หมีน้อยเอื้อมดาว : รักไร้ข้อแม้ แพ้ไม่ว่า ขอข้าฯได้พยายาม

    34 ปิกนิก

    เช้าวันเกิดของอรเริ่มต้นด้วยการตื่นเช้าและมายืนรอใส่บาตรพระสงฆ์ที่บิณฑบาตผ่านมานอกจากคำอวยพรจากพ่อกับแม่ของเธอทางโทรศัพท์เมื่อเช้า ก็ยังไม่มีข้อความใด ๆ จากโจ

     

    เธอใช้เวลาทำความสะอาดห้อง ดูดฝุ่น ถูพื้น ล้างห้องน้ำซักและตากผ้า เธอชอบกิจกรรมนี้ที่ทำเป็นประจำในวันครบรอบวันเกิดเติมความเพลิดเพลินด้วยการเปิดเพลงฟังไปเรื่อย ๆ มันให้ความรู้สึกของการมีวันปีใหม่ส่วนตัวเป็นจังหวะดีที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ และคิดทบทวนลด ละ เลิก สิ่งใด ๆที่อาจจะไม่ได้มีประโยชน์การทำความสะอาดห้องเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นปีใหม่  

     

    จนกระทั่งบ่ายแก่ ๆ ทศพลแวะมารับเธอที่คอนโดเขายิ้มและนิ่งมองเธออย่างชอบใจ

     

    “โอ้โฮไม่เหลือเค้าของเด็กกะโปโลข้อเท้าแพลงที่พี่ต้องแบกขึ้นหลังตอนไปเดินดอยหลวงเชียงดาวเลยนะคะ”เขายิ้มพลางส่งสายตาสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอดูแปลกตาเมื่อสวมรองเท้าส้นสูงสีโรสโกลด์มีสายรัดเส้นเล็กรอบข้อเท้า ชายกระโปรงสีเดียวกับรองเท้ายาวเหนือข้อเท้าขึ้นไปเพียงนิดจีบผ้าจุดเดียวบริเวณเอวข้างหนึ่งส่งให้เกิดพลีตบาง ๆและรัดให้เห็นเอวคอดกิ่วของเธอเด่นชัด ผ้าผืนเดียวยาวตลอดถึงด้านบน คอเสื้อคล้องไหล่เพียงข้างเดียวและเปลือยไหล่อีกข้างแต่มิดชิดไม่เผยเนินทรงใด ๆ        

      

    “พี่ทศเองนั่นแหล่ะพระเอกละครเรื่องอะไร เตรียมตัวเข้าฉากไหนคะ ว่าแต่พี่ทศยังไม่ได้บอกอรเลยนะคะว่าจะพาอรไปไหน” เธอเองก็ชื่นชอบสิ่งที่เห็นตรงหน้า แม้ว่าทศพลจะไม่ได้ดูแปลกตาไปเพราะเขาเองมีภาพลักษณ์แบบนี้เสมอแม้ในเวลาทำงาน ผมเรียบแปล้ ดวงหน้าเกลียงเกลาสะอาดสะอ้านชุดสูทสากลสีกรมท่าที่คุ้นตา

     

    “เราจะไปปิกนิกใต้แสงดาวกันค่ะ”เขาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม พลางเลี้ยวรถออกจากคอนโด  และมุ่งหน้าขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ทิ้งฝั่งพระนครไว้เบื้องหลังมุ่งสู่ฝั่งธนบุรีเบื้องหน้า

    เมื่อถึงที่หมายเขาพาเธอขึ้นไปชมวิวมุมสูงจากชั้น 31ลานกว้างมีต้นไม้ร่มรื่นเหมือนสวนกลางดาดฟ้า มองกลับมาฝั่งพระนครและฝั่งถนนสาทรตรงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเบื้องล่างยังคงมีการจราจรขวักไขว่

     

    เพียงชั่วครู่ ดวงตะวันก็ลาลับขอบฟ้า สีส้มของแสงสุดท้ายยังคงค้างที่ปลายฟ้าลมพัดเย็นสบาย เธอทอดสายตาออกไปไกลพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า

     

    “พี่ทศเคยไปดูพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพรึยังคะ”เธอเอ่ยถามคนข้าง ๆ

     

    “ยังไม่เคยเลยค่ะ แต่ได้ยินว่าพระอาทิตย์ตกที่นั่นสวยมาก”

     

    “สวยมากจริง ๆ ค่ะพี่ทศท้องฟ้าอาจจะเปลี่ยนสีไม่เหมือนกันในแต่ละวัน แต่ละวันก็สวยในแบบของมัน”เธอยิ้มและหัวเราะจนเขาต้องถามเธอว่าหัวเราะเรื่องอะไร

     

