เสน่หาชั่วกัลป์

    บทที่ 104 ใต้เท้าชวีคือคนต่ำทรามตัวจริง


            ซูเหลาเหย่ไม่สามารถสงบสติอารมณ์ ทว่ากลับต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้ใจเย็นลง เขากัดฟันกล่าว “เชิญใต้เท้าชวีลงมาพูดคุยกันข้างล่าง!” 

            ชวีหนานอีกล่าวยิ้ม ๆ “รบกวนซูเหล่าเหย่นำบันไดมาให้ข้าด้วย”

            ซูเหลาเหย่แทบจะล้มลงด้วยความโมโห เจ้าขึ้นไปได้อย่างไร? เจ้าบอกมาซิว่าขึ้นไปได้อย่างไร? พอจะลงก็มาขอบันได หน้าด้านจริง ๆ!

            เมื่อเหล่าหยาอีทั้งหลายเห็นซูเหลาเหย่ตัวสั่นด้วยความโกรธ และไม่สามารถคาดหวังให้อีกฝ่ายช่วยเจ้านายของตนเอง พวกเขาจึงวิ่งไปหาบันได พาดมันกับต้นไม้ ก่อนจะทักทายชวีหนานอีที่ปีนลงมา  

            ชวีหนานอีคว้าบันได ค่อย ๆ ปีนลงมา เมื่อถึงพื้นเขากุมมือคำนับซูเหลาเหย่ “ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ข้าไม่รบกวน” 

            ซูเหลาเหย่กลับพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา “ใต้เท้าชวี ท่านจะจากไปเช่นนี้หรือ? มีหญิงสาวหลายคนอาศัยที่จวนหลังตระกูลซู ท่านพาชายหนุ่มเหล่านี้มาที่นี่กลางดึก ต้องการทำให้ผู้อื่นเปื้อนมลทินหรือ คืนนี้หากท่านไม่มีคำอธิบายดี ๆ ล่ะก็...หึ ๆ!”  

            ชวีหนานอีหรี่ตาเรียวยาวของเขา และขยับเข้าไปใกล้ซูเหลาเหย่ พลางกล่าวเสียงต่ำ “ซูเหลาเหย่ช่างมีคุณธรรม เท่าที่รู้ ลูกน้องของข้าทุกคนล้วนเป็นคนดี หากซูเหลาเหย่มีหญิงสาวที่ยังไม่แต่งงาน ข้าก็ยินดีเป็นพ่อสื่อสานสัมพันธ์สองตระกูล ไม่ทราบว่า ซูเหลาเหย่พอใจคำกล่าวนี้หรือไม่?”   

            ซูเหลาเหย่โมโหจบแทบเป็นลมหมดสติ! ใบหน้าชราเดี๋ยวขึ้นสีแดง เดี๋ยวขึ้นสีเขียว บางครั้งกลายเป็นสีม่วง  

            ทันใดนั้น มีเสียงทารกน้อยดังขึ้นจากแห่งหนใดไม่ทราบ!

            เสียงนั้นเดี๋ยวดังเดี๋ยวเงียบ ได้ยินไม่ชัดเจน ทว่ามันดังมาจากสักแห่งในบ้าน

            แววตาของชวีหนานอีสั่นไหว เขาโบกมือส่งสัญญาณให้เหล่าหยาอีเข้าไปตรวจสอบ

            ซูเหลาเหย่ตะโกนลนลาน “ใต้เท้าชวี! มาซุ่มจับซานเซียวที่บ้านตระกูลซูก็ไม่เหมาะสมพอแล้ว ตอนนี้ยังจะค้นบ้านข้ารบกวนหญิงสาวจวนหลังอีก รังแกข้าถึงเพียงนี้ บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแปหรืออย่างไร?!”  

            ชวีหนานไม่โกรธ เขาเพียงแสยะยิ้มกล่าว “ซูเหยาเหย่ ท่านดูแปลก ๆ นะ”

            ซูเหลาเหย่จ้องเขาด้วยความโกรธ “ท่าน...ท่านหมายความว่าอย่างไร?!”

            ชวีหนานอีฟังทิศทางเสียงร้องของทารก พลางกล่าวกับซูเหลาเหย่ “เพื่อปกป้องบุตรสาวของท่าน ข้าต้องอดหลับอดนอน ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ให้ยุงกัด ข้าลำบากถึงเพียงนี้ ท่านไม่เพียงไม่ซึ้งใจ ทว่ากลับโกรธเคือง? ข้าได้ยินเสียงทารกร้อง และรู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ ท่านกลับขวางมิให้ข้าเข้าไปตรวจสอบ? ท่านบอกมา นี่เพราะเหตุใด?”  


