ผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล

    EP-71 พบเนตรแห่งการรู้แจ้ง

    เหวินจิงหันไปพูดกับจ้าวหานไม่กี่ประโยค ดูเหมือนกำลังขออนุญาต พอเธอพยักหน้าเหวินจิงจึงพาเขาเดินมาข้างเตียง แล้วเอื้อมมือไปตรงช่วงคอ ชี้ให้ดูรอยกัดที่มีขนาดใหญ่สีม่วงคล้ำ

    “ฟันมันแปลกมาก จะว่าฟันมนุษย์ก็ไม่ใช่ ฟันของมันดูเหมือนจะเป็นเขี้ยวเล็กๆ คล้ายกับงู แต่หมอบอกว่าไม่ใช่ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือตัวอะไรที่กัดคอพี่ลี่” น้ำเสียงของเหวินจิงสั่นเครือ ดูเหมือนว่าเธอจะสนิทกับจ้าวลี่เหมือนกับเป็นน้องสาวคนหนึ่ง

    “นั่นสินะ มันแปลก” หลินอู๋เฉินพยักหน้าเห็นด้วย “แล้วที่บอกว่าในโรงพยาบาลของเธอ มีคนที่ถูกกัดจนสลบไม่ได้สติเนี่ย เป็นรอยแบบนี้กันหมดเลยเหรอ”

    “ใช่ นายถามทำไมเหรอ หรือว่าคิดอะไรออกแล้ว”

    “อืม....ฉันว่ามันน่าจะเป็นตัวเดียวกันที่กัด แต่ไม่น่าใช่สัตว์ น่าจะเป็นมนุษย์มากกว่า” หลินอู๋เฉินเริ่มคาดเดาบางสิ่ง

    “คนกัดคนเนี่ยนะ...” เหวินจิงกรอกตา “ให้ตายสิ นี่แฟนฉันสมองไปแล้วหรือไงเนี่ย ถึงได้คิดว่าพวกเขาถูกกัดด้วยคน คนที่ไหนจะกัดแล้วทิ้งเขี้ยวสองเขี้ยว นอกจากแวมไพร์ แต่แวมไพร์มันก็มีแต่ในหนังเท่านั้น”

    “มันก็ไม่แน่หรอกนะ”

    “เห้อ....คิดถูกคิดผิดที่พามาเนี่ย” เหวินจิงเอามือกุมขมับ “เดี๋ยวฉันไปซื้อน้ำก่อนนะ พวกนายจะเอาอะไรไหม”

    จ้าวหานยกมือขึ้น “กะ...กาแฟ”

    “ได้จ้ะ แล้วนายล่ะคุณแฟนผู้ติดหนังตะวันตก”

    “เอาเป็นน้ำโคล่าแล้วกัน แล้วอีกอย่างฉันไม่ได้ติดหนัง แต่ติดเกมต่างหาก”

    “จ้าจ้า เฮ้อสมองจะปวด”

    เหวนจิงออกไปจากห้องในสภาพตัวงอเหมือนกุ้ง เหลือสามคนโดยมีจ้าวหานนั่งอยู่เงียบๆ ข้างพี่สาว

    หลินอู๋เฉินไม่ได้พูดกับเธอหากแต่ใช้'เนตรอัตตา'สอดส่องจ้าวลี่ที่นอนหลับบนเตียง ดูว่าร่างกายเป็นยังไงบ้าง

    เมื่อก่อนถ้าหากเขาเป็นเหวินจิงก็คงคิดไม่ต่างกัน รอยฟันพวกนั้นนอกจากสัตว์แล้วจะเป็นอะไรได้

    แต่เพราะมันมีเคสตัวอย่างหลายคนในโรงพยาบาลไง

    ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับมนุษย์เป็นผู้อยู่เบื้องหลังไม่เกี่ยวกับสัตว์จึงถูกยกขึ้นมา

    “นี่มัน...ตะขาบเหรอ?”

