บทที่ 1 ทั้งครอบครัวล้วนเป็ตัวร้ายเสียสติ
“พี่ชายคนโตของเธอเป็นายทุนั์ใหญ่ผู้โเี้ หลังจากเข้าควบคุมเส้นทางทางเศรษฐกิจทั้งหมดแล้วเขาก็ทำลายมันทิ้งจนสิ้น”
“พี่ชายคนรองของเธอเป็นักวิทยาศาสตร์พิการสติเฟื่อง เขาสร้างไวรัสขึ้นมาปล่อยขายจนทำลายล้างมนุษยชาติไปเกือบครึ่งโลก”
“พี่ชายคนที่สามของเธอเป็อดีตสายลับสุดชั่วร้าย เขาสร้างองค์กรอาชญากรที่น่ากลัวที่สุดขึ้นมาด้วยตัวเอง”
“พี่สาวคนที่สี่ของเธอเป็ดอกบัวทมิฬแสนร้ายกาจและพราวเสน่ห์แห่งวงการบันเทิง ที่สร้างความวุ่นวายให้ทั้งวงการเพื่อมองดูทุกคนทำลายกันเองอย่างไม่เลือกวิธีการ”
“พี่ชายคนที่ห้าของเธอเป็ศัลยแพทย์ผู้งดงามแต่จิตไม่ปกติ ภายใต้หนังแกะที่คลุมไว้เขาเป็ผู้ที่มือเปื้อนเื ซึ่งคลั่งไคล้การฆ่าคน”
“พี่ชายคนที่หกของเธอเป็อันธพาลอัจฉริยะบ้าเืในโรงเรียน เขาเคยสร้างคืนนองเืที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เคยอยู่”
“ส่วนพ่อของเธอคือทานอสที่ไม่มีความรักความผูกพันกับเหล่าลูกบุญธรรมของตัวเองแม้แต่น้อย คิดแต่เพียงว่าอยากทำลายล้างโลก”
“ตอนนี้ใน่ที่เื่ทั้งหมดยังไม่เกิดขึ้น เธอต้องไปขัดขวางพวกเขาไว้”
ซิงซิงน้อยเบิกตากว้าง มองไปทางชายชราหนวดขาวที่ลอยอยู่ตรงหน้าอย่างสงสัย
ในหัวของซิงซิงไม่สามารถเข้าใจข้อมูลจำนวนมากขนาดนี้ได้ ถึงขั้นมีคำศัพท์จำนวนมากที่ไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไร
“คุณปู่ อะไรคือนายทุนคะ จะไม่เหยียบฟาฟาน้อย*[1] ใช่ไหมคะ?”
“อันนี้ซิงซิงรู้ค่ะ คุณป้าผู้อำนวยการเคยสอน”
เด็กน้อยที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมถามจบก็ไม่สามารถเข้าใจคำถามได้ ทั้งยังยกมือเล็ก ๆ ที่มีน้ำมีนวลขึ้นมาชี้ไปทางเครายาวของคุณปู่
“คุณปู่ ซิงซิงจะถักเปียเล็ก ๆ ให้เองค่ะ!”
เธอเพิ่งเรียนรู้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าว่าถักเปียให้น้องสาวตัวน้อยอย่างไร ซิงซิงน้อยก็ตื่นเต้นดีใจมากพอเห็นหนวดยาว ๆ
เทียนเต้ามองซิงซิงที่ดวงตาเต็มไปด้วยความทึ่มทื่อก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ ครั้งหนึ่ง
“ซิงซิงเธอตั้งใจฟังให้ดี เื่นี้สำคัญมากจริง ๆ...”
ตอนที่เขาพูด หนวดบนคางของเขาก็ขยับไปมา
เ้าก้อนแป้งที่ราวกับแมวตัวน้อยมุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่หนวดบนหน้าของเขา
ปากเล็ก ๆ ขบเม้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความสนใจ ใบหน้าจ้ำม่ำขาวนุ่มมีเืฝาด รูม่านตาสีดำขลับราวกับเปล่งประกายอยู่
เทียนเต้าใจอ่อนยวบทันที “ได้ เอาสิ”
หลังจากนั้นไม่นานเทียนเต้าก็คิ้วกระตุกเมื่อเห็นหนวดขาวของตัวเองกลายเป็เกลียว โดยที่มีหนังยางพันไว้หลากหลายสีสัน และที่ปลายยังมีดอกไม้เล็ก ๆ ติดอยู่ด้วย
ซิงซิงตาหยีหลังจากเอาแผ่นดอกไม้เล็ก ๆ ชิ้นสุดท้ายมาติดอย่างมีความสุข
“คุณปู่สวยมากเลยค่ะ! ซิงซิงชอบคุณปู่!”
