ตุบ ปั้ง เปร้ง ปัก
เสียงฆ้อนเสียงตะปูเสียงผลึกธาตุดังถี่ยิบผสมกับเสียงสายลมและคลื่นทะเล
ในตอนนนี้เมืองอาคมเต็มไปด้วยวัสดุก่อสร้างและNPCช่างฝีมือมากมายซึ่งตอนแรกศิลาได้สั่งNPCช่างฝีมือไปหนึ่งพันห้าร้อยคนแต่ด้วยอำนาจมืดบางอย่างทำให้เขาได้NPCช่างฝีมือแถมมาอีกสองพันคนแบบฟรีๆ
ซึ่งส่วนตัวศิลาก็คงพอจะเดาได้ว่าทำไมเขาถึงได้สิทธิ์แบบนี้หญิงสาวข้างกายเขากำลังยิ้มหน้าหวานอยู่ด้วยแล้วยิ่งเดาไม่ยาก
ทำให้บรรยากาศในเมืองอาคมเต็มไปด้วยช่างก่อสร้างมากมายที่กำลังทำงานกันอย่างขันแข็งถัดไปหน้าประตูเมืองบัดนี้เหล่าอาชญากรร่วมสองแสนกำลังตั้งแถวเพื่อเดินทางกลับที่มั่นโดยมีศิลาฟ้าครามสดายุสัมพาทีหงอคงเดินมาส่งคนทั้งหมด
“เพิร์จฉันฝากด้วยนะ แล้วก็อย่าลืมนั่งสมาธิให้ได้อย่างน้อยวันละหนึ่งชั่วโมงล่ะ น้ำแข็งนายบังคับหมอนี่ด้วยล่ะถ้ามันดื้อก็จัดสักปาบ”
ศิลาพูดสั่งมือขวาคนสนิทพร้อมกับเพิร์จเองก็ตอบรับ
“ไม่ต้องเป็นห่วงครับคุณศิลาเดี๋ยวผมจัดให้”
“ฉันไปก่อนเอะว่าแต่นายเถอะศิระวังตัวล่ะวังบาดาลอันตรายมากนะถ้ามีอะไรรีบติดต่อมาเลยพวกฉันจะรีบไป”
เพิร์จสั่งเจ้านายเสียงแข็งด้วยความเป็นห่วงในเส้นทางเบื้องหน้า ก็ไม่แปลกเจ้านายของพวกเขาเป็นพวกวิ่งสู่ฟัดฟันไม่เลี้ยงฆ่าไม่นับสะแบบนี้เป็นธรรมดาที่มือขวาอย่างเขาต้องเป็นห่วง
“สบายมากฉันมีฟ้า แล้วก็เจ้าพวกนี้อีกไหวอยู่แล้ว”
ศิลาตอบพร้อมกับเอามือรูบหัวฟ้าครามก่อนจะชี้ไปทางพวกสัมพาที
“ไม่เป็นไรน่าพวกเราอยู่ใกล้ๆแถมทำเรือสำรองไว้แล้วฉุกเฉินจริงๆพวกฉันลงไปช่วยได้ทัน”
อดัมพูดขึ้นเสริมเพราะเขารู้ดีว่าเพิร์จเป็นห่วงศิลามากไม่แพ้พวกเขาเนื่องจากเขาเองหลังจากสมัครเข้า
กิลด์ของศิลาก็ได้ร่วมงานกับเหล่าแปดมงกุฎผ่านอะไรด้วยกันมาหลายอย่างจนรู้นิสัยของกันและกันดี
“ฉันฝากด้วยนะอดัมอีฟ มีอะไรรีบติดต่อมา”
เพิร์จยังไม่วายสั่งทิ้งทาย มันยิ่งทำให้ศิลาล่ะเพลียใจว่าเขาคงต้องพักเรื่องเสี่ยงชีวิตเอาไว้บ่างสะแล้วเพราะยามนี้เขาไม่ได้ตัวคนเดียวแบบเมื่อก่อนแต่ทว่าคำว่าสันดารมันไม่มีทางแก้หายชีวิตคนเรามันต้องท้าทายถึงจะมีคุณค่า
“เหยยย! พวกนายก็อย่างสร้างความปวดหัวให้มากนักล่ะ แต่ถ้าเจอพวกกวนประสาทล่ะก็ไม่ต้องถามฆ่าแม่งเลย”
ศิลาตะโกนลั่นพร้อมยกมือให้บรรดาลูกน้องร่วมสองแสนซึ่งทั้งหมดก็ตอบรับพร้อมเสียงหัวเราะดังสนั่นก่อนที่ทั้งหมดจะมุ่งหน้ากลับเมืองวังวลอัสนี
