ตอนที่หกสิบสี่ วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด5
มีคนบอกว่าการรักษาโดยพ่อมดหมอผีหรือแม้แต่ท่านปรมาจารย์เตียวก๊กแห่งผ้าเหลืองนั้นที่แท้จริงแล้วอาจจะปะรกอบกันหลายอย่างทั้งจากการรักษาโดยความเชื่อPlacebo ให้ทานสิ่งที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นยาชาวบ้านจะรู้สึกว่าตนเองหายและมีกำลังใจขึ้นจริงๆ
จากการทดสอบ Myth buster ทำลายความเชื่อ
การหลอกให้คนเมาเรือทานยาที่อ้างว่าเป็นยาแก้เมาเรือแต่ที่แท้จริงคือแป้งธรรมดาก็ช่วยทำให้คนที่เมาเรือเล็กน้อยนั้นดีขึ้นจริงๆแม้จะไม่ค่อยจะได้ผลในกรณีคนที่เมาเรืออย่างหนัก
แต่ตามสายตาชาวบ้านหากได้ดมหรือสูดกัญชาฝิ่น น้ำมันสารระเหยต่างๆแค่ทำให้พวกเขาไม่เจ็บอีกต่อไปในตอนที่ไปหาท่านปรมาจารย์เตียวก๊ก
พวกเขาก็คิดว่าตนเองหายแล้ว
ในประเทศที่เถียงกันว่า
กัญชารักษาโรคให้หายได้หรือไม่?
คำถามเดียวกันแต่เหมือนแต่ละแนวความคิดจะคิดกันไปคนละทางหรือรู้สึกถึงคำถามที่ไม่เหมือนกัน
สำหรับทางแพทย์คงมองว่า
กัญชาไม่ได้รักษาโรคจากรากฐานอย่างแท้จริงเป็นแค่การบรรเทาอาการไม่ให้รู้สึกเจ็บปวดเท่านั้นไม่ช่วยในการรักษาโรคแต่อย่างใดซ้ำยังเป็นผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวหากใช้ต่อนเองกัน
แต่สำหรับชาวบ้านแล้ว ไม่สนแนวคิดทางวิชาการหรือแนวคิดลึกลับซับซ้อนเช่นนั้น
ทานกัญชาแล้วไม่เจ็บอีกต่อไปทานข้าวได้ ใช้ชีวิตปรกติได้
สำหรับชาวบ้านก็เรียกว่าหายแล้ว
เรียกว่าชาวบ้านอาจจะติดนิสัยแก้ปัญหาอย่างไวที่สุดด้วยทรัพยากรที่น้อยที่สุด
แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแบบไวโดยไม่คิดถึงรากฐานของปัญหาเพราะมันเปลืองเวลาและทรัพยากรที่มีอยู่น้อยนิดของชาวบ้าน
นี่คือสาเหตุที่ผมรู้สึกโชคดีที่ไม่ได้อิเซไคมาตอนปราบท่านปรมาจารย์เตียวก๊ก
เพราะรู้สึกว่าแม้ผมจะมีความรู้ในเรื่องของยาแผนปัจจุบันมากกว่า
แต่คงไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้ชาวบ้านเชื่อผมได้เท่าท่านปรมาจารย์เตียวก๊ก
ในยุคนี้เองก็เช่นกัน
แค่พยายามจะเกลี้ยกล่อมให้กาเซี่ยงคิดว่าชาที่ผมทานคือเครื่องดื่มธรรมดา
ผมไม่ได้คิดจะใช้ให้มันเป็นยาอะไรคงจะต้องอธิบายกันยาว
Germ theory
ทฤษฎีเชื้อโรคสุขอนามัย
หากเราอธิบายให้คนยุคนี้เข้าใจได้คงจะช่วยรักษาชีวิตของพวกเพื่อนร่วมชาติได้มากทีเดียว
แน่นอนจะเอาทฤษฎีที่แดนไซฮกเขียนก็คงเสียศักดิ์ศรีชาวแดนจงหยวนของผม
ผมคงใช้วิธีร่วมมือกับแพทย์ในยุคนี้ของชาวจงหยวนเราค่อยๆผลักดันแนวคิดของผมไป
“ข้าพยายามสร้างนิสัยตนเองไม่ให้ดื่มน้ำดิบ”
ผมกล่าวต่อกาเซี่ยง
“น้ำดิบ?”
กาเซี่ยงทวนคำ
ผมผงกศีรษะ
“ตามบันทึกประวัติศาสตร์ท่านแม่ทัพฮั่วชี่ปิ้งนั้นดื่มน้ำดิบจนตอนหลังเสียชีวิตมีอาการปวดท้องเราทานอะไรไปนั้นต้องระมัดระวัง อย่างน้อยน้ำต้องผ่านการต้มเสียก่อนเพื่อไล่พิษร้ายธาตุหยินของสัตว์ที่ตายออกจากแหล่งน้ำตามรอยเท้าม้าและมูลโคต่างๆ”
ผมต้องหาเหตุผลมาอธิบายในสิ่งที่คนในยุคนี้พอจะเข้าใจได้
และความฝันที่อยากจะทำแบบพระเอกอิเซไคสร้างร้านน้ำชาในยุคนี้ก็ต้องพับไปสักพัก
คนที่ทานน้ำชาได้น่าจะมีแค่พวกหมอยาหรือคนที่ฐานะดีขึ้นมาหน่อย
ไม่น่าจะใช้สิ่งที่จะหารายได้เป็นกอบเป็นกำในสังคมของราชวงศ์ฮั่นที่เน้นพืชผลทางการเกษตรและการเกณฑ์แรงงานของชาวบ้านนี้
กาเซี่ยงฝืนยิ้ม
“เพรากลัวโรคภัยทานน้ำชาออกจะ..ฟุ่มเฟือยเกินไปบ้าง”
กาเซี่ยงเตือนตรงๆตามนิสัยของผู้มัธยัสถ์เป็นที่ชื่นชมในประวัติศาสตร์