เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 68: เพียงแค่สองคน (The Only Twin)

    “เรารีบไปกันเถอะ เสียเวลามามากพอแล้ว” นางเทวีอสูรฯ กล่าวในลักษณะการชักชวนพลางมองไปยังโทโมเอะด้วยสีหน้าที่เย้ยหยัน ก่อนที่นางจะหนีหายไปในช่องว่างแห่งมิติพร้อมกับนางอสูรองยูเรียวทั้งสองตนอย่างโออิวะและโอคิคุ“โทโมเอะ โกเซ็น ข้าเองก็เคยหลงรักกับโอทาเคมารุมาก่อนนะ”ฮาชิฮิเมะกล่าวคำทิ้งท้ายกับโทโมเอะก่อนที่จะหนีตามพวกนางเทวีอสูรฯ เข้าไปในช่องว่างแห่งมิติ ปล่อยให้โทโมเอะนั่งจมอยู่กับความสิ้นหวังในท่ามกลางเพลิงไหม้อยู่อย่างนั้น“มีชีวิตอยู่ต่อไปนะ พี่โทโมเอะ...” มือเรียวงามที่ค่อนข้างจะเล็กกว่าอยู่นิดๆ ของคิทสึเนะที่อยู่ในร่างมนุษย์ผู้หญิงค่อยๆ ยื่นออกมาจับเข้าที่มือเรียวงามของโทโมเอะ“พวกพ้องของข้าก็จากกันไปหมดแล้ว อย่าจากข้าไปอีกคนเลยนะ พี่โทโมเอะ...ตอนนี้ข้าเหลือพี่คนเดียวแล้ว ข้าไม่อยากเสียพี่โทโมเอะไปอีกคน”เมื่อได้ยินเช่นนั้น โทโมเอะก็เริ่มคิดได้ว่ายังมีคิทสึเนะ ผู้เป็นเสมือนน้องสาวแท้ของเธอหลงเหลืออยู่อีก 1 คน จึงทำให้เธอเริ่มกลับมามีเรี่ยวแรงที่จะเดินหน้าต่อไปอีกครั้ง“คิทสึเนะ”โทโมเอะหลับตาพริ้มพลางค่อยๆ ยื่นมือเรียวงามขาวผ่องอีกข้างออกมากุมไว้ที่มือเรียวเล็กของคิทสึเนะ ซึ่งในตอนนี้เธอเป็นเสมือนน้องสาวเพียงคนเดียวของเธอ“โทโมเอะ เจ้าจงรับสร้อยอัญมณีของข้าไว้”“ท่านอาจารย์”ดวงตาคู่งามสีเหลืองอ่อนนั้นเบิกกว้างเพียงน้อยนิด เมื่อได้ยินเสียงของสุซุกะดังขึ้นจากในหัว ทันใดนั้น สร้อยอัญมณีมากะทามะที่ถูกสวมไว้ในลำคอของสุซุกะนั้นก็ได้มีแสงสีชมพูอ่อนๆ วาบออกมา สร้อยอัญมณีนั้นก็ได้เลือนหายไปในทันทีที่แสงวาบนั่นได้จางหายลง สักพัก ก็ได้มีแสงสีชมพูอ่อนๆ วาบขึ้นที่บริเวณลำคองามระหงของโทโมเอะ ทันทีที่แสงวาบนั้นได้เลือนหายไป สร้อยอัญมณีสีชมพูอ่อนๆ นั้นก็ได้ปรากฏขึ้นที่ลำคอของเธอราวกับว่าได้สวมใส่มันเอาไว้“พวกเจ้าทั้งสอง จงรับศาสตราวุธของข้าไว้”ทันใดนั้น น้ำเสียงเข้มของโอทาเคมารุก็ได้ดังขึ้นจากในหัวของโทโมเอะกับคิทสึเนะ“โอทาเคมารุ”ทันใดนั้น ซันเมียว โนะ เคน อันเป็นศาสตราวุธของสุซุกะและโอทาเคมารุก็ค่อยๆ เลือนหายไป ดาบเคนเมียวเร็นที่ถูกเก็บไว้ในฝัก อันเป็นศาสตราวุธของโอทาเคมารุได้ปรากฏขึ้นและถูกเหน็บไว้ที่ข้างเอวของคิทสึเนะ ส่วนทางด้านโทโมเอะนั้นก็ได้มีแสงวาบออกมาที่มือเรียวงามข้างขวาของเธอดาบโค้งโชโตเร็นกับดาบโค้งไดโทเร็นที่ถูกประกอบเข้าไว้ด้วยกันจนกลายเป็นกระบี่คันศร ซึ่งเป็นศาสตราวุธที่โอทาเคมารุได้มอบให้กับสุซุกะ โกเซ็นนั้น