จากนั้นศิลาฟ้าครามอดัมอีฟจีวอน
จีวูก็กลับเข้าเมืองอาคมไปอีกครั้งศิลานั้นต้องการเวลาเตรียมตัวเล็กน้อยส่วนหงอคงสัมพาทีได้ออกไปล่าสัตว์มาเพื่อเป็นสะเบียง
ตึบ ตึบ ตึบ ตึง ตึง
“เหยยยหนีเร็วกิลด์Destroyer มา”
“ห่ะมันมาฆ่าใครวะ”
“ไปเร็วๆ วิ่ง”
เสียงผู้เล่นที่ออกมาเก็บเลเวลตามพื้นที่ต่างของทวีปเหนือทั่วทั้งป่าดังลั่นก่อนจะวิ่งกันกระเจิงเป็นผึ่งแตกรังไม่เพียงแค่ผู้เล่นเท่านั้นเหล่าสัตว์อสูรยังวิ่งหน้าตั้งหนีตายกันอย่างไม่คิดชีวิต
บางคนถึงกับยืนมองตาค้างเพื่อเชยชมกองทัพที่ทรงแสนยานุภาพกองทัพของผู้ชนะในมหาสงครามกองทัพบรรพกาลพวกเขายืนมองตาค้างปากอ้าออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อได้เห็นอาชญากรร่วมสองแสนที่ทรงพลังกำลังขี่อยู่บนหลังของสัตว์ดึกดำบรรพ์
อีกทั้งกองทัพของพวกเขาไปถึงทางไหนเสียงอื้ออึงเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังระงัมผืนดินถึงกับสั่นสะเทือน
พร้อมกับที่พวกเขาผ่านทางไหนเงาความมืดเคลื่นมาปกคลุมถึงพื้นที่ตรงนั้นเมื่อผู้เล่นทั่วไปมองขึ้นไปบนเวหาก็ต้องอ้าปากค้างอีกครั้งเทโรซอร์อีกหลายหมื่นกับคนที่ยืนอยู่บนหลังของพวกมันเงาของสิ่งมีชีวิตเจ้าเวหาบดบังแสงอาทิตย์ยามเช้าปกคลุมไปด้วยความมืดไปทั่วบริเวณ
“ส...ส...สุดยอดนี่นะหรือกองทัพของผู้ชนะสิบทิศ”
ชายคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างเหม่อลอยด้วยนัยน์ตารุกวาวเป็นประกลาย
หลังจากจบสงครามด้วยความที่ในสงครามนั้นวุ่นวายนัวกันจนไม่สามารถแยกแยะได้พวกผู้เล่นทั่วไปจึงขนาดนามกองทัพของศิลาที่ชนะสงครามครั้งนี้ว่าผู้ชนะสิบทิศ
ถัดมาทางด้านศิลาที่ตอนนี้เตรียมตัวเรียบแล้วได้มายืนอยู่บนหาดทรายเบื้องหน้าคือเรือสำเภากว้างหกเมตรยาวหกเมตรสีน้ำตาล
โดยช่างฝีมือใช้เวลาสร้างแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จด้วยสกิลพิเศษของอาชีพก่อสร้างต้องบอกว่ามันออกมาเนียบเลยทีเดียว
ซึ่งฟ้าครามสัมพาทีสดายุซุนหงอคงกำลังตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้ออกทะเลเป็นครั้งแรก
“โชคดีนะศีล”
“ผมจะรอพี่กลับมานะครับพี่ศิลา”
อีฟและจีวอนพูดขึ้นโดยมีจีวูและอดัมออกมาส่ง
