ซูฮ่าวมั่นคงตบะอยู่ที่สวนสาธารณะม้าหินจนกระทั่งถึงเวลาสามทุ่มถึงได้หยุดลง
ถึงฟ้าจะมืดสลัว แต่รอบๆ สวนสาธารณะม้าหินกลับมีโคมไฟสว่างอยู่ เด็กๆวิ่งไล่กัน คู่รักก้มหน้าจูบกันอย่างดูดดื่ม ช่างคึกคักยิ่งนัก
“นี่ต่างหากคือชีวิต” ซูฮ่าวยืนขึ้นอย่างยิ้มแย้มและทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารบริเวณใกล้ๆ หลังจากนั้นก็เดินกลับบ้าน
ห้องโถงในเวลานี้มีแสงไฟสว่างไสว ไป๋เหวินหลิงคงกลับมาแล้ว
ขณะที่เท้าของซูฮ่าวก้าวเข้าบ้านไฟระย้าที่อยู่บนหัวก็ติดๆ ดับๆ ก่อนจะดับสนิท
ในขณะเดียวกัน เสียงกรีดร้องก็ดังลงมาจากชั้นสาม
“แย่แล้ว!” ซูฮ่าวสีหน้าแปรเปลี่ยน เขาพุ่งขึ้นไปที่ชั้นสามอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าเขาจะไปชั้นสามน้อยครั้ง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการยืนยันตำแหน่งของไป๋เหวินหลิงจากการฟังของเขา
ไม่นานเขาก็มาถึงห้องอาบน้ำที่ชั้นสามแล้ว
ในห้องอาบน้ำ เสียงสิ่งของตกลงพื้นอย่างต่อเนื่อง ซูฮ่าวหรี่ตาลง อยากบิดลูกบิดแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องอาบน้ำ แต่กลับพบว่าประตูถูกล็อกไว้
สายตาของเขารวมไปที่กลอนประตูหลังจากนั้นก็ต่อยเข้าไปโดยไม่ลังเล
หลังจากเสียงดังเมื่อครู่นั้น ประตูห้องอาบน้ำก็ถูกซูฮ่าวใช้กำลังเปิดออกเขาพุ่งเข้าไปในห้องอาบน้ำเหมือนฟ้าแลบ หยิบมือถือออกมาเปิดไฟ เพื่อหาร่างของไป๋เหวินหลิง
แต่ในขณะที่ร่างกายหญิงสาวผิวใสเกลี้ยงเกลาปรากฏขึ้นตรงหน้า ราวกับว่าเพียงแค่ดีดก็สามารถแตกออกได้ ในหัวของซูฮ่าวก็มีเสียงดังโครมครามและอึ้งอยู่กับที่ราวกับถูกฟ้าผ่า
รอบๆ ไม่มีใครสักคน มีแค่ไป๋เหวินหลิงยืนเปลือยกายอยู่ตรงนั้นดวงตาของเธอดูตื่นตระหนก
ทั้งสองคนก็ยืนจ้องตากันอยู่ในห้องอาบน้ำอย่างนี้
“ว้าย!”
บรรยากาศเงียบไปสิบกว่านาทีแล้ว ไป๋เหวินหลิงกรีดร้องขึ้นมาทันที เสียงสูงปรี๊ดจนกระจกแทบแตก
เธอหยิบผ้าเช็ดตัวมาปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าอย่างลนลาน ใบหน้าแดงเรื่อ มองซูฮ่าวอย่างเขินอายและโกรธเคือง “ซูฮ่าว นายขึ้นมาทำไม?!”
