ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)

    บทที่ 186 ข่าว

    “ความคืบหน้าเหตุการณ์คุณตาเสียชีวิตในโรงพยาบาลเมืองUเนื่องจากแพทย์รักษาด้วยความประมาทไม่ดำเนินการอย่างรอบคอบ เนื่องจากตอนนี้ประชาชนสนใจเป็นอย่างมากโดยเฉพาะผู้ที่ใช้สิทธิรักษาของรัฐเป็นประจำทำให้ขั้นตอนการดำเนินการโดนเร่งให้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีก2วันทางแพทย์ผู้เป็นจำเลยจะให้การต่อศาล"

     

    “ส่วนผู้อำนวยการโรงพยาบาลดังกล่าวที่มีข่าวหลุดออกมาว่าเป็นคนออกนโยบายให้บุคลากรของโรงพยาบาลรักษาคนไข้ที่มาใช้สิทธิของรัฐโดยใช้งบให้น้อยที่สุดโดยไม่ต้องคำนึงถึงอาการคนไข้ ตอนนี้โดนสั่งพักราชการชั่วคราวแล้วและจะมีการตั้งกรรมการสอบต่อไป”

     

    “เรามาฟังเสียงของประชาชนกันดีกว่า”

     

    [แบบนี้แหละ2มาตรฐานแน่จริงให้ทุกคนรักษาแบบเดียวกันให้หมดเลยสิ]

    [โครงการดีแต่ไม่มีใครดูแลปล่อยให้พวกหมอรังแกคนป่วยใครใช้สิทธิก็เจอแบบนี้ทั้งนั้นแค่หนักหรือเบา]

    [ตาย ประหาร ต้อง ประหาร]

    [สงสารคุณตาไม่น่าเจอโรงพยาบาลแบบนี้เลย]

    [เราไม่ได้ต้องการให้ดูแลเหมือนพวกคนรวยก็แค่อยากให้รักษาอย่างถูกต้องไม่ใช่เอะอะก็พารา]

     

    พรึ่บบ

     

    “แม่งเอ้ย ไอ้พวกปลิงสูบเลือด”ผู้อำนวยการวัยกลางคนสบดอย่างหัวเสียหลังจากที่ปิดทีวี ตอนนี้เธอว่างงานชั่วคราวจบกว่าการสอบตัวจะเสร็จสิ้น 

     

    ยังไม่รู้ว่าเธอจะโดนเรียกตัวเข้าไปห้องสอบสวนตอนไหน

     

    ขวัญหรือผู้อำนวยการโรงพยาบาลพรเทพควักมือถือออกมาก่อนจะโทรไปหาชายที่เธอเคารพอีกครั้ง

     

    “ท่านคะทำไมเป็นแบบนี้หละไหนท่านบอกว่าไม่ต้องกังวลไงตอนนี้ฉันเริ่มจะกลัวแล้วนะ"ผู้อำนวยการถามเขาด้วยน้ำเสียงกังวลแต่ในใจกับเดือดดาลเพราะเธอคิดว่าเขาจะทำให้เธอไปทำงานตามปกติได้เลยไม่ต้องเจออะไรแบบนี้เสียอีก

     

    “ใจเย็นๆน่าไม่เคยดูข่าวรึไง  เวลาพวกระดับสูงๆโดนอะไรแบบนี้มันประกาศเด้งแล้วก็สอบ ทำให้เหมือนมีการดำเนินการแต่เดี๋ยวก็ยื้อเวลาไปเรื่อยๆให้เหมือนว่ากระบวนการมันนานแล้วพอเรื่องเงียบก็จบไม่โดนอะไร”ปลายสายอธิบาย

     

    “เข้าใจแล้วค่ะ”เมื่อได้ยินแบบนั้นผู้อำนวยการขวัญจึงยอมวางสายไปไม่พูดอะไรอีก เพราะเธอก็เห็นข่าวแบบนั้นบ่อยๆ ไม่ค่อยจะมีออกข่าวหรอกผลการสอบหรือการลงโทษ พอประกาศว่าตั้งกรรมการสอบแล้วเรื่องมันก็เงียบหายไปเกือบตลอดนั่นแหละ

     

    ..

