“ตกลง ฉันจะลองดู!”
จักรพรรดิขวานสงครามครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยก่อนจะกัดฟันกล่าวออกมา
ตามหลักแล้ว การที่จักรพรรดิอย่างเขาไปขอร้องคนอื่นเป็นเรื่องที่น่าอับอายไม่น้อยแต่ศิลาแห่งการรู้แจ้งไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการฝึกฝนของเขาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับหอทหารรับจ้างขวานสงครามด้วยมันจะส่งผลกับการบ่มเพาะของอัจฉริยะในขุมกำลังของเขา
ดังนั้นเขาจึงต้องวางศักดิ์ศรีของเขาลงก่อน!
สำนักงานใหญ่ของหอสวรรค์
เย่เทียนและจักรพรรดิจันทรากำลังพูดคุยกันอยู่
“เย่เทียน คุณคงจะได้พบกับตัวแทนระดับสูงจากขุมกำลังอื่นๆแล้ว บางทีกองกำลังเหล่านี้คงจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ถ้าจักรพรรดิขวานสงครามสงครามหรือจักรพรรดิฉินมาขอโควตาด้วยตนเองเช่นนั้นคุณจะทำอย่างไรต่อไป?”
จักรพรรดิจันทราถาม
“ก็แค่ปฏิเสธไป!”เย่เทียนพูดอย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อได้ยินดังนั้นจักรพรรดิจันทราก็ให้แนะนำ“ฉันคิดว่ามันจะดีกว่าถ้าคุณมอบโควตาสักเล็กน้อยให้กับพวกเขาหอสวรรค์ยังไม่เติบโตเท่าที่ควร ถ้าทำให้กองกำลังเหล่านี้ไม่พอใจขึ้นมาจริงๆ มันจะส่งผลกระทบกับหอสวรรค์เหล่าสาวกของกองกำลังเหล่านั้นอาจจะสร้างปัญหาให้กับศิษย์ของหอสวรรค์ก็ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นมันจะมีปัญหากับการเติบโตของศิษย์หอสวรรค์นอกจากนี้หอสวรรค์ยังต้องใช้ทุนจำนวนมากในการเติบโต และคุณเองก็จำเป็นต้องฝึกฝนต่อไปคุณคงไม่มีเวลามารวบรวมทรัพยากรให้กับพวกเขา เมื่อไม่มีทรัพยากรหอสวรรค์จะพัฒนาได้ช้าลงถ้าคุณใช้โควตาแลกกับทรัพยากร เช่นนี้ก็สามารถเร่งการพัฒนาของหอสวรรค์ได้ อีกทั้งกองกำลังอื่นๆก็จะไม่รุกรานหอสวรรค์”
“โควตาแลกกับทรัพยากร!”
สีหน้าของเย่เทียนเปลี่ยนไปเขาเริ่มคิดถึงเรื่องกำไรและขาดทุน
ในความเป็นจริงโควตาเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเพราะศิษย์ของหอสวรรค์ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ศิลาแห่งการรู้แจ้งได้อย่างแท้จริง แม้ว่าจะต้องนับรวมศิษย์ของนิกายเทพจันทราด้วยแต่โควตาก็ยังเหลือว่างอยู่มาก
สิ่งมหัศจรรย์ระดับ 5 ดาวอย่างศิลาแห่งการรู้แจ้งเป็นประโยชน์ต่อคนจำนวนมากแม้ว่าจะมีคนเข้ามาใช้งานมากยิ่งขึ้น แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม มันไม่ได้เสื่อมประสิทธิภาพลง
การมอบโควตาให้กับกองกำลังเหล่านั้นมันจะส่งผลกระทบต่อการปลูกฝังอัจฉริยะในกองกำลังของพวกเขา มันสามารถการันตีความสำเร็จในอนาคตของอัจฉริยะเหล่านี้ได้ด้วย
นอกจากนี้จักรพรรดิจันทรายังพูดถูกหอสวรรค์ต้องการทรัพยากรอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นสมบัติที่ช่วยเพิ่มพรสวรรค์ และสมบัติช่วยยกระดับพรสวรรค์สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่หอสวรรค์ยังคงขาดอยู่
หากไม่มีทรัพยากรเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะมีศิลาแห่งการรู้แจ้ง หอสวรรค์ก็ยังยากที่จะพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เย่เทียนก็ตัดสินใจ“เยว่เอ๋อร์ ที่คุณพูดก็มีเหตุผล เช่นนั้นก็ให้โควตาแก่ขุมกำลังเหล่านั้นซักเล็กน้อยแต่พวกเขาก็ต้องใช้ทรัพยากรมาแลกกับโควตาของเรา”
หลังจากนั้นไม่นาน ศิษย์หอสวรรค์ก็รีบเข้ามารายงาน
“ท่านประมุขจักรพรรดิขวานสงครามและจักรพรรดิฉินมาขอเข้าพบ!”
