"อะไรน่ะ!!!"
หลังจากได้ยินคำพูดสั้นๆของชิงเฟิงมู่เสี่ยวเหวินก็อดไม่ได้ที่ตกตะลึง
"เจ้าบอกว่าที่เจ้าหายตัวไปเป็นเพราะเฉี่ยวตง?"มู่เสี่ยวเหวินถามอีกครั้ง
"ใช่"ชิงเฟิงพยักหน้าเบาๆพร้อมกับกล่าว"ในตอนนั้นข้าออกไปทำภารกิจที่ป่าสัตว์อสูรเพื่อไปหาสมุนไพร แต่ทว่าข้าคิดไม่ถึงเลยว่าในตอนที่ข้าออกไปทำภารกิจนั้นเฉี่ยวตงและลูกน้องของมันก็ได้ออกติดตามข้าออกมาด้วย"
"พวกเขาทำร้ายข้าจนบาดเจ็บสาหัส โชคดีที่..."เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ชิงเฟิงก็หวนนึกถึงผู้อาวุโสเจินเทียนหยวนในทันที
ถ้าตอนนั้นเขาไม่ถูกผู้อาวุโสเจินเทียนหยวนช่วยไว้ละก็ ป่านนี้เขาคงจะเป็นผีเฝ้าเหวบรรพกาลแล้วก็เป็นได้
"...โชคดีที่ตอนนั้นข้าสามารถหนีรอดมาได้"ชิงเฟิงกล่าวออกมาเบาๆ เขาย่อมไม่เปิดไม่เผยความลับเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นใต้หุบเหวบรรพกาลเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
"บังอาจ!!! เจ้าสารเลวนั่นกล้าดียังไงถึงพยายามจะฆ่าศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน! เรื่องนี้ข้าจะไปกล่าวกับท่านเจ้าสำนัก!"หลังจากได้ยินคำพููดของชิงเฟิงมู่เสี่ยวเหวินก็ระเบิดความโกรธออกมาในทันที เธอคาดไม่ถึงเลยว่าเหตุผลการหายตัวไปของชิงเฟิงมันจะร้ายแรงขนาดนี้
เมื่อนึกไปถึงตอนที่ชิงเฟิงถูกตามล่าสังหารและโดนทำร้ายมู่เสี่ยวเหวินก็ไม่สามารถที่จะระงับจิตสังหารของตัวเองได้
"ข้าจะไปกล่าวเรื่องนี้กับท่านเจ้าสำนัก ให้ท่านเจ้าสำนักให้ความเป็นธรรมกับเจ้า"มู่เสี่ยวเหวินพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองในขณะที่กล่าวออกมา ถึงแม้ภายในใจของเธอตอนนี้อยากจะสังหารเฉี่ยวตงเต็มทนแล้วก็ตามแต่ว่าเธอก็ไม่สามารถละเลยบทลงโทษของสำนักได้
โทษของการสังหารศิษย์สำนักเดียวกันนั้นร้ายแรงเป็นอย่างมาก
"ไม่จำเป็น"ได้ยินว่ามู่เสี่ยวเหวินจะไปกล่าวเรื่องนี้กับเจ้าสำนักชิงเฟิงก็ได้กล่าวในทันที"ข้าอยากจะสะสางปัญหานี้ด้วยตัวเอง"
"นี่จึงเป็นเหตุผลที่เจ้าท้าประลองเป็นตายกับเฉี่ยวตงงั้นหรอ?"
"ใช่"ชิงเฟิงพยักหน้าเบาๆ
"ไม่ได้!!ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด!!"มู่เสี่ยวเหวินส่ายหัวของเธออกมาอย่างแรงพร้อมกล่าวว่า"ตอนนี้เจ้ามีพลังบ่มเพาะอยู่ในระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่1เท่านั้น มันเสี่งเป็นอย่างมากที่เจ้าจะไปต่อสู้กับเฉี่ยวตง"
"ข้าไม่รู้หรอกน่ะว่าเจ้าได้รับโชควาสนาอะไรมาถึงทำให้เจ้าสามารถเพิ่มพลังบ่มเพาะของตัวเองมาถึงระดับนี้ได้ แต่ว่าข้าคิดว่าด้วยพลังบ่มเพาะระดับนี้ของเจ้ามันเสี่ยงเกินไป"
มู่เสี่ยวเหวินพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมชิงเฟิง ถึงแม้ว่าเธอจะได้ยินว่าเฉี่ยวตงเองก็มีระดับพลังในระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่1เช่นกัน แต่ว่าเฉี่ยวตงเขาเป็นใคร?