“อืมฝากทุกคนด้วยนะ น้องจีวูน้องจีวอนถ้าขาดเหลืออะไรบอกเพื่อนพี่สองคนนี้ได้เลยไม่ต้องเกรงใจคิดสะว่าพวกพี่เป็นพี่ชายก็แล้วกัน”
“ค่ะ,ครับ”
“ไปกันเถอะ”
หลังจากนั้นศิลาและทั้งหมดก็กระโดดพรวดขึ้นไปยืนบนเรือทันทีสาเหตุที่ศิลาต้องออกเรือนั้นเพราะผู้เล่นไม่สามารถเหาะข้ามทะเลได้เป็นการป้องกันของระบบจากผู้เล่นที่เหาะเหินเดินอากาศได้เพื่อไม่ให้พวกผู้เล่นเหาะข้ามทวีปไปมาหากผู้เล่นเหาะเกินเขตแดนของเมืองจะถูกกำแพงของระบบสะท้อนกลับ
ซึ่งศิลาได้ทดลองมาแล้ว และก็ถูกมันดีดสะท้อนจนเขาเกือบตายแบบฟรีๆขนาดพลังชีวิตเขามหาศาลยังลดลงเหลือไม่ถึงหนึ่งพันหน่วย
“มุ่งหน้าสู่แกรนไลน์ฉันจะเป็นราชาโจรสลัดให้ได้เลย เจี๊ยกกกฮ่า ฮ่า”
ซุนหงอคงที่ขึ้นไปยืนอยู่บนยอดกระโดงเรือตะโกนลั่นด้วยตัวมันหมายจะครอบครองวันพีซและเป็นเจ้าโจรสลัด
“เอาล่ะกะราสีทั้งหลายเตรียมพร้อมเราจะมุ่งสู่แกรนไลน์ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
สัมพาทีไม่วายผสมโรงตามพี่ใหญ่ของมัน
“พวกเองไปเคยดูมาจากไหนวะเนี่ย”
ศิลาถึงกับพูดอย่างอ่อนเพลียกับพี่ลิงตัวนี้เสียเหลือเกิน พร้อมทั้งสัมพาทีสดายุเองก็ไม่ต่างกันเล่นเป็นโจรสลัดกันอย่างสนุกมือ
ซึ่งศิลาขอนั่งเงียบๆไม่ใช่อะไรหลอกก็ยามนี้ท้องไส้เขาปั่นป่วนด้วยอาการเมาเรือสะนี่
“พี่ศิเมาเรือเหรอค่ะ”
ฟ้าครามเดินมาถามศิลาที่นอนจมขอบเรือด้วยสีหน้าปั้นยากพร้อมกับเธอเองกำลังหัวเราะคิกคัก
โถ่พ่อจอมมารหาญกล้าสยบฟ้าดินมาแพ้กับเรือสำเภาเอาสะนี่แล้วจะไม่ให้เธอหัวเราะออกมาได้อย่างไร
“สุดดด สุดๆเลยล่ะ”
ศิลาตอบอย่างยากลำบากก่อนที่ฟ้าครามจะลุกยืนมองสำรวจไปรอบๆยามนี้พวกเขาออกมาได้ระยะหนึ่งแล้วเจ้าหล่อนถึงกลับตาโตรุกวาวทั้งคลื่นลมแสงแดดที่กระทบผิวน้ำระยิบระยับราวไข่มุกทั้งพร่างพราวสุขสระกราว
หลังจากเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนต้องบอกว่าเธอเองก็ไม่เคยสัมผัสกับทะเลอีกเลยไม่ใช่แต่เพียงทะเลเท่านั้นรวมถึงน้ำตกภูเขาและสถานที่อื่นๆ และด้วยเหตุนี้จึงถือกำเนิดโลกจำลองแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อให้สาวน้อยอาพับคนนี้ได้สัมผัสถึงชีวิตอีกครั้ง
“ศิลาขึ้นมาดูอะไรเร็ว”
ซุนหงอคงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังก่อนที่ฟ้าครามจะกระโดดขึ้นไปยืนมอง