หลังจากที่จัดการเื่เงินทุนถูกโจรกรรมอยู่ที่บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวแล้วเธอก็ขับรถกลับบ้านเดี่ยว แต่เพราะเหนื่อยมาก ก็เลยเดินเข้าห้องอาบน้ำ หวังว่าจะอาศัยน้ำอุ่นชำระล้างความเหนื่อยล้า
แต่ตอนที่เธอเปิดน้ำใส่อ่าง หลังจากนั้นก็ถอดเสื้อผ้า จู่ๆในอ่างอาบน้ำก็เป็สีดำ จึงทำให้เธอใและกรีดร้องออกมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
หลังจากได้สติเธอก็เพิ่งรู้ว่าไฟดับก็เลยอยากจะไปเปิดไฟสำรอง หลังเดินอยู่ในความมืดก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะชนของ ถึงเป็เหตุว่าทำไมก่อนหน้านี้ซูฮ่าวถึงได้ยินเสียงของตกดังมาจากในห้องอาบน้ำ
ขณะที่กำลังเปิดไฟเธอกลับได้ยินเสียงพังประตู และห้องน้ำก็ถูกเปิดออก หลังจากนั้นก็เห็นแสงไฟส่องอยู่ในห้องอาบน้ำอีกแล้วสุดท้ายมันก็ส่องมาที่ตัวของเธอ
ทั้งหมดทั้งมวลพูดได้ว่าเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที แม้แต่เวลาที่จะมีการตอบสนองเธอก็ยังไม่มี ร่างกายของเธอกลับถูกซูฮ่าวเห็นจนหมดแล้ว
เวลานี้ ความโกรธมากมายในใจเธอมันอยากจะประทุออกมาเต็มที
ซูฮ่าวเห็นความอายและความโกรธบนใบหน้าของไป๋เหวินหลิง ก็พูดไม่ออก เขารีบหันหลังให้ไป๋เหวินหลิงอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะพูดขอโทษ “ขอโทษที ฉันคิดว่ามีคนบุกเข้ามาในบ้านแล้ว แถมยังได้ยินเธอกรีดร้อง ดังนั้นก็เลย… ”
“ออกไปให้พ้น!” ซูฮ่าวยังพูดไม่จบก็ได้ยินเสียงที่โมโหของไป๋เหวินหลิงดังก้องอยู่ในห้องอาบน้ำ และเสียงกัดฟันในน้ำเสียงมีความโกรธที่ไม่อาจยับยั้งไว้ได้
เห็นได้ชัดว่าไป๋เหวินหลิงในเวลานี้โมโหมาก ความโกรธดุเดือดอยู่ตรงหน้าอกของเธอราวกับคลื่นน้ำ
หากมองผ่านแสงสะท้อนของโทรศัพท์มือถือ ซูฮ่าวก็เห็นอย่างชัดเจนริมฝีปากของไป๋เหวินหลิงขาวซีด ดวงตาลุกเป็ไฟ มือทั้งคู่สั่นจนควบคุมไม่ได้ ทั้งตัวเธอกำลังสั่นเทาไม่หยุด
“ขอโทษ เป็ความผิดของฉันเอง ฉันไม่ได้คิดว่าเธอกำลังอาบน้ำอยู่ จริงๆแล้วฉัน… ”
“ฉันบอกให้นายออกไป นายหูหนวกหรือเปล่า?!” ยังพูดไม่ทันจบ เสียงที่เยือกเย็นของไป๋เหวินหลิงก็ดังขึ้นทันที
จากน้ำเสียง ซูฮ่าวก็ฟังออกว่าเธอใกล้จะะเิความโกรธแล้วจึงไม่มัวยืนอึ้งอยู่ที่เดิม แค่ถอยออกไปจากห้องอาบน้ำอย่างเงียบๆแล้วยกประตูที่ถูกถีบจนพังขึ้นมาปิดเอาไว้
