การกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2)

    บทที่ 52 ประตูเพลิงอัคคีสุริยัน

    บทที่ 52 ประตูเพลิงอัคคีสุริยัน

     

     

                ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้ก้าวเดินตรงไปหาจักรพรรดิแห่งต้องห้ามเนื่องจากกลุ่มของ ชิว ซานฟู่ ได้ยืนอยู่ข้างหลังของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามนั่นเอง

     

                เมื่อ ชิว เหวินเจี้ยนเดินมาถึงที่พวกเขายืนอยู่ ก็ได้มีเสียงของ ชิว หลิงซี ดังขึ้นมา “ท่านนี่ตายยากเสียจริงๆ พวกเรากำลังพูดคุยเรื่องของท่านกันอยู่พอดีเลย”

     

                ชิว เหวินเจี้ยน ได้มองกลับไปทาง ชิวหลิงซี และ กล่าวตอบกลับไปว่า “ฮ่า ฮ่าฮ่า...อย่างข้านะหรือจะตายได้ ในตลอดช่วงชีวิตนี้ ข้าเกรงว่าจะไม่มีผู้ใดสามารถทำเช่นนั้นได้นั่นหนะสิฮ่า ฮ่า ฮ่า”

     

                ชิว หลิงซี ได้ทำหน้าหมั่นไส้ใส่ ชิวเหวินเจี้ยน และนางก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก เนื่องจากทนความกวนโอ๊ยของ ชิวเหวินเจี้ยน ไม่ไหว

     

                ชิว ซานฟู่ ที่เห็นชิว เหวินเจี้ยนเขาก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “เจี้ยนเอ๋อ เจ้าคงจะออกไปทำอะไรที่สำคัญมาสินะพ่อว่าแล้วว่าเจ้าจะต้องปลอดภัยกลับมาอย่างแน่นอน ฮ่า ฮ่า ฮ่า...มา มาเรากลับไปยังที่ปราสาทกันเถอะ”

     

                “ขอรับเสด็จพ่อ...”เป็นเสียงของ ชิว เหวินเจี้ยน ที่ได้ตอบกลับไป

     

                คนทั้งกลุ่มของ ชิว ซานฟู่ก็ได้กลับเข้าไปข้างในปราสาท เพื่อพูดคุยเรื่องของประตูเมืองที่ ชิว เหวินเจี้ยนเป็นคนสร้างมันขึ้นมา

     

                หลิว เฟ่ยหงส์ ที่เกิดความสงสัยในรูปลักษณ์ของประตูเมืองบานใหม่ที่ชิว เหวินเจี้ยนสร้างขึ้นมา เขาจึงได้กล่าวออกมาว่า “ท่านอาจารย์ ข้ารู้สึกสงสัยจริงๆเลยว่า ท่านสามารถสร้างประตูเมืองบานนั้นขึ้นมาได้อย่างไรมันทั้งทรงพลังและแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ขนาดท่าน ชิว ซานฟู่ได้ใช้พลังของท่านจนหมด ยังไม่สามารถที่จะทำลายประตูบานนั้นได้เลย ข้าถึงอยากจะรู้จริงๆว่าท่านสร้างมันขึ้นมาด้วยวิธีใดกัน”

     

                ชิว เหวินเจี้ยนเมื่อได้ยินลูกศิษย์กล่าวเช่นนั้น เขาก็ตอบกลับออกไปโดยไม่มีปิดบังแม้แต่นิดเดียว “ข้าก็แค่สร้างมันขึ้นมาจากเศษเหล็กธรรมดาๆที่หาได้จากในเมืองแห่งนี้เนี่ยแหละส่วนที่มันแข็งแกร่งกว่าปกตินั่นก็เป็นเพราะว่า ดวงอาทิตย์ส่วนหนึ่งด้วยนั่นเองถ้าหากว่ามันโดนแสงแดดจากดวงอาทิตย์ จะทำให้เกิดเกราะป้องกันขึ้นมาชนิดหนึ่ง ซึ่งแม้แต่พวกเผ่าพันธุ์ชั้นสูงอย่างเช่นเผ่ามารก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรกับมันได้แม้เพียงนิด ส่วนชื่อของประตูบานนี้มันก็คือ ประตูเพลิงอัคคีสุริยัน!”

