บทที่ 73: มุ่งสู่เกาะอันรกร้าง (Move to The Abandon Island)
“หึ ฝีมือไม่เบาเลยนี่ แต่เสียใจด้วยนะ ที่ลูกเล่นพวกนี้มันทำอะไรข้าไม่ได้”หลังกล่าวจบ ชายใต้ผ้าคลุมนั้นก็รีบเสกลูกไฟสีดำทมิฬขนาดใหญ่ขึ้นบนมือหนาทั้งสองข้างก่อนที่จะเขวี้ยงพวกมันใส่โทโมเอะกับคิทสึเนะ แรงระเบิดนั้นแผ่ขยายออกในวงกว้าง พร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ แม้ว่าพวกเธอทั้งสองจะหลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้ทัน แต่ร่างของพวกเธอก็ไม่พ้นที่จะถูกแรงระเบิดนั่นดีดกระเด็นออกมา และกระแทกเข้ากับต้นไม้ที่อยู่ภายในป่าเข้าอย่างจัง จนทำให้ร่างของพวกเธอทรุดลงกับพื้นในทันทีดาบเคนเมียวเร็นได้หลุดจากปากของคิทสึเนะ จนร่างภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบนั้นกลับคืนสู่ร่างมิโกะสาว พวกเธอทั้งสองต่างก็พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าที่นิ่วด้วยความเจ็บปวด เปลือกดวงตาคู่งามของทั้งสองนั้นหรี่ลงเพียงเล็กน้อย ฟันขาวบริสุทธิ์ของพวกเธอนั้นพลางกัดแน่นอยู่ภายในปากคู่งาม“ข้าคงจะต้องรีบไปแล้วหล่ะ ข้ามีเรื่องอย่างอื่นที่จะต้องทำอีกตั้งมาก ช่างน่าเสียดายนัก จริงๆ แล้วข้าเองก็อยากจะสังหารพวกเจ้าเสียตั้งแต่ตอนนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร ไว้มีโอกาสเมื่อไหร่ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อสังหารพวกเจ้าเสีย โทโมเอะ โกเซ็น นั่นก็เพราะว่าพ่อบุญธรรมของเจ้าที่เคยรู้จักกับพ่อแม่ของเจ้ามาก่อนนั้น ก็คือสายเลือดของอาเบะ โนะ ยาสุนะ และก็เจ้า...คิทสึเนะหรือยาเอะ นางพญาจิ้งจอกขาวที่มีนามว่าคุสุโนฮะ ซึ่งชนเผ่าฮาคุโซสุของเจ้าเคารพบูชามาเป็นร้อยๆ ปีนั่น ก็เป็นผู้ให้กำเนิดองเมียวจิแห่งราชสำนักผู้นั้น เพราะงั้น ข้าจะถือว่าพวกเจ้าทั้งสองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาเบะ โนะ เซย์เมย์ด้วย”ชายใต้ผ้าคลุมสีดำที่อยู่ตรงหน้ากล่าวทิ้งท้ายกับโทโมเอะและคิทสึเนะก่อนที่เขาจะเดินหายไปในเงามืดภายในป่า“รอ...เดี๋ยว” โทโมเอะค่อยๆ ยื่นแขนเรียวงามออกมาเหมือนกับว่าจะเหนี่ยวรั้งเขาไว้ แต่ก็ไม่มีประโยชน์ สักพัก แขนเรียวงามนั้นก็ค่อยๆ ตกลงสู่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาคู่งามของโทโมเอะกับคิทสึเนะนั้นต่างก็ค่อยๆ หรี่ลงทีละน้อย จนกระทั่งร่างงามของพวกเธอทั้งสองนั้นก็ได้สลบลงในที่สุดหลังจากนั้นสักพัก ก็ได้มีพญาจิ้งจอกขาวตนหนึ่งที่มีลำตัวขนาดใหญ่เท่ากับช้าง ค่อยๆ เดินเข้ามาหาโทโมเอะกับคิทสึเนะที่กำลังนอนสลบอยู่ภายในป่า ก่อนที่มันจะพาร่างงามของพวกเธอทั้งสองกลับไปพักฟื้นที่บ้านพักในศาลเจ้าอินาริที่อยู่ในเมืองเกียวโตในเวลาต่อมาข้าเข้าใจนะ...