“วันนี้เ้าเข้าเมืองไปทำไม ข้าเห็นเ้ากับพี่เปียวยืนอยู่ที่หน้าร้านขายผ้าตั้งนาน เ้าซื้อผ้ากลับมาตัดชุดหรือ แล้วเ้าเอาเงินมาจากไหน” หยุนไป๋เดินมาขวางหน้าน้องสาวไว้และถามออกมาเป็ชุด
“ท่านก็กล้าถามข้านะพี่ใหญ่ ข้าจะเอาเงินจากไหนมาซื้อผ้ากันล่ะ และที่ข้าเข้าเมืองไปวันนี้ก็เพราะข้าขอตามพี่เปียวเข้าไปเที่ยวในเมืองเท่านั้น” หยุนหนิงเอ๋อหรี่ตามองพี่ชาย “ท่านเห็นข้ากับพี่เปียวในเมืองก็แสดงว่าท่านเข้าเมืองเหมือนกันใช่ไหม แล้วท่านเข้าเมืองไปทำอะไร”
“ข้าจะไปทำอะไรก็เื่ของข้า”
“เช่นนั้นข้าจะเข้าเมืองไปทำอะไรก็เื่ของข้าเหมือนกัน ท่านจะมายุ่งทำไม”
“หยุนหนิงเอ๋อ! ข้าเป็พี่ชายของเ้านะ เมื่อข้าถามเ้าก็แค่ตอบคำถามมา หรือว่าเ้าอยากให้ข้าเอาเื่นี้ไปบอกท่านพ่อท่านแม่”
“ท่านก็ไปบอกสิ วันนี้ที่ข้าเข้าเมืองก็ไม่ได้เป็ความลับอะไร เพราะข้าได้บอกกับท่านพ่อไว้ก่อนแล้ว และเขาก็อนุญาตให้ข้าเข้าเมืองไปกับพี่เปียวแล้วด้วย แต่ท่านล่ะ...ท่านได้บอกท่านพ่อท่านแม่หรือเปล่า ยังมีพี่สะใภ้อีกคน ท่านได้บอกนางไหม”
“ข้า...ข้าเป็ใคร ทำไมข้าต้องรายงานนางด้วย นางเป็แค่ภรรยาจะกล้ามีปากมีเสียงกับข้าหรือ”
หยุนหนิงเอ๋อยิ้มจนตาหยีก่อนจะะโเสียงดัง “พี่สะใภ้!”
“เ้า...ฝากไว้ก่อนเถอะ” หยุนไป๋ชี้หน้าน้องสาวแล้วรีบวิ่งหนีไปทันที
“ก็นึกว่าจะแน่” หยุนหนิงเอ๋อยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ “ชอบยุ่งเื่ของข้านักใช่ไหม งั้นข้าต้องจัดให้เ้าก่อนแล้วหยุนไป๋”
“เ้าเรียกข้าทำไม ข้าบอกไว้ก่อนนะว่าถ้าไม่ใช่เื่สำคัญเ้าโดนข้าตีแน่” หม่าหลงเดินมาหาหยุนหนิงเอ๋อด้วยท่าทางหงุดหงิด เป็เพราะวันนี้ทั้งวันนางยังไม่เห็นหน้าสามีเลย
“อ้อ...ถ้าท่านไม่กลัวผลลัพธ์ที่ตามมาก็ลองทำร้ายข้าดูสิ”
หม่าหลงกัดริมฝีปากไว้ทันที นางเกือบลืมคำเตือนของท่านลุงใหญ่ถังไปแล้ว “เช่นนั้นเ้าะโเรียกข้าทำไม”
“ข้าแค่อยากจะถามพี่สะใภ้สักหน่อยว่าพี่ใหญ่อยู่บ้านหรือเปล่า พอดีวันนี้ข้าไม่เห็นเขาเข้าไปทำงานในไร่”
“เขาไปทำงานในไร่ั้แ่เช้าจนป่านนี้ยังไม่กลับ แม้แต่ข้าวกลางวันก็ไม่มีเวลากลับมากิน เป็เ้าเองมากกว่าที่ไม่ได้ไปช่วยงาน เ้าบอกมานะว่าเ้าแอบอู้งานไปไหนมา รับรองว่าถ้าท่านพ่อรู้ท่านพ่อต้องลงโทษเ้าแน่ๆ และเื่นี้ลุงใหญ่ถังก็คงช่วยเ้าไม่ได้” หม่าหลงพูดขึ้นอย่างดีใจ หลายวันแล้วที่นางไม่เห็นน้องสามีถูกพ่อแม่ทุบตี ทำให้นางรู้สึกเหงาไปไม่น้อย