ศิษย์ผู้นี้กล่าวด้วยอาการสั่นเทา
เขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์เท่านั้นการที่เขาต้องต้อนรับแขกที่ทรงพลังเช่นนี้ หากจิตใจของเขาไม่เข้มแข็งพอ เกรงว่าแม้แต่การก้าวเดินเขายังจะทำไม่ได้
“เอาละ นายออกไปก่อนไม่จำเป็นต้องร้อนรนหรอก!”
เย่เทียนยิ้มก่อนจะพูด
เมื่อศิษย์ของหอสวรรค์ออกไปเย่เทียนและจักรพรรดิจันทราก็เดินจับมือกันไปที่ห้องโถงใหญ่ของหอสวรรค์
“จักรพรรดิเย่เทียน!จักรพรรดิจันทรา!”
จักรพรรดิขวานสงครามและจักรพรรดิฉินลุกขึ้นยืนและประสานมือของพวกเขาทักทาย
“จักรพรรดิทั้งสองเชิญนั่ง!”
เย่เทียนกล่าวอย่างสุภาพ
หลังจากทุกคนนั่งลงแล้วจักรพรรดิขวานสงครามสงครามก็เอ่ยขึ้นว่า“จักรพรรดิเย่เทียน คุณน่าจะรู้จุดประสงค์ของเราดี ฉันเองก็แบกหน้ามาขอร้องให้คุณ เกี่ยวกับศิลาแห่งการรู้แจ้ง...คุณสามารถแบ่งโควตาศิลาแห่งการรู้แจ้งให้แก่เราได้หรือไม่ฐานจงไห่ของพวกเราจำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้น ในอนาคตเราถึงจะสามารถปกป้องฐานของเราเอาไว้ได้ฉันว่าคุณน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ดี”
“ใช่แล้ว!”จักรพรรดิฉินก็พูดขึ้นต่อว่า “จักรพรรดิเย่เทียน มันเป็นประโยชน์ต่อฐานจงไห่ของพวกเราเพียงโควตาเล็กน้อยเท่านั้น คุณพอจะแบ่งพวกมันให้เราได้ไหม?”
เย่เทียนยิ้มและกล่าวว่า “ท่านทั้งสองถ้าผมต้องการขอแบ่งปันสมบัติทั้งหมดของนิกายฉินและหอทหารรับจ้างขวานสงครามเพื่อประโยชน์ต่อฐานจงไห่พวกคุณจะเห็นด้วยหรือไม่?”
จักรพรรดิฉิน “...”
จักรพรรดิขวานสงคราม “...”
ทั้งสองมองหน้ากันไปมา ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี
การแบ่งปันสมบัติของกองกำลังของพวกเขา? นี่ไม่ใช่ว่าเย่เทียนกำลังพูดถึงการแบ่งปันรากฐานทั้งหมดของกองกำลังของพวกเขาให้ผู้อื่นหรอกหรือ?ใครจะไปยอมกัน!
เมื่อเห็นว่าจักรพรรดิทั้งสองนิ่งเงียบไปเย่เทียนก็อดรู้สึกไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจ เขาจึงกล่าวต่อว่า “จักรพรรดิทั้งสอง จริงๆแล้วผมเองก็ต้องการสร้างประโยชน์ให้ฐานจงไห่เช่นกัน สำหรับเรื่องโควตา...”
จักรพรรดิทั้งสองไม่ได้โง่เมื่อเห็นการแสดงออกของเย่เทียน พวกเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเย่เทียนต้องการจะพูดอะไร
“จักรพรรดิเย่เทียนคุณต้องการสิ่งใดบอกเรามาได้เลย!” จักรพรรดิขวานสงครามได้เตรียมที่จะกระโดดลงไปในหลุมที่เย่เทียนวางไว้
“ใช้ทรัพยากรเพื่อแลกกับโควตาแล้วกันผมจะเสนอทรัพยากรบางส่วนก่อน พวกคุณลองไปคิดดู!”
ทันใดนั้นเย่เทียนก็กล่าวว่าเขาต้องการสมบัติที่สามารถเพิ่มพรสวรรค์หรือยกระดับพรสวรรค์หินปราณ สมบัติที่ช่วยเสริมสร้างเส้นชีพจร และสมบัติที่ช่วยเปิดจุดชีพจร
ตำราลับต่างๆ และอื่นๆ เย่เทียนเอ่ยกล่าวถึงสมบัติทั้งหมดออกไปทีละอย่าง
“จักรพรรดิทั้งสองสมบัติเหล่านี้สามารถแลกเปลี่ยนเป็นแต้มทรัพยากรได้ ตามมูลค่าของมัน ผมจะแลกเปลี่ยนเป็นเวลาและจำนวนโควตาตามคะแนนทรัพยากรแน่นอนว่ามันจำกัดจำนวนเช่นกัน แต่ละกองกำลังจะได้รับเพียง 20 โควตาต่อปี และสามารถใช้งานศิลาแห่งการรู้แจ้งได้เป็นเวลา 2 เดือน นอกจากนี้ผมจะบอกพวกคุณว่าผลลัพธ์ของศิลาแห่งการรู้แจ้งนี้เหนือกว่าศิลาเทพสงครามมาก”
เย่เทียนกล่าว
“ศิลาแห่งการรู้แจ้งนั้นดีกว่าศิลาเทพสงครามมากอย่างนั้นหรือ?นี่คุณพูดจริงหรือไม่?”