เฉี่ยวตงเป็นถึงน้องชายของเฉี่ยวกัง ดังนั้นพี่ชายของเขาคงจะให้ไพ่อะไรบางอย่างแก่น้องชายเป็นแน่
ดังนั้นการที่ชิงเฟิงจะไปต่อสู้กับเฉี่ยวตงเธอจึงคิดว่ามันเสี่ยงเกินไป
สังเกตุเห็นความกังวลและความเป็นห่วงของมู่เสี่ยวเหวินเขาก็ได้เผยรอยยิ้มเล็กน้อยออกมา หลังจากนั้นเขาก็ได้กล่าว"เสี่ยวเหวิน ขอบใจเจ้ามากที่เป็นห่วงข้า แต่ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย"
"แต่ว่า..."
"ไม่เป็นไรหรอกข้ามั่นใจว่าข้าจะต้องไม่แพ้"ชิงเฟิงกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่มันมั่นใจ
เขาคนนี้เนี่ยน่ะจะแพ้ เขาที่มีระดับพลังถึงระดับราชันย์ขั้นที่4 ถ้าเกิดว่าเขาแพ้ให้กับเด็กหนุ่มที่อยู่ในระดับรวบรวมลมปราณ อย่างนั้นเขาก็คงจะยิ่งกว่าขยะแล้ว
"ว่าเเต่เสี่ยวเหวินตอนนี้สถานการณ์ของเจ้าในสำนักชั้นในเป็นยังไงบ้าง ไม่มีใครรังแกเจ้าใช่ไหม"ชิงเฟิงพยายามที่จะเปลี่ยนเรื่องดังนั้นเขาก็เอ่ยถามคำถามนี้ออกมา
"ใครกันที่จะมารังแกข้า?สถานการณ์ของข้าในสำนักตอนนี้ดีเป็นอย่างมาก ตอนนี้พลังบ่มเพาะของข้าอยู่ในระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่6แล้ว ไม่มีใครในสำนักที่สามารถรังแกข้าได้ ยกเว้นพวกศิษย์หลักกับผู้อาวุโส"มู่เสี่ยวเหวินกล่าวออกมาพร้อมกับทำท่าทางภูมิใจเล็กน้อย
ชิงเฟิงรับรู้ถึงฐานพลังบ่มเพาะของมู่เสี่ยวเหวินตั้งแต่แรกแล้วดังนั้นเขาจึงไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร แต่ถึงอย่างนั้นเขาเองก็อดไม่ได้ที่จะภูมิใจในตัวมู่เสี่ยวเหวิน
เขาจำได้ว่าเมื่อประ1ปีก่อนมู่เสี่ยวเหวินมีระดับพลังเพียงแค่หลอมร่างกายขั้นที่9เท่านั้นเอง ในเวลาเพียงแค่1ปีกว่าๆเธอสามารถบ่มเพาะมาถึงระดับนี้ได้ นี่หมายว่าพรสวรรค์ของเธอนั้นจะต้องยอดเยี่ยมมากแน่นอน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ชิงเฟิงก็ได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณของตัวเองออกมาเพื่อตรวจสอบร่างกายของมู่เสี่ยวเหวิน
เวลาผ่านไปไม่นานชิงเฟิงก็ได้ถอนจิตวิญญาณของตัวเองออกมาพร้อมกับกล่าวภายในใจ'อย่างที่คาดเอาไว้ เสี่ยวเหวินมีร่างกายศักดิ์สิทธิ์ แต่ดูเหมือนว่าร่างศักดิ์สิทธิ์ของเธอนั้นจะยังไม่ตื่นมาเต็มที่ไม่เช่นนั้นพลังของเธอจะพุ่งพรวดมากกว่านี้แน่นอน'
มู่เสี่ยวเหวินเห็นว่าชิงเฟิงเงียบเล็กน้อยเธอก็คิดว่าเขาคงจะตะลึงในระดับพลังของเธอ ดังนั้นเธอก็ได้กล่าวออกมา"ชิงเฟิง เจ้าต้องพยายามมากกว่านี้น่ะ ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าจะสามารถมาถึงในระดับของข้าได้"
มู่เสี่ยวเหวินพยายามที่จะปลอบใจชิงเฟิงแต่หาได้รู้ไม่ว่าชิงเฟิงในตอนนี้นั้นก้าวข้ามระดับของเธอไปไกลมากโขแล้ว
ชิงเฟิงได้ยินคำพูดของมู่เสี่ยงเหวินเจาก็ยิ้มเล็กน้อยจากนั้นก็กล่าว"อือ ขอบใจเจ้ามาก"
ทั้งสองคนพูดคุยเรื่องราวต่างๆมากมาย ในระหว่างนั้นมู่เสี่ยวเหวินก็ได้เกลี้ยกล่อมชิงเฟิงให้คิดใหม่อีกที แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้ชิงเฟิงตัดสินใจไปแล้วเขาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด อีกอย่างสำหรับเขาแล้วนั้นเฉี่ยวตงไม่ได้อยู่ในสา
ยตาของเขาเลยสักนิด
มีเหตุผลอะไรที่ให้เขายอมแพ้มดเช่นนี้