โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 39 งานเลี้ยงมรณะ 2

    ขจรรีบลุกออกไปคุยกับ ผู้จัดการชินก่อนทันที

    “ เออ... คือว่า...ไม่รู้ว่า ท่านชายพอมีเงินให้ยืมอีกบ้างไหม”

    “ อย่าบอกนะว่า คุณชายจะประมูลตราราชลัญจกรชิ้นนี้”

    ขจรยิ้มหวานออกมา แล้วพยักหน้า

    “ คุณจะเอาไปทำไม อยากเป็นฮ่องเต้รึ?”

    “ เอ่อ... มัน..ซับซ้อน ไม่รู้จะตอบยังไง”

    “ 300 ล้าน” เจ้าสัวหลิวตะโกนออกทำให้ทุกคนถึงกับอึ้ง

    ขจรถึงสะดุ้ง ราคาไป 300 ล้านบาทแล้ว

    “ ผมจะรายงาน ท่านชายให้นะครับ”

    “ 400 ล้าน”  เจ้าสัวเจียงประมูลตัดหน้าเพิ่มทีเดียว 100 ล้าน

    ขจรแทบจะเป็นลม รีบถามเจ้าหินมรกตทันที

    “ ไม่ไหวมั๊งตอนนี้ราคา ไป 400 ล้านบาทแล้ว ผมไม่มีเงินขนาดนั้นหรอก”

    “ ก็บอกให้ขอยืม ท่านชายภาสกรนั่นก่อนไง แล้วค่อยหาคืนทีหลัง”

    “ พูดง่ายนี่ หาคืนทีหลัง เงินตั้งสี่ห้าร้อยล้าน จะไปหาคืนที่ไหน”

    “ 500 ล้าน”  เจ้าสัวหลิวตะโกนแข่งออกมาอีก

    “ ตายแล้ว เงินขนาดนี้ท่านชายคงไม่ยอมแน่”

    “ ท่านชายให้ยืม 1 พันล้าน ได้แค่นี้เท่านั้น”

    “ ฮ้า !  1 พันล้าน” ขจรอุทานเสียงดัง  อย่างตกใจ

    “ คุณขจรให้ 1 พันล้าน ครั้งที่ 1”

    ขจรตกใจ นี่ตนเพิ่งอุทานยังไม่ได้ประมูลสักหน่อย แต่ช้าไปแล้ว รัตติกาลนับ สอง และ สาม แล้วตีฆ้อนดังลั่น หัวใจขจรแทบจะหยุดเต้นไปในทันที

    “ ขอแสดงความยินดี คุณขจรได้เป็นเจ้าของ ตราพระราชลัญจกรปฐมกษัตริย์ราชวงศ์หมิง ชิ้นนี้”

    งานนี้คนในงานมองขจรเหมือนตัวประหลาด สายตาของเจ้าสัวหลิวนั้นแปลกไปยิ่ง เข้ายกมือจับหู แล้วถูไปถูมา  ผู้พันหลิวอี้เห็นดังนั้นก็ส่งข้องความบางอย่างออกไปทันที

    ตูม ๆ ๆ ๆ  ปัง ปัง ปัง เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงปืนดังจากนอกคฤหาสน์ทุกคนต่างแตกตื่นตกใจยิ่งนัก ตำรวจที่อยู่ภายในงาน กว่าสามสิบคน ชักปืนออกมาเตรียมต่อสู้ แล้วทันใดนนั้นเอง  คนร้ายก็ปรากฏตัวพร้อมสาดกระสุนใส่ ตำรวจที่ถือปืน ตายไปในทันที สิบกว่าคน แขกที่มางานเลี้ยง ต่างลงไปนอนกับพื้นเพื่อความปลอดภัย ตำรวจปะทะกับ พวกนักฆ่า จากเรือนมังกรซ่อน แต่ทว่า พวกนักฆ่ามีเสื้อเกราะและอาวุธที่ทันสมัยกว่า ยิงตำรวจตายไปจนหมด

