หนิงเทียน ราชันจักรพรรดิ ฉบับรีไรท์ จบแล้ว

    บทที่ 36 ตระกูลจิน

    หนิงเทียนระบายลมหายใจออกเสียงดัง “ข้าไม่เคยรู้จักบุคคลที่กำลังคุกเข่าอยู่และวันนี้ข้าต้องการเพียงลิ้มรสอาหารเท่านั้น จงอย่าได้ยั่วยุข้า”

    มันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ในขณะที่มือขวาของมันยกจอกสุราขึ้นจิบอย่างไม่สนใจ

    “วาจาจองหองสิ้นดี ยั่วยุเจ้าแล้วเป็นอย่างไร? รีบไปจับสารเลวตัวน้อยกับยัยอัปลักษณ์หน้าดำนั้นมาให้ข้า”

    ยังไม่ทันสิ้นเสียงของฉางอวี้ดีนัก กลับเกิดเสียงร้องที่แหวกอากาศดังขึ้น มันเป็นเสียงที่สามารถส่งผ่านอากาศได้ในระยะไกล

    คิ้วของฉางอวี้ขมวดทันที มันกล่าวอุทานออกเสียงดัง

    "ทักษะคำรามตัดมิติ ผู้ที่มาคืออินทรีเฒ่า จินเหยาจาง” ขณะที่ทุกคนได้ยินเช่นนั้นมันแหงนขึ้นมองขึ้นไปบนท้องฟ้า

    เมื่อจินเหล่าต้าได้ยินเสียงร้องที่ดังชัด มันแสดงอาการดีใจขึ้นมาพร้อมตะโกนเสียงดัง "ท่านปู่ ในที่สุดท่านปู่ก็มาช่วยข้า"

    หนิงเทียนมองไปยังร่างที่ร่อนลงมาจากบนฟ้าด้วยสายตาหรี่แคบ ร่างของชายชราผมขาวพุ่งทะลุหลังคาของเหลาอาหารชิงเยี่ยน ลงเหยียบยืนอยู่เบื้องหน้าของฉางอวี้

    "นายน้องฉางอวี้ถึงท่านจะเป็นบุตรชายของท่านเจ้าเมือง ท่านก็ไม่สามารถข่มเหงบุตรหลานตระกูลจินได้" เสียงอันร้อนแรงนุ่มลึกดังออกมา

    “ผู้เฒ่าจิน หลานชายของท่านมายุ่งกับฮูหยินรองของข้า ท่านคิดหรือว่าเรื่องจะจบเพียงแค่ท่านออกหน้าหรือ?” ฉางอวี้กล่าวตอบอย่างถือดี

    “ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปขอขมาท่านเจ้าเมืองด้วยตัวเอง แต่เรื่องในวันนี้ข้าคงต้องขอตัวหลานชายของข้าคืน” กล่าวจบมันหายตัวไปปรากฏอยู่ตรงหน้าจินเหล่าต้า พร้อมทั้งกระชากคอเสื้อหลานชายเจ้าปัญหาของมันกลับ

    “พี่ใหญ่ พวกเราจะเอายังไง?” จ้าวเย่กล่าวถามฉางอวี้อย่างแผวเบา

    “ปล่อยมันไปก่อน อินทรีเฒ่าตัวนี้ เป็น1ใน10ยอดยุทธแดนวีรชนของเมืองฉางผิง มันไม่ใช่คนที่พวกเราจะไปขัดขวางได้” ฉางอวี้กัดฟันเค้นเสียงออก

    ในขณะที่จินเหล่าต้ากำลังเดินตามปู่ของมันไปอย่างว่าง่ายนั้น มันเหลือบไปที่โต๊ะของหนิงเทียน

    ภายในใจมันครุ่นคิดถึงเรื่องเมื่อครู่ 'ถ้าปล่อยไว้เช่นนี้ กลุ่มของพี่ชายท่านนี้จะต้องผมเจอกับหายนะจากความโกรธของฉางอวี้แน่'

    คิดได้เช่นนั้นมันจึงกล่าวออก"ท่านปู่พวกเขาเป็นสหายของข้า ข้าจะพาเขาไปเยี่ยมชมตระกูลจินของเรา”

