ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 180 ทีเผลอ

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 180  ทีเผลอ



        สายตาของร่างสูงที่จ้องมองมาทำให้จินรับรู้ได้ถึงความเคารพอย่างเต็มเปี่ยม ดูเหมือนว่ายันต์ปลุกศพจะใช้ได้ผล?


        จินนึกย้อนไปถึงฉากที่เศษเสี้ยวดวงวิญญาณสีน้ำเงินหม่นของร่างตรงหน้าถูกอักขระสีดำกำจัดเจตจำนงที่เหลืออยู่ทิ้งไป มันไม่ใช่แค่ทำลายเจตจำนงเท่านั้น แต่ยังช่วยชำระดวงแสงที่หมองหม่นให้บริสุทธิ์ขึ้นด้วย


        โชคดีที่สิ่งของจากระบบยังเชื่อถือได้เสมอ ไม่ว่ามันจะกลายเป็นดวงวิญญาณที่โสมมเพราะพิธีกรรมอันโหดเหี้ยมหรือเพราะตัวของมันเองก็ไม่สำคัญ ยันต์ปลุกศพแผ่นนี้ทรงพลังมากเพียงพอที่จะชำระล้างดวงวิญญาณอันโสมมจนสะอาด ไม่เช่นนั้นจินเองก็ไม่รู้จะแก้ปัญหาเรื่องเศษเสี้ยววิญญาณที่ติดค้างอยู่ในร่างนั่นอย่างไร


        ด้วยเจตจำนงที่แข็งแกร่งซึ่งแฝงอยู่ภายในดวงวิญญาณ จินเองก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าตนเองจะสามารถทำลายมันได้หรือไม่ หรือต่อให้ทำได้ ก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลายาวนานเท่าไหร่


        อาจจะเป็นเดือน เป็นปี หรือหลายปี นั่นไม่ใช่เรื่องดีสำหรับจินแม้แต่น้อยที่เหมือนต้องมีระเบิดเวลาอยู่ใกล้ตัวโดยที่ไม่สามารถตัดวงจรของมันได้


        จินเข้าใจสิ่งที่ร่างสูงสื่อออกมาผ่านดวงตาและล่วงรู้สิ่งที่มันกำลังจะทำต่อไปได้ทันที ก็เหมือนกับซากศพของผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลหวงหลง หลังจากใช้ยันต์ปลุกศพ ศพที่ฟื้นตื่นขึ้นมาจะถูกสร้างพันธสัญญาบางอย่างกับผู้ใช้ กลายเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์อย่างแท้จริง


        ซึ่งการแสดงออกเพื่อให้เห็นถึงความเคารพต่อหน้าเจ้านายก็นับเป็นสิ่งที่เหล่าผู้รับใช้ต้องการจะกระทำโดยอัตโนมัติ อย่างตอนของซากศพชุดทอง มันถึงกับลงไปคุกเข่าคารวะเลยทีเดียว และจินก็รู้สึกได้ผ่านพันธสัญญาว่าร่างสูงสองเมตรกำลังจะทำความเคารพตนเองเช่นกัน


        สายตาของจินกวาดมองไปรอบด้านด้วยความรวดเร็ว ตอนนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาเหมาะสมที่จะแสดงความเคารพอะไรทั้งนั้น ศัตรูสามตนแทบจะหายใจรดต้นคออยู่แล้ว หากยังมัวพิรี้พิไร จะเป็นตัวเขาเองที่เสียเปรียบ


        เขาเห็นแล้วว่าพวกมันตกใจกับการฟื้นคืนชีพของชายร่างสูงตรงหน้าอย่างยิ่ง ตื่นตกใจจนแทบไม่เหลือสติไตร่ตรองทุกสิ่งให้ถี่ถ้วน พากันนั่งลงคุกเข่า ไม่สนใจว่าสถานการณ์ตอนนี้จะเป็นเช่นไร


        จินรู้สึกว่าคนพวกนี้เหมือนเป็นสมาชิกของลัทธิประหลาดอะไรบางอย่างที่เคารพเทิดทูนร่างสูงตรงหน้าอย่างหน้ามืดตามัว เพียงแค่เห็นร่างสูงฟื้นตื่นขึ้นมาได้ก็แสดงสีหน้าปลื้มปริ่มราวกับเห็นปาฏิหาริย์ วิญญาณชายหนุ่มไม่แน่ใจเช่นกันว่าความเป็นมาของคนพวกนี้เป็นอย่างไร แล้วทำไมถึงต้องให้ความเคารพร่างสูงมากขนาดนั้น