    หัวหน้าคองโบตะโกนสั่งงานลั่น

    “ ไปเฝ้าประตูห้ามใครเข้าออก แล้วนำซีโฟร์ ไปวางตามจุดที่กำหนดไว้ ที่เหลือตามมา” หัวหน้าคองโบ เดินเข้ามาในงาน ทุกคนต่างก้มไปกับพื้นจนหมด

    ส่วนตราพระราชลัญจกรนั้น ยังอยู่บนเวที หัวหน้าคองโบหยิบใส่กระเป๋า แล้วกวาดของที่ประมูล ที่ยังไม่ได้ส่งมอบ เก็บลงไปในกระเป๋าจนหมด

    หัวหน้าคองโบมองเห็นคุณหญิง และเถ้าแก่เนี้ยมากมายใส่เครื่องประดับราคาแพงก็สั่งให้ลูกน้องไปกระชากออกมาเก็บเอาไว้จนหมด

     มีบางคนไม่ยอมมอบของมีค่า ก็ถูกพวกมันยิงทิ้งตายไปหลายคน เลือดไหลนองพื้นเต็มไปหมด

    ผีหม่อม ราตรีมานั่งข้างๆ ขจรแล้วรายงานว่า

    “ พวกมันมี ทั้งหมด 50 สิบคน ด้านใน 30 คน ด้านนอกอีก 20 คน แต่มีสองคนใช้ปืนยาวส่องมาที่บ้านหลังนี้ พวกมันมีเฮลิคอปเตอร์อีก 2 ลำด้วย”

    “ แล้วมาบอกผมทำไม”

    “ ท่านเป็นองครักษ์มีหน้าที่พิทักษ์ผู้คนมิใช่หรือไง ไม่คิดจะช่วยพวกเขาสักหน่อยรึ?”

    “ ผมไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่นะ หากถูกพวกมันมีกันตั้ง 50 คนผมจะไปสู้ได้ยังไงเล่า”

    “ ท่านองครักษ์ท่านเปลี่ยนไปมากเลยนะ” หม่อมราตรีเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไร

    “ เจ้านี่มันขี้ขลาดไม่สมกับ เป็นจอมราชันแห่งดินแดนไร้ที่สิ้นสุดเลย” หินมรกตเอ่ยต่อว่าขจร

    “ ราชงราชันอะไรฟังไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ขจรได้แต่จับตาพวกมันเอาไว้ กำลังคิดหาวิธีจัดการกับพวกคนร้ายอย่างไรดีที่ไม่ให้ใครเห็น แล้วไม่ให้คนบริสุทธิ์ต้องตาย

    ทันใดนั้นเอง พวกคนร้ายพอได้ของไปหมดแล้ว ก็พาตัวผู้หญิงไปหลายคนทั้งกิ๊ฟ ม่อน แอล ซี รัตติกาล เกศเกล้า น้องสี่ของจางเฉิน และ น้องสาวของอาจารย์ธิเบศ คุณหนูตระกูลเจียง และยังมีสาวๆ หน้าตาสวยๆ ก็ถูกพาไปด้วย

    ขจรเห็นแล้ว ก็รีบหายตัวตามไปในทันที ระหว่างทางก็รีบ เปิดกล่องดาบสยบฟ้าออกมา แล้วหยดเลือดลงไป ดาบพอถูกเลือด ก็ส่องประกายแสงออกมาเงางามเหมือนใหม่ แล้วขว้างมีดเสือบินทำลายตู้เบรคเกอร์ตัดไฟ  จนไฟดับไปทั้งหมด  จากนั้นก็ใช้พลังจิต ควมบคุมมีดบินกลับมา  จากนั้นก็ตามคนร้ายไปจนทัน แล้วใช้ดาบสยบฟ้า ฟาดฟันใส่ร่างของคนร้ายจนหัวขาด แขนขาดกระเด็น ขจรไล่ฆ่าพวกมันไปเรื่อยๆ พวกคนร้ายที่อยู่ชุดท้ายขบวน ถูกขจรจัดการไปแล้วยี่สิบคน 

