ดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง

    คาถาสเน่ห์ ต้องห้าม

    ความเดิมตอนที่แล้ว : ปาร์ตี้ของผมได้ทำการต่อสู้กับจอมปีศาจอามากัน แวนเดล ระดับ 7ดาว อย่างสุดความสามารถจนสามารถขับไล่มันไปได้ และพวกเรากำลังเดินทางกับสู่เมืองหลวง ร็อกน่า เมืองหลวงของอาณาจักรโปปุรอน เพื่อเอานัยต์ตาของ บลูอายไปทำยา ให้กับ เจ้าหญิงโรเซ่ ที่กำลังป่วยอยู่


    " เจ้าหญิง โรเซ่ เพคะ เสวยสิเพคะ " เสียงของซายะ เมดสาวกล่าว ก่อนที่ โรเซ่ จะดื่มยาอย่างว่าง่าย เนื่องจากมันเป็นยาที่ พวกผมนำมาถวาย โรเซ่ จ้องหน้าผมอย่างไม่ว่างตา ก่อนจะกล่าวขอบคุณออกมา และเดินหายไปในห้องนอน
    " พวกเจ้าทำได้ดีมาก ข้าจะตกรางวัลให้อย่างงาม " เลาห์คอน โปซาปุกล่าว พร้อมกับให้ทหารนำเงินเข้ามาให้กับพวกเรา พร้อมให้รางวัลพิเศษกับผมเป็นเงิน 7หมื่นเหรียญทอง สำหรับเรื่องที่ผมเป็นคนต้นคิดให้ไปจัดการกับ บลูอาย เพื่อนำลูกตาของมันมาทำยาให้กับ องค์หญิงโรเซ่ และจัดงานฉลองไปทั่วอาณาจักร เพื่อแสดงความยินดีนี้ให้โลกรุ้
    หลังจากผมได้เงินมาแล้ว ก็กลับสู่บ้านของตน มันช่างเป็นวันที่แสนวิเศษที่ผมได้ปลดหนี้เสียที
    [เจ้าดีใจอะไรหรือ เจ้ามะฮะ] มิโรริ ผีน้อยกล่าว เธอยื่นหน้าแทรกกำแพงเข้ามา
    " ก็วันนี้นะ ชั้นได้ปลดหนี้แล้วนะสิ แถมยังชดใช้บุญคุณกับ องหญิงโรเซ่ ที่เคยช่วยชีวิตชั้นไว้ อีกด้วย" ผมกล่าว ก่อนจะเริ่มเปิดตำราเวทย์ในห้องพักอีกครั้ง และครั้งนี้ผมก็เปิดไปถึงหน้า คาถาไล่ผุ้หญิง คาถาที่ผมต้องการพอดี และเริ่มนึกสนุกที่จะได้ลองคาถานี้ เพราะผมมีส่วนผสมที่เป็นวัตถุดิบของ คาถานี้อยู่พอดี
    ผมเริ่มผสมมัน แล้วกล่าวร่ายคาถาทันทีด้วยความดีใจที่จะได้ไล่ผุ้หญิงออกจากชีวิตเสียที โดยเฉพาะสาวงาม
    " เลาร์ วารูวาเรรู โอราชิก้า โอรารู โอราซู..... "
    ตูมมมมมมมมมมมมม มีควันสีชมพู กระจายไปทั่วห้อง จนผมไอออกมา มิโนริผีน้อยรีบเข้ามาในห้องอย่างตกอกตกใจในทันที
    [ เจ้าทำอะไรนะ เจ้ามะฮะ นี่มันคาถาเสน่ห์นี่นา ] มิโนริกล่าว
    " ไม่มั้ง ก็เห็นว่ามันเขียนหัวข้อว่าคาถาไล่ผุ้หญิงนี่นา " ผมกล่าวทั้งๆที่ยังไออยู่
    [ เจ้าบ้า มีคนเขียนหลอกเจ้าไว้ไงล่ะ นี่มันคาถาที่ทำให้ผุ้หญิง หลงรักอย่างไม่มีเหตุผลซะด้วย เจ้าทำเรื่องใหญ่เสียแล้ว เจ้ามะฮะ ]
    " แล้วชั้นจะต้องทำไงดี "
    [ ต้องหนีไปอยู่ในป่า 3 วัน ไม่งั้นเจ้าได้เสียซิง แน่ๆเลย เจ้ามะฮะ ] มิโนริ ทำหน้าวิตกต่อพรมจรรย์ของผม
    เพิ่งจะจ่ายเงินค่าภาษีโรงเรือนไปแต่กลับ ต้องมาวิ่งหนีผู้หญิงอีกแล้ว
    ผมค่อยๆย่องออกจากบ้าน โดยหวังว่าจะไม่พบผุ้หญิงแต่ทว่า....
