-BAD FRIEND-
7
โรงพยาบาล
สุดท้ายแล้วฉันก็ไม่ได้ไปสอบเนื่องจากต้องแอดมิดที่โรงพยาบาลเพราะเป็ลำไส้อักเสบรุนแรงหมอเลยให้รอดูอาการก่อนและเพราะฉันยังมีไข้อยู่ถึงยังออกจากโรงพยาบาลไม่ได้สักทีแต่ตอนนี้อาการโดยรวมดีขึ้นแล้วถ้าพรุ่งนี้หมอมาตรวจแล้วไม่มีอะไรน่าห่วงก็จะกลับบ้านได้ส่วนเื่สอบก็ค่อยเอาใบรับรองแพทย์ไปขออาจารย์สอบทีหลังเอา
“เป็ไงมึงไม่อยากไปสอบก็ไม่บอก” ไอ้บอลที่เพิ่งเดินเข้ามาทักขึ้นตามด้วยไอ้พีท อีเม อีผิง ครบทีม ไม่สิ ขาดไปคนนึง
“มาได้ก็กวนตีนเลยนะมึง” ฉันมองค้อนมันอย่างไม่จริงจังนัก
อยากรู้ใช่ไหมว่าฉันมาที่โรงพยาบาลได้ยังไงคงไม่มีใครคิดว่าจะเป็นักรบหรอกใช่ไหมเพราะจนถึงตอนนี้มันยังไม่โทรหาฉันเลยทั้งที่น่าจะรู้เพราะว่าฉันไม่ได้ไปสอบแต่ที่ฉันรอดตายมาได้ก็เพราะพิมโทรมาพอดีเพราะจะถามว่าฉันถึงคอนโดหรือยังดีนะที่ตอนนั้นสติฉันยังอยู่ครบถึงได้คุยกับมันรู้เื่
“พิมกลับไปแล้วเหรอ” อีเมถาม
“อือกูให้มันกลับไปนอนบ้านอ่ะ” เมื่อคืนพิมมันเป็คนนอนเฝ้าฉันซึ่งมันคงจะไม่ค่อยได้นอนเพราะมันเป็คนกลัวผีมากทั้งๆที่ก็ไม่เคยเห็นไม่รู้จะกลัวอะไรขนาดนั้น
“ไอ้รบไม่ได้อยู่นี่เหรอวะ” ไอ้พีทถามถึงคนที่ไม่ได้มาด้วย และก็คงไม่คิดจะมาด้วยล่ะมั้งมันรู้หรือเปล่าเหอะว่าฉันอยู่โรงพยาบาลแบบนี้
“มึงเห็นไหมล่ะ” ฉันบอกก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่น จะว่าน้อยใจมันก็ไม่เชิงแต่อย่างน้อยก็น่าจะมาถามไถ่อาการกันบ้าง เพื่อนกันเปล่าวะ
“กูเห็นมันออกจากบ้านั้แ่เช้านึกว่าจะรีบมาเยี่ยมเมียซะอีก” ไอ้พีทพูดกวนประสาทฉันอย่างที่มันชอบทำเป็ประจำแต่ทำไมครั้งนี้ฉันถึงไม่ชอบใจก็ไม่รู้ นี่กูจะเป็เมนส์เปล่าวะ อารมณ์แปรปรวนง่ายชิบ
“มันไม่เล่นว่ะ” เมื่อเห็นฉันเงียบมันจึงพูดด้วยเสียงอ่อย
“ตอนนี้มันกลับไปหาเมียเก่ามันแล้ว” อีผิงบอก ทำให้ทุกคนหันไปสนใจมันเป็ตาเดียวรวมถึงฉันด้วยไหนมันบอกนักรบไม่ให้บอกใครไง อีนี่แม่งเก็บความลับไม่เคยอยู่จริงๆ
“หมายความว่าไงวะ” ไอ้บอลถาม
“ก็มันกลับไปคุยกับแพรวไง”
“ถึงว่า่นี้แม่งคุยแต่โทรศัพท์” พีทบอก
“แม่งเห็นหญิงดีกว่าเพื่อน” ไอ้บอลทำหน้างอนๆ คือโคตรไม่เข้ากับหน้าโหดๆของมันเลยอ่ะแล้วมันงอนอะไรวะต้องเป็กูไหมที่ต้องงอน
“งี้มึงก็อกหักอ่ะดิอีบัว” อีเมบอกขำๆ แต่กูไม่ขำไง
“อกหักพ่องแล้วนี่พวกมึงไม่อ่านหนังสือกันเหรอ” ฉันพาเปลี่ยนเื่ทันทีก่อนที่ความรู้สึกจะหน่วงไปมากกว่านี้
