“ไอ้เด็กเปรต ไอ้เด็กปากหมา คิดว่าคนอื่นเขาไม่มีหัวใจเหมือนนายรึไงกันฮึก” หลังจากที่แพรวาวางสายสมศักดิ์ เธอก็ทรุดลงนั่งที่พื้นพลางกำจี้หัวใจสีน้ำเงินด้วยมืออันสั่นเทาพลางคิดไปเรื่อยเปื่อยถ้าเธอมีแม่เหมือนคนอื่นเขาคงไม่ต้องมานั่งร้องไห้กอดตัวเองอยู่แบบนี้ทุกครั้งที่รู้สึกโดดเดี่ยว
หญิงสาวเริ่มตัดพ้อตัวเองไปหากระเป๋าตัวเองไปเพราะมัวแต่โกรธจนไม่รู้ว่าเผลอโยนกระเป๋าใบเล็กไว้ตรงไหน
“หาเ้านี่อยู่เหรอ” แอรอนที่ยืนกอดอกทันได้ยินประโยคที่เลขาตัวดีชมตัวเองอยู่ พร้อมกับหยิบกระเป๋าใบเล็กยี่ห้อหรูขึ้นมา
“ขอบคุณ แต่ทีหลังไม่ต้อง” คนที่เพิ่งชมเ้านายตัวเองเดินหน้าบึ้งไปคว้ากระเป๋าพร้อมตรวจเช็คให้มั่นใจว่าของยังอยู่ครบ
“อ้อ นายมาก็ดี นี่จดหมายลาออก” แพรวายื่นซองสีขาว แต่แอรอนยังคงกอดอกนิ่ง “อ้อ งั้นฉันวางไว้ตรงนี้ละกัน”เธอวางซองสีขาวไว้บนโต๊ะกระจกที่ไว้สำหรับแต่งตัวของพวกไอดอล
“กรุณาหลีกทางฉันด้วย” คนที่เพิ่งยื่นใบลาออกเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนที่เคยเป็เ้านายเธอมาก่อนด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไม่บอกความรู้สึกใดใด
“คุณแน่ใจว่าจะลาออกตอนนี้” แอรอนเดินตรงเข้าหาอดีตเลขาโดยไม่หลบ แพรวาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเลี่ยงไม่ได้“แน่ใจ แบบที่ไม่เคยแน่ใจมาก่อนในชีวิต”
“มีปัญญาจ่ายค่าผิดสัญญา?” แพรวาถึงกับหน้าซีดเพราะมัวแต่โกรธจนลืมนึกถึงสัญญาอันไม่เป็ธรรมนั้น
“สัญญาทาสนะสิฉันจะฟ้องกรมแรงงานถึงสัญญาที่ไม่เป็ธรรมนั่นคิดเหรอว่าฉันจะยอมให้นายเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว”
“คิดว่าฉันกลัวพวกนั้น?” แอรอนแสยะยิ้มมุมปาก สงสัยอดีตเลขาเขาน่าจะไม่ได้พกสมองมาจริง ๆถึงลืมแม้กระทั่งงานหลักของเ้านาย
“ฉันขอจ่ายเป็เงิน” แพรวายื่นข้อต่อรอง
“แน่นอนว่าเงินคุณก็ต้องจ่ายร่างกายคุณก็ต้องจ่ายเหมือนกัน” แพรวาถอยจนไปชนกับขอบโต๊ะกระจกเมื่อเห็นสายตาเ็าคู่นี้ที่เธอไม่เคยเห็นมานานมันเริ่มทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมาดื้อๆ
“ถ้าจ่ายตอนนี้ ผมก็เซ็นให้คุณตอนนี้”
“ตอนนี้เหรอ” แพรวาอึกอักแม้เธอจะมีเงินและที่ดินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองจนตายก็ใช้ไม่หมดแต่ถ้าต้องจ่ายค่าสัญญาวันนี้
“ฉันแบ่งจ่ายสักสิบสองงวดได้ไหม ถ้าฉันจ่ายนายวันนี้หมดพรุ่งนี้ฉันอาจตายได้เลยนะ”
“นั่นมันเื่ของคุณ”
“ฉันรู้ว่านายเป็คนดีนายคงไม่มีทางทำแบบนี้ใช่ไหม” แพรวาทำสายตาออดอ้อน เสียงสองเสียงสามก็เริ่มมาทั้งที่คนผิดั้แ่แรกเป็เขาแต่ทำไมเธอกลับกำลังทำเหมือนง้อเขาอยู่