เขายังไม่ลงไปแต่นั่งอยู่ตรงหน้าบันไดห่างจากห้องอาบน้ำไม่ไกลด้วยสีหน้าจนใจ
พูดตามตรง เขาแทบเดาไม่ออกเลยว่าเย็นนี้จะเกิดเื่อย่างนี้
ชาตินี้กลับมาที่ฉวนโจวอีกครั้งภายในใจของเขาก็รักษาระยะห่างที่พึงมีกับไป๋เหวินหลิงั้แ่แรกแล้วและก็จะไม่ทำเื่ที่ไร้คุณธรรมใดๆ กับไป๋เหวินหลิงเด็ดขาด
ความคิดเพียงหนึ่งเดียวที่เขามีต่อเธอคือชดใช้ความผิดและความเสียใจที่เขาทิ้งไว้ให้เธอในชาติก่อนอย่างสุดกำลังของเขา
แต่อย่างไรเขาก็ล้วนคิดไม่ถึงว่า เขาที่เกิดใหม่อีกชาติ วันนี้จะได้เห็นร่างกายของไป๋เหวินหลิงหมดแล้ว
เขาย่อมรู้ดีว่าไป๋เหวินหลิงให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมากแค่ไหนและก็รู้ว่าการที่ร่างกายถูกเห็นหมดแล้วสำหรับไป๋เหวินหลิงก็คือเื่ที่น่าอายมากแค่ไหน
เขาจำได้รางๆ ว่าชาติก่อนเขาแค่แตะเสื้อผ้าของเธอนิดเดียวเท่านั้น เธอถึงขั้นทิ้งเสื้อผ้าพวกนั้นในวันนั้นทันทีหลังจากนั้นก็ซื้อเสื้อผ้าใหม่กลับมา
ตอนนี้ตนเองกลับเห็นร่างกายของเธอแล้ว ถึงแม้แค่เป็ห่วงความปลอดภัยของเธอและไม่ได้ตั้งใจ แต่สิ่งที่เขาทำเมื่อครู่นี้มันได้เลยขีดจำกัดของเธอไปมาก
วินาทีนี้ซูฮ่าวได้แต่เงียบ สีหน้าดูเศร้าใจอย่างมาก
หากก่อนหน้านี้เขาใจเย็น ไม่บุ่มบ่าม แต่ยืนยันให้แน่ใจหน่อยว่าไป๋เหวินหลิงมีอันตรายจริงๆ ไหม ก็อาจจะไม่เกิดเื่ที่น่าอายอย่างนี้ก็ได้
เวลานี้เขาเสียใจก็ไม่มีประโยชน์ อย่างไรเื่นี้ก็เกิดขึ้นแล้ว
รออยู่หน้าประตูตรงบันไดสิบห้านาทีเต็มๆในที่สุดประตูห้องอาบน้ำก็เปิดอีกครั้ง ในแสงไฟที่รำไร ซูฮ่าวเห็นว่าไป๋เหวินหลิงเปลี่ยนเป็ชุดนอนเรียบร้อยแล้วเธอกำลังเดินออกมาจากห้องอาบน้ำ
แม้ว่าหลังอาบน้ำ บนใบหน้าไร้เครื่องสำอาง แต่ไป๋เหวินหลิงยังดูสวยเหมือนดอกไม้ เหมือนกับเงาของหญิงสาวที่ออกมาจากอ่างอาบน้ำ คลุมเรือนร่างด้วยผ้าโปร่งบางครึ่งตัว
แต่บนใบหน้าของไป๋เหวินหลิงในตอนนี้เต็มไปด้วยความเยือกเย็นดูแล้วเ็าอย่างผิดปกติ ราวกับูเาน้ำแข็ง
เธอมองซูฮ่าวแวบหนึ่ง ในดวงตาอันงดงามยังคงมีความโกรธล้อมรอบ
“เหวินหลิง เมื่อกี้น่ะ อยู่ๆ ไฟมันก็ดับ แถมยังได้ยินเสียงเธอร้องอีก ฉันเป็ห่วงว่าเธอจะเกิดอันตรายก็เลยรีบร้อน และพุ่งเข้าไปในห้องอาบน้ำแบบนั้น… ” ซูฮ่าวเดินไปทางไป๋เหวินหลิงพร้อมพูดอธิบาย
เพิ่งมาถึงตรงหน้าไป๋เหวินหลิง ก็เห็นเธอยกมือขึ้น แล้วตบลงมา
“ผัวะ!”