เบื้องหน้าของพวกเขาคือผืนน้ำทะเลสีครามกลางใหญ่มองไปทางไหนก็มีแต่ผืนน้ำแต่ทว่ายามนี้เบื้องหน้าของเขากลับปรากฎน้ำวนขนาดใหญ่ที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง
ครืนนนนนน
วินาทีนั้นเองท้องฟ้าบริเวณรอบราวกับกำลังจะเกิดพายุคลื่นน้ำหมุนวนเป็นเกรียวลอยขึ้นสู้ท้องฟ้ากลายเป็นทอร์นาโดนับลอยลูกวิ่งไปตามผืนน้ำอย่างเชี้ยวกราดและบ้าคลั่ง
“หึ ต้อนรับกันแบบนี้เลยหรอท่าจะหนักแหะ”
ศิลาที่ลุกขึ้นมายืนดูสภาพรอบกายลมพายุต่างพัดอย่างบ้าคลั่งจนแทบทรงตัวไม่อยู่
วินาทีต่อมาเรือของพวกเขาถูกดูดลงไปในน้ำวนจมลงสู่ใต้ทองทะเลอย่างรวดเร็ว
“วาร์ปงั้นหรอ?”
ศิลาพูดขึ้นเมื่อมองไปรอบด้านภายในใจกลางน้ำวนซึ่งพวกเขาไม่เปียกน้ำแม้แต่น้อยแถมยังมีอากาศให้หายใจคล้ายกับบนบกไม่ผิดเพื้ยนที่แท้น้ำวนก็คือประตูมิติที่ใช้เข้าเมืองบาดาล
วาปปปปปป
“กลับเข้ามาเร็ว”
ศิลาสั่งให้ทั้งหมดกลับเข้ามายังที่สถิตของตัวเองอย่างรวดเร็ววินาทีต่อมาปรากฎแสงสวางสีฟ้าจนแสบตา
มองไม่เห็นสิ่งใด
“ที่นี่มัน?
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมองไปรอบด้านพบเข้ากับพื้นทะเลทรายสีทองสุกสระกราวราวทองคำกว้างใหญ่ไพศาลมีประการังโขดหินมากมาย
เมื่อเขามองไปด้านบนก็พบว่ามันคือผืนน้ำมองไปสุดสายตาพบดวงตะวันที่ลอยอยู่บนฟ้าเหล่ามัจฉาแหวกวายในผืนน้ำกันหนาตาผ่านแสงอาทิตย์ที่ทอทอดแสงลงมาเป็นทิวทัศที่งดงามเกินบรรยาย
“สวยจัง”
ฟ้าครามปรากฎตัวออกมาข้างๆ
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นตามมาด้วยซุนหงอคงสัมพาทีสดายุภาพเบื้องหน้ามันคล้ายกับพวกเขายืนดูตู้ปลาขนาดใหญ่แต่ที่มันต่างออกไปคือพวกเขาสามารถสัมผัสผิวน้ำเบื้องบนได้
“ผู้เล่นศิลา ได้มาถึงยังเมืองบาดาลภายในเมืองบาดาลระบบจะไม่แจ้งเตือนการปรากฎตัวของสัตว์อสูรและระดับของสัตว์อสูรเพราะถือเป็นพื้นที่พิเศษขอให้โชคดีค่ะ”
เสียงจากระบงดังขึ้นเรียกสิตของศิลาให้กลับมาทันทีเข้ามองไปทางซ้ายขวาห่างออกไปสามกิโลเมตรพบเข้ากลับประตูบานใหญ่ยักษ์สีฟ้าบนบานประตูมีภาพวาดของเทพโพไซดอนชายหนุ่มวัยกลางคนสูงใหญ่หน้าตาดุดันหล่อเหล่ากำลังยืนถือสามง่ามตระหง่าอย่างมั่นคง
“มีอะไรหรือเปล่าค่ะพี่ศิ”
ฟ้าครามถามทันทีเมื่อพบว่าสีหน้าของศิลาไม่ค่อยสู้ดี
“น้องดูนี่สิ”
ศิลาพูดพร้อมกับยืนแผนที่ให้ฟ้าครามดูซึ่งพวกสัมพาทีเองก็มามุงดู
“นี่มัน?
หญิงสาวเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อมองดูในแผนที่เพราะปกติผู้เล่นไปถึงตำแหน่งไหนในโลกบริเวณสามกิโลเมตรรอบตัวผู้เล่นแผนที่จะแสดงถึงสิ่งต่างๆตำแหน่งสัตว์อสูรเส้นทาง
แต่แผนที่ของศิลายามนี้นั้นมันขึ้นเป็นสีฟ้าทั่วแผนที่รวมถึงยังไม่แสดงถึงตำแหน่งของพวกเขาด้วยซ้ำซึ่งมันถือเป็นเรื่องที่สาหัสมากเมืองบาดาลกว้างขนาดไหน? แล้วมีสัตว์อสูรแบบใดในตำแหน่งไหน? แล้วพวกเขาจะหาที่ซ่อนดวงใจภูติบริเวณไหน? พวกเขาควรเริ่มต้นจากตรงไหน? ในเมื่อประตูเมืองมันปิดสนิทแถมยังไม่มีทหารยามรักษาการด้วยซ้ำ
หากเจอสัตว์อสูรระดับราชาขึ้นไปโผล่มาทันทีที่พวกเขามาถึงมันคงง่ายกว่านี้เขาคงถามเอาจากมันได้
แต่นี่มันเป็นความยาก ความยากที่ต่างจากการต่อสู้ มันเป็นความยากที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนและไม่รู้ว่ามันจะไปจบตรงไหน ไม่มีเบาะแสเหมือนการทำภารกิจ
“ไปกันเถอะ”
ศิลาพูดก่อนจะเดินตรงไปยังประตูบานใหญ่ยักษ์
“น้องฟ้าค่ะเทพซุสที่น้องเคยเรียกออกมาระดับมันเท่าไหร่”
ศิลาเอ่ยถามหญิงสาวที่เดินข้างกายเสียงขรึมและจริงจังแต่สายตายังคงจ้องมองไปยังบานประตู
“ระดับตำนานเลเวล300สูงสุดค่ะ”
หญิงสาวตอบทันทีก่อนจะเอ่ยต่อ
“พี่อย่าบอกนะค่ะว่าพวกเราอาจจะเจอโพไซดอน”
“อาจะ50/50ล่ะนะ”
กึก กึก กึก กึก
ยังไม่ทันไรสัมพาทีซุนหงอคงสดายุฟ้าครามและศิลาต้องรีบหันหลังชนกันทันทีเพราะพื้นทรายสีทองเบื้องร่างค่อยๆส่งเสียงผืนทรายขยับไปมาทั่วบริเวณคล้ายกับสิ่งมีชีวิตกำลังจะปรากฎตัว
“เห่ยบ้า”
วินาทีต่อมาปรากฎทหารรูปร่างคล้ายคนมีหัวเป็นเปลือกหอยบางตัวก็มีหัวเป็นปลาเป็นปลาดาวม้าน้ำเป็นปูยืนสองขาส่วมชุดเกราะสีเงินในมือถือสามงามยาวเมตรกว่าแสนจะแหลมคมจำนวนราวๆสองถึงสามพันขึ้นโอบล้อมพวกเขาทุกทิศทาง
“เนตรมาร”
ศิลาเพ่งสายตามองพวกมันทันทีก่อนจะมีสีหน้าไม่สู้ดีเม็ดเหงือไหลเมื่อพบชื่อของพวกมัน
“สงสัยที่เพิร์จบอกว่าคนสร้างเกมสร้างตอนเมายากันยุงคงจะจริงแหะ ทหารสัตว์น้ำวังบาดาลระดับ1,000”
ศิลายิ้มด้วยสีหน้าปั้นยากและไม่สู้ดีนัก
***********************************
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดิ้นรนเข้าไปไอ้หนุ่มฝ่าฟันเข้าไปมาให้ถึงจุดหมาย ชิงหลงเตรียมโคลคูลเสร็จรึยัง”
