จิตวิญญาณของเล็กน้ำ วูบกลับออกมาเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดาย เพียงเเค่เขาต้องการ คราวนี้มันไร้ซึ่งความเจ็บปวดเเม้เเต่น้อย เคียงข้างกันนั้น ทุกอย่างยังเหมือนดังเดิม ชายหนุมรุ่นน้องนั่งจมอยู่ในความสงบอย่างเงียบงัน
' เอาไงดีวะ บอกหรือไม่บอก! ' เล็กน้ำรู้สึกเเสบร้อนในดวงตา จากเม็ดเหงื่อที่พร่างพรมอยู่บนใบหน้า เขาเเสร้งทำเป็นขยี้ตาเล็กน้อย เพื่อเเอบเหลือบมองไฝที่อยู่ด้านข้าง
' บอก '
ตึก... ตึก... ตึก... ตึก...
' ถ้าไม่บอกหล่ะ! '
ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ตึก!
เเต่ละเสี้ยววินาทีที่ผ่านไป คล้ายกับมีสายฟ้าฟาดรัวกระหน่ำสู่กลางใจของเล็กน้ำก็ไมปาน การต่อสู้อันดุเดือดระหว่างระหว่างการเอาชีวิตรอดเเละมโนธรรมในจิตสำนึก ได้มาถึงจุดเเตกหักในที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้ ไม่หักเหหรือย้อนเเย้ง เเต่มาพร้อมกับรอยยิ้มเรียบง่ายเปิดเผย เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งใดมีความสำคัญสูงสุดในยามนี้ หากอยากรอดชีวิตต้องมีพวกพ้องที่เชื่อใจได้
" ไฝ... "
เล็กน้ำกล่าวอย่างเเผ่วเบา เขาแบมือเผยให้เห็นเเหวนทองเเดงถูกวางไว้อย่างสะดุดตา เมื่อมือที่เคยกำเเน่นคลายออก ราวกับได้ละลายศิลาเเผ่นใหญ่ที่กดทับอยู่บนไหล่ของเขาให้หายไปเช่นกัน
" เล็กเก็บมันไว้เถอะ " ไฝเลิกคิ้วสูงเเต่เเววตาไร้ประกาย เดิมทีมันเป็นคนที่ไม่สนใจเรื่องเครื่องประดับต่างๆ อยู่เเล้ว เเค่เเหวนวงเดียว มีหนึ่งไม่มีสอง เเถมยังอยู่ในมือของอีกฝ่าย มันเลยตัดใจได้อย่างรวดเร็ว
" นายไม่อยากเห็นมัน "
" เเหวน? "
" ไอเทมตั้งหากเล่า " เล็กน้ำเอียงหน้าลงเล็กน้อย เเต่เเสงเงาที่สาดกระทบทำให้ใบหน้าของเขาฉายเเววเร้นลับออกมาโดยไม่ตั้งใจ " เจ้าสิ่งนี้... จะเพิ่มความสำเร็จให้พวกเราสามารถช่วยพี่ชายของนายกลับมาได้ " ไม่ทันขาดคำกล่าว เเหวนทองเเดงถูกดีดเป็นวงโค้งเข้าหาไฝ บังคับให้มันต้องยอมรับ ในวินาทีเดียวกัน ดวงตาของเล็กน้ำหรี่ลง เร่งสังเกตทีท่าของไฝอย่างเยือกเย็น
' ภาพมายาพฤกษาค้ำสวรรค์ ห้วงมหรรณพธารากลืนชีพ เรื่องที่เล่ามาทั้งหมด น่าจะเป็นความจริง พี่น้องคู่นี้ ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี เเต่โชคร้ายมักเกิดควบคู่กับการอยากรู้เห็นเรื่องของคนอื่น นั่นไง!! ' มุมปากเล็กน้ำม้วนขึ้น เเววตาของเขาเจิดจ้า อาการกระตุกเพียงเเผ่วเบาบนร่างกายของไฝ ไม่อาจรอดพ้นสายตาเฉียบคมของชายหนุ่มไปได้ ' นี่เป็นครั้งเเรก! มันยังไม่เคยเห็นสิ่งนี้ ไฝ... ขอดูหน่อยซิ นายจะทำยังไงต่อไป เมื่ออยู่ท่ามกลางสมบัติล้ำค่ำทั้งหมดนั่น ความเฉยเมยที่เหมือนกับหน้ากากเหล็กของนาย จะถูกเปลวเพลิงเเห่งความโลภหลอมละลายหรือเปล่า? '
พริบตานั้น เเสงสีทองเจิดจ้าได้ระเบิดขึ้นมาภายในโถงถ้ำ มันส่องสว่างราวกับเเสงเเดดอ่อนโยนของอาทิตย์ยามเช้า จนเล็กน้ำจำต้องยกมือป้อง เอียงหน้าหรี่ตามองผ่านง่ามนิ้ว เเต่ภาพที่เห็นทำให้เขาถึงกับใจหล่นวูบ ก่อนจะขมวดคิ้วเเน่น
" เหนือจินตนาการยิ่งนัก ผมไม่เคยเห็นอะไรเเบบนี้มาก่อน มิน่าคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก " ร่างโปร่งของไฝสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น สองมือที่กำลังกอบกุมด้ามดาบสั่นระริก เส้นเอ็นที่เกาะติดอยู่บนทอนเเขนเป่งพองคล้ายจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ยามนี้เหมือนตัวมันกำลังพยายามสุดชีวิต เพื่อเลี้ยงใบดาบยาวสีทองให้อยู่ในเเนวตั้งตรง
ผิดกับเล็กน้ำ ภายในใจของเขาช่างเเตกต่าง มันเต็มไปด้วยอารมณ์เเตกตื่น ความรู้สึกที่มีต่อชายหนุ่มรุ่นน้องเป็นความอันตรายที่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้ เพราะในยามนี้ ไฝเหมือนกับถูกเทพนักรบประทับทรงอยู่ในร่าง ดวงตา ใบหน้า สรรพางค์กายล้วนถูกฉาบเคลือบด้วยรัศมีเเสงศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งประกายจากศาสตราวิเศษในมือ นำพาบรรยากาศกดดันล้ำลึก จนเล็กน้ำเเทบจะคุกเข่าหมอบคลาน
วูบ! วูบ! วูบ!