    จากนั้นก็รีบตามพวกมันลงไปที่ท่อระบายน้ำด้านหลังคฤหาสน์ แต่พอมันได้เห็นเพื่อนไม่ตามมา  มันก็วิทยุถามพรรคพวกของมัน แต่ไม่มีเสียงตอบ ดังนั้นพวกมันจึงรีบลงหลบหนีไปที่เฮลิคอปเตอร์ที่บ้านสวนรังโจรทันที 

    ซากศพของตำรวจด้านนอกหลายสิบคน ถูกพวกคนร้ายซุ่มยิง รอบทิศทาง นอนตายกันเกลื่อนไปหมด ใครคิดหนี ก็ถูกสไนเปอร์ส่องจนตายไม่มีเหลือ

    ส่วนคนร้ายพอพวกมันลงไปในท่อระบายน้ำใต้ดิน ก็เร่งรีบไปจากที่นี่เพราะคิดว่า คงเกิดเรื่องบางอย่างแล้ว ส่วน สาวที่ใส่ชุดราตรี ต้องมาเดินในท่อระบายน้ำเช่นนี้ ก็ช่างยากลำบากและทุลักทุเลยิ่งนัก ทำให้คนร้ายเดินทางล่าช้ากว่าเดิมยิ่งนัก แล้วทันใดนั้นเอง ขจรก็ไล่าตามพวกมันทัน 

    คนร้ายที่อยู่ด้านหลังอยู่ก็ทยอยล้มลงไปอีก หัวขาดแขนขาด ไม่มีใครเห็นคนฆ่าเลยสสักคน 

    “ เฮ้ย ใครทำวะ” คนพูดก็ถูกเชือดคอตายไปอีกคน

    นักฆ่าจากเรือนมังกรซ่อน รู้สึกผิดปกติแล้ว จึงจับผู้หญิงมาบังตนเอาไว้

    แต่มีหรือขจรจะทำอะไรมันไม่ได้ ยังคงหายตัวไปแล้วเชือดคอของพวกมันทีละคนอย่างช้าๆ จนพวกมันที่เหลือต่างต้องทิ้งตัวประกัน แล้ววิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต  ตัวประกันล้วนปลอดภัยแต่ว่า ขจรไม่เห็นกิ๊ฟ

    เพราะหัวหน้าคองโบได้พากิ๊ฟนำหน้าไปก่อนแล้ว ขจรจึงรีบตามพวกมันไป ติดๆ พอขึ้นมาได้ก็พบกับเฮลิคอปเตอร์สองลำ จอดห่างกัน พอสมควร พวกคนร้ายที่วิ่งหนีหน้าตาตื่น กำลังจะวิ่งไปขึ้น่เฮลิคอปเตอร์คันแรก เพื่อหลบหนี

    แต่ ขจรมาดักหน้าเอาไว้ แล้วใช้ดาบสยบฟ้าฟาดออกไป รัศมีดาบถึงกับฟันร่างคนร้ายออกเป็นสองท่อน ตายไปทีเดียว ห้าคน แล้วพวกมันก็กราดยิงไปอย่างไม่มีทิศทาง ขจรกลิ้งตัวหลบไปกับพื้นแล้วจัดการกับฟันขาของมันจนขาด แล้วก็ฟันคอของพวกมันจนตายเกือบหมด

    จนกระทั่งพวกมือปืนสไนเปอร์วิ่งลงมา เพื่อจะหนีไปขึ้นเครื่องเฮลิคอปเตอร์ แต่ทว่าพอขึ้นไป ก็ถูกขจร โยนระเบิดตามไป ทำให้ฮ. ลำแรกนั้น ระเบิดกลายเป็นเศษเหล็กไปในทันที  ส่วนอีกลำหนึ่งนั้น หัวหน้าคอมโบพากิ๊ฟไปด้วยซึ่งตอนนี้กิ๊ฟได้ถูกมันชกที่ท้องจนสลบไปแล้ว

    ขณะเฮลิคอปเตอร์กำลังลอยขึ้นไปได้สองสามเมตร ขจรก็กระโดดขึ้นไปทัน แล้วตวัดดาบฟันหัวคนร้ายสามคนขาดสะบั้น   เหลือแต่หัวหน้าคองโบ ซึ่งตอนนี้มันเอาปืนมาจ่อที่หัวกิ๊ฟเอาไว้