ก็ได้ปรากฏขึ้นที่มือเรียวงามของโทโมเอะในทันทีที่แสงวาบนั่นได้เลือนหายไปคิทสึเนะชักดาบเคนเมียวเร็นออกมาจากฝักที่เหน็บไว้ที่ข้างเอว และมองสำรวจไปทั่วคมดาบด้วยสายตาที่จดจ่อราวกับว่าต้องมนต์ ส่วนทางด้านโทโมเอะก็มองสำรวจไปทั่วคมดาบโค้งทั้งสองเล่มที่ถูกประกอบเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นคันธนูกึ่งดาบโค้งสองด้ามที่มีเชือกธนูเรือนแสงเชื่อมเข้าด้วยกันระหว่างปลายของคมดาบทั้งสองด้าม ซึ่งมีความตึงที่เทียบเท่ากับเชือกบนคันธนูพวกเธอทั้งสองต่างก็สัมผัสได้ถึงอำนาจมนต์ขลังที่อยู่บนศาสตราวุธซันเมียว โนะ เคน และในทันใดนั้นเอง ดวงวิญญาณของมิโกะสุซุกะและโอทาเคมารุก็ได้ปรากฏขึ้นที่ตรงหน้าพวกเธอทั้งสอง“ท่านอาจารย์”“โอทาเคมารุ”โทโมเอะกับคิทสึเนะต่างก็เอ่ยเรียกออกมาด้วยสีหน้าที่แทบจะตกตะลึงไปตามกัน“พวกเราคงจะไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้าอีกแล้ว เส้นทางต่อจากนี้จะมีแค่พวกเจ้าเพียงสองคนแล้ว”“ข้าขอฝากฝังศาสตราวุธของข้าไว้กับพวกเจ้าทั้งสอง ข้าขอให้พวกเจ้าจงก้าวเดินไปข้างหน้าต่อไป”ดวงวิญญาณของมิโกะสุซุกะกับโอทาเคมารุต่างก็เอ่ยคำสั่งเสียกับโทโมเอะและคิทสึเนะ ก่อนที่ดวงวิญญาณของพวกเขาทั้งสองนั้นจะค่อยๆ เลือนหายไป“ค่อยๆ นะคิทสึเนะ” โทโมเอะช่วยประคองร่างงามเล็กของคิทสึเนะที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่เพียงน้อยนิดให้ค่อยๆ ยืนขึ้นมา จากนั้นพวกเธอทั้งสองคนก็เข้าไปในถ้ำลึกและมุ่งหน้ามายังแอ่งน้ำพุแห่งชีวิตที่อยู่ในส่วนลึกที่สุดภายในถ้ำแห่งนั้น โดยที่โทโมเอะนั้นจะคอยพยุงร่างเล็กอันบอบบางของคิทสึเนะที่มีอาการบาดเจ็บอยู่เพียงน้อยนิดเอาไว้เมื่อได้มาถึงแอ่งน้ำพุแห่งชีวิต โทโมเอะกับคิทสึเนะก็พากันลงไปดื่มน้ำพุรสหวานในแอ่งนั้นเพื่อรักษาอาการทางด้านจิตใจทันที หลังจากที่เริ่มมีอาการดีขึ้น พวกเธอทั้งสองก็ได้เดินออกมาจากถ้ำลึกบนภูเขาสุซุกะ คิทสึเนะได้ชักดาบเคนเมียวเร็นออกมา และนำมาคาบไว้ที่ปากคู่งามจนกลายสู่ร่างภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบ ด้วยพลังอำนาจของดาบเคนเมียวเร็น จึงทำให้คิทสึเนะสามารถบินขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ และยังสามารถบินข้ามภูมิภาคไปมาทั่วญี่ปุ่นได้อีกด้วยคิทสึเนะก็ได้กลายเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของโทโมเอะ หลังจากนั้นต่อมา พวกเธอทั้งสองก็เริ่มออกเดินทางไปทั่วญี่ปุ่น เพื่อตามล่าพวกนางเทวีอสูรฯ เพื่อจะแก้แค้นให้กับมิโกะสุซุกะ โกเซ็น ผู้เป็นอาจารย์ และโอทาเคมารุ ผู้เป็นมิตรสหายของพวกเธอทั้งสอง ในระหว่างที่พวกเธอกำลังบินข้ามภูมิภาคอยู่นั้น