“ตอนเช้าข้าเข้าเมืองไปกับพี่เปียว เื่นี้ข้าบอกท่านพ่อแล้ว แต่ที่ข้ามาถามมหาพี่ใหญ่กับท่านก็เพราะว่าข้าเห็นใครคนหนึ่งท่าทางเหมือนพี่ใหญ่มาก คนๆ นั้นเดินอยู่กับแม่นางน้อยคนหนึ่งท่าทางสนิทสนมกันมากทีเดียว แต่ข้าก็ไม่อยากปรักปรำพี่ชายตัวเองก็เลยมาถามท่านดู ถ้าพี่ใหญ่อยู่กับท่านที่บ้านก็แสดงว่าผู้ชายคนนั้นก็แค่มีท่าทางคล้ายกันกับเขา แต่ถ้าพี่ใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ไร่และไม่ได้อยู่กับท่านด้วยก็เป็ไปได้ว่า...” หยุนหนิงเอ๋อเริ่มแต่งเื่
“เ้า...เ้าพูดเหลวไหล พี่ชายเ้าทำงานอยู่ที่ไร่ เขาไม่ได้เข้าเมืองแน่” หม่าหลงตอบรับอย่างไม่เต็มเสียงนัก
“ในเมื่อท่านยืนยันเช่นนั้นคงเป็ข้าที่มองผิดไป แต่มันก็จริงนะ เพราะแม่นางน้อยรูปร่างอรชร ทั้งใบหน้ายังขาวเนียนราวกับไข่ปอกอย่างนั้นจะมาเดินอยู่กับพี่ใหญ่ได้ยังไง ท่านอย่าเก็บคำพูดของข้าไปใส่ใจเลยนะพี่สะใภ้ ข้าขอตัวเข้าห้องก่อนก็แล้วกัน ทำงานคนเดียวทั้งวันมันเหนื่อยจริงๆ” หยุนหนิงเอ๋อเดินเข้าห้องอย่างอารมณ์ดี และไม่คิดว่าเื่ที่ตนเองแต่งขึ้นจะเป็เื่จริงไปได้
หม่าหลงที่เป็คนขี้ระแวงอยู่แล้วก็เริ่มคิดตามคำพูดของหยุนหนิงเอ๋อ ปกติแล้วน้องสามีไม่ใช่คนโกหก หากนางบอกว่าไม่เจอสามีทำงานที่ไร่ก็อาจเป็ไปได้ว่าสามีไม่ได้อยู่ที่ไร่จริงๆ แต่สามีจะหายไปไหนได้ล่ะ เวลาสามีจะไปไหนเขาต้องมารายงานนางก่อน หม่าหลงใช้มือซ้ายคลำที่เอวหนาๆ ของตัวเองแล้วใช้มือขวาลูบใบหน้า ‘แม่นางน้อยรูปร่างอรชรและใบหน้าขาวราวกับไข่ปอกอย่างนั้นหรือ หยุนไป๋...เ้าภาวนาไว้เถอะว่าอย่าให้เื่ที่หยุนหนิงเอ๋อพูดมาเป็ความจริง ไม่เช่นนั้นข้าจะจัดการเ้าแน่’
ตกค่ำเมื่อหยุนไป๋เดินเข้าบ้านมา หม่าหลงก็กระชากคอเสื้อเขาเดินเข้าไปในห้องนอนทันที พ่อหยุนกับแม่หยุนเห็นท่าทางของลูกสะใภ้ก็รีบถือชามกับตะเกียบเข้าไปกินข้าวในห้องของตัวเองโดยไม่คิดที่จะเข้าไปช่วยลูกชาย ส่วนหยุนหนิงเอ๋อเมื่อเห็นว่าอาหารเย็นของนางเป็เพียงน้ำข้าวต้มใสๆ ชามหนึ่งก็ไม่นึกแปลกใจ เพราะทุกมื้ออาหารของนางก็มีเพียงเท่านี้อยู่แล้ว แต่นางก็ถือชามน้ำข้าวนั้นเข้าห้องนอนของนางไป ก็ใครมันจะไปสนใจกันเล่าว่าจะมีอาหารกินหรือเปล่า เพราะในมิติของนางมีห้องครัวเล็กที่มีอาหารอยู่ครบครัน นางแค่เข้าไปหาอะไรกินในมิติก็ได้แล้ว
แต่หยุนหนิงเอ๋อกลับประเมินความสามารถของพี่ชายตัวเองต่ำเกิน เพราะเมื่อเห็นว่าภรรยาโมโห หยุนไป๋ก็ใช้ร่างกายของตัวเองบรรเทาความโกรธให้ภรรยา ซึ่งมันก็ได้ผล เพราะหม่าหลงก็ชื่นชอบการเอาใจของสามีด้วยวิธีนี้เป็อย่างมาก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านางจะเลิกระแวงในตัวเขา “วันนี้เ้าหายหัวไปไหนทั้งวัน แม้แต่ข้าวกลางวันก็ไม่กลับมากิน”