    ได้ยินคำขอของหลานชาย จินเหยาจาง กล่าวออกด้วยเสียงนุ่มแก่หนิงเทียน “เด็กน้อยในเมื่อเจ้าเป็นสหายของหลานข้า ตระกูลจินยินดีต้อนรับเสมอ”

    หนิงเทียนครุ่นคิดถึงผลที่ตามมาอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะจากวางเหรียญทองไว้บนโต๊ะ พร้อมกับจูงมือของเสี่ยวซวงตามทั้งสองออกไป

    ทิ้งให้ฉางอวี้กำมือแน่นด้วยความโกรธ“คอยดู...ข้าจะให้พวกมันสองตาหลานคุกเข่าขอร้องข้าให้จงได้”

    กล่าวจบมันหันไปยังลูกน้องของมันที่ยืนอยู่ด้านหลัง "พวกเจ้านำข้อความนี้ไปบอกแก่อาจารย์ของข้า รีบไป..."

    หนิงเทียนและเสี่ยวซวงเดินตามพวกมันทั้งสองอยู่เพียงระยะทางหนึ่ง และเมื่อมันหันกลับไปมองไม่เห็นผู้ใดตามมา มันจึงหยุดเดินและแยกตัวออกไปทันที

    “นั้นพี่ชาย ท่านจะไปไหน ตระกูลจินของพวกเราอยู่ทางนี้” จินเหล่าต้าตะโกนเรียกไล่หลังตามทันที

    หนิงเทียนหาสนใจกับคำพูดของมันไม่ มันแกล้งทำหูทวนลมพร้อมเร่งฝีเท้าก้าวเดินออก

    ที่มันเดินตามมาในคร่าแรกนั้นเพียงเพราะมันไม่ต้องการเป็นศัตรูกับฉางอวี้ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องเท่านั้น

    จินเหล่าต้าไม่ละความพยายามมันกล่าวออก “ท่านปู่ ท่านไปรอข้าที่ตระกูลก่อนแล้วกัน”สิ้นคำกล่าวมันรีบวิ่งตามหลังหนิงเทียนไปทันที

    “นี้เจ้า!!!”จินเหยาจางคำรามออก เพียงแค่หันหลังกลับมา หลานของมันวิ่งหายไปจากสายตาแล้ว

    หนิงเทียนกำลังเดินหาที่พักและข่าวสารของตระกูลมู่ แผนการเดิมที่มันจะไปเคาะประตูสกุลมู่ตรงๆต้องเปลี่ยนแปลงไป เพราะพลังปราณที่ไม่สามารถใช้ออกได้

    เวลานี้ถ้าต้องต่อสู้กับเสี่ยวซวง โอกาสชนะยังมีเพียง4ใน10ส่วนเท่านั้น เวลานี้มันจึงต้องหาแผนการที่รัดกุมและรอบครอบในการแฝงตัวเข้าไปในตระกูลมู่

    ขณะที่มันกำลังคิดเช่นนั้น เสียงตะโกนไล่หลังดังขึ้น “พี่ชาย แม่นางหน้าดำ ทั้งสองโปรดหยุดก่อน”

    หนิงเทียนระบายลมหายใจออกพร้อมหันไปกล่าว “เจ้ายังสร้างปัญหาให้พวกเราไม่พอ ถึงได้ตามพวกเรามาถึงที่นี้”

    “เอ่อ...คือว่าเรื่องนั้น มันเป็นเรื่องจำเป็นจริงๆหรือพี่ชายจะใจดำ ทนดูข้าดูถูกกระทืบจนตายได้หรือ?” มันกล่าวด้วยเสียงสุภาพอ่อนน้อมอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวมัน

    “ทำไมจะไม่ได้ เจ้าและข้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน” หนิงเทียนกล่าวตอบอย่างเย็นชา

    “อย่าได้พูดจาเย็นชาเช่นนั้น ข้ามาที่นี้เพื่อต้องการกล่าวขอโทษจริงๆ เอาเช่นนี้พวกท่านทั้งสองเป็นให้เกรียติมาเป็นแขกในตระกูลจินเราสักวันเพื่อให้ข้าบรรเทาความรู้สึกผิดในใจลงบ้าง”