จักรพรรดิขวานสงครามถามด้วยความตื่นเต้น
“แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องจริง!”
เย่เทียนพยักหน้า
จากนั้นเย่เทียนก็บอกเวลาและอัตราส่วนในการแลกเปลี่ยนทรัพยากรให้ทั้งคู่ฟัง
จักรพรรดิขวานสงครามและจักรพรรดิฉินไม่ได้ให้คำตอบในทันทีแต่พวกเขากำลังพิจารณาถึงผลได้ผลเสียอยู่
เมื่อเทียบกับคะแนนจากหอคอยเทพสงครามคะแนนของเย่เทียนนั้นแน่นอนว่าถูกกว่าหลายเท่า แต่มันก็จำกัดเวลาและจำนวนโควตา
หลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่
จักรพรรดิขวานสงครามก็กล่าว“เย่เทียน ฉันเห็นด้วยกับข้อตกลงของคุณ!”
จักรพรรดิฉินพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้“ฉันก็เห็นด้วยเช่นกัน!”
เย่เทียนยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นว่าเขาบรรลุตามเป้าหมาย
ดังนั้นตอนนี้การพัฒนาของหอสวรรค์จึงไม่ต้องกังวลอีกต่อไป!
ไม่กี่วันถัดมา ผู้อาวุโสของขุมกำลังอื่นๆก็ทยอยกันมาพบเย่เทียน ซึ่งเย่เทียนก็ให้โควตาพวกเขาจำนวนเล็กน้อยเพื่อแลกกับทรัพยากรจำนวนมาก
ด้วยทรัพยากรมากมายเช่นนี้หอสวรรค์จึงเริ่มรับสมัครศิษย์จำนวนมากที่มีอายุระหว่าง 15 ถึง 16 ปีได้
ในช่วงเวลานั้นเหล่าอัจฉริยะจำนวนมากได้เข้าร่วมกับหอสวรรค์และเย่เทียนก็ได้มอบหมายหน้าที่จัดการเรื่องราวทั้งหมดให้กับเย่หยู ส่วนตัวเขาเองนั้นก็เก็บตัวฝึกฝนอีกครั้ง
พริบตาเดียวครึ่งปีก็ผ่านไป!
หอสวรรค์ได้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดตอนนี้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์คนแรกได้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งก็คือเย่หยู
เย่หยูไม่เพียงแต่ก้าวไปสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแต่เธอยังกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับมหาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย
เย่เทียนมีความก้าวหน้ามากที่สุดเขาประสบความสำเร็จในการทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 5 แล้ว ตอนนี้ขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่6 กำลังจะถูกทำลายลง
ในแง่ของความแข็งแกร่ง เขามีความสามารถเพียงพอที่จะผ่านชั้นที่21 ของหอคอยเทพสงครามได้แล้ว!
แต่สำหรับเขาในตอนนี้ เขาไม่จำเป็นต้องท้าทายหอคอยเทพสงครามอีกต่อไป
หอคอยเทพสงครามเป็นเพียงสมบัติที่ไม่สมบูรณ์เท่านั้นคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหอคอยเทพสงครามคือศิลาเทพสงคราม หรือสิทธิ์ในการใช้งานหอคอยเทพสงครามเพื่อโจมตีและป้องกันแต่ในตอนนี้สิทธิพิเศษทั้งหมดไม่มีประโยชน์กับเขาอีกต่อไป พลังของเขาแข็งแกร่งกว่าการโจมตีและการป้องกันของหอคอยเทพสงครามแล้วดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องเข้าไปท้าทายหอคอยเทพสงครามอีกต่อไป
แน่นอน
สำหรับเย่เทียนแล้ว สิ่งที่มีความสุขที่สุดก็คือเขาและจักรพรรดิจันทราได้แต่งงานกันอย่างเป็นทางการแล้ว
จักรพรรดิจันทราได้กลายเป็นภรรยาของเขาและทั้งสองก็ได้จัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ซึ่งสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งฐานจงไห่
เนื่องจากการแต่งงานระหว่างเขากับจักรพรรดิจันทราทำให้หอสวรรค์และนิกายเทพจันทราเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกันศิษย์ของหอสวรรค์จำนวนไม่น้อยถึงกับตกหลุมรักกับศิษย์ของนิกายเทพจันทรา
ในวันนี้
เย่เทียนก็ได้พาจักรพรรดิจันทราไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์หลังแต่งงานปลายทางที่พวกเขาเลือกคือริมทะเล
ตั้งแต่เย่เทียนข้ามมิติมาเป็นเวลานานแม้ว่าในชีวิตที่แล้วเขาจะเคยไปเที่ยวทะเลมาบ้าง แต่จักรพรรดิจันทราไม่เคยไปทะเลมาก่อน
ทะเลของยุคนี้มีลักษณะอย่างไรนี่เป็นเรื่องที่เขาสนใจเป็นอย่างมาก!