    “ มึงออกมานะ ไม่งั้น อีนี่ตาย”

    ขจรค่อยเผยร่างขึ้น มันตกใจยิ่งนัก กำลังจะอ้าปากพูดอะไร มีดเสือบินที่ขจรปล่อยออกมาก่อน ก็พุ่งเจาะเข้าที่ปากของของมัน จนทะลุ ขจรดึงร่างของกิ๊ฟออกมา แล้วเห็นมันยังไม่ตายดี แม้ร่างกายจะดิ้นกระตุกใกล้ตาย มันยังคิดชั่วจะกด รีโมทระเบิด ขจรจึงฟันข้อมือของมันจนขาดเป็นสองท่อนไม่อาจกดจุดระเบิดได้  แล้วมันก็สิ้นใจไป 

    ขจรมองเห็นสมบัติที่มันขนมาวางไว้บนเฮลิคอปเตอร์ ก็หยิบเพียงตราราชลัญจกรเอาไว้ได้ แล้วอุ้มกิ๊ฟ ที่ตอนนี้สลบไปแล้ว แล้วก็โยนระเบิดไปสองลูก แล้วกระโดดลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ลงมาที่พื้นได้อย่างหวุดหวิด

    แล้วเฮลิคอปเตอร์ก็ระเบิดกระจายกลางอากาศ  แล้วตำรวจขับรถเข้ามากันหลายคัน เต็มบ้านไปหมด ขจรรีบท่องมนต์พรางตัว แล้วปล่อยให้กิ๊ฟ อยู่กับตำรวจ ตนเองก็กลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลจาง ที่บัดนี้วุ่นวายมากไม่รู้ใครเป็นใคร เพราะไฟดับหมดไปทั้งคฤหาสน์ พอไฟติด   ผู้กำกับสั่งลูกน้องตามหากิ๊ฟ ด้วยความเป็นห่วง ยิ่งถามพวกสาวๆ ที่โดนจับเป็นตัวประกัน  แต่ละคนก็ได้แต่บอกว่า ไม่รู้

    ไม่นานก็มีรถตำรวจพากิ๊ฟมาส่ง ในสภาพปกติ ขจรก็ได้แต่เข้ามารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    “ นายไปไหนมา พวกเราเป็นห่วงแทบแย่”

    “ ฉันพยายามตามไปช่วยกิ๊ฟ แต่ว่า เห็นตำรวจช่วยกลับมาแล้ว เลยกลับมาที่นี่ไง”

    “ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว มีคนตายเต็มไปหมดเลย” ซีเอ่ยอย่างหวาดผวา

    ตำรวจเข้ามาควบคุมพื้นที่เข้าออก พบระเบิดซีโฟร์ อยู่หลายจุด โชคดีที่ คนร้ายไปทันได้กดรีโมทระเบิด ทำให้คนรอดชีวิต ไปเป็นจำนวนมาก

    “ คนร้ายตายเรียบไม่มีเหลือไม่มีลายมือให้ตรวจสอบประวัติ แต่ละคนล้วนตายด้วยคมดาบ ที่คมกริบ เหมือนกับคนร้ายคนอื่นๆ ของคดีลักพาคุณหนูกกิ๊ฟ แต่ว่าบาดแผลนี้ไม่น่าเกิดจากมีดสั้น เพราะตัดร่างกายแขนขาออกเป็นสองส่วน  อาวุธชิ้นนี้น่าจะเป็นดาบที่มีความคมมาก ไม่มีพยานรู้เห็นว่าคนสังหารนั้นเป็นใคร มันเหมือนภูตพรายไปมาไร้ร่องรอย”  ผู้กองนพพรรายงานเบื้องต้นให้กับ ท่านผู้กำกับทรงยศ