        ร่างสูงเป็นเจ้านายเก่าของพวกมันหรือ? หรือเป็นตัวตนที่คล้ายกับสมมติเทพอะไรบางอย่าง? จินไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่สิ่งที่รู้คือร่างสูงสองเมตรจะต้องเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งอย่างมากมาก่อน ไม่เช่นนั้นคงจะไม่เหลือเศษเสี้ยววิญญาณอยู่ในร่างแม้จะตายไปแล้วเช่นนี้


        ขนาดในปัจจุบันซึ่งอยู่ในช่วงตกต่ำที่สุด จินยังสัมผัสพลังอันแข็งแกร่งของมันได้ผ่านการเชื่อมโยงทางพันธสัญญา พลังของมันอยู่ในระดับเดียวกับอีโวลระดับที่สามขั้นสูงสุด เผลอๆ จะแข็งแกร่งกว่าอีโวลระดับที่สามขั้นสูงสุดทั่วๆ ไปเสียด้วย


        ถึงแม้จะน่าผิดหวังเล็กน้อยสำหรับตัวตนที่อาจจะแข็งแกร่งอย่างมากในอดีต แต่นี่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้วจริงๆ ที่จินพอจะฉกฉวยมันมาเป็นของตน ด้วยไม่อาจรอคอยเวลาที่สุกงอมจนถึงขีดสุดได้ และไม่ต้องการจะเห็นผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตด้วยวิธีการอันโหดร้ายแบบนั้นอีกต่อไป


        สำหรับตัวตนที่มีพลังเทียบเท่าอีโวลระดับที่สามขั้นสูงสุด จินก็คิดว่ามันเกินความคาดหมายของเขาไปมากแล้ว เพียงพอที่จะปกป้องคนภายในตระกูลพีไรซ์ได้ไม่ยาก มีเพียงขุมอำนาจไม่มากนักที่พอจะสร้างปัญหาให้กับชายที่มีส่วนสูงถึงสองเมตรผู้นี้ได้


        ต้องรู้ก่อนว่าบนโลกมนุษย์ในยุคนี้ อีโวลระดับสามอย่างเยว่ซิน เจ้าสำนักจันทรานิรันดร์ นับเป็นตัวตนที่ทรงพลังในระดับแนวหน้า แม้จะมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่านี้อยู่ก็จริง แต่ก็มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย จินเชื่อว่าคนที่แข็งแกร่งกว่าเยว่ซินภายในสหพันธรัฐเขต B น่าจะมีไม่เกินสามคนเท่านั้น


        นั่นเป็นเหตุให้ผู้คนมากมายรวมถึงขุมอำนาจใหญ่ๆ ภายในมหานครก็ยังต้องให้ความเกรงใจเจ้าสำนักจันทรานิรันดร์ผู้นี้อยู่หลายส่วน


        จินจ้องมองร่างสูงนิ่งๆ ก่อนจะสั่งผ่านความคิดให้มันหยุดทำอะไรก็แล้วแต่ที่มันคิดจะทำ แล้วมอบคำสั่งใหม่ให้เปิดฉากโจมตีคนชุดเทาทั้งสามที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าแท่นหินนี่เสีย!


        'จัดการพวกมันซะ เดี๋ยวนี้!' จินตะโกนก้องผ่านความคิด ออกคำสั่งแรกในฐานะนายเหนือหัวของศพร่างสูง


        จินไม่ทราบว่าคนชุดเทาทั้งสามอยู่ในระดับไหนกันแน่ แต่พวกมันไม่น่าจะแข็งแกร่งเท่ากับคนในชุดป่านสีขาวที่จินเจอระหว่างทางก่อนมาที่นี่ สังเกตได้จากที่พวกมันไม่อาจรับรู้ถึงมิติประดิษฐ์ของจินที่แอบซ่อนอยู่ในมิติความว่างเปล่าแม้แต่น้อย


        และตอนนี้คนชุดเทาทั้งสามล้วนอยู่ในสภาวะที่ไม่ทันระวังตัว หากโจมตีอย่างกะทันหัน ฝ่ายจินจะได้เปรียบคู่ต่อสู้อย่างมาก


        ไม่ว่าพวกมันจะแข็งแกร่งเท่าไหร่ แต่จินมั่นใจว่าความแข็งแกร่งของร่างสูงเพียงพอจะสร้างอาการบาดเจ็บให้ทั้งสามคนได้อย่างแน่นอนเมื่อโจมตีทีเผลอ