    “ช่างมันเถอะ”หนิงเทียนกล่าวอย่างไม่ใสใจพร้อมทั้งเดินต่อ

    "เดียว...ก่อน" จินเหล่าต้าเปล่งเสียงห้าม พร้อมทั้งเดินตามทั้งสองไปเป็นเงา

    มันใช้เวลาอยู่นานในการเดินหาโรงเตี๊ยม แต่เนื่องจาก งานใหญ่ที่ตระกูลมู่จะจัดนั้นทำให้ผู้คนในเมืองฉางผิงเนืองแน่นเป็นพิเศษ เวลานี้ห้องหับที่พักต่างๆ ไม่เหลือที่ว่างแม้แต่ห้องเดียว

    “พี่ชาย นี้ก็เป็นโรงเตี๊ยมที่สิบแล้วนะ ท่านยังจะดื้อหาไปถึงไหน ตระกูลจินของเรามีห้องพักที่สะดวกสบายกว่าโรงเตี๊ยมเก่าแก่พวกนี้นับร้อยเท่า” จินเหล่าต้ากล่าวออกขณะที่ใช้สองมือทุบไปที่หน้าอกของตัวเอง

    หนิงเทียนระบายลมหายใจออกพร้อมกับมองไปยังใบหน้าของเสี่ยวซวง มันครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะ กล่าวตอบแก่จินเหล่าต้า “ข้าจะให้เกรียติไปเยือนตระกูลเจ้าสักครั้ง”

    ได้ยินเช่นนั้น จินเหล่าต้าใช้สองมือตบไปยังหน้าขาของตนเองเสียดัง“ดีดี...พวกเราไปกลับตระกูลจินกัน ข้าจินเหล่าต้าจะต้อนรับพวกท่านอย่างดี

    เอ่อ...ว่าแต่พี่ชายและพี่สาวมีนามว่าอะไรกันบ้าง?” มันกล่าวถามอย่างเป็นกันเอง

    “ข้าชื่อหนิงเทียน ส่วนนางชื่อเสี่ยวซวง” หนิงเทียนกล่าวชื่อของมันและแนะนำเสี่ยวซวงในเวลาเดียวกัน

    ในความคิดของหนิงเทียน จินเหล่าต้าแม้จะเป็นพวกเจ้าสำราญเอาตัวรอดไปวันๆ

    แต่มันนับได้ว่าเป็นผู้มีน้ำใจคนหนึ่ง การที่มันไม่ทิ้งกลุ่มของหนิงเทียนไว้ที่เหลาอาหารชิงเยี่ยนนั้น นับได้ว่าพิสูจน์นิสัยใจคอของมันได้กึ่งหนึ่งแล้ว

    นี้เป็นเหตุผลที่ทำให้หนิงเทียนยินยอมตามจินเหล่าต้าไป

    ในระหว่างทางเดินไปตระกูลจินนั้น จินเหล่าต้าขยับไปด้านข้างของหนิงเทียนพร้อมกระซิบออกอย่างแผ่วเบาราวกับว่ามันกลัวสตรีหน้าดำด้านหลังจะได้ยิน

    “พี่ชายให้ข้าหาพี่สะใภ้รองให้อีกสักคนดีหรือไม่” จินเหล่าต้ากล่าวออกพร้อมมองไปยังใบหน้าสีดำของเสี่ยวซวง

    เวลานี้มันทำตัวเหมือนสนิทสนมกับหนิงเทียนมาเป็นเวลานานหนิงเทียนได้แต่ส่ายหน้า ด้วยนิสัยเช่นนี้ทำให้มันนึกถึง อู๋ชาง อยู่ไม่น้อย

    “ดีหรือไม่พี่ชาย”จินเหล่าต้ายังกล่าวถามย้ำอีกครั้งหนึ่งราวกับมันต้องการคำตอบเพียงหนึ่งเดียว

    “ลืมมันไปได้ ถ้าเจ้ายังกล่าววาจาไร้สาระเช่นนี้อีก ข้าจะไปตามทางของข้า”หนิงเทียนรีบกล่าวตัดบทโดยไว

    ...