ซูฮ่าวกลับไม่หลบ เขายังยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ ปล่อยให้ไป๋เหวินหลิงตบตามสบาย
“ทำไมนายไม่หลบ?” บนใบหน้าที่เยือกเย็นของไป๋เหวินหลิงมีอาการงงงัน
การตบนี้ของเธอก็จงใจลดความเร็วแล้วผู้ชายคนหนึ่งอย่างซูฮ่าวเป็ไปไม่ได้ที่จะหลบไม่ทัน
“ความผิดของฉันเอง นี่คือการลงโทษที่ฉันควรจะได้รับ”ซูฮ่าวไม่สนใจรอยฝ่ามือบนใบหน้าแม้แต่น้อย แต่เอ่ยออกมาอย่างช้าๆ
“วางใจเถอะ ต่อไปถ้าเจอแบบนี้อีก ฉันจะใจเย็น ฉันยังอยากขอโทษเธอสำหรับเื่นี้ แล้วก็ฉันจะรับผิดชอบเื่นี้เอง”
“รับผิดชอบหรือ?” ไป๋เหวินหลิงหัวเราะด้วยความโกรธขึ้นมาทันที “นายจะเอาอะไรมารับผิดชอบ?”
“นายรู้ไหม ร่างกายของผู้หญิงคนหนึ่งสำคัญกับเธอมากแค่ไหน?”
“หากคำว่ารับผิดชอบคำเดียวจัดการได้เช่นนั้นยังจะมีเื่อะไรจัดการไม่ได้อีก?”
ซูฮ่าวเงียบไปสักครู่ ก็พูดว่า “ฉันรู้ว่าที่บอกว่าจะรับผิดชอบตอนนี้มันน่าขำเกินไป แค่คำว่ารับผิดชอบคำเดียวไม่มีทางสงบความโกรธในใจเธอได้ เธออยากพูดอะไรก็พูดมาได้เลย ไม่ว่า้าอะไร ฉันก็จะพยายามทำให้สำเร็จ”
“ฉัน้าอะไร นายก็จะพยายามทำให้สำเร็จหรือ?” ไป๋เหวินหลิงแสยะยิ้มและพูดอย่างโมโหว่า “ซูฮ่าว นายคิดว่านายเป็ใครฉัน้าทั้งฉวนโจว นายทำได้ไหม?”
“ได้ แค่ให้เวลาฉันหน่อย” ซูฮ่าวตอบอย่างไม่คิด
“นานเท่าไร? สิบปี? ยี่สิบปี? ทั้งชีวิต?” ไป๋เหวินหลิงส่ายหน้าเธอผิดหวังมาก “ซูฮ่าว นายไม่เข้าใจผู้หญิงเกินไปแล้ว ก็ใช่ด้วยนิสัยของนาย จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้หญิง้าอะไร”
ขณะที่เธอพูดประโยคนี้ ดวงตาอันงดงามราวกับมีหมอกปกคลุมหนึ่งชั้นเหมือนกับขมขื่น และก็เหมือนกับจนปัญญาอีก
ซูฮ่าวเงียบกริบ
ความจริง เขารู้ดีว่าไป๋เหวินหลิง้าอะไร
แต่สิ่งที่เธอ้านี้ เขาไม่มีทางให้ได้
เพราะคนที่เขารักหมดใจ… สุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่ไป๋เหวินหลิง
ไป๋เหวินหลิงเห็นซูฮ่าวไม่ตอบอยู่นาน ก็รู้สึกหดหู่ใจ
“เื่ในวันนี้ นอกจากพวกเราสองคนที่รู้ ฉันไม่อยากให้มีคนที่สามรู้”เธอหันหลังทิ้งคำพูดที่เยือกเย็นไว้หลังจากนั้นก็เดินไปทางห้องนอน
ซูฮ่าวมองแผ่นหลังของไป๋เหวินหลิงอยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็พูดไม่ออก
เื่ที่เป็การผูกมัดแบบนี้ ก็เหมือนกับเข็มขัดนิรภัยที่อยู่บนรถยิ่งออกแรงดึงมันก็ยิ่งไม่ขยับ
โลกใบนี้มักจะเป็อย่างนี้ คนบางคนถึงจะอยู่ห่างไกลกันแต่ก็ย่อมเหมือนพบกันครั้งแรกและสนิทเหมือนเพื่อนเก่าได้
คนบางคนถึงอยู่ใกล้กัน แต่แค่เดินเฉียดไหล่กันไปทั้งวันเท่านั้น
สัญชาตญาณต่างหากคือจริงที่สุด
“บางที การที่ฉันอยู่กับเธอ มันอาจเป็เื่ผิดก็ได้”
ซูฮ่าวถอนหายใจ และหันหลังเดินลงจากอาคารไปด้วยเื้ัสั่นเทาเล็กน้อย
………………..
