ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้า สรรพคุณของยา
ว่าไปแล้วการที่คนขายยาจะมีเงินทองมากมายจนสามารถควบคุมโลกได้นั้นก็คงไม่เกินความจริงแต่อย่างใด
ในช่วงที่โรคระบาดเกิดขึ้นทั้งโลกนั้น
บริษัทผลิตวัคซีนและผู้ที่เกี่ยวข้องก็ได้ร่ำรวยไปตามๆกัน
จะเรียกว่ามันคือสินค้าที่จำเป็นอย่างหนึ่ง
เรียกว่าหากเราอิเซไคไปในโลกปราณยุทธ
การแย่งชิงสมุนไพรบัวหิมะต่างๆที่รักษาสารพัดได้ก็เรียกว่าเพียงพอให้ยุทธภพนองเลือด
เราสามารถคิดราคาชีวิตตนเองได้ไหม?
ว่าแม้ยาหรือวัคซีนจะราคาแพงแค่ไหน ถึงเวลาที่ต้องจ่ายเราก็ต้องจ่ายโดยไม่ถามหรือไม่สามารถต่อรองราคาได้สักคำ
หากเราไปต่อรองราคาในโรงพยาบาลหมอและพยาบาลคงมองหน้าเราแปลกๆว่า
ไอ้คนนี้มันเสียสติหรือเปล่ามาต่อรองราคารักษาพยาบาล?
ว่าแนวคิด
กัญชารักษาทุกโรค
ต่อให้เราอยากจะเชียร์กัญชาแค่ไหนก็คงจะคิดว่ามันจะเว่ออะไรขนาดนั้นมันไม่ใช่ยาวิเศษที่รักษาทุกโรคได้อย่างนั้น
แต่หากเรามองจากสายตาและแนวคิดของชาวบ้านแบบเดียวกับที่มองว่าหมูที่ราดมะนาวจนขาวคือหมูสุกแล้วกินได้
อย่าเถียงนะแม่ผมบอกมาอย่างนี้ว่ามันสุกแล้ว
เราจะพอเข้าใจชาวบ้านที่มีแนวคิดว่า
ไม่เจ็บป่วยเท่ากับหายแล้ว
แบบเดียวกับหมูที่ผ่านน้ำมะนาวหากมันเป็นสีขาวไม่ใช่สีแดงอีกต่อไปสำหรับชาวบ้านก็คือสุกแล้ว
หากเราไม่เจ็บปวดอีกก็คือหายแล้วนั่นเอง
คือการรักษาหรือการแก้ไขปัญหาแบบผิวเผินขอไปทีเพราะมองว่า
ทำไปเท่าไรเดี๋ยวเราก็ตายอยู่ดี
สู้ให้เราอยู่แบบไม่เจ็บปวดดีกว่าเดี๋ยวชาติหน้าเราก็ไปเกิดใหม่แล้วเห็นไหมคนนั้นเป็นมะเร็งหมดเป็นแสนเป็นล้านเดี๋ยวก็ตาย เสพกัญชาดีกว่าไม่เจ็บป่วยไม่ต้องทำคีมงคีโมเสียเป็นแสนเป็นล้านชีวิตมีความสุขกว่าเยอะ
มีคนผิวขาวเรซิสม์อีกแล้ววิจารณ์แนวคิดของคนฮินดูอินเดียเอาไว้ว่า
การมีความเชื่อว่าเรามีชาติหน้าทำให้เราให้ความสำคัญกับชาตินี้น้อยลง
ว่าทำให้คนอินเดียหรือคนที่เชื่อชาติหน้าขาดไร้ซึ่งความคิดที่จะexalt ทำตนเองให้เป็นเลิศ หรือทำตนเองให้เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตนเอง Being the best you can be
เพราะเชื่อว่า
ทำไปทำไมเดี๋ยวก็ตายไปเกิดใหม่ชาติหน้าแล้ว?
