ตึกตักตึกตัก ตึกตัก
หัวใจของทุกคนในเวลานี้เต้นระรัวสูบฉีดเลือดอย่างบ้าคลั่ง
และในประโยคพูดต่อมาของชายหนุ่มมันก็ทําให้พวกเขาราวกับตระหนักรู้ถึงกลยุทธ์ของเจ้าสนามอย่างแท้จริง
โดยที่ยังไม่ต้องทําอะไรทุกคนต่างพร้อมใจเป็นหนึ่ง พวกเขาก้าวเดินตรงไปแล้วจัดการลูกน้องของแก๊งเฉียวที่ขวางทางเอาไว้เมื่อเสร็จสิ้น พวกเขาก็ขึ้นไปที่ชั้นต่อไปแล้วทําแบบนี้ไปเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตามในระหว่างที่พวกเขาต่อสู้พวกเขาไม่ได้ต่อสูเพียงลําพัง เพราะท่ามกลางความอันตรายนี้เสียงลุ่มลึกของชายหนุ่มมักดังขึ้นเพื่อบอกเสมอ ว่าพวกเขาต้องทํายังไง
หลบ!โจมตี! จัดการ!
นอกจากสามสิ่งนี้แล้วเสียงนั่นยังบอกอีกด้วยถึงจังหวะที่ควรลงมือและการมาถึงของศัตรูดังนั้นพวกเขาในตอนนี้ที่กําลังจะผ่านชั้นสามไปได้จึงรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
นี่มันอะไรกัน!
คุณมีตาทิพย์งั้นเหรอ?
ไม่ว่าจะเป็นยี่เฟิงเซี่ยวจี๋ หรือคนอื่นๆ พวกเขาต่างมีสีหน้าตะลึงงันให้เห็นเพราะในตอนนี้นอกจากพวกเขาจะขยับตามที่ชายหนุ่มต้องการแล้วพวกเขายังรู้สึกว่ามันเป็นไปอย่างลื่นไหลดังนั้นพวกเขาจึงได้รู้สึกตกตะลึงเกี่ยวกับความสามารถนอกจากนี้ของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าชายหนุ่มลงมือเอง…
ที่นี่คงราบเป็นหน้ากลอง!
ทางด้านชั้นใต้ดินที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกล้องวรจรปิดก็ตะลึงงันไป
“เฮ้ย!พวกมันทําได้ยังไงวะเนี่ย?’’ เฉียวเต้าเจาเป็นคนแรกที่มองอย่างไม่อยากเชื่อเขาไม่อยากเชื่อด้วยซํ้าว่านอกจากคนพวกนี้จะไม่ใช้ปืนแล้วการเดินทัพยังเป็นไปพร้อมกันราวกับถูกฝึกมาดีโดยผู้เชี่ยวชาญ
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลังจากที่พวกมันเคลียร์ทุกๆชั้นเสร็จแล้วที่นี่คงเป็นที่ต่อไป!’’ เนี่ยหยวนพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะยิ้มอย่างเย็นชา“แต่ไม่ว่ายังไงพวกมันก็ต้องตายอยู่ดี!’’
“ถูกต้อง!แม้พวกมันจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยสั่งการอยู่เบื้องหลังแต่นั่นก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะพวกเราเพราะอย่างการที่พวกมันไม่ใช้ปืนนั่นเท่ากับเป็นหายนะสําหรับพวกมันอย่างแท้จริง!’’ประกายแห่งความโหดเหี้ยมแวบผ่านให้เห็นบนใบหน้าของฮ่าวเจีย ถึงเขาจะไม่รู้ว่าคนที่คอยสั่งการเรื่องการเดินทัพเป็นใครแต่ที่แน่ๆมันต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะอย่างนั้นเมื่อจัดการเจ้าพวกนี้เสร็จเขาจะตรงไปจัดการมันต่อ!
“อ๊ากกกก…’’
“โอ๊ยยยย…’’
“ไข่ข้า!’’
“...’’
พริบตาทุกๆชั้นกระทั่งดาดฟ้าก็เต็มไปด้วยนํ้าเสียงร้องโหยหวน ไม่ช้าคนของแก๊งเฉียวกว่าร้อยคนก็ถูกจับมัดหมด
หมายความว่าแก๊งเฉียวได้ถูกถล่มแล้ว!
“เอาล่ะเหลือแค่ชั้นใต้ดินแล้วดังนั้นผมจะไม่สั่งการอีก!’’มู่หลินที่สังเกตเห็นว่าทุกอย่างผ่านไปด้วยดีก็พูดขึ้น“อีกเรื่องในชั้นใต้ดินมีเพียงสามคน ดังนั้นไปแค่ยี่เฟิงและเซี่ยวจี๋พอ!’’
“รับทราบ!’’กองกําลังรบพิเศษพร้อมใจขาน
“โอเค’’ยี่เฟิงและเซี่ยวจี๋มองหน้ากันทําไมพวกเขาถึงได้รู้สึกง่ายๆแบบนี้?
มันคงไม่มีเรื่องอะไรที่เกินมือพวกเขาใช่ไหม…
“สถานการณ์ทางนั้นเป็นไงบ้าง?’’หลันเอ๋อร์ที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างจึงถามชายหนุ่ม เพราะในสายตาของเธอการสั่งการเมื่อครู่ของเขามันดูราวกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“ก็ดี’’ถูกถาม มู่หลินก็เพียงพยักหน้าเฉยๆ ด้วยการถ่ายถอดและสั่งการตามแบบของปราชญ์เต๋ามันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผิดพลาด เพราะงั้นถึงเป็นคนธรรมดาที่ไม่เคยฝึกอะไรขอแค่เปิดใจและฟังเสียงของเขา คนธรรมดาคนนั้นก็จะสามารถเดินร่วมทัพได้อย่างง่ายดาย
เพราะอย่างนั้นเรื่องนี้น่ะหมูๆ!