เสียงหัวเราะลั่นของรูเซียโน่ดังลั่นพร้อมกับระดมนิ้วมือพิมพ์ข้อมูลอะไรบางอย่างแบบสนุกมือ
“เรียบร้อยแล้วครับ แต่ท่านครับเปลี่ยนข้อมูลสัตว์อสูรตามใจชอบมันจะแย่เอานะครับเขาจะไหวหรอแบบนี้”
ชิงหลงเอ่ยขึ้นสีหน้าอ่อนเพลียปนปวดใจปนสงสารศิลาที่ต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้แต่รูเซียโน่กลับแสดงถึงความสนุกออกมาถึงขีดสุด
“ใครมันจะกล้าหือ ฉันแค่เล่นสนุกกับลูกสาวและว่าที่ลูกเขยฉันเท่านั้นใครกล้าพ่อจะเป่าให้หัวกระจุย”
รูเซียโน่ตอบพร้อมกับพนักงานลูกน้องส่ายหัวไปมาในนิสัยแบบเด็กๆของหัวหน้า และแอบสงสารศิลาอย่างสุดใจ
“ไปกัน สึนะ นัตสึ ฉันฝากทางนี้ด้วยล่ะ”
รูเซียโน่สั่งการเสร็จสรรพทิ้งงานไว้กับมือขวาคนรู้ใจก่อนจะเดินออกจากห้องพร้อมกับคนสนิทอีกสองคนเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของGMและที่ทำงานของพนักงานNPC
“ขอให้คุณโชคนี่นะครับคุณศิลาถึงหัวหน้าจะขี้เล่นและใจดี แต่ก็เป็นคนแบบคุณถ้าลงมือล่ะก็นักฆ่าดีระดับพระเจ้าดีๆนี่เอง”
ชิงหลงพูดด้วยสีหน้าสงสารศิลาที่ภาพของศิลากำลังฉายให้พนักงานนั่งชม ซึ่งพนักงานตอนนี้กำลังลงเดิมพันกันสนุกมือว่าบอสของพสกเขาจะสยบความร้ายกาจของศิลาหรือศิลาจะรูบคมว่าที่พ่อตาและกัดฝังเขี้ยวสักดอกสองดอก
“บอสเอาจริงหรือครับที่จะฆ่าศิลาในโลกนั้นจริงๆ”
นัตสึลูกน้องใบหน้าคมเข้มเอ่ยถามหัวหน้าทันทีในขณะที่กำลังเดินไป
“เออ!ฉันเคยพูดเล่นหรือไง ฉันก็อยากจะเจอกับหมอนั่นในฐานะ
ลาสบอสล่ะนะแต่หลังจากจบงานฉลองเกมฉันจะขายหุ่นหลังจากนั้นคงสอดมือเข้าไปเล่นสนุกไม่ได้ มันน่าสนุกออกฉันจะฆ่าหมอนั่นหรือหมอนั่นจะฆ่าฉันแล้วครอบครองสุดยอดขุมพลัง ถือสะว่าเป็นของขวัญจากพ่อคนนี้ก็แล้วกันส่วนแกจะเอาไปได้ไหมก็ต้องรอดูกัน”
นักฆ่าในตระกูลอัลไซส์นั้นจะถูกเลี้ยงมาแบบพิเศษตั้งแต่เด็กรวมถึงนัตสึและสึนะเองก็ด้วยและคนที่ฝึกนักฆ่าในตระกูลทุกคนก็คือรูเซียโน่ แถมทักษะต่อสู้ในโลกจริงก็สามารถนำไปใช้ได้ในโลกจำลอง
**********************************
“เป็นอะไรค่ะพี่ศิ”
หญิงสาวเอ่ยถามศิลาที่ตอนนี้มีสีหน้าแปลกๆ
“ตาขวาพี่มันกระตุกไม่หยุดเลยนี่สิคะ เหมือนกำลังจะเจอปัญหาหรือเรื่องใหญ่”
สัญชาตญาณสัตว์ป่าของศิลานั้นต้องบอกว่ามีความแม่นยำถึง99.99%