หยุนไป๋ที่เหน็ดเหนื่อยกับการเอาอกเอาใจภรรยามาเกือบทั้งคืน “ข้าก็ทำงานอยู่ในไร่น่ะสิ งานในไร่ยุ่งมากขนาดไหนไม่ใช่ว่าเ้าจะไม่รู้”
“แต่หนิงเอ๋อบอกว่านางเห็นเ้าเดินอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งในเมือง” หม่าหลงจับมือสามีเอาไว้และตั้งใจจะเอามือของเขามาวางบนใบหน้าตัวเอง
หยุนไป๋รู้ทันก็ยกมือไปนวดเอวให้ภรรยาแทน เขาไม่ยอมให้นางเอามือของเขาไปลูบใบหน้าที่มีแต่สิวฝ้าอย่างนั้นหรอก รอยสิวนั้นมีทั้งเืทั้งหนอง ถ้าเขาไม่ปิดไฟแล้วทำเื่อย่างนั้นกับนาง มีหวังเขาได้อาเจียนใส่หน้านางแน่ “เ้าจะไปฟังคำพูดไร้สาระของนางทำไมกัน นางคงอยากพูดให้เราทะเลาะกันมากกว่า”
“เป็เช่นนั้นก็ดี เ้าอย่าได้คิดนอกลู่นอกทางเป็อันขาด ถ้าข้าจับได้ละก็ ส่วนนั้นของเ้า...ข้าจะตัดมันทิ้งทันที”
หยุนไป๋ตัวเกร็งขึ้นมาทั้งรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ พิกล “เ้าจะพูดเื่น่ากลัวเช่นนั้นทำไมกันเล่า”
“ก็ข้าอารมณ์ไม่ดี” หม่าหลงเริ่มมือไม้อยู่ไม่สุข
หยุนไป๋รู้ความ้าของภรรยา เขาใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ปรนเปรอภรรยาอีกครั้ง และในใจยังโกรธหยุนหนิงเอ๋อเป็อย่างมาก ‘นังน้องสารเลว เ้าทำให้ข้าต้องมาเสียแรงกับนังอ้วนอัปลักษณ์นี่ คอยดูเถอะว่าข้าจะหาผู้ชายน่าเกลียดที่สุดมาจัดการกับเ้า’
หยุนหนิงเอ๋อทำงานในไร่อย่างเป็ปกติทุกวัน และ่นี้นางไม่จำเป็ต้องไปช่วยหยุนเปียวกับเฉาหลันทำขนมในตอนกลางคืนแล้ว เพราะพี่สะใภ้ของนางจดจำสูตรและขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างขึ้นใจ ทำให้รสชาติของหมี่กรอบและขนมอีกสามสี่อย่างที่นางสอนมีรสชาติใกล้เคียงกับที่นางทำมากแล้ว ทำให้ใน่กลางคืนหยุนหนิงเอ๋อมีเวลาว่างมากขึ้น นางจึงเริ่มทำสินค้าใหม่เป็ชุดเครื่องนอนไม่ว่าจะเป็ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนหนุน ปลอกหมอนข้าง รวมถึงผ้าคลุมเตียงที่เข้าชุดกันไว้ไปเสนอขายให้กับหูซูเจี๋ยในการเข้าเมืองครั้งต่อไปด้วย โดยหยุนหนิงเอ๋อไม่รู้เลยว่าตัวเองถูกพี่ชายและพี่สะใภ้จับตามองอยู่
“ข้าว่า่นี้น้องสาวของเ้าดูสวยขึ้นนะ ทั้งๆ ที่นางได้กินแต่น้ำข้าว แต่ทำไมนางถึงได้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น” หม่าหลงบอกกับสามี เพราะ่นี้นอกจากนางจะเกาะติดสามีไม่ปล่อยแล้ว นางยังคอยสังเกตน้องสาวสามีไปด้วย และเห็นว่าหยุนหนิงเอ๋อไม่ได้ดูผอมแห้งเหมือนแต่ก่อนแล้ว และใบหน้าของนางยังขาวใสไม่เหมือนกับคนทำงานกลางแดดตลอดทั้งวันเลยสักนิด