        สิ้นคำสั่ง ร่างสูงที่ยืนอยู่บนแท่นหินก็เปลี่ยนเป้าหมายทันที สายตาของมันกวาดไปหยุดอยู่ที่ร่างทั้งสามที่กำลังนั่งคุกเข่าหันหน้ามาทางตนเองอยู่


        ใบหน้าของร่างสูงนิ่งเฉย สายตาดูว่างเปล่า แต่พลังงานในร่างพลันปะทุขึ้นมา


        พรึ่บ


        กะพริบตาเพียงครั้งเดียวร่างสูงก็เปลี่ยนตำแหน่งไปอยู่ด้านหน้าคนชุดเทาทั้งสามเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าของมันสงบนิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ แต่มือทั้งสองข้างเหวี่ยงเข้าหาร่างในชุดเทาทั้งสองคนที่คุกเข่าอยู่ด้านหน้าทันที


        ปัง!


        หมัดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังฟาดเข้าใส่ร่างทั้งสองที่นั่งอยู่ด้านหน้า


        ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนทั้งสองร่างยังไม่ทันได้ตั้งตัว ส่วนชายชุดเทาที่อยู่ด้านหลังโชคดีที่มันตามมาเป็นคนสุดท้าย จึงคุกเข่าอยู่ในตำแหน่งด้านหลัง รอดพ้นจากการโจมตีทีเผลอนี้ไปได้


        “อั่ก!” ร่างในชุดเทาทั้งสองถูกเหวี่ยงกระเด็นลอยออกไปด้านหลัง พวกมันกระอักเลือดออกมาจนเลอะชุดสีเทาของพวกมันเองเป็นด่างดวง ดูเหมือนว่าอาการบาดเจ็บที่พวกมันได้รับจะไม่น้อยเลย


        นี่ไม่ใช่เพียงเพราะการโจมตีที่รวดเร็วจนตั้งรับไม่ทันเท่านั้น แต่เป็นเพราะคนเหล่านี้เชื่อมั่นในร่างสูงอย่างมาก มากถึงขั้นเทิดทูนก็ว่าได้ ใครจะคิดเล่าว่าคนที่ควรจะอยู่ฝั่งเดียวกับตนเองกลับโจมตีเข้าใส่พวกมันทันทีที่ตื่นขึ้นมา


        อีกอย่าง คงเพราะร่างศพได้รับคำสั่งมาจากจินอีกทีหนึ่ง ร่างสูงราวกับเป็นเครื่องจักรไร้จิตใจ มันไม่ได้โจมตีคนทั้งสามด้วยความตั้งใจของตนเอง มันทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายเพียงเท่านั้น นั่นเป็นเหตุให้ยามที่พุ่งตัวออกไป มันจึงไม่ได้ปล่อยจิตสังหารออกไปแม้แต่น้อย ไม่แปลกที่คนชุดเทาทั้งสามจะคาดไม่ถึงว่าตนเองจะถูกโจมตีกะทันหันเช่นนี้


        “อาปัส การาาา!” หนึ่งคนชุดเทาที่ถูกโจมตีตะโกนออกมาด้วยภาษาที่จินไม่เข้าใจ ชายชุดเทาคนที่รอดพ้นการโจมตีมาได้ก็ดีดตัวถอยหลังไปตั้งหลัก


        พวกมันทั้งสามดูตกใจและตื่นตระหนก แต่ร่างสูงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง มันไม่ได้ให้โอกาสอีกฝ่ายพล่ามอะไรอีกต่อไป พุ่งตัวติดตามร่างทั้งสามไปทันที


        ปัง ปัง ปัง!


        เสียงหมัดกระทบกับเนื้อเน้นๆ คนชุดเทาทั้งสามพากันปลดปล่อยพลัง ตั้งรับกันอุตลุด แม้พวกมันจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในการต่อสู้จริงไม่มีพื้นที่ให้ลังเลสงสัย หากมัวแต่คิดอย่างอื่นวุ่นวายนอกเหนือจากการต่อสู้ ก็มีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่


        ไม่นานทั้งสามคนก็ดูเหมือนจะตั้งตัวได้ และร่วมมือกันต่อสู้กับศพร่างสูงโดยไม่เพลี่ยงพล้ำ


        แม้สองในสามจะได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถต่อสู้ได้เต็มประสิทธิภาพ แต่กลุ่มคนชุดเทาก็ยังสามารถต้านรับการจู่โจมของร่างสูงโดยมีชายชุดเทาที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเป็นแกนหลัก ส่วนอีกสองคนร่วมกันโจมตีประสาน มองดูไปก็ไม่เห็นว่าพวกมันจะเสียเปรียบอะไร