    หลินอู๋เฉินที่ใช้ดวงตาพิเศษส่องร่างกายถึงแก่นแท้ มองเห็นร่องรอยของบาดแผลชัดเจน

    รอยกัดสีม่วงนั่นเหมือนกับยาพิษ มันแทรกซึมเข้าสู่เส้นเลือดและหัวใจ ในขณะเดียวกันยังมีตัวอ่อนซึ่งดูเหมือนตะขาบฝังอยู่ภายใน

    ตะขาบตัวนั้นมีขนาดเล็กมาก ถ้าหากไม่มีเครื่องมือพิเศษคงยากที่จะเห็น แต่ด้วย'เนตรอัตตา'เป็นเรื่องยากที่มันจะซ่อนตัว

    “หมายความว่า ตะขาบตัวนี้ที่ฝังอยู่ในร่างกายของเธอกำลังดูดพลังชีวิต ทำให้จ้าวลี่นอนหลับไม่ฟื้นเหมือนเจ้าหญิงนิทรา...” แม้จะไม่ใช่หมอเทวดา แต่หลินอู๋เฉินคาดเดาได้ไม่ยาก เมื่อมองจากแก่นแท้จนเห็นข้างใน

    “เดี๋ยวสิ ตาของผู้หญิงคนนี้มัน...”

    ระหว่างตรวจสอบตะขาบเขาบังเอิญเหลือบมองจ้าวหาน พบว่าดวงตาของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้เส้มผมกำลังส่องประกายสีเหลืองระยิบระยับ

    ประกายนี้ทำให้เขาต้องจ้องเขม็ง

    จ้าวหายไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ ก็ถูกจ้อง ด้วยความกลัวเธอจึงบีบมือพี่สาวแน่น

    “เธอเหมือนกับจื่อจิง...” หลินอู๋เฉินนึกถึงเจ้าหญิงอารมณ์ร้ายที่ทำงานไม่เป็น ทั้งสองมีส่วนคล้ายกันเพียงแต่รายนั้นมีแสงจากร่างกาย ในขณะที่จ้าวหานมีแสงที่ดวงตา

    “เอ่อ...มีอะไรหรือเปล่าคะ” จ้าวหานถาม ในสภาพกุมมือพี่สาวแน่น

    หลินอู๋เฉินปิดเนตร'อัตตา'ก่อนจะตอบว่า “ให้พี่สาวเธอนอนที่นี่ต่อ มีแต่จะแย่ลง”

    “เอ๋...เรื่องนั้นไม่จริงมั้ง นี่คือโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ อีกทั้งตระกูลของเหวินจิงยังเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น หมอก็เรียนจบสูงมีฝีมือมาก เป็นไปไม่ได้ที่พี่สาวฉันจะอาการแย่ลง” จ้าวหานค้านเสียงแข็ง

    ถ้าหากบอกว่าโรงพยาบาลรัฐบางทีหล่อนอาจจะเชื่อ แต่มันไม่ใช่ไง

    “ไม่ปฏิเสธ ที่ว่าโรงพยาบาลแห่งนี้มีบุคลากรดีมีคุณภาพ แต่น่าเสียดายสิ่งที่กัดจ้าวลี่ใช่ว่าหมอหรือพยาบาลจะช่วยได้” หลินอู๋เฉินถอนหายใจ “ไม่รู้ว่าต้องพูดยังไงเธอถึงจะเข้าใจ แต่จ้าวลี่ไม่มีทางอาการดีขึ้นแน่ ถึงแม้เธอจะได้รับการดูแลอย่างสุดความสามารถจากโรงพยาบาล มันก็ไม่สามารถช่วยเธอได้หนำซ้ำยิ่งเวลาผ่านไปก็มีแต่เลวร้ายขึ้น”

    “งั้น...นายกำลังจะบอกฉันว่า รู้จักคนที่ช่วยเรื่องนี้ได้งั้นเหรอ” จ้าวหานถามอย่างไม่มั่นใจ

    “รู้จักสิ”

    “ใครเหรอ บอกฉันหน่อยได้หรือเปล่า”

    “แน่นอน เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไรเพราะคนที่สามารถรักษาพี่สาวเธอได้ ทั้งเมืองชุนเหลียนก็มีแต่ฉันเท่านั้น!”

    คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ไม่ว่าจะสีหน้าหรือน้ำเสียง ไม่ใช่สิ่งที่โกหกกันได้ แต่อย่างใดก็ตามจ้าวหานยังคงไม่อยากเชื่อ เธอยังเชื่อมั่นในฝีมือของหมอโรงพยาบาลชุนเหลียน

    “ขอเข้าไปหน่อยนะคะ”

    อยู่ๆ ตอนนั้นเองประตูห้องถูกเปิด มีหมอและพยาบาลเดินเข้ามา ทำลายบรรยากาศอึดอัดที่เป็นอยู่

    จ้าวหานถอนหายใจโล่งอก เธอนึกคำปฏิเสธคนไม่เป็นจริงๆ ถ้าหากหลินอู๋เฉินอยากจะทำอะไรกับร่างกายของพี่สาว แม้แต่ตัวเธอเองก็คงไม่สามารถเข้าไปขัดขวาง

    “สวัสดีค่ะคุณจ้าว” คุณหมอทักทายตามปกติ หล่อนมีรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาสวยงาม นัยน์ตาคู่สวยซ่อนอยู่หลังแว่นกรอบหนา

    “สะ…สวัสดีค่ะหมออัน วันนี้ก็ฝากด้วยนะคะ” จ้าวหานเป็นเด็กดีรู้จักมารยาท ถึงแม้เธอจะเป็นเพื่อนกับเจ้าของโรงพยาบาลทว่ายังมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ก้มศีรษะให้กับหมออัน

    “แหมเรื่องเล็กน้อยค่ะ”

    หมออันขยับแว่นตา จากนั้นพยาบาลสาวที่มาด้วยก็เข้าไปตรวจสอบจ้าวลี่ ระหว่างนั้นหล่อนกวาดสายตามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล จ้องอยู่นานสองนาน ก่อนจะเอานิ้วชี้แตะริมฝีปาก

    “อู๋เฉินไม่ใช่เหรอเนี่ย”

    หลินอู๋เฉินขมวดคิ้ว “พี่อัน...ใช่พี่จริงๆ เหรอ”

    “ว้าว โชคดีจังที่พี่ไม่ได้ทักผิดคน โตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย กล้ามแน่นเปี้ย ต่างกับตอนนั้นที่ขายน้ำ...เอ้ยเล่นเกมลิบลับเลย” หมออันเช็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก เกือบหลุดพูดเรื่องน่าหวาดเสียวออกมา เกือบเข้าคุกแล้วเชียว

    “โตขึ้นตามวัยแหละ ว่าแต่พี่สบายดีนะ มีแฟนหรือยังเนี่ย” หลินอู๋เฉินถามอย่างคนคุ้นเคย ทำเอาจ้าวหานงงงัน เพราะเธอไม่เคยเห็นด้านนี้เขามาก่อน

    “สบายดี ทำงานเป็นหมอเงินเดือนดีจะไม่ให้สบายยังไง ส่วนเรื่องแฟน...มีแล้วแหละ”

    ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าแต่พอได้ยินเธอพูดถึงคำว่าแฟน น้ำเสียงสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนว่าอาจมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นกับหมออัน

    “แล้วนี่ไปไงมาไง ถึงได้อยู่ในห้องคุณหนูจ้าว” หมออันถาม

    “อ้อ พวกเราเรียนอยู่ที่มหาลัยเดียวกันน่ะ ฉันก็เลยถูกลากมาที่นี่”

    “จริงเหรอ แต่พี่ว่าคงไม่ใช่แค่นี้ละมั้ง เป็นแค่เพื่อนไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องมาเยี่ยม นอกจากจะเป็นแฟน...อู๋เฉินเป็นแฟนกับจ้าวหานสินะ” หมออันขยับเข้ามาใกล้ จี้เอาคำตอบ

    แต่ก่อนที่หลินอู๋เฉินจะได้พูดอะไร จ้าวหานโพล่งขึ้นว่า “ไม่ใช่นะคะ เรา...เป็นแค่เพื่อนกัน ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน”