ว่าพวกเจ้าทั้งสองต่างก็รู้สึกโกรธแค้นกับพวกนางเทวีอสูรฯ นั่นมากแค่ไหนในสิ่งที่พวกนั้นได้ทำไว้กับพวกเจ้า โทโมเอะ ข้ารู้นะว่าเจ้ารู้สึกเจ็บปวดมากแค่ไหนจากการที่เจ้าถูกพรากทั้งพ่อแม่และชายคนรักไปโดยพวกนั้น คิทสึเนะ เรื่องที่พวกนั้นได้ฆ่าล้างชนเผ่าฮาคุโซสุนั้น ข้าเองก็รู้สึกโกรธเคืองเจ้าพวกนั้นไม่น้อยไปกว่าเจ้าเลย แต่พลังของพวกเจ้าในตอนนี้มีอยู่น้อยมาก ไม่สามารถทำอะไรกับพวกนั้นได้ ถ้าหากพวกเจ้าต้องการจะต่อกรกับพวกนางเทวีอสูรฯ พวกนั้น พวกเจ้าจะต้องทุ่มเท และฝึกฝนให้มากกว่านี้แท้จริงแล้ว พญาจิ้งจอกขาวตนนั้นก็คือนางคุสุโนฮะ ร่างจำแลงของเทพีอินาริ ซึ่งในตอนนี้ นางได้แฝงเข้ามาในสังคมมนุษย์ในคราบของผู้อำนวยการสาวของโรงเรียนมัธยมปลายสาธิตมหาวิทยาลัยสุเมรากิ ซึ่งเป็นอดีตมิโกะผู้ดูแลศาลเจ้าอินาริในช่วงก่อนที่โทโมเอะกับคิทสึเนะจะเข้ามารับช่วงต่อจากนาง“หลังจากนั้นต่อมา ข้ากับพี่โทโมเอะก็มักจะฝึกฝนอยู่ด้วยกันที่บ้านพักในช่วงหลังจากที่ศาลเจ้านั้นได้ปิดทำการลง เพื่อรอเวลาที่จะได้ชำระแค้นพวกนางเทวีอสูรฯ พวกนั้นที่เคยทำเอาไว้กับพวกข้า”หลังจากที่คิทสึเนะเล่าเรื่องราวทุกอย่างจนจบ ยูกินะก็รีบเอ่ยถามขึ้นมาทันทีว่า“คุณมิโกะคะ เมื่อตอนนั้นพวกคุณมิโกะก็เจอชายใต้ผ้าคลุมสีดำนั่นมาเหมือนกันใช่ไหมคะ”โทโมเอะกับคิทสึเนะต่างก็พยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการยืนยันในคำตอบ“มีอะไรหรือ เจ้าหญิงฮิเมรากิ”โทโมเอะเอ่ยถามด้วยความสงสัย“คือชายคนนั้นเคยปรากฏขึ้นที่คฤหาสน์บ้านเกิดที่เมืองโตเกียวของดิฉันกับสึบากิจังด้วยค่ะ ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนว่าเขาจะมีลับลมคมในอะไรบางอย่าง ตอนที่เห็นเขาครั้งแรก ดิฉันก็เห็นคุณสึรุฮิเมะทำสีหน้าเหมือนกับผูกใจเจ็บกับเขายังไงยังงั้น แต่พอได้ยินที่คุณสึรุฮิเมะเล่าให้ฟัง ดิฉันก็ได้รู้ว่า ชายคนนั้นคือคนที่เคยนำกองทัพอสูรโยไคบุกเข้าไปสังหารหมู่ผู้คนในเกาะโอมิชิมะ...”ยูกินะเว้นจังหวะสักพักก่อนที่จะเล่าต่อไปว่า“อีกทั้งยังฆ่าทั้งพ่อ ทั้งชายคนรักของสึรุฮิเมะ และก็พวกมิโกะกับนักบวชในศาลเจ้าโอยามะซุมิ พร้อมกับขโมยดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพนั่นไปด้วย...”“แถมดาบเจ็ดเขี้ยวเล่มนั้นก็เป็นเล่มเดียวกับที่ถูกขโมยไปจากพิพิธภัณฑ์ตามที่ดิฉันเคยเห็นในข่าว ซึ่งข่าวนั้นมันดังมากด้วย เมื่อดิฉันได้เห็นข่าวของมัน ดิฉันก็รู้สึกเหมือนกับว่าดาบเจ็ดเขี้ยวเล่มนั้นมันเกี่ยวข้องกับตัวดิฉันในอดีตด้วย ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ตัวดิฉันในอดีตนั้นไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับดาบเล่มนั้นยังไง ในช่วงที่ดิฉันกำลังมุ่งหน้ามายังศาลเจ้าโอยามะซุมิเพื่อเดินทางย้อนเวลามายังยุคสมัยนี้ ดิฉันก็เคยลองถามคุณสึรุฮิเมะมาแล้วรอบนึง แต่เขานั้นกลับไม่บอกอะไรเลย เขาบอกดิฉันแค่ว่า...”