     

    ในขณะเดียวกันหลังจากที่วางสาย

     

    “จัดการหาวันว่างให้ฉันเร็วที่สุด ฉันต้องไปเมืองU”ชายชราน่าจะอายุสัก70ปีหันไปสั่งงานเลขาตน

     

    “เกิดอะไรขึ้นหรอครับ”เลขาถาม

     

    “ไอ้สส.นั่นมันปฏิเสธฉันลูกเดียวเลย พอสืบดูก็พบว่ามีพวกอิกดราซิลอยู่เบื้องหลังฉันจะไปเจรจาเอง ไม่ไว้หน้ากันก็ให้มันรู้ไป”ชายชราพูดด้วยความหงุดหงิด

     

    “เข้าใจแล้วครับ”

     

     

    บ้านของอิงค์

     

    “พึ่งเคยเห็นการทำงานของรัฐไวขนาดนี้ครั้งแรกเลยแฮะ”อิงค์พูดขึ้นหลังปิดทีวี ที่ผ่านๆมาเวลามีข่าวการดำเนินคดีมันจะกินเวลาหลายเดือนกว่าจะจบบางครั้งกินเวลาหลายปีเลยด้วยซ้ำ แต่พอออสเป็นคนจัดการทุกอย่างกลับรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อ

     

    “แล้วนายจะทำยังไงกับครอบครัวป้ามินตราต่อ”อิงค์ถาม

     

    “ก็บังคับให้คืนเงินเธอไง น่าเสียดายที่พวกนั้นไม่ได้ฝากเงินกับธนาคารฟินิกส์ไม่งั้นฉันทำให้เงินมันหายจากบัญชีได้ทันทีเลยด้วยซ้ำ”

     

    ถึงแม้ว่าจะมีคนของอิกดราซิลแฝงตัวอยู่ในธนาคารนั้นแต่เขาไม่อยู่ในส่วนที่จะจัดการเรื่องแบบนี้ได้ด้วยตัวคนเดียวเพราะงั้นออสเลยไม่ใช้วิธีนั้น

     

    ตรือออ

     

    “หือ”อิงค์หันมองโทรศัพท์ตัวเองแล้วพบคนที่โทรมาคือผึ้ง เธอมีสีหน้าเป็นกังวลโดยทันทีเพราะผึ้งนั้นเป็นแฟนกับเพียวเธอไม่รู้ว่าผึ้งโทรมาทำไมและได้ยินได้ฟังอะไรไปจากเพียวบ้าง ถ้าเป็นไปได้อิงค์ก็ไม่อยากจะทะเลาะกับผึ้งเพราะสมัยเรียนก็เคยสนิทกันถึงแม้ว่าจะเป็นคู่แข่งกันเรื่องเพียวด้วยก็ตาม

     

    “อิงค์ฉันพึ่งรู้เรื่องตาของเธอ ทำไมไม่บอกเพื่อนเลยเนี่ย เสียใจด้วยจริงๆนะ”

     

    “โทษทีตาเคยสั่งไว้ให้จัดการเงียบๆหนะ แต่เธอโทรมาเรื่องนี้หรอ”อิงค์ถาม เธอค่อนข้างโล่งเพราะมันแปลว่าเพียวไม่ได้เล่าใส่ความอะไรให้เธอฟัง ถ้าทางนั้นพูดไม่มีทางที่มันจะพูดความจริงอยู่แล้ว

     

    “เออใช่ฉันเกือบลืมเลย หัวหน้าห้องหนะเขาเห็นว่าปิดเทอมคนกลับมาบ้านเยอะเลยจะชวนไปกินข้าวกันพวกที่ไม่ได้เรียนต่อก็จะมาด้วยคิดว่าน่าจะมากันเกินครึ่งห้องนะ วันพรุ่งนี้ร้านเดียวกันกับที่ไปกินตอนเรียนจบ เธอเอ่อจะไปรึเปล่า”เรื่องนี้ผึ้งถามอย่างลังเลเนื่องจากไม่รู้ว่าอิงค์ที่พึ่งเสียตาไปจะสามารถไปร่วมงานสังสรรค์แบบนี้ไหวไหม

     

    “ได้ฉันจะไป แต่ผึ้งอย่าพึ่งวางนะ”อิงค์ร้องทักเอาไว้ก่อนเพราะรู้นิสัยเพื่อนว่ามีนิสัยชอบวางสายไปกระทันหัน