    ร้านขนมเค้กเปิดใหม่อยู่ข้างๆบ้านผม และวันนี้มีผุ้หญิง สาว ม.ปลายน่ารัก น่ารัก หลายคนของโรงเรียนมหาเวทย์ คาเวียน่ามาซื้อกินนะสิ เมื่อพวกเธอหันมาเห็นหน้าผม ก็ว้าว ปิ๊งเลย
    " สุดหล่อขา มาเป็นที่รักของชั้นเถอะนะ "
    " ขอกอดหน่อย ขอกอดหน่อยคะ "
    "คุณสามีเราไปจดทะเบียนกันวันนี้เลย "
    " อยากจูบใบหน้าหล่อๆ นั้นจังเลยอะ "
    สาวๆ ม.ปลายพูดไม่พูดเปล่า พวกเธอกลับวิ่งไล่ผมด้วยความคลั่งไคล้
    " ช่วยตรูด้วยยยยยยยยยยยยยยยย" ผมร้องเสียงหลง แล้วรีบวิ่งนี้ไปที่ร้านเหล้าอีวานน่า ร้านเหล้าของเจ๊มาเจนเต้ทันทีเพื่อหลบซ่อน
    ปั้ง ผมรีบปิดประตูเข้าไปในบาร์ทันที แล้วดีใจที่หนีจากนรกสาวม.ปลายมาได้ แต่มันก็เป็นเวลาไม่นานเมื่อเรียโอมาเจอผม 
    " พี่ริวจิคะ ชั้นรู้สึกแปลกนะคะ เหมือนเสียงหัวใจเต้นรัว " ว่าแล้ว เรียโอก็เข้ามาจูบผม เหมือนคนเสียสติ ผมเริ่มเกรงว่าชีวิตของตัวเองจะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว จึงรีบผลักเรียโอออกไป ในขณะที่เธอแลบลิ้นออกมาเลียแก้มผม
    ผมรีบวิ่งไปที่หน้าต่างเพื่อจะหนีต่อไป แต่กลับถุกเจ๊มาเจนเต้เข้ามากอด แล้วพูดว่า
    " หนุ่มน้อยวันนี้เราไปขึ้นเตียงกัน " ผมเห็นใบหน้าโรคจิตนั้นก็ถีบเธอออกไป แล้วกระโดดออกจากหน้าต่างทันที
    ผมวิ่งหนีต่อไปจนถึงตรอกแคบๆแห่งหนึ่งที่นั่น เซลก้ากำลัง ร้องเพลงอยู่ และมีผุ้คนมากมายกำลังนั่งฟังเพลง [ บอกรักทะลุตะวัน ] โดยเฉพาะผู้หญิงสูงอายุ และเมื่อพวกเธอเห็นผม
    " พ่อหนุ่มจ๊ะ มาเป็นแฟนของป้าเถอะ "
    " เห็นหน้าเธอแล้ว กระชุ่มกระชวยเหลือเกิน เหมือนได้กลับเป็นสาวๆ "
    " อยากจูบ พ่อหนุ่มจัง "
    ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่นะ ผมรีบวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว แต่กลับถูกเซลก้าที่วิ่งไวสุดจับเอาไว้ เธอเริ่มลูบไล้ผมไปตามส่วนสัดอันอวบอัดและยิ้มออกมา
    " เรามาทำกันต่อจากในคุก เถอะนะ ริวจิคุง " เซลก้ากล่าวด้วยความลุ่มหลง
    "ที่เธอเป็นแบบนี้เพราะคาถาน่ะ นี่ไม่ใช่ตัวเธอเลย " ผมกล่าวก่อนจะสะบัดเซลก้าออกไปแล้ววิ่งไปที่ประตูเมือง
    ที่นั่นมีเจ้าคาตะ เฝ้าประตูเมืองอยู่ เมื่อมันเห็นผมก็เข้ามาสกัด