    “ตลกดีนะคะพี่ทศ แค่กิจวัตรประจำวันของพระอาทิตย์ก็กลายเป็นความสวยงามให้คนเฝ้ารอชมได้ทุก ๆ วัน” เธอนึกถึงใครบางคนที่เคยบอกเธอแบบนั้น

     

    ทั้งสองเดินกลับมานั่งที่โซฟาขนาดสำหรับสองคนเพียงครู่เดียวบริกรก็เข้ามาจุดเทียนที่โต๊ะเล็กหน้าโซฟาพร้อมนำตะกร้าหวายปิกนิกมาเสิร์ฟ

     

    “โห น่ารักจังเลยค่ะพี่ทศ” เธอชอบการนำเสนอในตะกร้าหวายนี้สลัดกุ้งค็อกเทล ล็อบสเตอร์ และตับห่านบดในชามแก้วพร้อมน้ำสลัดแบบเทาส์ซันไอแลนด์ขนมปังกระเทียมหอมเนยในถุงกระดาษสีน้ำตาล ชุดซาชิมิและซูชิ พาสต้าซอสครีมในขวดโหลที่มาเป็นคู่เช่นเดียวกับฟัวกราส์เทอร์รีนโรยเกลือเกล็ดหยาบทานคู่บาแก็ตสไลด์บางอบกรอบ

     

    “ตะกร้าปิกนิกของพี่ทศหรูหรานะคะเนี่ย”เธอเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์แต่ทั้งสองก็ประทับใจในรสชาติอาหารเช่นเดียวกัน

     

    แสงไฟจากกลุ่มตึกสูงแต้มเติมสีสันให้ผืนฟ้าที่ค่อย ๆมืดลง

    “แสงไฟจากตึกมันก็สวยไปอีกแบบนะคะแต่เสียดายที่มันทำให้เรามองไม่เห็นดาวบนฟ้าเลย” ทศพลเอ่ยพร้อมแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า

     

    “อ้าว ไหนพี่ทศว่าจะพาอรมาปิกนิกใต้แสงดาวไงล่ะคะไม่มีดาวเลย ว้า แย่จัง” เธอทำเสียงล้อเลียนตอบเขา

     

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ทศทั้งอรและพี่ทศเคยดูดาวที่สวยที่สุดมาแล้ว พี่ทศจำไม่ได้เหรอคะ”เธอย้ำเตือนความทรงจำของทั้งสอง

     

    “ค่ำคืนบนดอยหลวงเชียงดาว พี่อ่ะจำได้แม่นอยู่แล้วค่ะแต่ไม่ยักรู้ว่าคนที่เล่นน้ำเต้าปูปลาแพ้และเมาดาวลอยจำได้ด้วยเหรอว่าดาวจริงๆที่ไม่ใช่ดาวลอยอ่ะสวยขนาดไหน?” เขายื่นหน้าเข้าไปเย้าแหย่เธอทั้งสองแลกหัวเราะกัน

     

    “ไม่ได้เมาหลับซักหน่อย” เธอเถียง แต่ไม่ได้อธิบายต่อเพราะจำได้ว่าเธอไม่ได้หลับไปจริง ๆ และยังจำได้ว่าเขาพูดอะไรคนเดียว‘ถ้าน้องอรตื่นขึ้นมาเห็นความสวยงามของดาวในคืนนี้ในเวลาที่เราอยู่ด้วยกันลำพังสองคนน้องอรว่ามันจะทำให้เราเกิดความรู้สึกอะไรที่ลึกซึ้งระหว่างกันมากกว่าการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องมหาลัยมั้ยคะ’

     

    “พี่ทศพาอรไปซ่อมอีกรอบนะคะไปดูทะเลดาวที่ดอยหลวงเชียงดาวกันอีกนะคะ”

     

    “พี่อยากพาน้องอรไปด้วยกันกับพี่ ทุกที่เลยค่ะไว้เราไปด้วยกันนะคะ”

     

    “ขอบคุณพี่ทศล่วงหน้าเลยค่ะ” เธอยิ้มแป้น“ขอบคุณพี่ทศมากด้วยค่ะ ที่พาอรมาเลี้ยงวันเกิดวันนี้ ว่าแต่…ไหนของขวัญวันเกิดล่ะคะ?”

     

    “พรุ่งนี้น้องอรไปเลือกไม้กอล์ฟกับพี่นะคะพี่ตั้งใจจะให้ของขวัญวันเกิดน้องอรเป็นชุดกอล์ฟครบเซ็ทเลยต่อไปนี้จะได้ไปออกรอบกับพี่นะคะ”

    “อรตีกอล์ฟไม่เป็นอ่ะค่ะ ชอบวิ่งอ่ะ ง่ายดีอะไรทำให้พี่ทศหลงรักการตีกอล์ฟเหรอคะ?”