“โธ่ถัง ซิงซิงน้อยของฉัน!” เทียนเต้าถูกความสุขจู่โจมจนมึนงง ในใจอ่อนยวบราวกับมาร์ชเมลโลว์
“ซิงซิง ฉันยังมีเื่มากมายที่ต้องไปจัดการ เส้นทางต่อไปนี้เธอต้องเดินไปคนเดียวแล้ว”
“เธอสามารถใช้พร์ของเธอหาพ่อและพวกพี่ของเธอได้”
“จำไว้ว่าหลังจากช่วยชีวิตพวกเขาแล้วต้องหยุดพวกเขาไว้ เข้าใจไหม?”
เทียนเต้าลูบหัวของซิงซิงด้วยความสงสาร
หน้าที่นี้ทั้งหนักหนาและอันตรายมาก
แม้แต่เขาก็ยังไม่เต็มใจจะไปเผชิญหน้ากับปีศาจพวกนั้นเลย
“เป็คุณพ่อจริงเหรอคะ? ซิงซิงมีพ่อด้วยเหรอคะ! แล้วยังมีพี่ด้วย!?” เ้าก้อนแป้งเบิกตากว้าง
“แต่ทำไมพวกเขาถึงไม่มาหาซิงซิงล่ะคะ?” ซิงซิงน้อยรู้สึกเศร้า
แต่ไม่นานเธอก็แย้มยิ้มออกมา
“แน่นอนว่าต้องเป็เพราะพ่อกับพวกพี่ ๆ ยุ่งมากและเหนื่อยมากแน่ ๆ เหมือนคุณป้าผู้อำนวยการที่มีเื่มากมายต้องทำทุกวัน ดังนั้นเลยไม่มารับซิงซิงกลับบ้าน!”
“รอให้ซิงซิงหาพ่อกับพี่ ๆ เจอก่อนจะไปทุบหลังพวกเขาแน่นอน”
พูดจบก็ยกกำปั้นที่มีน้ำมีนวลโบกไปมา
เทียนเต้ารู้สึกว่าหัวใจตัวเองแทบจะละลายแล้ว ทั้งยังรู้สึกปวดใจด้วย
“เื่นั้นน่ะซิงซิง บางทีพ่อกับพวกพี่ ๆ ของเธออาจจะไม่ได้เป็เหมือนที่เธอคิด...”
พวกเขาล้วนเป็ปีศาจร้ายที่ไร้มนุษยธรรมและโเี้อำมหิต!
น่าเสียดายที่ลองมาทุกวิธีแล้วแต่ก็ล้วนไม่มีหนทางที่จะขัดขวางพวกเขาในการทำลายล้างโลก
ซิงซิงคือความหวังสุดท้าย
ซิงซิงน้อยอายุสามขวบครึ่งทั้งอ่อนโยนและบริสุทธิ์ เหมาะสมแล้วที่ซิงซิงจะสามารถทำลายภัยพิบัติทั้งหมดได้
เทียนเต้าลูบหัวเธอพลางพูดอย่างอ่อนโยน
“แต่ไม่เป็ไร ไม่ว่าภารกิจนี้จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ เธอก็จะได้กลับบ้านเร็ว ๆ นี้แน่”
ซิงซิงไม่ใช่คนของที่นี่ ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถอยู่บนโลกนี้นานจนเกินไปได้
ตรงหน้าซิงซิงมีแสงอบอุ่นสีทองปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกง่วง
เธออยากลืมตามองเพื่อให้เห็นว่าคุณปู่ยังอยู่ใกล้ ๆ แต่หลังจากได้กลิ่นหอมหวานก็ผล็อยหลับไป
......
ซิงซิงขยี้ตาลุกขึ้นมาจากเตียง
ข้างนอกเต็มไปด้วยดวงดาว ดูเหมือนเธอจะมีความฝันที่น่าอัศจรรย์
แต่ทันใดนั้นในสมองของเธอก็มีหลายสิ่งปรากฏขึ้นมาราวกับมันเป็ของเธอมาั้แ่ต้น
ตัวอย่างเช่น…
เธอมองไปนอกหน้าต่าง เสียงของเด็กน้อยที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาพึมพำกับตัวเอง…
“เจ็ดดาวสังหารจะกลายเป็ดาวฉิงหยางและถัวหลัวที่สร้างภัยพิบัติ...หืม?”
ซิงซิงน้อยปิดปากตัวเองอย่างสงสัย
นี่คือสิ่งที่เธอพูดออกมาเหรอ?
แต่ตอนที่ในหัวเล็ก ๆ ของเธอยังไม่ทันคิดได้อย่างชัดเจนว่าเกิดเื่อะไรขึ้น เธอก็ลุกขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก
เป็พี่หก! เธอจะต้องไปหาพี่หก!