และอีกอย่างที่คนผิวขาวเรซิสม์วิเคราะห์คือการมีแนวคิดแบบนี้จะทำให้การแพทย์ล้าหลังหรือมุ่งเน้นไปทาง
แก้ให้ไม่มีความเจ็บปวดมากกว่าการรักษา
มุ่งเน้นการแก้ไปที่ อาการของโรค มากกว่า สาเหตุของโรค
ที่บอกว่าคนยากจนไปเน้นกัญชาสาเหตุก็อาจจะเป็นอย่างนี้เอง
เลือกเอาระหว่างการเอายาคีโมจากญี่ปุ่นราคาเข็มละสองแสนต้องฉีดติดต่อกันเจ็ดครั้ง
ไม่แน่ใจว่าเราจะตายก่อนหรือมะเร็งจะตายก่อน
หรือเอากัญชาราคาสองพันไปสูบกันให้เพลินที่บ้านหรือสักสองหมื่นได้ขนาดสวนหลังบ้านมีสูบไปจนวันตาย
มันคือการคำนวณชีวิตอย่างถี่ถ้วนแล้ว
ไม่ใช่พวกชาวบ้านไม่คำนวณแต่อย่างใด
หากมองว่ามีชาติหน้าอยู่จริง
ทำไมเราต้องเลือกของแพงหรือคิดจะยืดความทรมานของชาตินี้ไปด้วยเล่า?
และยังมองคนที่พยายามต่อสู้อย่างมะเร็งอย่างเย้ยหยัน
เห็นไหมสู้ให้ตายถึงที่สุดก็หนีความตายไม่พ้น
ไม่ได้มองว่าอาการแก่หรืออาการเจ็บป่วยเป็นแค่อาการอย่างหนึ่งของร่างกายแม้แต่น้อยและมองว่าคนที่พยายามรักษาอาการต่างๆของโรคนั้นคือพวกโง่เขลา
และรู้สึกว่าตนเองฉลาดแล้วชาติหน้าเราต้องดีกว่านี้แน่นอน
ดังนั้นกัญชาจึงขายดีเช่นนี้เอง
สำหรับคนที่ไม่ต้องการเจ็บปวดและไม่คิดจะรักษาสาเหตุของโรค
การหายหรือไม่หายนั้นไม่สำคัญเท่ากับอาการเจ็บปวด
คนเราเลือกที่จะรักษาอาการเจ็บของตนเองมากกว่าที่จะคิดถึงสาเหตุของโรค
มันคือรากฐานแนวคิดที่ต่างกันเช่นนี้เอง
ที่ระหว่างคนที่มองว่าเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาของมันต้องมี
กับคนที่มองว่าเกิดแก้เจ็บตายมีสาเหตุก็แก้ไขมันสิฟะ จะยอมให้มันมีไปทำไม
มองในแง่หนึ่งฝรั่งหัวแดงเป็นคนที่มองการแก้ไขจากสาเหตุมากกว่าคนที่นับถือพุทธหรือฮินดูที่มองว่าสิ่งทั้งหลายเกิดแต่เหตุเสียอยากแก้ไขทุกข์ควรแก้ที่เหตุเสียอีก
คนที่ไม่อยากเจ็บปวดไม่ใช่เรื่องผิด
หรือไม่ใช่เรื่องของการหลอกลวง
แต่โชคดีที่น้ำมันงูของบาบูบาบอนที่ผ่านการปลุกเสกโดยอาจารย์คงและมีประสิทธิภาพจริงๆ
“อีนี่ นายเจิดใจดี ให้มารักษาฟรีให้คนสามขวดหมดแล้วหมดเลย เจ้าหนูขาเจ็บก็หาย อีนี่ทิดสุกเท้าเจ็บก็หาย”
บาบูกับบาบอนก็โฆษณาน้ำมันงูที่ไม่ผ่านอย.แต่มีประสิทธิภาพดีกว่าอย่างแข็งขัน