้เป็ยามเซินแล้ว กว่าจะเดินทางไปถึงในเมืองเกรงว่าจะไม่ทันการ
“ไม่ต้องเข้าไปถึงในเมืองหรอกเ้าค่ะ ข้ามีวิธี” เซี่ยซูมี่พูดขึ้น ไม่เห็นจะต้องไปไกลถึงในเมือง ในเมื่อคนในหมู่บ้านนี้ก็มี
“วิธีอันใดของเ้าหรือ?” ซ่งเวยหลงใช้น้ำเสียงอบอุ่นถามออกไป
“เราก็แค่ชำแหละขายให้กับคนในหมู่บ้านนี่แหละเ้าค่ะ ถ้าเหลือข้าจะจัดการเอง” เซี่ยซูมี่พูดขึ้น
“เฮอะ ขายในหมู่บ้านจะได้เงินสักกี่อีแปะกันเชียว ในเมื่อพวกเขาจ่ายค่าปรับคนละตำลึงไปแล้ว น้องซูมี่พี่ว่าความจำน้องน่าจะมีปัญหานะจ๊ะ” เจียงรั่วซีพูดขึ้น
“หากความจำข้ามีปัญหา หูท่านพี่รั่วซีเองก็น่าจะมีปัญหา ข้าพูดไปแล้วว่าที่เหลือจะเป็คนจัดการเอง หรือท่านไม่ได้ยินเ้าคะ?” เซี่ยซูมี่ถามด้วยหน้าตาใสซื่อ ซ่งเวยหลงเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะใช้มือหนาลูบหัวนางแ่เบา
“พี่แค่เกรงว่าจะทำให้พวกเราเสียเวลา สู้เรารีบเอาขึ้นเกวียนแล้วเข้าไปในเมืองเสียก็สิ้นเื่ ไปขอความช่วยเหลือจากพี่สาวเ้าให้ท่านเศรษฐีที่นางทำงานอยู่รับซื้อก็ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด” เจียงรั่วซีเน้นย้ำคำว่าพี่สาวให้เซี่ยซูมี่ได้ยิน
“แค่หมูป่าตัวเดียวเหตุใดต้องไปขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น เอาตามที่น้องหญิงว่าข้าจะชำแหละเอง อาจื่อเ้าไปถามว่ามีบ้านใด้าเนื้อหมูป่าบ้างขายชั่งละ 30 อีแปะ” ซ่งเวยหลงพูดขึ้นเสียงเข้ม รู้สึกไม่พอใจที่เอาชื่อพี่สาวของภรรยาเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากว่าตนกับนางไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก
“อาหลง ข้าก็แค่” เจียงรั่วซีเห็นว่าซ่งเวยหลงไม่พอใจจึงตั้งใจจะอธิบายให้ชายหนุ่มหายโกรธ
“ไปเถอะ จะได้มาช่วยอาหลงชำแหละหมูป่า” อาจื่อดึงแขนภรรยาให้รีบไปจากที่นี่
จากนั้นซ่งเวยหลงก็ลงมือชำแหละหมูป่า แม้กระทั่งเถ้าแก่ที่สร้างบ้านเองก็ยังมาขอซื้อเพื่อเอาไปฝากลูกเมียที่บ้าน โชคดีที่เขาแวะเอาไม้มาให้คนงาน
“ไอหยา โชคดีของข้ายิ่งนักที่ได้กินเนื้อหมูป่าสดๆ เช่นนี้” เถ้าแก่ยิ้มดีใจ
“เพิ่งจะเอาออกจากป่ามาเองเ้าค่ะ เนื้อยังอุ่นๆ อยู่เลย ไม่ทราบว่าเถ้าแก่้ากี่ชั่งหรือเ้าคะ” เซี่ยซูมี่สวมิญญานักขายทันที
“ข้าอยากได้ครึ่งตัว เ้าจะขายให้ข้าได้หรือไม่เล่าแม่นาง” เถ้าแก่มีบ้านเล็กบ้านน้อยมากพอสมควร จึงจำเป็ต้องซื้อไปมากหน่อย
“ย่อมได้เ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ขยิบตาให้สามี เป็เชิงว่าเห็นหรือยังว่าความคิดของนางนั้นดีเยี่ยมมากแค่ไหน
เถ้าแก่ซื้อหมู่ป่าครึ่งตัวน้ำหนักราว 100 ชั่ง จ่ายเงินไป 3 ตำลึง นอกจากนั้นเซี่ยซูมี่ยังแถมไส้ให้ไปอีกจำนวนหนึ่ง ทำให้เถ้าแก่ยิ้มออก หมูป่าที่ซ่งเวยหลงล่ามาได้น้ำหนักราวๆ 300 ชั่ง ส่วนทางด้านอาจื่อที่ไปเคาะตามบ้านเพื่อขายเนื้อหมูป่านั้นได้มาเพียง 50 ชั่งเท่านั้น ซึ่งถือว่าแค่นี้ก็มากพอสมควร ได้เงินมาทั้งหมด 1 ตำลึง 500 อีแปะ ดีกว่าที่สามีเอาไปขายให้กับหลงจู๊ในครั้งนั้นเป็ไหนๆ ที่ได้มาเพียง 800 อีแปะเท่านั้น รวมเงินที่ขายหมูป่าได้ทั้งหมด 4 ตำลึง 500 อีแปะ
เซี่ยซูมี่แบ่งเงินให้กับอาจื่อไป 500 อีแปะ เพราะเขาไม่ได้เสี่ยงอันตรายกับสามีเลยสักนิด นอกจากนั้นยังให้เนื้อหมูป่าไปอีกราวๆ 10 ชั่ง แค่นี้ก็น่าจะมากพอแล้ว
“ข้าไม่เอาเงินหรอก เ้าเก็บเอาไว้เถอะ ขอรับน้ำใจเป็เนื้อพวกนี้ก็แล้วกันอาซ้อ” อาจื่อพูดขึ้น ทางด้านเซี่ยซูมี่หันหน้าไปมองสามีว่าเขามีความคิดเห็นเช่นไร เพราะที่ให้เขาเพียง 500 อีแปะก็รู้สึกอายอยู่ไม่น้อย
“รับไปเถอะ ถือว่าเป็น้ำใจจากอาซ้อของเ้า” ซ่งเวยหลงบอกอาจื่อ
“เช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจพวกท่าน ขอบคุณมากครับอาซ้อ” อาจื่อรับเงินมายิ้มๆ จากนั้นก็ยื่นให้กับภรรยา
“ข้าต่างหากที่ต้องขอบใจเ้าที่มาช่วยทุกครั้งที่ขอความช่วยเหลือ” ซ่งเวยหลงเอ่ยขึ้น รู้สึกซาบซึ้งใจสหายไม่น้อย เพราะตนมีอาจื่อเพียงคนเดียวที่เป็สหายในวัยเด็ก จะมีเด็กที่ไหนบ้างกล้ามาเล่นกับลูกหลานพรานป่าดุร้าย