    “โอเคจ้า ไม่ใช่แฟนก็ไม่ใช่แฟน ไม่ซักไซ้แล้ว” แม้ปากจะพูดแบบนั้นแต่หมออันดันคิดไปไกล เดาว่ายังไงก็ต้องใช่ เซ้นส์ของเธอไม่มีทางผิดพลาดอยู่แล้ว

    “หมออัน พี่สาวของฉันเป็นยังไงบ้างคะ” จ้าวหานถาม

    หมออันรับสมุดบันทึกประจำวันมาจากมือพยาบาล สักครู่จึงตอบ “ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทุกอย่างปกติ ดีค่ะ แต่น่าแปลกเหมือนกันคุณจ้าวดันไม่ตื่น”

    “เอ...เหมือนกับคนไข้หลายคนที่ถูกกัดเลยนะคะ ภายนอกดูไม่มีอะไรแต่ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น...” พยาบาลที่ยืนอยู่ข้างๆ เผลอหลุดปาก

    เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาของหมออันหล่อนจึงรีบใช้มือปิดปากเงียบ แล้วถอยหลังไปชิดผนัง

    หมออันหันศีรษะกลับมา ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง “ไม่ต้องห่วงคุณหนูจ้าว ยังไงพี่สาวของคุณก็ต้องตื่นอยู่แล้ว ด้วยเครื่องมือทันสมัยและแพทย์มากฝีมือโรงพยาบาลเรา รับรองว่าคุณจ้าวต้องตื่นในเร็ววัน”

    “ฉันเชื่อ...เชื่อคุณหมอค่ะ” จ้าวหานอดไม่ได้ต้องเหลือบมองหลินอู๋เฉิน

    ไม่ว่ายังไงการเชื่อหมอก็มีโอกาสรอดมากกว่าคนที่ไม่ได้เรียนด้านนี้มาโดยตรง

    ดังนั้นถึงอาจจะทำให้เขาไม่พอใจ แต่อย่างน้อยก็สามารถรักษาชีวิตของจ้าวลี่ได้

    “อู๋เฉิน ขอไอดีวีแชทหน่อยสิ อันเก่าของพี่ทำหายพอสร้างบัญชีใหม่ก็จำไอดีนายไม่ได้ แอดกันไว้คุย คนบ้านเดียวกันคุยจะได้ไม่เหงาเนอะ” หมออันหยิบโทรศัพท์ออกมาจากเสื้อกราวสีขาว

    “ได้สิ”

    “ขอบใจ”

    หลังจากกดรับเป็นเพื่อนขึ้นไอดีเขาแล้ว หมออันเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะหันไปพูดกับจ้าวหาน “ขอตัวก่อนนะคะคุณจ้าว”

    “ขะ...ขอบคุณค่ะ” จ้าวหานพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

    หมออันเดินออกไปจากห้องพร้อมกับพยาบาลสาว ไม่นานประตูก็ถูกเปิดอีกครั้ง

    เหวินจิงถือขนมและน้ำดื่มเต็มสองมือเดินเข้ามา ดูท่าจะหนักมากมาถึงก็โยนลงบนโต๊ะเสียงดัง

    “เป็นอะไรไป สีหน้าดูไม่ดีเลยนี่นา” หลินอู๋เฉินเย้าแหย่ เชยคางเธอขึ้นมาชม

    เหวินจิงเบ้ปาก “จะไม่ให้แย่ได้ยังไง เมื่อกี้ฉันเพิ่งเห็นคนตายจากห้องด้านล่างมาจะๆ”

    “โอ๋ๆ ไม่กลัวนะ มากอดมาเดี๋ยวก็หายกลัว” เขาอ้าแขนกว้าง ดูเหมือนว่ากำลังรอเธอโยนตัวเองเข้ามาในอ้อมกอด

    “นี่ไม่ใช่เวลามาล้อเล่น” เหวินจิงมีสีหน้าจริงจัง ปัดมือเขาออกไป “คนที่เพิ่งตายเมื่อครู่ ถูกกัดเหมือนกับพี่จ้าวลี่ เขาตายในลักษณะร่างกายที่แปลกประหลาด เหมือนกับถูก...”

    คล้ายกับเรื่องผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล ที่คุณอ่าน