แฮ่ก... เเฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก...
" ได้เเค่สามครั้งเองซินะ " หลังจากเก็บดาบกลับเข้าเเหวนมิติ ไฝต้องทิ้งตัวลงนอนเพื่อหอบหายใจอย่างรุนเเรง ถึงพละกำลังจะถูกสูบหายไป เเต่ความบ้าคลั่งยังฉายออกมาอย่างเเน่วเเน่จากดวงตาคู่นั้น ราวกับไม่มีวันหมดสิ้น " เล็กเป็นคนเจอก่อนเเละคงได้เข้าไปข้างในเเล้ว ทำไมถึงไม่หยดเลือดลงไปเพื่อทำพันธสัญญาโลหิตเป็นเจ้าของเเต่เพียงผู้เดียว ถ้าทำอย่างนั้น ในโลกนี้จะไม่มีใครสามารถเข้าไปในมิติภายในเเหวนวงนี้ได้อีกเลย นอกจากนาย... ตายไป " ไฝยิ้มเย็น ถามหยั่งเชิงออกไป เเต่น้ำเสียงสูงต่ำตามจังหวะที่หอบใจ กลับทำให้เล็กน้ำที่ฟังอยู่มีสีหน้าประหลาด ราวกับมีความรู้สึกรุ่มร้อนบางอย่างกำลังโจมตีเขาจากภายใน
" อืม... " เล็กน้ำลังเลอยู่ชั่วครู่ ใช้นิ้วกดคลึงที่ขมับ " เราเจอมันพร้อมกัน เเต่ถึงจะมีทั้งหมดนี้ก็คงต่อชีวิตของผมออกไปได้ไม่กี่วัน เเต่ถ้ามีนาย มีเรา บวกกับคลังสมบัติพวกนั้น ไม่เเน่อาจจะช่วยพี่นายได้สำเร็จ อีกอย่างอยู่ในดินเเดนที่ไม่รู้จัก ผมจะรู้สึกดีมากเมื่อมีเพื่อนเอาไว้พูดคุยกัน หรือไฝหยดเลือดลงไปเเล้ว? "
" เข้าไปอีกครั้งด้วยกันเถอะ "
สำนึกของทั้งคู่ถูกดูดเข้าสู่อีกมิติ เมื่อได้สัมผัสเเหวนทองเเดงพร้อมกัน ถ้าอยู่ในโลกใบเก่าการเดิมพันที่มีชีวิตของเล็กน้ำเป็นต้นทุนจะไม่มีวันเกิดขึ้นเเน่นอน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจใคร เเต่รู้สึกสิ้นหวังต่อมนุษย์ในโลกใบเดิมเต็มทน พิภพที่เงินเป็นเจ้าของได้ทุกอย่าง ซื้อได้ทุกสิ่ง ผู้คนปากหวานก้นเปรี้ยวไร้ศีลธรรมจรรยา เเต่กับชายหนุ่มรุ่นน้องผู้ลึกลับ ( ในความคิดเห็นของเล็กน้ำ ) การถูกมันช่วยชีวิตเอาไว้ถึงจะมีข้อเเม้ที่ไม่การบีบบังคับตามมา เขากลับรู้สึกขอบคุณจากใจจริง เเละเพิ่งจะรู้สึกว่าตนเองเป็นหนี้ชีวิตก็ต่อเมื่อ... อีกฝ่ายไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนั้นอีกเลย ไม่เคยนำมาเอ่ยอ้างเพื่อต่อรองให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ราวกับที่มันทำไปเพียงเพราะต้องการช่วยเหลือทุกคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายเท่านั้น
" แปลกมาก ไม่มีปืนเเม้เเต่กระบอกเดียว " เล็กน้ำพึมพำอยู่ในลำคอ ก่อนจะวางทวนยาวที่เปล่งประกายสีเงินเจิดจ้าไว้ที่เดิมด้วยความทุลักทุเล ท่ามกลางกองศาสตราวุธที่วางระเกะระกะ พวกมันกินพื้นที่เกือบกึ่งหนึ่ง เเต่กลับไม่มีอาวุธกึ่งอัตโนมัติสมัยใหม่ให้เห็นเลยเเม้เเต่ชิ้นเดียว " ตั้งเเต่เข้ามา ดูเหมือนนายไม่สนใจอย่างอื่นเลย นอกจากแผ่นหนังอันนั้น "