    “ ไม่เป็นไร คนร้ายตายกันหมดก็ดี ดูจากหน้าตาของพวกมันไม่ใช่คนไทย ใช้เครื่องสแกนดวงตามาตรวจสอบ คนร้ายทุกคน เชื่อว่าไม่นานก็คงรู้ว่า พวกมันเป็นใคร”   ผู้กำกับทรงยศเอ่ยจบ ก็กวาดสายตาไปรอบๆ เห็นซากศพเกลื่อนไปหมด แล้วไปหยุดที่ ตัวของขจรที่ยืนอยู่ข้างรถพยาบาลกับเพื่อนอีกหลายคน กำลังพูดคุยกับ กิ๊ฟ ที่นอนพักอยู่ในรถพยาบาล เขาเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง คนที่ช่วยกิ๊ฟเอาไว้ถึงสองครั้ง น่าจะรู้จักกับกี๊ฟเป็นอย่างดี แล้วต้องอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย มิเช่นนั้น จะเข้ามาช่วยกิ๊ฟทันได้อย่างไร !

    ขจรกว่าจะได้กลับวัดก็ใช้เวลาไปเกือบตีสอง ทางตำรวจแจ้งว่า ทรัพย์สินที่คนร้ายขโมยไปถูกระเบิดไปพร้อมกับ เฮลิคอปเตอร์ ทำให้ไม่สามารถนำทรัพย์สินมาคืนได้ ตอนนี้ทางสำนักจัดการประมูลก็เลยตัดสินใจ คืนเงินที่ประมูลทั้งหมดสำหรับคนที่ประมูลแล้วยังไม่ได้รับสินค้าไป  ตราพระราชลัญจกร มูลค่าพันล้านก็ถูทำลาย ท่านชายเลยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนนี้ เหลือแต่เงิน 100 ล้านที่ประมูลดาบสยบฟ้ามา แม้ว่าท่านชายภาสกรจะบอกว่า มอบให้เป็นสินน้ำใจ แต่ขจรบอกว่า วันที่เขามีเงิน เขาจะหามาคืนทั้งหมด

    ในตอนเช้า สื่อต่างๆ ตีภาพข่าวงานเลี้ยงวันเกิด กลายเป็นงานเลี้ยงมรณะ คนตายไปเป็นร้อยๆ คน สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วโลก ไม่คิดว่า งานเลี้ยงในประเทศไทย จะเกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ แต่ก็มีบางสื่อเสนอข่าวออกไปว่า ราชาที่ดินส่งคนรู้่ใจไปประมูลสินค้านับพันล้าน ภายในคืนเดียว ข่าวนี้ทำให้ใครหลายคนไม่สบายใจ โดยเฉพาะท่านหญิงสาม กับท่านหญิงสี่

    ณ ที่ตึกของหลงชิ่งกรุ๊ป

    “ บัดซบจริงๆ ไอ้พวกบ้านี้แค่ให้ไปเอา ตราราชลัญจกรชิ้นเดียว พวกมันกลับปล้นทรัพย์สินอื่นมา สุดท้ายก็ทำพลาด”

    “ คนที่สังหารพวกมัน อาจเป็นพวกยอดยุทธ์ก็ได้นะครับ มิเช่นนั้นจะจัดการกับคนของเรือนมังกรซ่อนได้อย่างหมดจด อะไรเช่นนี้”

    “ เป็นไปไม่ได้ พวกยอดยุทธ์ไม่สนใจเรื่องราวของปุถุชนทั่วไปมานานแล้ว ช่างมันเถอะ มันสายไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้ มันถูกระเบิดทำลายทิ้งไปหมดแล้ว” ประธานหลงชิ่งกรุ๊ปเอ่ยอย่างเซ็งๆ

    “ พวกเรือนมังกรซ่อน ได้แจ้งมาว่า พวกเขาเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ว่าหากมีงานอะไรให้พวกเขาทำอีกละก็ เขาจะทำให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเลย”

    “ ก็ดี บอกพวกมันให้ไปจัดการกับเจ้าสัวหลี่ อย่าให้มีปัญหาอีกก็แล้วกัน”

    “ ครับท่าน”

    วันนี้ขจรต้องขึ้นชกชิงแชมป์ มวยไทยสนามเดอะแชมเปี้ยน หลังจากที่เขาออกกำลังกายเสร็จ ก็เข้าไปที่ค่ายมวยสยามยุทธ์ เพื่อสมทบกับ ครูทิม ครูยอด และพี่ธง เพื่อจะไปทำการชั่งน้ำหนักกันก่อน แต่พอไปถึง มาดาบเกรซ ก็อยู่ด้วย