“เลือกเอาว่าจะฉีกซองนั่นทิ้ง” แอรอนเหลือบมองไปที่ซองสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะ “หรือเลือกจะฉีกเสื้อผ้านี่ทิ้ง”ประโยคหลังคนร่างสูงตั้งใจโน้มตัวไปพูดเบา ๆ ที่ข้างหูให้ได้ยินกันแค่สองคนแพรวาหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูไม่รู้เพราะโกรธหรืออายกันแน่
“แหม เราคุยกันดี ๆก็ได้เนอะไม่เห็นจะต้องฉีกเลยว่าไหม? เปลืองกระดาษเปล่า แหะแหะ” คนหน้าแดงยิ้มแห้งพยายามฝืนยิ้มให้ไปถึง
ดวงตา “ผมฉีกได้ทันทีหลังจากที่เซ็นชื่อลงไปโดยไม่ผิดกฎหมายเพราะถือว่าเป็สิทธิ์ของนายจ้าง” แอรอนพูดขณะที่มือก็คลำหาปากกา
“ฉันว่าฉันเปลี่ยนใจดีกว่าเนอะ” พูดจบก็รีบคว้าหมับเข้าที่เ้าซองสีขาวแล้วยัดใส่กระเป๋ารูดซิปอย่างดี “นายเหนื่อยไหมเดี๋ยวฉันหาน้ำให้กิน อยากได้แบบอุณหภูมิห้อง เย็นจัดเย็นปานกลางได้หมดเลยนะ แพรวายินดีรับใช้ค่ะ”
“แล้วน้ำที่ว่านี่ต้องดื่มแบบเด็กยังไม่โตหรือดื่มแบบผู้ใหญ่ล่ะ”คนถูกถามหน้าเลิ่กลั่กเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ “แหม ก็ต้องดื่มแบบผู้ใหญ่สิเนอะ ฮาฮ่า” แสร้งปิดปากขำแห้ง
“แต่ผมชอบดื่มแบบเด็กดื่มน้ำก็ได้ดื่มนมก็ดี” แอรอนพูดจาสองแง่สองง่ามทำเอาแพรวาปั้นหน้าไม่ถูกทีเดียว
“แบบไหนเหรอที่ว่าดื่มเหมือนเด็ก”
“ก็ดื่มจากปากไง ถ้าจำไม่ได้ผมทวนให้”คนจะทวนความจำโน้มใบหน้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมและลมหายใจเป่ารดริมฝีปากแพรวาเอี้ยวตัวหลบแบบฉิวเฉียด
“อ้อ นั่นเรียกว่าดื่มจากปากเหรอฉันก็คิดว่าหมามันเลียปากซะอีก” หญิงสาวหันมายิ้มสะใจอย่างน้อยก็ได้เอาคืนก่อนจะเดินออกมาด้วยใบหน้าระรื่น
“อย่ามาเลียปากหมาคืนแล้วกัน” เสียงพูดแกมหยอกเย้าดังไล่หลังร่างเพรียวบางจนแทบหุบยิ้มไม่ทัน
“ประสาท”
ในขณะที่มุมหนึ่งหญิงสาวผมบลอนด์เทารูปร่างสุดเซ็กซี่และเป็เซ็นเตอร์ของวงพ่วงด้วยขวัญใจชายหนุ่มทั่วโลกที่ต่างคลั่งไคล้และหลงใหลจนเอาไปฝันถึงยืนกำมือสองข้างแน่น ใบหน้าสวยงามกรุ่นโกรธจนอยากกระชากหัวของสาวที่เพิ่งเดินออกมา
เวิร์ดทัวร์คอนเสิร์ตอินปารีสจบลงเป็ที่เรียบร้อยพร้อมทั้งรอยยิ้มและความประทับใจของแฟนแฟนที่เฝ้ารอมานานกว่าหนึ่งปีเต็ม
“คืนนี้ฉลองที่ไหนกันดี” มาร์ชที่เพิ่งมาเมืองแห่งความรักและอาหารโรแมนติกเป็ครั้งแรกรีบเสนอความคิดเห็น
ป้าบ
“เอาเวลาไปนอนจะได้บำรุงสมองบ้างไอ้มาร์ช” ไคกิใช้ฝ่ามือป้าบที่หัวเข้าให้ไม่ได้ดูเวล่ำเวลา
“มึงก็หัดนอนน้อยบ้างเดี๋ยวสมองจะบวมไอ้เวร” คนบำรุงสมองน้อยสวนกลับด้วยคำพูดทันทีส่วนมือนั้นต้องยั้งไว้เพราะมันาุโหงำเหงือกจะเข้าโลงก่อนเพื่อน
“ว่าแต่เกรย์ไปไหนวะ ทำไมกูเห็นแต่ชิน?”