    เพียงไม่นานพวกมันทั้งสามเดินทางมาถึงตึกสูง ที่สร้างขึ้นอยากประหลาดตา ลักษณะของมันเป็นสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ วางซ้อนกันเป็นชั้นๆ

    บริเวณทางเข้าประดับด้วยแผ่นไม้ขนาดใหญ่ สลักด้วยตัวอักษรของผู้มีปัญญาว่า "หมู่ตึกตระกูลจิน"

    ขณะที่พวกมันทั้งสามกำลังก้าวผ่านป้ายประจำตระกูลจิน จู่ๆกลิ่นอายที่ลอยตามกระแสลมเข้าปะทะกับจมูกของหนิงเทียนอย่างจัง

    ทำให้หนิงเทียนต้องหรี่ตาแคบลงและกล่าวถามออก“ตระกูลเจ้าเป็นตระกูลผู้ปรุงโอสถ?”

    มุมปากของจินเหล่าต้ายกยิ้มขึ้น “พี่ชาย ท่านช่างมีความรู้กว้างขวาง ใช่แล้วตระกูลจินของเราเป็นตระกูลผู้ปรุงโอสถที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฉางผิงแห่งนี้

    อย่าได้กล่าวถึงสามตระกูลใหญ่แม้แต่คนจากจวนเจ้าเมืองยังต้องเกรงใจพวกเรา”น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจนั้น

    "แต่เจ้าไม่ได้เป็นผู้ปรุงโอสถ?" หนิงเทียนถามออกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

    ได้ยินเช่นนี้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานของจินเหล่าต้ากลับแปรเปลี่ยนไปในทันที

    มันกล่าวต่อว่า"พี่ชายเรื่องนี้เป็นความลับของข้า ข้าหวังเพียงแต่พี่ชายจะไม่เอ่ยกับใคร"

    "ไม่ต้องห่วงข้านั้นไม่ชอบที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของผู้อื่นนัก" ในขณะที่พวกมันทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่นั้น

    จู่ๆเสียงตวาดอย่างเกรี้ยวโกรธดังสนั่นถึงขนาดทำให้ป้ายประจำตระกูลจินสั่นไหว

    “สารเลวน้อย เจ้าไปสร้างเรื่องอะไรให้แก่ท่านปู่อีก” ได้ยินเสียงที่เกรี้ยวกราดเช่นนั้นใบหน้าของจินเหล่าต้าซีดขาวลงทันที

    ทันใดนั้นเงาร่างของบุรุษสูงวัย ผมสีดำหนวดคราวยาว ก้าวเดินออกมาจากประตู

    “ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย" จินเหล่าต้ากล่าวตอบบิดามันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

    "สารเลวน้อย เจ้าถึงกับกล้าไปล่อลวง ลูกสะใภ้ของท่านเจ้าเมือง" ใบหน้าของบุรุษสูงวัย แดงก่ำด้วยความโกรธ

    "เป็นเพราะหน้าตาที่คล้ายวัวป่าของฉางอวี้ต่างหากที่ทำให้ฮูหยินรองของมันเปลี่ยนใจมาชอบใบหน้าที่หล่อเหลาของข้า” มันหลบสายตาบิดาพลางกล่าวอย่างด้วยใสซื่อ

    ได้ยินคำตอบของบุตรชาย มันได้แต่ส่ายศีรษะเอื้อมระอากับนิสัยของลูกชายมัน

    การที่บุตรชายเพียงคนเดียวของมันได้รับฉายาว่า เสเพลอันดับหนึ่งแห่งฉางผิงนั้นทำให้มันโกรธจนแทบกระอักออกมาเป็นเลือดแล้ว

    “สารเลวน้อย เจ้ายังไม่สำนึกอีก ข้าให้เจ้าฝึกฝนเส้นทางการปรุงโอสถเจ้ากลับไม่ตั้งใจ ซ้ำยังเอาแต่เที่ยวเตร่ไร้แก่นสารไปวันๆ”