ในเวลาเดียวกัน กลุ่มบริษัทหลินชื่อในตงเฉิงของเขตฉวนโจว
เวลานี้ในห้องทำงานของซีอีโอ หลินอีหลุนยืนอยู่ตรงหน้าต่างก้มมองดูทุกอย่าง ในสายตาเต็มไปด้วยความชั่วร้ายและเยือกเย็น
ด้านหลังของเขามีผู้หญิงที่สวมชุดรัดรูปสีเทายืนอยู่หนึ่งท่าน
หากซูฮ่าวอยู่ตรงหน้า ก็จะต้องใ เพราะผู้หญิงท่านนี้ก็คือกู้เพ่ยหลิง
“เธอบอกว่า ห้าร้อยล้านนั่นคือเงินที่ซวี่หงเฟยซีอีโอของเจียงชานหรูฮั่วมอบให้ซูฮ่าวหรือ?” หลินอีหลุนหรี่ตาเล็กน้อยในน้ำเสียงมีการซักถาม
กู้เพ่ยหลิงที่อยู่ด้านหลังพยักหน้า “ใช่ค่ะ ซูฮ่าวเจอภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิผลงานแท้ของถังป๋อหู่ที่ตลาดของลายครามซวี่หงเฟยก็อยู่ที่นั่นพอดี เขาจึงใช้เงินห้าร้อยล้านซื้อภาพนี้ไว้”
“เฮอะ คิดไม่ถึงว่าเ้าซูฮ่าวคนนั้นจะโชคดีอย่างนี้ทำให้เขามีโอกาสช่วยบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวได้” หลินอีหลุนแค่นเสียงเ็าอย่างไม่พอใจ
“ฉันได้ยินว่าซวี่หงเฟยมีความตั้งใจที่จะร่วมงานโฆษณากับบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวเื่นี้จริงหรือไม่?”
กู้เพ่ยหลิงตอบตามความจริง “ใช่ค่ะ พรุ่งนี้ตอนสิบโมงเช้า ซวี่หงเฟยจะเจรจากับไป๋เหวินหลิงที่ศาลาซวีสุ่ยหลานน่าจะคุยเื่ร่วมงานโฆษณาทางธุรกิจ”
“ศาลาซวีสุ่ยหลาน?” หลินอีหลุนขมวดคิ้ว ราวกับคิดอะไรออกแล้วในดวงตาฉายแสงเจิดจ้า
ศาลาซวีสุ่ยหลานคือธุรกิจของหวางเฉิงเทียนหัวหน้าใหญ่ของสังคมอิทธิพลมืดในฉวนโจวเขาได้ข่าวมาว่า ตอนเช้าของวันพรุ่งนี้เพื่อนคนหนึ่งของหวางเฉิงเทียนจะฉลองวันเกิดและจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดที่ศาลาซวีสุ่ยหลานตอนนั้นหวางเฉิงเทียนก็จะไปที่งานด้วย
หวางเฉิงเทียนอยู่ในฉวนโจวเดินทั้งทางสว่างและทางมืด มีอำนาจใหญ่โต เื้ัพัวพันถึงตระกูลมู่หรงพูดได้ว่า้าลมได้ลม ้าฝนได้ฝน หลายปีมานี้มีชื่อเสียงมานานมากในฉวนโจว
ด้วยอำนาจของหวางเฉิงเทียน หากพรุ่งนี้ไป๋เหวินหลิงกับซวี่หงเฟยไปคุยเื่ร่วมงานโฆษณาแต่ไม่ระวังไปล่วงเกินเขาบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวก็คงต้องเจ๊งในที่สุด