            ซูเหลาเหย่พูดไม่ออก ทำได้เพียงตะคอก “ท่าน!”

            ชวีหนานอีเอานิ้วชี้แตะริมฝีปาก ทำท่าบอกให้เงียบ ก่อนจงใจลดเสียงลง แสร้งทำท่าลึกลับและถาม “ซูเหลาเหย่ ท่านเคยได้ยินเสียงทารกร้องหรือไม่? 

            ซูเหลาเหย่พ่นลมหายใจอย่างเย็นชา “หลังบ้านตระกูลซูจะมีเสียงเด็กร้องไห้มันแปลกตรงไหน? อีกอย่าง ใต้เท้าชวีแน่ใจได้อย่างไรว่า เสียงนั่นดังมาจากบ้านตระกูลซู?” 

            ชวีหนานอีพยักหน้ากล่าว “ซูเหลาเหย่พูดมีเหตุผล” ในขณะที่ซูเหลาเย่กำลังวางใจ ชวีหนานอีพลันออกคำสั่งหลี่ต้าจ้วง “ต้าจ้วง รีบพาคนไปจับตัวซานเซียว! ข้าเกรงว่าซานเซียวตัวนั้นกำลังก่อเรื่อง ลักพาตัวเด็ก!”

            ซูเหลาเหย่กำหมัดแน่น พลางตะโกน “เจ้ากล้าหรือ?!” เหล่าคนรับใช้ในบ้านรีบเข้ามาขวางทางหยาอี

            ชวีหนานอีหรี่ตา พลางเชิดหน้า เผยแววตาดุดันออกมาเงียบ ๆ “ซูเหลาเหย่ หากยังขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ก็ลองดูว่าข้าจะกล้าไหม?!” เขาโบกมือใหญ่ และตะโกน “ใครก็ตามที่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ จะถูกลงโทษเหมือนกับซานเซียว โบย และสังหารอย่างไร้ความปรานี!”

            เสียงของชวีหนานอีเปล่งรัศมีทรงพลัง มันไม่มีความโกรธ ทว่ากลับเจือปนการข่มขู่ ทำให้ซูเหลาเหย่และคนรับใช้ในบ้านต่างอกสั่นขวัญหาย   


            หลี่ต้าจ้วงนำเหล่าหยาอีฝ่าวงล้อมคนรับใช้บ้านตระกูลซูออกไป พลางพุ่งตรงไปยังทิศทางที่ชวีหนานอีชี้  

            เหล่าข้ารับใช้ต่างมองหน้ากัน ไม่มีใครกล้าขัดขวางหยาอี คนพวกนี้ปกติรังแกชาวบ้านธรรมดายังพอไหว แต่หากเอาจริง ใครจะกล้าสู้กับคนของทางการ? นั่นมิใช่การทำให้ครอบครัวของตัวเองตกที่นั่งลำบากหรอกหรือ

            ซูเหลาเหย่เมื่อเห็นว่าขวางเอาไว้ไม่อยู่ เขาจึงทำได้เพียงยืนบึ้งตึงอยู่ด้านข้างไม่ขยับ เขามักคิดเสมอว่าชวีหนานอีเป็นคนที่เจรจารู้เรื่อง และไม่เคยใช้อำนาจเสี้ยนลิ่งกดขี่ชาวบ้าน วันนี้เดิมทีเขาคิดจะรังแกชวีหนานอีที่ยังเด็กไร้ประสบการณ์ ทว่ากลับไม่อยากถูกสำเร็จโทษอยู่ภายใต้ภูเขาอู๋จื่อ จนไม่สามารถขยับไปไหน

            เขาต้องการให้บรรยากาศผ่อนคลายลง ไม่อยากต่อสู้กับชวีหนานอี แต่ก็ไม่สามารถบังคับใบหน้าชรานี้ได้ เขารู้สึกเศร้าจริง ๆ 

            คาดไม่ถึง จู่ ๆ ชวีหนานอีเดินมาตรงหน้าซูเหลาเหย่ ก่อนจะใช้คำพูดที่ทำให้หัวใจคนแทบหยุดเต้น เขากล่าว “ซูเหลาเหย่ ข้าน่ะหวังดี เป็นไปได้มากว่าโจรสาวผู้นั้นคือซานเซียว ในเมื่อคุณหนูซูเปิดเผยแล้วเรื่องที่นางขโมยเด็ก นางไม่มีทางปล่อยคุณหนูซูไปแน่ ท่านขัดขวางข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะให้ข้าคิดเช่นไร? ข้าเป็นคนขี้สงสัยเสียด้วย” 