     

    เขานิ่งคิดชั่วครู่

     

    “กอล์ฟเนี่ย มันสอนการใช้ชีวิตนะ ไม้แรกที่ตีออกไปเราแค่รู้คร่าว ๆ ว่าจะตีไปทางไหน ความแม่นยำไม่สำคัญเท่าความแรง ตีออกไปก่อนให้ได้ไกล ๆ เหมือนตอนเราเด็ก ๆ ยังไม่รู้แน่ชัดว่าต้องการอะไรก็ไม่เสียหายที่จะลองหลาย ๆ อย่าง ผิดถูกก็ยังไม่เป็นไร เพราะเรายังอายุน้อยแต่เมื่อขึ้นกรีน ไม้สุดท้ายก่อนส่งลูกลงหลุม ความแม่นยำสำคัญกว่าความแรงคลาดเคลื่อนไปแค่นิดเดียวลูกก็ไม่ลงหลุม เหมือนเมื่อเราโตขึ้นเราควรต้องแม่นยำขึ้น รู้ว่าเราต้องการอะไรในชีวิตแล้วก็ไม่มัวเสียเวลากับสิ่งที่ไม่ใช่ พี่ชอบสิ่งที่กอล์ฟสอนเรานะ”

     

    “แล้วพี่ทศรู้รึยังคะ ว่าพี่ทศต้องการอะไรในชีวิต?”

     

    “ก็…ต้องการให้เราไปออกรอบตีกอล์ฟกับพี่ไงคะ” เขายิ้มกว้างตอบบ่ายเบี่ยงไปจากสิ่งที่ใจคิด เขาอยากให้มันค่อยเป็นค่อยไป

     

    “ก็ได้ค่ะ งั้นเริ่มต้นที่การไปเลือกซื้อไม้กอล์ฟกันก่อนเลยพรุ่งนี้นะคะ แล้วพี่ทศต้องสอนอรตีนะคะ”

     

    ทั้งสองเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย แลกหัวเราะกันกับเรื่องสัพเพเหระแสงไฟจากตึกสูงฝั่งถนนสาทรดูระยิบระยับ ป้ายโฆษณา แอลอีดี บนยอดตึกสูงดูคล้ายทีวีจอใหญ่ภาพเคลื่อนไหวบนจอขนาดยักษ์ตรึงความสนใจเธอไว้ ทันใดนั้น เธอก็ร้องเรียกทศพลด้วยความตื่นเต้น

     

    “พี่ทศ” เธอเรียกเขาพลางชี้นิ้วไปที่จอโฆษณาแอลอีดีนั้น“ดูซิพี่ทศ นั่นมันรูปที่พี่โจถ่ายนี่ โฆษณาตัวใหม่ของบริษัทพี่ใช่มั้ยคะดูดีมากเลย”

     

    ภาพเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ชูมือขวาขึ้นเหนือหัว จับมือแม่ไว้แน่นขณะพยายามโหนตัวเองยกขึ้น กล้า ๆ กลัว ๆ กับการลองก้าวขึ้นบันไดเลื่อนเป็นครั้งแรกสายตาอ่อนโยนของแม่ที่มองลงมายังลูกสาว มีรอยยิ้มปรากฏบนในหน้า ราวกับว่าจะให้กำลังใจและลุ้นไปกับลูกด้วยสำหรับก้าวแรกสู่ประสบการณ์ใหม่ของการขึ้นบันไดเลื่อน

     

    “ใช่ค่ะ รูปนี้ทำให้โจกลายเป็นคนดังในบริษัทไปเลยค่ะ ว่าแต่…ทำไมน้องอรรู้ว่าโจเป็นคนถ่ายภาพนี้หล่ะคะ?”

     

    “พี่โจเคยเล่าว่า เขาชนะการประกวดภาพถ่ายในบริษัทด้วยรูปนี้ค่ะและได้รางวัลเป็นห้องพักฟรีที่ภูเก็ต พี่โจเลยชวนอรไปเที่ยวภูเก็ตค่ะอรเลยได้ไปดูพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพเลยค่ะ”

     

    “อ๋อ…ครับ” ทศพลได้เรียนรู้บางอย่างที่ไม่เคยรู้

     

    เมื่อเห็นว่าเสบียงในตะกร้าปิกนิกพร่องไปมากแล้วเขาจึงชวนเธอขึ้นไปที่ชั้น 32 เพื่อจิบเครื่องดื่มม็อกเทล พลางฟังดนตรีแจ๊สห้องกว้างทรงกลมล้อมรอบด้วยบานกระจกใหญ่รอบทิศทางมองเห็นวิวแม่น้ำและแสงสีของตึกสูงอีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา

    “ขอเพลงได้นะคะคุณผู้หญิงเขียนชื่อเพลงในกระดาษนี้ให้หนูได้นะคะ”บริกรสาวกล่าวพลางยื่นกระดาษพร้อมดินสอและยกแก้วม็อกเทลสีสันสวยงามทั้งสองวางบนโต๊ะเตี้ยตรงกลางระหว่างเก้าอี้หนังนุ่มตัวใหญ่ที่ตั้งตรงข้ามกัน

     

    “ขอบคุณค่ะ” อรกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม เธอก้มลงเขียนชื่อเพลงและยื่นให้บริกรสาว

     

    “น้องอรขอเพลงอะไรคะ?”