ก็ได้มีแสงวาบสีขาวเรือนออกมาในวงกว้างที่กลางท้องฟ้าตรงบริเวณที่พวกเธอนั้นกำลังจะบินเข้ามา แสงสีขาวนั้นสว่างจ้ามากจนต้องรีบยกแขนขึ้นมาปิดหน้าปิดตาในทันทีหลังจากที่แสงสีขาวนั้นได้จางหายลง โทโมเอะกับคิทสึเนะก็ได้พบว่าพวกเธอทั้งสองนั้นได้มาปรากฎตัวขึ้นที่กลางท้องฟ้าในยามรัตติกาลอันมืดมิด ในท่ามกลางแสงจันทราส่องสว่างลงมายังเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยแสงสีต่างๆ ที่สวยงาม ซึ่งส่องมาจากหลอดไฟตามอาคารบ้านช่อง ร้านค้า เสาไฟที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามริมถนน และสถานที่ต่างๆ ที่มีเหล่าผู้คนเดินทางสัญจรผ่านไปมารวมไปถึงรถยนต์ชนิดต่างๆ ที่แล่นสัญจรผ่านไปมาตามท้องถนน และภายในรถไฟฟ้าที่แล่นสัญจรไปมาอยู่บนรางรถไฟฟ้าที่อยู่กลางอากาศด้วย ซึ่งภาพที่ได้เห็นไปเมื่อสักครู่นั้นเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ถึงความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองในยุคสมัยปัจจุบันได้เป็นอย่างดี“นี่เราโผล่มาที่ไหนหล่ะเนี่ย”“นี่หน่ะหรือบ้านเมืองในยุคอนาคต มันจะล้ำสมัยเกินไปแล้ว”ทั้งโทโมเอะและคิทสึเนะต่างก็มองมายังเบื้องล่างด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง ดวงตาคู่งามของพวกเธอทั้งสองนั้นเบิกกว้างออกมาเพียงเล็กน้อยหลังจากนั้นไม่นาน ทั้งโทโมเอะและคิทสึเนะต่างก็พยายามที่จะปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันนี้ให้ได้ จนในที่สุด พวกเธอทั้งสองก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้คนในยุคสมัยนี้ได้ พวกเธอทั้งสองได้เข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านพักในศาลเจ้าอินาริในเมืองเกียวโตจากการอุปถัมภ์ของมิโกะผู้ดูแลศาลเจ้า ซึ่งมีใบหน้าที่เหมือนกับสุซุกะ โกเซ็นเป็นอย่างมากหลังจากนั้นไม่นาน มิโกะผู้ดูแลศาลเจ้านางนี้ก็ได้ถอนตัวออกจากการเป็นมิโกะ และผันตัวไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมปลายสาธิตมหาวิทยาลัยสุเมรากิในเวลาต่อมา ส่งผลทำให้โทโมเอะและคิทสึเนะได้ขึ้นมาทำหน้าที่ดูแลศาลเจ้าอินาริไปโดยปริยาย แต่อย่างไรก็ตาม พวกเธอทั้งสองก็ยังคงฝึกฝนตนเองเพื่อรอวันเวลาที่จะได้ล้างแค้นให้กับนางเทวีอสูรฯ อิซานามิในสักวันในระหว่างนั้นเอง คิทสึเนะก็ได้เล่าเรื่องราวในอดีตของเธอให้โทโมเอะฟัง ในขณะที่พวกเธอทั้งสองกำลังนั่งตากลมอยู่บนระเบียงไม้ที่อยู่ตรงบริเวณหน้าประตูกระจกทางด้านซ้ายมือของบ้านพักในศาลเจ้า และภาพเหตุการณ์ก็ได้ตัดมายังช่วงก่อนที่คิทสึเนะจะได้รับความช่วยเหลือจากมิโกะสุซุกะและโอทาเคมารุ

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734