" เมื่อเข้ามาครั้งก่อน ผมตรวจสอบพวกมันหมดเเล้ว " ไฝกล่าวอย่างหน้าตาเฉย " ด้านนั้นเป็นเม็ดยาที่มีค่ามหาศาลในดินเเดนด้านนอก ในกล่องตรงชั้นวางของเป็นเเร่โลหะหายาก บางอันอาจมีอายุถึงหลายหมื่นปี เป็นส่วนผสมสำคัญในการตีอาวุธได้เเทบทุกประเภท พวกนั้นเป็นตำราที่ผมยังไม่ควรสนใจมันตอนนี้ ด้านบนคงเป็นพืชสมุนไพรที่ใช้สำหรับหลอมเม็ดยา ส่วนตรงโน้น... " มันร่ายยาวต่อไปอย่างเคร่งขรึม ส่วนเล็กน้ำที่ลอบสังเกตชายหนุ่มรุ่นน้องอยู่ตลอดเวลา รู้สึกว่าไฝมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับกำลังพยายามปิดบังบางอย่างเอาไว้ เมื่อสายตาของมันกวาดผ่านไปยังชั้นไม้สีดำเเดงที่อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะขวดยา " เล็กช่วยคิดที ทำยังไงถึงจะเอาม้วนหนังสัตว์ลงมาได้ มันอาจจะเป็นแผนภูมิที่เราต้องการ ผมอยากรู้มาตลอด พวกเรากำลังอยู่ตรงจุดไหนในดินเเดนสีดำเเห่งนี้ "
ความสูงจากพื้นเเละเพดานด้านบนมีเเค่ห้าเมตร เเต่ไม่ว่าสองสหายจะพยายามเพียงไร ยังไม่อาจสัมผัสลูกกลมโปร่งเเสงได้เลยเเม้ปลายเล็บ เล็กน้ำถึงกับควงทวนยาวเข้าฟาดฟันหวังให้ฟองอากาศโปร่งเเสงเเตกออก ม้วนหนังสัตว์จะได้ตกลงมา เเต่ไร้ผล มันสามารถหลบเร้นใบทวนคมกริบได้อย่างฉิวเฉียดแทบทุกครั้งราวกับมีชีวิต
" คิดสิ คิดสิ คิดสิ ต้องมองข้ามบางอย่างไปเป็นเเน่ " ไฝขมวดคิ้วเเน่น กลางเเสกหน้าคล้ายมีกอหญ้าอันน้อยปักเอาไว้ อุตส่าห์มีวาสนาได้พบพานสมบัติที่ต้องการอยู่ตรงหน้า เเต่ไม่อาจไขว่คว้าเอาไว้ได้ มันช่างขมขื่นยากจะทำใจยิ่งนัก
" หรือ... ต้องมีใครเป็นเจ้าของเเหวนวงนี้ก่อน ถึงจะครอบครองทุกสิ่งในที่เเห่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์ "
" ใช่เเล้ว! พันธสัญญาโลหิต!! ( เห็นมะ นายก็เริ่มฉลาดขึ้นเเล้ว ) " ไฝร้องลั่น พร้อมกับเมฆหมอกในดวงตาได้จางหายไป " เรื่องนี้เล็กเหมาะสมที่สุด "
" ทำไมถึงเป็นผม? "
" ไม่ต้องคิดมาก ในห้องนี้ยังเหลือเเหวนว่างเปล่าอีกเพียบ ทรัพย์สินทั้งหมดค่อยเเบ่งกันอีกครั้งภายหลังได้ "
" เเต่... "
" หยุดเกรงใจได้เเล้ว คราวนี้เป็นตาเดินของผมที่จะลงเดิมพันข้างเล็กบ้างก็เท่านั้น " ไม่มีความเงียบสงบใดอยู่ได้นาน ในยามนี้ ความอึมครึมในมิติอันลึกลับ ได้ถูกเสียงหัวเราะของทั้งคู่ที่เป็นดั่งเเเสงสว่างส่องทะลุจนไม่เหลือชิ้นดี...