“ข้าว่าที่นางเข้าเมืองไปคราวนั้นนางต้องเอาอะไรเข้าไปขายแน่นอน พอนางมีเงินนางก็เลยแอบซื้อของดีๆ กลับมากิน” หยุนไป๋มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของน้องสาวตนเองเช่นกัน
“แล้วนางจะเอาไปขายล่ะ วันๆ นางทำงานอยู่แต่ในไร่ จะบอกว่าเป็ของป่า แต่ข้าก็ไม่เห็นนางขึ้นเขาไปเก็บของป่าลงมาเลยนะ เพราะถ้านางเก็บของป่ามาได้ เ้านึกหรือว่าจะรอดจากสายตาท่านแม่ไปได้” หม่าหลงพูดเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “ไม่ใช่ว่า่นี้หยุนเปียวไปค้าขายในเมืองหรอกหรือ บ้านลุงใหญ่ถังอาจเอาอาหารมาให้แล้วนางก็แอบเก็บไว้กินคนเดียว ใช่...มันต้องเป็อย่างนี้แน่ นางแอบเก็บของดีไว้กินคนเดียว ข้าจะเอาเื่นี้ไปบอกท่านแม่”
“เื่นั้นก็อาจเป็ไปได้ แต่ข้าคิดว่าครั้งนี้ข้าจะแอบตามนางเข้าเมืองไปด้วย ข้าอยากรู้ว่านางเข้าเมืองไปทำอะไร”
“เช่นนั้นข้าจะไปกับเ้าด้วย” หม่าหลงรีบพูด เพราะคำพูดของหยุนหนิงเอ๋อในวันนั้นทำให้นางไม่ยอมปล่อยให้สามีคลาดสายตาไปแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าเขาจะเดินไปไหนหรือทำอะไรนางก็จะตามเขาไปตลอด แม้แต่ไปนั่งเฝ้าเขาอยู่ที่ไร่นางก็ยังตามไป
หยุนไป๋ได้ยินคำพูดของภรรยาก็รีบปฏิเสธทันที เขาจะให้หม่าหลงตามเข้าไปในเมืองด้วยได้ยังไงกัน ั้แ่ที่ภรรยาเริ่มสงสัย เขาก็ไม่ได้เข้าเมืองไปหาแม่นางน้อยในฝันของเขาเลย ป่านนี้ไม่รู้ว่าแม่นางน้อยจะถูกใครแย่งไปหรือยัง
“เ้าจะตามไปทำไม รอข้าสืบได้เื่แล้วข้าจะกลับมาเล่าให้เ้าฟังเอง” เมื่อเห็นภรรยายังไม่ยอม เขาจึงกล่อมภรรยาอย่างใจเย็น “เ้าไม่อยากแย่งเงินของหนิงเอ๋อมาเก็บไว้เองหรือ ถ้าเ้าตามข้าเข้าเมืองไปด้วย ท่านพ่อกับท่านแม่ก็ต้องรู้เื่นี้ ถึงตอนนั้นเงินที่ควรจะเป็ของเราก็จะหายไป เ้าไม่เสียดายหรือไง”
หม่าหลงเริ่มลังเล นางไม่ไว้ใจให้สามีเข้าเมืองไปคนเดียว เพราะกลัวว่าเขาจะแอบไปนัดพบกับหญิงอื่น แต่เมื่อนึกถึงเงินที่จะชิงมาจากหยุนหนิงเอ๋อ “เช่นนั้นครั้งนี้ข้าจะไม่ตามเ้าไป แต่ถ้าเ้าแย่งเงินของหยุนหนิงเอ๋อมาได้ เ้าต้องเอามาให้ข้าเก็บไว้ทั้งหมด และอย่าให้ข้ารู้ว่าเ้าเข้าไปหาผู้หญิงคนไหนในเมือง ไม่งั้นข้าไม่เก็บส่วนนั้นของเ้าไว้แน่”
หยุนไป๋รู้สึกโกรธน้องสาวขึ้นมาทันที หากไม่เพราะคำพูดไร้สาระนั่น ภรรยาจะระแวงเขาหรือ หยุนไป๋เริ่มด่าทอน้องสาวอยู่ในใจ และคิดว่าเขาต้องรีบจับนางแต่งออกไปหรือไม่ก็ต้องจับนางไปขายที่หอนางโลม ทำอย่างนี้ถึงจะบรรเทาความโกรธของเขาได้