     

    “พี่ทศจะรู้จักมั้ย รอฟังนะคะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม

     

    เสียงใสกังวานของนักร้องสาวผิวสี ปรุงด้วยเสียงเปียโน แซ็กโซโฟนสำเนียงอ่อนหวาน ดับเบิลเบส และกลองชุด ในบรรยากาศแสงไฟสลัวขับกล่อมให้ทั้งห้องรู้สึกผ่อนคลาย เมื่อถึงจังหวะจบเพลง นักร้องสาวมองชื่อเพลงที่กระดาษแผ่นเล็กยิ้มและหันไปบอกนักดนตรีให้สัญญาณขึ้นต้นเพลง เธอบอกกับผู้ฟังเป็นภาษาอังกฤษด้วยใจความว่าคืนนี้เธอโชคดีเพราะมีคนขอให้เธอร้องเพลงที่เป็นเพลงโปรดของเธอ เธอเริ่มต้นเพลงด้วยเสียงใสกังวาน

     

    ทศพลยิ้มและหันไปหาหญิงสาวตรงหน้า

     

    “น้องอรเป็นแฟน แนท คิงโคล เหรอคะ พี่ก็ชอบเขานะว่าแต่ขอเพลง ‘ทู ยัง’ (Too Young) นี่ยังไงคะพี่ว่าน้องอรไม่เด็กเกินไปที่จะมีความรักแล้วนะคะ” เขาแซวด้วยความเอ็นดู

     

    ทั้งสองนั่งฟังเพลงนี้ไปพร้อม ๆ กัน

     

    “ตอนที่ไปบ้านพี่โจที่ภูเก็ต คุณแม่ของพี่โจเป็นคนแนะนำให้อรฟังเพลงนี้ค่ะคุณแม่เล่าว่าครูสอนภาษาอังกฤษบอกว่าให้ฝึกภาษาจากการฟังเพลงและให้เริ่มต้นที่เพลงนี้ เพราะ แนท คิง โคล ร้องช้าและออกเสียงชัดทุกคำฟังเข้าใจง่าย อรก็เลยลองฟังตามค่ะ อรก็เห็นด้วยกับคุณแม่พี่โจค่ะฟังไปฟังมาก็เลยชอบเพลงนี้เลยค่ะ เพราะดีนะคะ ความหมายก็ดีด้วย”

     

    “อ๋อ…ครับ” ทศพลได้เรียนรู้บางอย่างที่ไม่เคยรู้

     

    นักร้องสาวเสียงสวยยังคงขับกล่อมห้องฟังเพลงนี้ต่อเนื่องบางช่วงสลับร้องเพลงเร็วสนุกสนาน ก่อนที่จะกลับมาร้องเพลงช้าหวานซึ้ง และบริกรสาวก็นำเค้กวันเกิดก้อนเล็กปักเทียนเพียงเล่มเดียวมาเสิร์ฟเธอเดินมาเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้รบกวนดนตรีสดที่บรรเลงอยู่

     

    “อะไรคะเนี่ยพี่ทศมีเซอร์ไพรส์อรด้วย น่ารักจัง” อรยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ เธอบรรจงเป่าเทียนหลังจากที่ทั้งสองร่วมกันร้องเพลงแฮปปี้ เบิร์ดเดย์ เบา ๆ ได้ยินกันเพียงสองคน

     

    เมื่อถึงช่วงพักของนักดนตรีเขาจึงชวนเธอกลับด้วยเกรงว่าจะดึกเกินไป

     

    “ขอบคุณพี่ทศมากนะคะพาอรมาฉลองวันเกิด ปิกนิกใต้แสงดาวบนยอดตึก ได้เป่าเทียนเค้กวันเกิดและก็ได้ฟังเพลงเพราะมากเลย ขอบคุณที่ทำให้วันเกิดอรกลายเป็นวันพิเศษนะคะ”

    “ด้วยความยินดีค่ะแฮปปี้ เบิร์ดเดย์ อีกครั้งนะคะ”

     

    วันแรกของปีใหม่ส่วนตัวของอรอรทุกอย่างในวันนี้ดูคล้ายจะครบถ้วน เธอกำลังจะเริ่มต้นใหม่... อีกครั้ง   

     

    ***************

    คล้ายกับเรื่องหมีน้อยเอื้อมดาว : รักไร้ข้อแม้ แพ้ไม่ว่า ขอข้าฯได้พยายาม ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663