     

    “หือมีอะไรหรอ”

     

    อิงค์มีสีหน้าลังเลมากแต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจ

     

    “ฉันมีเรื่องต้องบอก…”สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับครอบครัวเพียวออกไปเพราะเธอไม่อยากให้ผึ้งไปได้ยินจากครอบครัวนั้นซึ่งไม่รู้ว่าจะใส่ความอะไรเธอบ้าง และถ้าทำได้เธออยากให้ผึ้งเลิกกับเพียวเพราะอนาคตคงไม่ดีกับผึ้งแน่ๆถ้าคบกับมัน แต่อิงค์ก็ไม่ได้ยุอะไรเธอแค่เล่าเรื่องจริงออกไปก็เท่านั้นให้เพื่อนเธอไปคิดต่อเอง

     

    “…เข้าใจแล้ว”เสียงตอบกลับมาของผึ้งซึมลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนั้นเธอก็วางสายไป

     

    “ฉันทำเท่าที่ทำได้แล้ว”อิงค์พึมพำเบาๆพลางมองโทรศัพท์มือถือที่ตนถืออยู่ ก่อนจะหันมาบอกออสเรื่องงานเลี้ยงรุ่นที่จะเกิดขึ้น

     

    “ให้ฉันจัดการแบบจบๆไปเลยมั้ย”ออสถามหลังจากที่อิงค์ระบายเรื่องผึ้งให้ฟัง ตามความจริงเขาไม่ได้อยากสั่งฆ่าใครถ้าไม่ใช่เรื่องร้ายแรงจริงๆแต่ถ้าอิงค์ต้องการเขาก็ไม่รังเกียจจะจัดการให้ เพราะทางนั้นเองก็ทำเกินไป อิงค์แทบจะไม่เหลือใครแล้วยังจะโกงกันอีก

     

    ตอนนี้อาจจะไม่ได้ดูร้ายแรงอะไรเพราะอิงค์บังเอิญรู้จักกับออส ลองถ้าเธอไม่ได้รู้จักเขาจะเป็นยังไง ตาเสียกระทันหันอย่างน่าแค้นใจ พอกลับมาบ้านก็พบว่าโดนครอบครัวเพื่อนแม่ที่เชื่อใจโกงไปจนอาจจะไม่มีที่ซุกหัวนอน แถมยังถ้าไปรู้เรื่องประกันชีวิตที่โดนโกงไปอีก ทั้งหมดนี่เธอกลับทำอะไรไม่ได้เลยถ้าไม่ได้เจอออส

     

    “ฉันทำไม่ลง ยังไงก็เห็นหน้ากันมาตั้งแต่จำความได้ ถึงแม้จะเข้ามาเพราะต้องการจะหลอกตาแต่หลายเรื่องถ้าไม่ได้พวกเขาช่วยเอาไว้ก็แย่เหมือนกัน เพราะงั้นอย่าเอาถึงตายเลยนะ”

     

    “เฮ้ออ งั้นเอาตามเดิมละกัน”ออสเข้าใจ เขากับน้ำก็จบกันไม่ค่อยสวยแต่ออสก็เกลียดเธอไม่ลงเพราะก่อนหน้านั้นน้ำก็เป้นกำลังใจให้เขามาก่อนจริงๆ แต่กรณีของอิงค์มันร้ายแรงกว่าเยอะจะให้เอาเงินคืนอย่างเดียวเลยคงไม่ได้ ปล่อยไปพวกมันก็คงไปทำกับคนอื่นอีก

     

    “แต่ว่าเรื่องที่ยัยป้ามินตรามันว่าเธอกับแม่ว่าร่านเนี่ยขอเอาคืนหน่อยแล้วกัน ไหนๆก็จะไปเลี้ยงรุ่นแล้วเอาคืนกับคนลูกนี่แหละแถมยังอาจจะทำให้เพื่อนเธอเลิกกับกับมันได้ด้วย”ออสยิ้มอย่างสนุกสนานเพราะบังเอิญคิดอะไรสนุกๆขึ้นมาได้


    คล้ายกับเรื่องทายาทจักรพรรดิ (NC18+) ที่คุณอ่าน