     

                หลิว เฟ่ยหงส์ ก็ได้ตกตะลึงถึงที่สุด “ประตูเพลิงอัคคีสุริยัน! สมแล้ว สมแล้ว...แค่ชื่อของมันก็ได้บอกเอาไว้อยู่แล้วสินะขอรับท่านอาจารย์ว่าเป็นแสงของดวงอาทิตย์ ข้าถึงว่าทำไมมันถึงได้ร้อนแรงขนาดที่ เมื่ออยู่ห่างๆก็สามารถรู้สึกถึงการแผดเผาของมันได้”

     

                แต่ทว่า ผู้ที่ตกตะลึงมากที่สุดก็คงจะเป็น จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม นั่นเอง เขาได้หันหน้าไปทาง หลิว เฟ่ยหงส์และ ชิว เหวินเจี้ยน สลับกลับไปมาอย่าง งงๆ ‘นี่เขาว่ายังไงนะประตูบานนี้สร้างขึ้นมาจากเศษเหล็กธรรมดาๆที่หาได้จากภายในเมืองของข้าอย่างนั้นหรือนี่จะเป็นไปได้อย่างไรกันที่มันจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้แต่นั่นก็ยังไม่น่าตกใจเท่ากับ ผู้ที่มีพลังอยู่ขั้นสูงสุดของเขตแดนเมฆาอย่าง หลิวเฟ่ยหงส์ จะไปเป็นลูกศิษย์ของ ชิว เหวินเจี้ยน ได้ นี่เขาสอนลูกศิษย์อย่างไรกันถึงได้มีความแข็งแกร่งจนสามารถเทียบเทียมกับข้าได้...แต่ไม่สิ หรือบางทีอาจจะแค่ลูกศิษย์ในการสร้างสิ่งของหรือเปล่าเพราะดูจากพลังยุทธ์ของเขาแล้ว ไม่น่าจะแข็งแกร่งจริงๆนั่นแหละ...’ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้คิดต่อไปต่างๆนาๆเกี่ยวกับความลับของ ชิว เหวินเจี้ยนแต่เขาก็ยังไม่ได้คำตอบอยู่ดี

     

                แต่ทว่า ชิว หลิงซีได้กล่าวขัดจังหวะการโม้ของ ชิว เหวินเจี้ยน ซะก่อน “ประตูบานนี้หนะหรือ ข้าว่ามันก็งั้นๆนั่นแหละถ้าเกิดให้ข้าได้ลองทำลายมันดูหละก็ ประตูมันอาจที่จะสลายหายไปเลยก็เป็นได้... ฮึฮึ ฮึ” ชิว หลิงซี เริ่ม โมโห ชิว เหวินเจี้ยน ขึ้นมาไม่รู้เพราะเหตุผลอะไรที่ทำให้นางเกิดอารมณ์แบบนี้ขึ้น

     

                “เกรงว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่แม่สาวน้อยกล่าวแล้วเพราะประตูเมืองที่ข้าเป็นคนสร้างขึ้นมา มันยังสามารถป้องกันการโจมตีได้แม้กระทั่งของเผ่ามารเมื่อยังอยู่ในตอนที่พระอาทิตย์สาดส่องลงมา...ฮึฮึ ฮึ” ชิว เหวินเจี้ยน และ ชิว หลิงซีได้จ้องหน้าเขม่นใส่กันพักใหญ่ๆ

     

                ชิว ซานฟู่ ที่เป็นถึงเสด็จพ่อของ ชิวเหวินเจี้ยน และยังเป็นท่านอาจารย์ ของ ชิว หลิงซี เขาจึงกล่าวออกมาเพื่อแยกทั้ง2ฝ่ายไม่ให้ทะเลาะกันด้วยเสียงอันดังลั่นว่า “พวกเจ้าทั้ง2คนไม่เห็นหรือว่า พวกเราอยู่ต่อหน้าจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามยังจะมาทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระกันอีกหรือ!!!”

     

                ชิว หลิงซี และ ชิว เหวินเจี้ยน ได้มองไปยังจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามกันอย่างพร้อมเพรียง จึงทำให้จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามถึงกับเสียวสันหลังแว๊บขึ้นมาในทันที เพราะ แค่ ชิวหลิงซี ก็แข็งแกร่งกว่าเขาไปแล้ว ไหนจะ ชิว เหวินเจี้ยนที่เขายังไม่รู้ความลับอะไรเลยอีก จึงทำให้จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามหวาดกลัวนิดๆในตอนนี้

     

                และในเวลาไม่นาน ก็ได้มีเสียงของ ชิวเหวินเจี้ยน และ ชิว หลิงซี กล่าวขึ้นมาพร้อมกัน “ข้าจะต้องขอโทษด้วย ขอรับ/เพคะ...”

     

                “ข้าพูดก่อนท่านอีก”

     

                “ผิดแล้วแม่สาวน้อยข้าต่างหากที่เป็นคนพูดออกมาก่อน....”

     

                .

                .

                .

               

                และทั้ง2ก็ยังคงทะเลาะกันต่อไปอย่างไม่จบไม่สิ้น

     

              ===================================

             จบแล้วครับ (หลอกเล่นนะครับ^^ แฮร่ ตอนนี้ทำขึ้นมาเพื่อที่จะได้ไม่ค้างคากัน)