“นี่ไงพวกกูเอามาอ่านที่นี่ จะได้อยู่เป็เพื่อนมึงด้วยไ” อีผิงชี้ไปที่หนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะที่ตอนแรกฉันไม่ทันได้สังเกตก่อนจะยิ้มออกมา
“ไม่ต้องลำบากกันขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เอาจริงๆก็ดีใจแหละที่พวกมันมาอยู่เป็เพื่อนแต่ก็เกรงใจมันมากกว่า
“ลำบากเชี่ยไรห้องก็เงียบแอร์ก็เย็น มีขนมกินเพียบอีก” ไอ้พีทบอกพร้อมกับเอาขนมที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียงไปจนเกลี้ยงแต่เดี๋ยวนะนั่นมันขนมที่เค้าซื้อมาเยี่ยมกูนี่หว่า
“ไอ้เชี่ยพีทนั่นมันของฝากคนป่วยอย่างกูป่ะ”
“เออน่าเป็ค่าที่กูอยู่เป็เพื่อนมึงไง” พูดจบมันก็หอบขนมไปนั่งกินกันหน้าตาเฉย
ฉันส่ายหัวให้กับพวกมันอย่างยิ้มๆถึงพวกมันจะชอบกวนประสาทและปากหมาไปหน่อย ไม่หน่อยสิ มากเลยต่างหาก แต่ก็มีแต่พวกมันนี่แหละที่คอยอยู่เคียงข้างตลอดเห็นพวกเราแบบนี้แต่พวกเราก็รักกันมากนะเว้ย
“อีบัวอยากกินไรไหมกูกับอีเมจะลงไปซื้อของ” อีผิงถามเมื่อขนมที่มันเอาของกูไปฟาดกันเรียบหมดแล้ว
“ไม่อ่ะ” คือกูปวดท้องไงไม่อยากกินอะไรให้อาการมันแย่ลงอีก อยากกลับบ้านจะแย่
“มึงอ่ะเอาไรไหมไอ้พีท” มันถามไอ้พีทที่กำลังเล่นเกมอย่างออกรส ส่วนไอ้บอลอ่ะเหรอไอ้นี่มันหลับั้แ่อ่านได้สองหน้าแล้วมั้ง คนบ้าอะไรหลับได้ทุกเวลาต่อให้มันนอนเพียงพอแค่ไหนมันก็หลับได้ตลอดอยู่ดี
“เอาๆๆอะไรก็ได้กูแดกได้หมด” มันพูดแต่ตาก็ยังจ้องอยู่ที่เกมอย่างไม่ลดละ
“เออๆ” มันสองคนตอบรับก่อนจะเดินออกไป ฉันที่ไม่รู้จะทำอะไรก็เอาโทรศัพท์มาเล่นเกมบ้าง
“แม่งเอ๊ย!โทรมาไรตอนนี้วะ ป้อมกำลังจะแตกเลยสัส” ฉันหันไปหาไอ้พีทที่กำลังหัวเสียอย่างหนักเพราะมีคนโทรมาตอนมันกำลังตีป้อมมันกดตัดสายแล้วก็เล่นต่อ
“เยส!!” มันทำท่าทางดีใจเมื่อมันตีป้อมสำเร็จกูยังนึกไม่ออกเลยถ้าคนที่โทรมาป่วยใกล้จะตายตอนนี้จะเป็ยังไง แต่เป็กูก็ไม่รับอ่ะกำลังหัวร้อนเลยไง
“มีอะไรไอ้รบกูกำลังเล่นเกมเลยสัส” ชื่อของคนที่มันพูดถึงทำให้ฉันละสายตาจากเกมไปสนใจมันที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่คงจะเป็คนที่โทรมาก่อนหน้านี้สินะ
“เออ อยู่โรงพยาบาล” มันพูดกับปลายสายแล้วหันมาสบตากับฉัน ฉันจึงรีบหันหน้าหนีและมาสนใจเกมต่อแต่ความจริงจิตใจมันไม่ได้จดจ่ออยู่ที่เกมเลยสักนิด
“ไม่ได้เป็อะไรมากพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้ว” ถึงจะทำเป็ไม่สนใจแต่หูกูนี่ยินทุกคำอ่ะ
“อือ ไม่ต้องห่วง เค” มันวางสายไปแล้วแต่ฉันก็ยังทำเป็ไม่สนใจทั้งที่รู้ว่ามันรู้แหละว่าฉันได้ยินที่มันพูด
“ไอ้รบโทรมา” ไอ้พีทบอก