    "ท่านพ่ออย่าได้เรียกข้าว่าสารเลวน้อยบ่อยนัก ข้ามีชื่อที่ท่านปู่ตั้งให้ว่า อันดับหนึ่งแซ่จิน" จินเหล่าต้าแย้มยิ้มอย่างภูมิใจ

    "อันดับ1กับผีละสิ ข้าสอนเจ้าปรุงโอสถตั้งแต่5ขวบจนบัดนี้เจ้าอายุ15ปี เจ้ายังไม่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับ3ขั้นโลกได้เลย"

    แม้มันจะกล่าวเช่นนั้นแต่โทสะในคร่าแรกได้ลดหายลงไปมากโขแล้ว

    “ท่านพ่อ ข้าไม่ได้อยากเป็นผู้ปรุงโอสถสักหน่อย ข้านั้นอยากเป็นนักประดิษฐ์ตั้งหาก”

    จินเหล่าต้ากล่าวออก เมื่อพูดถึงนักประดิษฐ์สายตาที่เต็มไปด้วยความขี้เล่นกลับแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันที

    บิดาของมันต้องระบายลมหายใจอีกครั้ง ก่อนจะกล่าว“ไม่มีทาง ถึงแม้ข้าจะยอมรับว่าเจ้ามีพรสวรรค์ในการประดิษฐ์เหมือนกับแม่ของเจ้า

    แต่ตระกูลจินของเราเป็นตระกูลนักปรุงโอสถ บรรพบุรุษของเจ้าเป็นผู้ปรุงโอสถมาทุกรุ่น ข้าจะไม่ยอมให้มันสิ้นสุดในรุ่นเจ้าเด็ดขาด”

    ได้ยินเช่นนั้น จินเหล่าต้าคิดว่าถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ หูของมันอาจจะชาไปอีกหลายวันก็ได้ มันจึงรีบกล่าวออกโดยไว

    “ท่านพ่ออย่าได้กล่าวเช่นนี้ต่อหน้าแขกของลูกได้หรือไม่ หน้าของลูกชายท่านไม่รู้จะเอาไปมุดอยู่ที่อกสาวคนใดแล้ว" มันยังคงกล่าวออกด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอันเป็นเอกลักษณ์

    ได้ยินเสียงของบุตรชายเตือนสติ มันถึงรู้สึกตัว แลมองไปยังผู้มาเยือนทั้งสอง พร้อมกล่าวออกอย่างน้อมนอบ “น่าอายแล้วสหายน้อยทั้งสอง ที่ให้พวกเจ้าได้เห็นเรื่องไม่สมควร”

    น้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดจางหายไปแทนที่ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึกแฝงไปด้วยความอ่อนโยนแทน

    หนิงเทียนแย้มยิ้มตอบ “ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อันใด”

    “เอ่อ.....ข้าเกือบลืมไป” มันผายมือไปทางหนิงเทียนและเสี่ยวซวง “ท่านพ่อ คนนี้คือพี่ชายหนิงเทียน ส่วนพี่สาวหน้าดำคนนี้ชื่อว่าเสี่ยวซวง”

    พร้อมกับกล่าวแนะนำบิดาของมันในเวลาเดียวกัน“นี้คือหัวหน้าหมู่ตึกตระกูลจิน บิดาของข้าเอง จินเจียงหยา”

    หนิงเทียนมองไปยังจินเจียงหยา 'ไม่เลว....ระดับโลกที่8' ก่อนจะยกมือป้องขึ้นแสดงความเคารพแก่เจ้าของบ้าน

    ขณะที่พวกมันกำลังสนทนากันอยู่นั้น เสียงอันร้อนแรงนุ่มลึกดังแทรกขึ้นมา “เจียงหยาเจ้าจะให้แขกยืนอยู่ข้างนอกอีกนานเพียงใด?” สิ้นเสียงนั้นทั้งสี่เดินหายเข้าไปในหมู่ตึกตระกูลจินทันที

    ภายในตระกูลจิน ปรากฎร่างของจินเหยาจางเจ้าของเสียงเมื่อครู่กำลังนั่งจิบชาอยู่ เพียงแค่มันส่ายข้อมือไปมา ส่งให้กลิ่นหอมของชาตลบอบอวนไปทั่วทั้งจวน