ซิงซิงขยับไปที่ขอบเตียง ขาสั้น ๆ ทั้งสองข้างขยับก่อนจะะโลงไปจากเตียงอย่างระมัดระวัง
ยังดีที่ไม่ได้เสียงดังจนพวกเพื่อน ๆ ตัวน้อยตื่นขึ้นมา
ข้างนอกค่อนข้างมืด ซิงซิงน้อยจึงรู้สึกกลัวอยู่บ้าง
แต่เมื่อนึกถึงพี่ชายเธอก็ไม่กลัวแล้ว!
เธอมีพี่ชายเหมือนกัน! คุณปู่ในฝันต้องไม่โกหกเธอแน่!
ในหัวเล็ก ๆ ของเ้าก้อนแป้งน้อยคิดอย่างเรียบง่าย เธอ้าปกป้องคุณพ่อ และพวกพี่ชายพี่สาว
เท้าเล็ก ๆ เ้าเนื้อลากไปตามข้างเตียง ยัดเข้าไปในรองเท้า ก่อนจะนำผ้าคลุมไหล่มาคลุมตัวและไปเปิดประตูห้อง
ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้ว่าตัวเองต้องเดินไปทางไหน
ในคืนที่มืดมิดคุณป้าผู้อำนวยการที่เธอกลัวที่สุดหลับไปแล้ว เมื่อลมเย็นะเืหอบหนึ่งพัดเข้ามา เ้าก้อนแป้งนุ่มนิ่มก็รู้สึกกลัว
แต่พี่หกตกอยู่ในอันตราย พี่ชายต้องรู้สึกกลัวมากกว่าแน่!
คิดแบบนี้แล้วซิงซิงก็กำหมัดเล็ก ๆ และเริ่มวิ่งเตาะแตะออกไป
......
ในตรอกลึก เด็กหนุ่มที่อยู่ในเงาสลัวเงยหน้าขึ้น
เมื่อเผชิญหน้ากับคนที่ถือไม้เอาไว้ด้วยท่าทางดุดัน เขาก็ยกมือขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวดึงซิปของชุดนักเรียนให้คลายออก
เมื่อลมพัดเข้ามาปะทะเข้ากับเสื้อยืดสีขาวภายใต้เสื้อคลุม ก็เห็นโครงเส้นกล้ามเนื้อหน้าท้องเรียงตัวสวย
รอยสักบนแขนของเด็กหนุ่มดูเหมือนงูพิษที่พันอยู่ ซึ่งดูไม่เข้ากับใบหน้างดงามมีเสน่ห์เท่าไรนัก
เสียงแหบเล็กน้อยพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“นานมากแล้วที่ไม่ได้ถูกต้อน...พวกนายใครจะเข้ามาก่อน?”
“ไอ้เด็กนี่มันบ้าไปแล้วมั้ง!”
“ฮ่าฮ่า ไอ้เด็กเหลือขอรู้จักแสดงซะด้วย แต่อีกเดี๋ยวก็จะรู้จักคุกเข่าขอชีวิตเอง”
“พวกเราลุย!”
พวกผู้ชายที่โตแล้วโบกไม้พุ่งเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่อยู่ในมุมมืด
พวกเขารับเงินมาเพื่อแลกกับการทำงานให้ วันนี้อย่างน้อยก็ต้องหักแขนหรือขาสักข้างของเ้าเด็กนี่ให้ได้
เด็กหนุ่มเลียริมฝีปากและแตะที่มีดพับผีเสื้อ
นี่เป็มีดใหม่ที่เพิ่งได้มา เขายังไม่ทันลับให้คมจึงกำลังอยากลองอยู่พอดี
ชายคนแรกฟาดท่อนเหล็กยาวลงมา พลางหัวเราะออกมาเบา ๆ ด้วยเสียงแหบ ๆ
เด็กหนุ่มพลันยกแขนขึ้นมา ทันใดนั้นประกายแสงก็ส่องผ่านความมืดมิดออกไป!
ตอนที่ปลายมีดคมกำลังจะแทงเข้าไปที่เส้นเืใหญ่ของชายคนนั้น เด็กหนุ่มก็เหลือบไปเห็นร่างเล็ก ๆ จากหางตา
ไม่รู้ว่าทำไมหัวใจของเขาจึงเต้นระรัวอย่างรุนแรง
[1] นายทุนั์ใหญ่ภาษาจีนคือ 大财阀 ต้าไฉฟา ‘ต้า’ แปลว่า ‘ใหญ่’ ‘เสี่ยว’ แปลว่า ‘เล็ก’