“...’’ เห็นท่าทีเช่นนั้นของชายหนุ่มหลันเอ๋อร์ก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เธอคิดว่าเขาควรที่จะจริงจังสักหน่อย ไม่ใช่มาสบายๆแบบนี้!
…
ปัง!
ประตูบานใหญ่ของชั้นใต้ดินถูกถีบออกอย่างแรงเซี่ยวจี๋และยี่เฟิงพลันมองหน้ากันแล้วก้าวเท้าเข้าไป
“หลบ!’’วินาทีนั้นเสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้นพอดี
คมกระบี่ที่กําลังตัดผ่านอากาศได้เฉียดฉิวผ่านใบหน้าของพวกเขาไปอย่างพอดิพอดี
“หืม?’’เห็นว่าการฟันครั้งนี้ของตัวเองพลาด ฮ่าวเจียก็ขมวดคิ้ว“ดูเหมือนว่าพวกแกจะมีสัมผัสเฉียบคมไม่เลวนี่!’’
อย่างไรก็ตามเซี่ยวจี๋และยี่เฟิงไม่ได้ตอบพวกเขาในเวลานี้ล้วนช็อคเป็นอย่างมาก ช็อคจนหน้าซีดเผือด
นี่ถ้าเมื่อครู่พวกเขาไม่ได้รับการเตือน มีหวังได้ไปเยือนยมบาลแหงๆ!
“บัดซบ!’’รู้ว่าเกือบตาย เซี่ยวจี๋และยี่เฟิงก็สบถออกมาพร้อมกันก่อนจะมองด้วยใบหน้าแดงกํ่าไปยังฮ่าวเจียและอีกสองคนที่เหลือ
ตอนนี้ทั้งสองคนโกรธเป็นอย่างมากพวกเขาโกรธซะจนอยากเอาคืนเรื่องเมื่อครู่!
“เซี่ยวจี๋คู่ต่อสู้ของนายเป็นชายหนุ่มคนนั้น!’’ถึงจะไม่ได้สั่งการแล้ว มู่หลินก็ยังคงไม่เลิกดูแล เขาจึงเสริมต่อ“คนๆนี้มีความแข็งแกร่งกว่ายี่เฟิงมาก สําคัญเลยคือเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสือ!’’
“ส่วนนายยี่เฟิงนายจะต้องจัดการชายชราที่ถือกระบี่!’’ เสียงดังขึ้นในหูของยี่เฟิง“อีกอย่างอย่าประมาท เพราะเขาคนนี้นอกจากจะเป็นชาวยุทธ์แล้วเขายังเป็นผู้ใช้กําลังภายในอีกด้วย!’’
“เพราะอย่างนั้นพวกนายต้องจัดการเขาให้ได้ส่วนไอ้ตัวไร้ประโยชน์ข้างหลังน่ะไม่ต้องไปสนใจ!’’มู่หลินเอ่ยด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ เขาไม่ต้องการให้คนพวกนี้รู้สึกดีใจง่ายๆเกินไปดังนั้นนี่จึงถือเป็นงานยากให้พวกเขาเหนื่อย
“...’’ ได้ยินเซี่ยวจี๋และยี่เฟิงก็แทบลมจับ ถึงพวกเขาจะไม่ค่อยรู้เรื่องชาวยุทธ์มากนักแต่พวกเขาก็รู้ดีว่าขั้นสือและผู้ใช้กําลังภายในนั้นเป็นที่เลื่องลือไปทั่วเพราะงั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าสองคนนี้ต้องเก่งกาจเป็นอย่างมาก
แล้วนี่ยังจะให้พวกเขาที่มีความแข็งแกร่งน้อยกว่าไปต่อสู้ตัวๆอีกเหรอ?
ตลกเกินไปแล้ว!
“ฮึ่ม!ไม่ตอบงั้นเรอะ? ถ้างั้นก็จงตายเสีย!’’ เห็นว่าทั้งสองนิ่งเงียบไปฮ่าวเจียก็คิดว่าพวกนี้กลัวจนหัวหด เขาจึงฟันกระบี่ในมือออกไปอีกครั้ง
“ยี่เฟิงคําแนะนําสุดท้ายของฉันคือ…’’ขณะที่ยี่เฟิงเตรียมหลบเขาก็พลันได้ยินเสียงลุ่มลึกของชายหนุ่ม“อย่าลืมสิ่งที่ฉันได้สอนไป!’’
วินาทีนั้นเมื่อความตายกําลังจะมาเยือนสิ่งที่ได้ซึมซับมาผ่านจิตวิญญาณได้ค่อยๆนําพายี่เฟิงเข้าสู่ห้วงภวังค์
‘กายและใจรวมเป็นหนึ่ง…’เสียงลุ่มลึกของชายหนุ่มได้กลับมาดังขึ้นอีกครั้ง มันดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า…
“ฮ่า!’’ฉับพลันเมื่อปลายกระบี่กําลังจะสัมผัสถูกยี่เฟิงเขาที่ตะหนักรู้ได้แล้วก็คํารามเสียงดังออกมา จากนั้นเพียงเขาขยับมือปลายกระบี่ที่กําลังจะตัดเฉือนกลับกลายถูกหยุดเอาไว้
หยุดไว้ได้ด้วยมือเปล่าๆ!
บัดนี้...กายและใจของยี่เฟิงรวมเป็นหนึ่งแล้ว!