    "กลิ่นของใบชาค้างตะวัน แค่เพียงกลิ่นของมันก็สามารถทำให้ผู้ที่ได้สูดดมเข้าไปคล้ายโทสะที่ร้อนลงได้" หนิงเทียนกล่าวออก

    "ฮ่าๆสหายน้อย ความรู้เจ้าช่างกว้างขวางนัก ไม่น่าหลงผิดมาเป็นสหายกับหลานข้าได้เลย" มันกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นให้ความรู้สึกเหมือนเช่นปู่กำลังพูดคุยกับหลาน

    "โธ่...ท่านปู่เหตุใดถึงพูดเช่นนี้"จินเหล่าต้าอดไม่ได้ที่จะโอดครวญออกมา

    ฮ่าฮาา...ได้ยินคำกล่าวของหลานมัน จินเหยาจางส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกล่าวต่อ"เด็กๆไปนำ ชาค้างตะวันมาต้อนรับสหายน้อยทั้งสอง"

    ได้ยินเช่นนั้น จินเจียงหยาอดไม่ได้ที่จะกล่าวออก "ท่านพ่อใบชาค้างตะวันของท่าน แม้แต่ข้ายังไม่สามารถแตะมันได้ วันนี้คงเป็นวันพิเศษจริงๆที่ท่านนำมันออกมาเลี้ยงพวกเรา"

    เวลาผ่านไปพวกมันทั้งสี่ จิบชาและพูดคุยกันอย่างถูกคอ หนิงเทียนพบว่าตระกูลจินนั้น เป็นตระกูลที่น่าเลื่อมใสตระกูลหนึ่ง มันจึงแสดงออกอย่างไม่ถือตัวและพูดคุยอย่างเป็นกันเอง

    ล่วงเวลากลางคืน ในเช้าวันรุ่งขึ้น ปัก ปัก....ปัก!!!! เสียงของหวงคล้องประตูใหญ่ดังขึ้นปลุกให้หนิงเทียนนั้นลุกขึ้นมาจากเตียง

    เพียงไม่นานนักมันได้เปลี่ยนเป็นชุดที่มารดาห้าของมันตัดเย็บให้ ในขณะที่มันก้าวออกจากประตูเป็นเวลาเดียวกับเสี่ยวซวงที่อยู่ห้องข้างๆ กำลังเดินออกมา

    หนิงเทียนนั้นมองไปยังเสี่ยวซวงที่อยู่ในชุดขาวบริสุทธิ์แต่ใบหน้าของนางยังคงไว้ด้วยสีดำ เห็นเช่นนั้นใบหน้าอันเย็นชาของมันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างแผ่วเบา

    "ดีมาก เจ้าทำตามคำสั่งของข้าได้ดีมาก เช่นนั้นถ้าวันนี้ใบหน้าของเจ้าสร้างปัญหาอะไรขึ้นมา ข้าจะไม่โกรธเจ้า"

    เมื่อกล่าวจบหนิงเทียนนำน้ำผึ้งหยกออกมา ชโลมไปยังสองมือของมันพร้อมทั้งใช้มือที่อ่อนนุ่มดุจขนสัตว์เช็ดไปยังคาบสีดำอย่างแผ่วเบา เผยให้เห็นใบหน้าอันสละสลวยของนางอย่างเด่นชัด

    หนิงเทียนเห็นเสี่ยวซวงที่ยืนนิ่งด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกเช่นเดิม มันได้แต่ยกยิ้มพร้อมกับส่ายศีรษะ "พวกเราไปกันเถอะ" สิ้นเสียงพวกมันทั้งคู่เดินตรงไปยังห้องโถงใหญ่ของตระกูลจิน


    ลดราคาพิเศษสุด ติดต่อ Facebook ภพทนันท์ นักเขียน ข้ามกำแพง เพิ่มเพื่อนแล้ว ทักมาหาผมได้เลย

    ตัวหนังสือในกลุ่มอ่านง่ายกว่านี้ และ สนุกกว่านี้ รับประกัน100%

    คล้ายกับเรื่องหนิงเทียน ราชันจักรพรรดิ ฉบับรีไรท์ จบแล้ว ที่คุณอ่าน

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390