พอคนงานหกสิบคนกินข้าวต้มเนื้อผักไข่กันอิ่มท้องจนท้องป่อง แต่ละคนก็พักนั่งยิ้มแก้มปริใต้ต้นไม้สักพัก
ผู้ใหญ่บ้าน (ลุงแก้ว) ลุกขึ้นะโ “เอาล่ะทุกคน! พักพอแล้ว ไปทำงานต่อได้! โชคหลานบอกว่าไม่มีปัญหา เดี๋ยวลุงดูแลพวกเ้าเอง”
โชคยิ้มกว้าง “ครับลุง ทำงานต่อเลย ใกล้ค่ำแล้ว ค่ำๆ แต่ละคนมารับลูกปัดเล็กคนละสามอันนะครับ!”
ทุกคนพยักหน้า ใบหน้าตื่นเต้นกันหมด เด็กๆ วิ่งกลับไปขุดต่อ หนุ่มสาวยกจอบเสียม ฝุ่นดินฟุ้งไปทั้งทุ่งอีกครั้ง
ใกล้พระอาทิตย์ตกดิน ทุกคนก็มารวมตัวกันอีกครั้ง โชคนั่งแจกลูกปัดเล็กสีสันสดใสให้ทีละคน
“นี่ครับ สามอัน ทำดีมากวันนี้ ขอบคุณทุกคนนะ!”
ชาวบ้านยิ้มแก้มปริ บางคนเก็บลูกปัดใส่ถุงผ้า บางคนยื่นมือรับอย่างระมัดระวัง
“ขอบคุณโชคหลานมาก! พรุ่งนี้มาอีกแน่!”
พอทุกคนจากไป นินกับโอเดินเข้ามาหาโชคด้วยสีหน้างงๆ
นินถามเบาๆ “พี่โชค... พี่มีลูกปัดเยอะขนาดนั้นจริงๆ เหรอคะ? ให้ทุกวันแบบนี้... ไม่หมดเหรอ?”
โอพยักหน้าตาม “ใช่ค่ะพี่! โอเห็นพี่ยื่นลูกปัดไปเป็ร้อยแล้วนะ”
โชคยิ้มกว้าง ตบหัวน้องสาวเบาๆ “ไม่ใช่ปัญหาหรอกนิน โอ พี่หาได้อีกได้”
เขานั่งพักใต้ต้นไม้ มองทุ่งที่เริ่มมีบ่อลึกขึ้น คิดในใจ “ตอนนี้ของกินก็หมดห่วงไปราวๆ เกือบสิบวันสำหรับข้าว แต่ถ้าอยากกินอะไรแปลกๆ ต้องไปหาเพิ่มในโลกนี้ หรือแอบใช้ระบบ... ตอนนี้เหลือ 920 แต้ม”
“แต่ปัญหาจริงๆ คือ... ถ้าแรงงานเช้า เที่ยง ค่ำ พวกเขามีอะไรกินทุกวัน สิ่งสำคัญเลยคือใครจะมาขายของขายอาหารให้พวกเขา ลูกปัดก็แค่หินหรือดิน ถ้าแลกอะไรไม่ได้ก็ไร้ค่า ดีที่ยุคนี้เห็นลูกปัดมีค่า”
เขายิ้มเ้าเล่ห์ “ถ้าพี่มีที่ปั้มลูกปัดจากระบบก็ง่าย... ให้แรงงานของเรามีลูกปัดเยอะๆ แล้วเอาไปซื้อของจากที่อื่นก็จบ แต่ทำไงล่ะ... ต้องให้มีร้านค้ามีของมาขายก่อน”
“คนแต่ละหมู่บ้านแทบไม่ออกไปข้างนอก หาของป่ากินอย่างเดียว คงต้องมียานพาหนะสะดวกสักหน่อย จะได้เอาของมาขายง่ายๆ แล้วกลับบ้าน หมู่บ้านข้างๆ เราก็มีที่ติดๆ กันอยู่บ้าง แต่ใครจะมาขายล่ะ? เขาก็ต้องไปไหนมาไหนสะดวก ถ้าไม่มีต้นทุนก็ไปรับซื้อของป่าแบบเหมาๆ แล้วเอามาทำขาย หรือขายสดๆ เลย... น่าสนใจแฮ่ะ”
นินหันมามองพี่ชาย “พี่... พี่คิดอะไรอยู่คะ? หน้านิ่งๆ แบบนี้”
โชคหัวเราะ “คิดแผนใหญ่ๆ น่ะสิ เดี๋ยวบ้านเราจะคึกคักกว่านี้แน่”
โอตาเป็ประกาย “โออยากเห็น! พี่โชคทำอะไรก็เจ๋งหมดเลยค่ะ”