“อือ” ฉันตอบแค่นั้นและไม่ได้หันไปมองมันที่มองฉันอยู่ฉันทำเป็ตั้งใจเล่นเกมทั้งที่ทีมฉันแพ้ไปแล้ว
“มึงอย่างอนมันที่ไม่ได้มาเยี่ยมมึงเลยนะมันไม่ว่างจริงๆ” มันบอกอย่างร้อนรนเพราะกลัวฉันจะโกรธ
“อือ” คือจะว่างอนมันก็คงจะไม่ใช่ จะเรียกว่าอะไรดีอ่ะ น้อยใจนิดๆล่ะมั้งแค่นิดเดียวนะ จริงๆ คือฉันไม่เข้าใจว่าทำไมมันไม่โทรมาหาฉันเองอ่ะแชทก็มีไม่เห็นมีวี่แววว่ามันจะทักมาเลยแล้วมันยุ่งอะไรนักหนาถึงได้เจียดเวลามาเยี่ยมฉันไม่ได้เลย
“มันเป็ห่วงมึงมากนะเว้ย”
“อือ” เป็ห่วงกูมากอ่ะ มากแต่ก็ไม่มาเยี่ยมกู มันน่าดีใจจริงๆ
“มึงช่วยตอบให้มากกว่าหน่อยได้มะกูใจไม่ดีนะเว่ย”
“ก็ไม่ได้งอนไง” ฉันตอบมันเสียงเรียบพร้อมกับหันไปมองหน้ามันที่ทำหน้าเจื่อนๆอยู่มันคงไม่อยากให้เรามีปัญหากัน ไม่มีใครอยากเห็นเพื่อนไม่คุยกันหรอกฉันรู้ว่าที่มันมาเยี่ยมฉันไม่ได้ก็เพราะว่ามันอยู่กับแพรวเอาเป็ว่าฉันจะพยายามเข้าใจมันก็แล้วกันอย่างที่เคยบอกว่าที่มันเลิกกันเพราะนักรบมันติดเพื่อนไม่ใช่ใครที่ไหนก็พวกฉันนี่แหละและมันก็ยังรู้สึกผิดอยู่ที่ทำให้ผู้หญิงดีๆคนนึงเสียใจไม่แปลกที่พอมีโอกาสกลับไปแล้วมันจะใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับแพรวถ้าเป็คนอื่นก็คงเป็แบบมันล่ะมั้ง
“นี่เหรอท่าทางของคนที่บอกว่าไม่ได้งอน” มันทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ
“แล้วมึงจะให้กูทำทางยังไงไม่ทราบจะให้กูเต้นอะโกโก้ให้ดูไหมล่ะ” ฉันประชด
“เออๆ เอาดิ”
“กวนตีน” ฉันด่ามันก่อนจะนอนลงเอาผ้าห่มคลุมหัวแล้วหันหลังให้มันทันที
“เฮ้ย งอนกูป่ะเนี่ย” มันเดินเข้ามาดึงผ้าห่มของฉันน้อยๆ แต่ฉันก็ไม่ได้หันไปสนใจมันอยู่ดีนี่มันเห็นกูขี้งอนขนาดนั้นเลยเหรอวะ จะให้กูงอนคนทั้งโลกเลยว่างั้น
“เสียงดังไรวะสัสพีท” เสียงไอ้บอลถามขึ้นซึ่งฉันคาดว่ามันน่าจะตื่นเพราะเสียงของไอ้พีท
“บัวมันงอนกูอ่ะ” มันบอกไอ้บอลเสียงหงอยๆ คือแม่งคิดไปเองไง กูแค่ง่วงนอนเฉยๆป่ะวะ
“มีไรกันวะ” ไอ้บอลถามอย่างงงๆเพราะไม่รู้เื่รู้ราวอะไร
“มันงอนกูอ่ะ”
“กูไม่ได้งอนโว้ยกูจะนอน!” ฉันลุกขึ้นมาอย่างอารมณ์เสียขืนยังเงียบปล่อยให้มันคุยกันกูคงไม่ได้นอนง่ายๆแน่ผู้ชายห่าอะไรชอบคิดไปเองชิบหายเลย
“จริงป่ะ” มันทำหน้าดีใจพร้อมส่งสายตาวิ้งๆมาให้ น่ารักตายล่ะ
“เออแล้วก็อย่ากวนกู กูจะนอน”
“คร๊าบบบบ”
“อะไรของพวกมึงวะ” ไอ้บอลผู้ไม่รู้อะไรก็ยังคงงงต่อไป น่าสงสารมันจริงๆ
ฉันนอนลงอีกครั้งเมื่อไม่มีอะไรแล้วด้วยความที่ง่วงมากๆ เลยทำให้ฉันหลับได้อย่างง่ายดาย
-TBC-