    " แกจะไปไหน " คาตะถาม
    " ตรู จะออกนอกเมือง 3วันเฟ้ย " ว่าแล้วผมก็กระโดดถีบหน้า คาตะ จนมันกระเด็นไปกระแทกกับประตูเมือง และในที่สุดผมก็หลบพ้นพวกสาวๆเสียที
    3 วันต่อมา.....ในป่าใหญ่
    ผมหนีมาอาศัย กับพวก ทีโม ก็อบลินหัวร้อน ที่ผมเคยช่วยเอาไว้เมื่อครั้งก่อน ตอนนี้ผมกำลังนั่งดู งานอดิเรกของทีโม ที่กำลังให้อาหารปลาปิรันย่า มอเรีย ฝูงใหญ่
    "นี่ ทีโม เจ้าเลี้ยงปลาปิรันย่าด้วยเหรอ " ผมถามอย่างอยากรุ้อยากเห็น
    " ใช่แล้ว ข้าเพิ่งเอาพวกมันมาเพาะพันธ์นะ ปลาปิรันย่าหายากของข้า " ทีโม กล่าวอย่างภาคภูมิใจ ในขณะที่ เอเลน และ อันนา กำลังเลี้ยงผึ้งหยก เพื่อเอาน้ำหวานของมันมากิน
    ทันทีที่ผมนั่งลง เพื่อดู พวก ทีโม อันนา และเอเลนทำงาน ธิดาเทพ ริรินะก็เดินเข้ามา เธอมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างมาก ผมจึงถามออกไป
    " ธิดาเทพ เกิดอะไรขึ้นหรือครับ "
    " สงครามกำลังจะเกิดแล้ว ข้าเห็นภาพอนาคต " ธิดาเทพ ริรินะ
    "ทำไมสงครามถึงเกิดละครับ " ผมถาม
    " มีคนวางยา องค์หญิงจีร่า องค์หญิงแห่งออโดนอส และพวกเขาคิดว่าเป็นฝีมือของ อาณาจักรโปปุรอน ที่จะลอบสังหารองค์หญิง จีร่าตัวเต็งที่จะได้เป็นเลาห์คอน คนต่อไป "
    " ว่าอะไรนะครับ "
    " เจ้าต้องรีบไป คนรักของเจ้า อาสึกะ นะกำลังอยู่ในอันตราย ข้าเห็น เธอถูกจับในฐานะสปาย ของอาณาจักรโปปุรอน "
    " กรรม อาสึกะ ตกอยู่ในมือของอาณาจักรออโดนอสรึครับ"
    "ใช่แล้ว เจ้ารีบไปได้แล้ว ข้าจะให้ ทีโม อันนา และเอเลน แอบช่วยเจ้า" ธิดาเทพ ริรินะกล่าวก่อนจะหันไม้คทาลงไปในน้ำ และภาพก็ปรากฏ พวกกองทัพออโดนอสได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว และพวกเขา พังเขื่อนที่กักเก็บน้ำไว้ จนน้ำทะลักไปท่วมคนในเมืองคิร่า จนมีผุ้คนล้มตายหลายร้อยคนแล้ว
    " ผมไปก่อนนะครับ แล้วจะรีบกลับมา " ผมกล่าว ก่อนจะรีบเดินทางกลับไปที่เมืองหลวง ร็อกน่า เพื่อแจ้งข่าวร้ายให้ เลาห์คอน โปซาปุได้รับรู้
    " รอก่อนนะ อาสึกะ ชั้นกำลังจะไปช่วยแล้ว "
    ================================================โปรดติดตามตอนต่อไป

    คล้ายกับเรื่องดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง ที่คุณอ่าน