            ซูเหลาเหย่พยักหน้าที่เย็นชา กล่าวอย่างเคร่งขรึม “ใต้เท้าทำคดี ข้ายินดี เพียงแต่บุกเข้ามาในบ้านยามวิกาลและรบกวนหญิงสาวในบ้านเช่นนี้ มันไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของใต้เท้า อย่างไรก็ตาม หากใต้เท้าทำเพื่อต้องการจับตัวโจรสาว ข้าเองก็ยินดี” เขาทำท่าผายมือ บ่งบอกให้ชวีหนานอีเข้าไปก่อน  

            ชวีหนานอียืนนิ่งไม่ขยับ แต่กลับหาที่นั่ง อีกทั้งยังโบกมือให้ซูเหลาเหย่ และกล่าวอย่างสุภาพ “ซูเหลาเหย่ นั่งพูดคุยกับข้าสักครู่สิ”

            ซูเหลาเหย่ในใจรู้สึกกระสับกระส่าย ทว่าใบหน้ากลับต้องนิ่งสงบ อยู่นั่งคุยเป็นเพื่อนชวีหนานอี 

            ถังโยวเห็นชวีหนานอีส่งคนเข้าไปค้นบ้านตระกูลซู จึงเตรียมรอฟังข่าวก่อนแล้วค่อยกลับ นางหันกลับไปมอง ทว่าไม่เจอเงาของลวี่เยา 

            ชวีหนานอีเห็นถังโยวหันไปมา จึงเรียกเข้ามาถาม “เจ้ากำลังหาอะไร?”

            ถังโยวตอบ “ลวี่เยาหายไปแล้ว”

            ชวีหนานอียืนขึ้น “ไป ไปตามหากัน”

            ซูเหลาเหย่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบลุกขึ้นเดินตามไปข้าง ๆ ชวีหนานอี

            ชวีหนานอีเรียกหยาอีมาหนึ่งคน พลางกำชับ “เจ้าพูดคุยเป็นเพื่อนซูเหลาเหย่ สัมผัสชีวิตที่สวยงามในเขตลิ้วเหอ เดี๋ยวข้ากลับมา” 

            ซูเหลาเหย่ร้อนใจและต้องการกล่าวบางอย่าง ทว่าชีหนานอีกลับตบไหล่และกดให้เขานั่งลงตามเดิม เมื่อชวีหนานอีจากไป หยาอีที่ได้รับคำสั่งรีบนั่งลงบนม้านั่ง กล่าวกับซูเหลาเหย่ด้วยใบหน้าจริงจัง “ซูเหลาเหย่ ท่านพอใจกับชีวิตประจำวันในเขตลิ้วเหอภายใต้การปกครองของใต้เท้าชวีหรือไม่?”

            ซูเหลาเหย่เหงื่อออก เขารีบพยักหน้า “พอใจ ๆ” ก่อนจะหันไปมองทิศทางที่ชวีหนานอีเดินไป

            หยาอีเปลี่ยนตำแหน่งม้านั่ง บังการมองเห็นของซูเหลาเหย่ พลางกล่าว  “โปรดระบุระดับความพึงพอใจ หากใต้เท้าชวีกลับมาถาม ข้าน้อยจะได้ตอบถูก” 

            ซูเหลาเหย่ขมวดคิ้ว และยืนขึ้น “ข้า...ข้าปวดฉี่!”

            หยาอียืนขึ้นเช่นกัน เขาขมวดคิ้วกล่าว “เช่นนั้นก็ไปห้องน้ำด้วยกัน ระหว่างทางซูเหลาเหย่จะได้มีเวลาคิด ว่าการใช้ชีวิตในเขตลิ้วเหอมีความสุขเช่นไร”

            ซูเหลาเหย่อยากร้องไห้ขึ้นมาทันที มาถึงขั้นนี้แล้ว เลิกถามอะไรแบบนี้ได้ไหม? บ้านไฟไหม้ แต่เจ้ามาถามข้าว่าอิ่มไหม นี่เป็นการเพิ่มปัญหามิใช่หรือ?! ลูกน้องชวีหนานอีผู้นี้ น่ารังเกียจเกินไปแล้ว!  



    เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ 

    ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

     

    ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g

    ***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***

    คล้ายกับเรื่องเสน่หาชั่วกัลป์ ที่คุณอ่าน