‘เรื่องนั้น ข้าว่าจะให้เจ้าไปรู้ด้วยตัวเองดีกว่า เพราะเรื่องราวของตัวเจ้าในอดีตนี่แหละที่จะบอกทุกอย่างที่เจ้าอยากรู้’หลังจากที่ยูกินะเล่าจบ โทโมเอะก็ได้เอ่ยขึ้นมาว่า“เรื่องที่ดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพมีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวเจ้าในอดีตนั้น ข้าขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง แต่จะเกี่ยวข้องกันยังไงนั้น เอาไว้เจ้ารู้ด้วยตาของตัวเองจะดีกว่า มิโกะนางนั้นก็พูดถูก เรื่องราวในอดีตของเจ้านี่แหละที่จะบอกเจ้าทุกอย่าง...”ยูกินะค่อยๆ หลับตาถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละน้อย ทางด้านโทโมเอะก็ค่อยๆ ก้าวเดินไปที่ริมซ้ายของเรือสำเภาก่อนที่จะพูดต่อไปว่า“แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เราจะต้องหยุดพวกนางเทวีอสูรฯ พวกนั้นไว้ให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้” เธอพลางมองไปยังท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลจากบนเรือสำเภาที่ใกล้จะมาถึงเกาะโอมิชิมะเข้าทุกทีทางด้านยูกินะ เมื่อได้ฟังที่โทโมเอะกับคิทสึเนะเล่ามาจนจบ เธอก็รู้สึกว่าชื่ออาเบะ โน เซย์เมย์นั้นมันช่างคุ้นหูเหลือเกิน ราวกับว่าเธอนั้นเคยรู้จักกับเขาเมื่อชาติที่แล้วยังไงยังงั้นเมื่อได้มาถึงที่เกาะโอมิชิมะ พวกเธอทั้งสี่คนก็ได้พบว่า หมู่บ้านต่างๆ ภายในเกาะได้กลายเป็นซากปรักหักพังอันรกร้างไปแล้ว บรรยากาศภายในเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยความเงียบสงัดและความวังเวง อันเนื่องมาจากเกาะโอมิชิมะในตอนนี้ร้างผู้คนมานานมากแล้วในระหว่างทาง พวกเธอทั้งสี่ก็ได้พบกับโฮโซกาว่า ทาดาโอกิ ที่ได้รับคำสั่งจากอิเอยาสึให้มาช่วยสมทบกับพวกยูกินะในการจัดการกับอายาคาชิที่ถูกสร้างขึ้นโดยมิทสึนาริ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายในเกาะโอมิชิมะแห่งนี้ด้วยความที่โทโมเอะมีทักษะทางด้านอาชณเวทย์ติดตัวมาด้วย จึงทำให้เธอนั้นสามารถล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ และเรื่องราวต่างๆ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของทุกสรรพสิ่งได้ รวมไปถึงสามารถมองเห็นชาติภพทั้งในอดีตและปัจจุบันของแต่ละคนได้ด้วย โทโมเอะสามารถมองเห็นเรื่องราวของทาดาโอกิได้ดังต่อไปนี้ทาดาโอกิเป็นบุตรชายของโฮโซกาว่า ฟูจิทากะ เขาได้เข้าร่วมศึกสงครามมาตั้งอายุ 15 ปี ในตอนนั้น เขาเคยทำงานรับใช้โนบุนากะ ชื่อที่เขาใช้ตอนสมัยเด็กก็คือ ‘คุมาชิโยะ’ ในช่วงหลังจากที่โนบุนากะได้สิ้นใจลง มิทสึฮิเดะได้พยายามขอความช่วยเหลือจากสองพ่อลูกฟูจิทากะกับทาดาโอกิ แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมา ส่งผลทำให้มิทสึฮิเดะถูกสังหารโดยฮิเดโยชิในเวลาต่อมาทางด้านทาดาโอกิก็ได้ไปอยู่ฝ่ายฮิเดโยชิ พร้อมกับได้เข้าร่วมศึกโคมากิ-นางากุเตะ และศึกปราสาทโอดาวาระ หลังจากที่ฮิเดโยชิได้สิ้นใจลง ทาดาโอกิก็ได้แปรพักตร์เข้ามาอยู่ฝ่ายอิเอยาสึในเวลาต่อมา