พอนึกแบบนั้น เขาก็กวักมือเรียกให้กู้เพ่ยหลิงเข้ามาและเข้าไปกระซิบกระซาบข้างๆ หู
“หวางเฉิงเทียนเป็คนโหดเหี้ยม คุณทำแบบนี้ไม่เท่ากับรนหาที่ตายให้ไป๋เหวินหลิงหรือ?” พอได้ยินอย่างนั้น กู้เพ่ยหลิงก็หน้าซีดทันที
“ฉันแค่รับปากว่าจะช่วยส่งข่าวบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวให้คุณ แต่ไม่ได้รับปากว่าจะจัดการไป๋เหวินหลิง เื่นี้ฉันจะไม่ทำ”
หลินอีหลุนราวกับเดาออกแล้วว่ากู้เพ่ยหลิงจะพูดอะไร เขาหักนิ้วมือที่ยาวเรียวและค่อยๆ พูดว่า “เธอวางใจเถอะ ไป๋เหวินหลิงคือผู้หญิงที่ฉันถูกใจฉันจะไม่ทำให้เธอตกอยู่ในอันตราย ฉันจะรับประกันความปลอดภัยของเธอเอง ยิ่งไปกว่านั้นฉันก็แค่ให้เธอหาคนปลอมตัวเป็พนักงานของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวและไปทำงานนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอมากมายเลย”
“แต่แบบนี้… ”
“หุบปาก!” หลินอีหลุนมีใบหน้าเยือกเย็น ในดวงตาฉายแววเ็า
“กู้เพ่ยหลิง ฉันหวังว่าเธอจะรู้ว่าสถานะของตัวเองคืออะไร คุณพ่อคุณแม่ของเธอคนหนึ่งคือนักโทษข่มขืน คนหนึ่งคือฆาตกร หากไม่ใช่ฉันช่วยพวกเขาปกปิดเื่พวกนี้ตอนนี้พวกเขาก็คงไม่ได้ทำงานในบริษัทหลินชื่อแล้ว คงติดอยู่ในคุกตลอดชีวิต หากเธอไม่ทำตามที่ฉันพูดเธอรู้ไหมว่าจะมีจุดจบอย่างไร!”
กู้เพ่ยหลิงเม้มปาก ภายในใจดิ้นรนเป็อย่างยิ่ง ในที่สุดยังคงพยักหน้าแล้ว“ฉันรู้แล้วว่าควรจะทำอย่างไร”
“เช่นนั้นฉันก็จะรอข่าวดีจากเธอ” หลินอีหลุนทำมือประกบกันและเผยรอยยิ้มที่คลุมเครือออกมา
กู้เพ่ยหลิงกลัวจนใจสั่น และกัดฟันเธอออกไปจากห้องทำงานของซีอีโออย่างเงียบๆ
หลินอีหลุนมองแผ่นหลังของกู้เพ่ยหลิง ก่อนจุดบุหรี่หนึ่งมวน เขาสูบหนึ่งทีแล้วก็ค่อยๆ พ่นออกมา
ภายใต้ควันที่ตลบอบอวลของควันบุหรี่เส้นโค้งที่โหดร้ายได้ปรากฏตรงมุมปากเขา ราวกับภูตผีปีศาจแยกเขี้ยวออกมา
ไป๋เหวินหลิง เธอก็ไม่มีทางหนีพ้นจากเงื้อมมือของฉันได้หรอกนะ!