    “ พวกเราไปกันเถอะ” ครูยอดพาขจรนั่งรถเก๋งไปกันสองคน ส่วนที่เหลือนั่งรถตู้ไป

    “ มาดามเกรซ มาบอกกับครูว่า อยากให้เอ็ง ขึ้นชกมวยสากล เขาจะส่งให้เอ็งชกทีมชาติ เอ๋็งจะว่าอย่างไร”

    “ ครูว่ายังไงผมก็ตามนั้น”

    “ เฮ้ย นี่มันอนาคตของเอ็งนะเว้ย ครูเองก็ไม่ได้เซ็นสัญญาอะไร เอ็งอยากไป ครูก็ไม่ห้าม”

    “ ผมแค่ต้องการชกมวยเพื่อหาเงินเท่านั้น พอได้เงินสร้างบ้านและเก็บเงินให้แม่กับน้องสักก้อน ผมก็คงเลิก”

    “ ถ้าเช่นนั้น ครูจะตกลงให้ มาดามเกรซจัดการให้เอ็ง เริ่มชกมวยสากลสมัครเล่น  แล้วมวยไทยนี่ ก็ชกบ้างตามโอกาส แต่ครูจะพยายามให้เอ็งชกเดือนละครั้ง จะได้มีเงินใช้ ส่วนมวยสากลนั้น คงชกไม่บ่อยเท่าไรนัก”

    “ ได้ครับ”

    พอมาถึงสนามมวยเดอะแชมเปี้ยน ขจรชั่งน้ำหนักก็ยังคงได้น้ำหนักเท่าเดิม คือ 114 ปอนด์ ส่วนแชมป์ ชั่งได้ 115 ปอนด์ พอดีเป๊ะ

    แชมเปี้ยนมีชื่อว่า ก้องฟ้า อายุ 26 ปี ชกมา30 ครั้ง ไม่เคยแพ้ใครมาก่อน กำลังจะก้าวขึ้นไปต่อยเวทีใหญ่ คือเวทีราชดำริ แต่ว่า ต้องมาต่อยกับขจร เพราะว่า รองแชมป์ได้ทำสัญญาชกกับแชมป์ก้องฟ้าเอาไว้และ ผู้จัดก็ประกาศวันชกเอาไว้แล้ว แต่พอดีรองแชมป์ถูกขจรอัดเดี้ยงไป ขจรจึงต้องขึ้นชกแทนอัตโนมัติ

    “ คืนนี้ มึงได้เจอกับของจริงแน่ๆ ไอ้หน้าอ่อน” แชมป์ก้องฟ้า ข่มขจรตั้งแต่ไม่ได้ขึ้นชก

    “ เอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า” ขจรสวนกลับไป แชมป์ก้องฟ้า ก็ฉุนกึกทันทีไม่คิดว่า ขจรจะกล้าเถียงเขา แล้วเหวี่ยงหมัดใส่ขจรไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าขจร กลับเอนตัวหลบไปได้ แล้วยกเท้าถีบยันออกไป ทีมงานเข้ามาขวางเอาไว้ ไม่ให้มีเรื่องกัน จึงถูกถีบกระเด็นไปชน กับ แชมป์ก้องฟ้า จนล้มกลิ้งไปกับพื้นด้วยกัน

    แล้วทุกคนก็พาทั้งคู่แยกออกไป

    “ คืนนี้มึงต้องระวังตัวเป็นพิเศษ ดูหน้าพวกมันแล้ว แม่งมีแผนชั่วแน่ๆ เลย” พี่ธงกระซิบบอกกับขจร

    “ ก็ลองดู ว่าแผนใครมันจะร้ายกาจกว่ากัน” ขจรเอ่ยออกไปด้วยสายตาแปลกๆ พี่ธงมองมาอย่างสงสัย ไม่รู้ว่าคืนนี้ขจรมีแผนอะไร.