“ก็นายใหญ่มันมามันก็ต้องอยู่กับนายใหญ่มันป่ะ ถามโง่ ๆ” มาร์ชเหน็บลีดเดอร์ไปหนึ่งดอก
โป้ก
“นี่แหนะ ให้มันรู้บ้างใครเป็ใคร”
อ้าก!! เสียงอดีตสัตวแพทย์ร้องเหมือนควายกำลังจะออกลูกเมื่อโดนเขกหัวไปเต็มแรงในขณะที่แอรอนกับคาเอลลอบมองหน้ากันด้วยใบหน้าเครียด
“แยกย้ายได้แล้วกูเหนื่อย” ทอมพูดด้วยใบหน้าอิดโรยใต้ตาดูบวมช้ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายคืนและดูท่าว่าคืนนี้ก็จะไม่ได้นอนเช่นเคย
“แล้วคืนนี้ล่ะ” มาร์ชเสียงอ่อยพูดด้วยแววตาแห่งความหวังเล็กน้อยที่ดูเลือนราง
“กูไม่ว่าง” แอรอนที่เป็ทั้งมาซีอีโอและสมาชิกในวงพูดขณะสอดส่ายสายตาหาใครบางคน
“แหมเลขาให้อภัยแล้วเหรอกูเห็นบนสเตจยิ้มเหมือนหมา”
“ถ้ามึงยังไม่เลิกเห่ากูจะย้ายเมษากลับไทย” มาร์ชได้ยินดังนั้นก็เงียบกริบก่อนจะรีบเดินไปขึ้นรถแต่ไม่วายแขวะไปหนึ่งดอก “ขู่เก่งจริงๆ วันหลังกูจะฉีดยาแก้พิษสุนัขบ้าให้เลิกบ้าเลย ไอ้ชั่ว”
“แพรวา?” ในระหว่างทางแอรอนก็มองหาเลขาสาวที่เปลี่ยนใจไม่ลาออก“เข้าห้องน้ำครับนาย”
“่นี้ยิ่งผลุบ ๆ โผล่ ๆเหมือนผีไม่มีศาลอยู่” คนเป็เ้านายบ่นไปเดินไปชินจะห้ามก็ห้ามไม่ทันเมื่อคนที่นายกำลังพูดถึงเดินตรงปรี่มาทันที “นายสิ ผีไม่มีหลุม” แพรวาเดินตามหลังมาพร้อมกับบอดี้การ์ดที่ชินให้ดูแลความปลอดภัย
“ถ้าอยากให้เสาลงหลุมเมื่อไหร่ก็บอกนะ”แอรอนยิ้มมุมปากแพรวาหน้าเห่อร้อนรีบสาวเท้าฉับฉับไปยังรถที่จอดรออยู่โดยไม่ลืมหันไปชมหนึ่งประโยค“ไอ้หื่นกาม” แอรอนยิ้มมุมปากกับคำชมที่อ่านจากปากเพราะสาวเ้าตั้งใจพูดไม่ให้ได้ยินเสียง
ในขณะที่รถแล่นออกไปจากโซนจอดรถวีไอพีมุ่งหน้าตรงไปยังโรงแรมที่พักโดยมีการ์ดล้อมรอบทั้งหน้าและหลัง
“พวกมันไปแล้วครับท่านฟารองซ์” ชายแขกขาวเดินออกมาจากมุมมืดมองรถเ่าั้กำลังกลืนหายไปกับถนนยามค่ำคืน
“ดีมาก พรุ่งนี้เอานางนั่นมาที่ห้องแดงฮาฮ่า” ดวงตาหื่นกระหายยิ้ม
ชั่วร้าย ริมฝีปากที่มีหนวดเคราปกคลุมยิ้มเย็น“ลาบองซ์ ไปบอกให้พวกนั้นเตรียมตัว”
“ครับนายท่านซัวเรสแต่สายเรารายงานว่าเลออนกับหัวหน้าแก๊งเปกาซัสมันอยู่ด้วยกันครับ” ซัวเรสใบหน้าคิดหนักเมื่อพวกมันมารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมายซึ่งดูเหมือนแผนการทั้งหมดจะต้องเปลี่ยนใหม่
“ไม่มีทาง คืนนี้กูต้องได้นังนั่นมาเป็เมีย”