        จินขมวดคิ้วจ้องมองการต่อสู้ตรงหน้า ดูเหมือนว่าสมาชิกระดับสูงของลัทธิประหลาดจะแข็งแกร่งไม่ใช่น้อยๆ เลย คนที่อ่อนแอที่สุดอย่างน้อยก็เทียบเท่าได้กับอีโวลระดับสามทั่วๆ ไป หากคนเหล่านี้ไปอยู่บนโลกมนุษย์ ก็สามารถกลายเป็นหนึ่งในมหาอำนาจได้เลย


        พวกมันทั้งสามสามารถยันศพร่างสูงได้โดยไม่ตกเป็นรอง แต่พวกมันก็ไม่สามารถทำอะไรศพร่างสูงได้เช่นเดียวกัน


        ร่างวิญญาณจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ ผลักร่างของตนเองกลับเข้าไปในมิติประดิษฐ์ ดูเหมือนว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะดำเนินต่อไปอีกนาน ไม่มีทางที่จะรู้ผลแพ้ชนะในเร็วๆ นี้


        ร่างวิญญาณของจินกลับเข้ามาในพื้นที่มิติของตนเองได้สำเร็จ เขาล้มตัวลงนอนกับพื้นทันทีด้วยความเหนื่อยอ่อน จะเห็นได้ว่าร่างวิญญาณจางลงไปมาก การฝืนกฎเกณฑ์ของโลกวิญญาณในครั้งนี้ทำให้จินเสียพลังงานไปไม่น้อยทีเดียว และคงจะต้องพักฟื้นไปอีกเป็นเดือนกว่าจะฟื้นฟูพลังให้กลับมาเหมือนเดิมได้


        ทว่า เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาได้มา อย่างไรมันก็คุ้มค่า ตัวตนที่แข็งแกร่งเทียบเท่าอีโวลระดับสามขั้นสูงสุดไม่ใช่สิ่งที่พบเจอบนโลกมนุษย์ได้ง่ายๆ การที่เขามีขุมพลังระดับนี้อยู่ในการบังคับบัญชาโดยแลกไปกับเวลาเพียงเดือนเดียวไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย


        ร่างวิญญาณนอนพักอยู่ที่พื้นนิ่งๆ ก่อนจะส่งกระแสจิตเรียกโกเลมหินให้กลับเข้ามา


        เนื่องจากโกเลมหินมีพลังเพียงอเวกระดับที่เก้า เมื่ออยู่ต่อหน้าการต่อสู้ของระดับอีโวลที่แข็งแกร่ง มันแทบจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตไร้ค่าไปในบัดดล การมีมันอยู่ในสนามต่อสู้ของตัวตนระดับนั้นไม่ได้ช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย รังแต่จะไปเกะกะเสียเปล่าๆ


        เมื่อได้รับคำสั่ง โกเลมหินก็กลับเข้ามาด้านในมิติประดิษฐ์ทันที ทิ้งให้ข้ารับใช้คนใหม่ของจินต่อกรกับคนชุดเทาทั้งสามต่อไป


        หลังจากพักได้ชั่วครู่จินก็กลับไปที่ห้องควบคุม เพื่อดูสถานการณ์การต่อสู้ที่ยังคงดำเนินต่อไป ร่างกายของข้ารับใช้คนใหม่นั้นแข็งแกร่งมาก มันเกินมาตรฐานของอีโวลระดับที่สามขั้นสูงสุดไปพอสมควร การโจมตีของคนชุดเทาทั้งสามจึงทำอะไรร่างกายที่มีการป้องกันอันแข็งแกร่งนี้ไม่ได้


        หากไม่ใช่เพราะการเร่งปลุกศพร่างสูงให้ฟื้นขึ้นมาในสภาวะที่ตกต่ำ พลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างของข้ารับใช้คนใหม่คงจะมากกว่านี้ และการจัดการคู่ต่อสู้ทั้งสามคนก็คงไม่ใช่ปัญหา


        แต่ยามนี้ ด้วยพลังที่ไม่ได้ทิ้งห่างกันมากนัก การโจมตีของร่างสูงจึงไม่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงให้อีกฝ่ายได้เช่นเดียวกัน สถานการณ์ตอนนี้จึงชะงักงันไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำเสียที


        จินจ้องมองการต่อสู้ของร่างสูงและคนร่างเตี้ยทั้งสามอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจจะส่งคำสั่งออกไปอีกครั้ง

คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน