Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่60 ถล่มแก๊งเฉียว (4)

    ตึกตักตึกตัก ตึกตัก

     

    หัวใจของทุกคนในเวลานี้เต้นระรัวสูบฉีดเลือดอย่างบ้าคลั่ง

     

    และในประโยคพูดต่อมาของชายหนุ่มมันก็ทําให้พวกเขาราวกับตระหนักรู้ถึงกลยุทธ์ของเจ้าสนามอย่างแท้จริง

     

    โดยที่ยังไม่ต้องทําอะไรทุกคนต่างพร้อมใจเป็นหนึ่ง พวกเขาก้าวเดินตรงไปแล้วจัดการลูกน้องของแก๊งเฉียวที่ขวางทางเอาไว้เมื่อเสร็จสิ้น พวกเขาก็ขึ้นไปที่ชั้นต่อไปแล้วทําแบบนี้ไปเรื่อยๆ

     

    อย่างไรก็ตามในระหว่างที่พวกเขาต่อสู้พวกเขาไม่ได้ต่อสูเพียงลําพัง เพราะท่ามกลางความอันตรายนี้เสียงลุ่มลึกของชายหนุ่มมักดังขึ้นเพื่อบอกเสมอ ว่าพวกเขาต้องทํายังไง

     

    หลบ!โจมตี! จัดการ!

     

    นอกจากสามสิ่งนี้แล้วเสียงนั่นยังบอกอีกด้วยถึงจังหวะที่ควรลงมือและการมาถึงของศัตรูดังนั้นพวกเขาในตอนนี้ที่กําลังจะผ่านชั้นสามไปได้จึงรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก

     

    นี่มันอะไรกัน!

     

    คุณมีตาทิพย์งั้นเหรอ?

     

    ไม่ว่าจะเป็นยี่เฟิงเซี่ยวจี๋ หรือคนอื่นๆ พวกเขาต่างมีสีหน้าตะลึงงันให้เห็นเพราะในตอนนี้นอกจากพวกเขาจะขยับตามที่ชายหนุ่มต้องการแล้วพวกเขายังรู้สึกว่ามันเป็นไปอย่างลื่นไหลดังนั้นพวกเขาจึงได้รู้สึกตกตะลึงเกี่ยวกับความสามารถนอกจากนี้ของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก

     

    ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าชายหนุ่มลงมือเอง…

     

    ที่นี่คงราบเป็นหน้ากลอง!

     

    ทางด้านชั้นใต้ดินที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกล้องวรจรปิดก็ตะลึงงันไป

     

    “เฮ้ย!พวกมันทําได้ยังไงวะเนี่ย?’’ เฉียวเต้าเจาเป็นคนแรกที่มองอย่างไม่อยากเชื่อเขาไม่อยากเชื่อด้วยซํ้าว่านอกจากคนพวกนี้จะไม่ใช้ปืนแล้วการเดินทัพยังเป็นไปพร้อมกันราวกับถูกฝึกมาดีโดยผู้เชี่ยวชาญ

     

    “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลังจากที่พวกมันเคลียร์ทุกๆชั้นเสร็จแล้วที่นี่คงเป็นที่ต่อไป!’’ เนี่ยหยวนพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะยิ้มอย่างเย็นชา“แต่ไม่ว่ายังไงพวกมันก็ต้องตายอยู่ดี!’’

     

    “ถูกต้อง!แม้พวกมันจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยสั่งการอยู่เบื้องหลังแต่นั่นก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะพวกเราเพราะอย่างการที่พวกมันไม่ใช้ปืนนั่นเท่ากับเป็นหายนะสําหรับพวกมันอย่างแท้จริง!’’ประกายแห่งความโหดเหี้ยมแวบผ่านให้เห็นบนใบหน้าของฮ่าวเจีย ถึงเขาจะไม่รู้ว่าคนที่คอยสั่งการเรื่องการเดินทัพเป็นใครแต่ที่แน่ๆมันต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะอย่างนั้นเมื่อจัดการเจ้าพวกนี้เสร็จเขาจะตรงไปจัดการมันต่อ!

     

    “อ๊ากกกก…’’

     

    “โอ๊ยยยย…’’

     

    “ไข่ข้า!’’

     

    “...’’

     

    พริบตาทุกๆชั้นกระทั่งดาดฟ้าก็เต็มไปด้วยนํ้าเสียงร้องโหยหวน ไม่ช้าคนของแก๊งเฉียวกว่าร้อยคนก็ถูกจับมัดหมด

     

    หมายความว่าแก๊งเฉียวได้ถูกถล่มแล้ว!

     

    “เอาล่ะเหลือแค่ชั้นใต้ดินแล้วดังนั้นผมจะไม่สั่งการอีก!’’มู่หลินที่สังเกตเห็นว่าทุกอย่างผ่านไปด้วยดีก็พูดขึ้น“อีกเรื่องในชั้นใต้ดินมีเพียงสามคน ดังนั้นไปแค่ยี่เฟิงและเซี่ยวจี๋พอ!’’

     

    “รับทราบ!’’กองกําลังรบพิเศษพร้อมใจขาน

     

    “โอเค’’ยี่เฟิงและเซี่ยวจี๋มองหน้ากันทําไมพวกเขาถึงได้รู้สึกง่ายๆแบบนี้?

     

    มันคงไม่มีเรื่องอะไรที่เกินมือพวกเขาใช่ไหม…

     

    “สถานการณ์ทางนั้นเป็นไงบ้าง?’’หลันเอ๋อร์ที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างจึงถามชายหนุ่ม เพราะในสายตาของเธอการสั่งการเมื่อครู่ของเขามันดูราวกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น

     

    “ก็ดี’’ถูกถาม มู่หลินก็เพียงพยักหน้าเฉยๆ ด้วยการถ่ายถอดและสั่งการตามแบบของปราชญ์เต๋ามันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผิดพลาด เพราะงั้นถึงเป็นคนธรรมดาที่ไม่เคยฝึกอะไรขอแค่เปิดใจและฟังเสียงของเขา คนธรรมดาคนนั้นก็จะสามารถเดินร่วมทัพได้อย่างง่ายดาย

     

    เพราะอย่างนั้นเรื่องนี้น่ะหมูๆ!

     

    “...’’ เห็นท่าทีเช่นนั้นของชายหนุ่มหลันเอ๋อร์ก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เธอคิดว่าเขาควรที่จะจริงจังสักหน่อย ไม่ใช่มาสบายๆแบบนี้!

     

    …

     

    ปัง!

     

    ประตูบานใหญ่ของชั้นใต้ดินถูกถีบออกอย่างแรงเซี่ยวจี๋และยี่เฟิงพลันมองหน้ากันแล้วก้าวเท้าเข้าไป

     

    “หลบ!’’วินาทีนั้นเสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้นพอดี

     

    คมกระบี่ที่กําลังตัดผ่านอากาศได้เฉียดฉิวผ่านใบหน้าของพวกเขาไปอย่างพอดิพอดี

     

    “หืม?’’เห็นว่าการฟันครั้งนี้ของตัวเองพลาด ฮ่าวเจียก็ขมวดคิ้ว“ดูเหมือนว่าพวกแกจะมีสัมผัสเฉียบคมไม่เลวนี่!’’

     

    อย่างไรก็ตามเซี่ยวจี๋และยี่เฟิงไม่ได้ตอบพวกเขาในเวลานี้ล้วนช็อคเป็นอย่างมาก ช็อคจนหน้าซีดเผือด

     

    นี่ถ้าเมื่อครู่พวกเขาไม่ได้รับการเตือน มีหวังได้ไปเยือนยมบาลแหงๆ!

     

    “บัดซบ!’’รู้ว่าเกือบตาย เซี่ยวจี๋และยี่เฟิงก็สบถออกมาพร้อมกันก่อนจะมองด้วยใบหน้าแดงกํ่าไปยังฮ่าวเจียและอีกสองคนที่เหลือ

     

    ตอนนี้ทั้งสองคนโกรธเป็นอย่างมากพวกเขาโกรธซะจนอยากเอาคืนเรื่องเมื่อครู่!

     

    “เซี่ยวจี๋คู่ต่อสู้ของนายเป็นชายหนุ่มคนนั้น!’’ถึงจะไม่ได้สั่งการแล้ว มู่หลินก็ยังคงไม่เลิกดูแล เขาจึงเสริมต่อ“คนๆนี้มีความแข็งแกร่งกว่ายี่เฟิงมาก สําคัญเลยคือเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสือ!’’

     

    “ส่วนนายยี่เฟิงนายจะต้องจัดการชายชราที่ถือกระบี่!’’ เสียงดังขึ้นในหูของยี่เฟิง“อีกอย่างอย่าประมาท เพราะเขาคนนี้นอกจากจะเป็นชาวยุทธ์แล้วเขายังเป็นผู้ใช้กําลังภายในอีกด้วย!’’

     

    “เพราะอย่างนั้นพวกนายต้องจัดการเขาให้ได้ส่วนไอ้ตัวไร้ประโยชน์ข้างหลังน่ะไม่ต้องไปสนใจ!’’มู่หลินเอ่ยด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ เขาไม่ต้องการให้คนพวกนี้รู้สึกดีใจง่ายๆเกินไปดังนั้นนี่จึงถือเป็นงานยากให้พวกเขาเหนื่อย

     

    “...’’ ได้ยินเซี่ยวจี๋และยี่เฟิงก็แทบลมจับ ถึงพวกเขาจะไม่ค่อยรู้เรื่องชาวยุทธ์มากนักแต่พวกเขาก็รู้ดีว่าขั้นสือและผู้ใช้กําลังภายในนั้นเป็นที่เลื่องลือไปทั่วเพราะงั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าสองคนนี้ต้องเก่งกาจเป็นอย่างมาก

     

    แล้วนี่ยังจะให้พวกเขาที่มีความแข็งแกร่งน้อยกว่าไปต่อสู้ตัวๆอีกเหรอ?

     

    ตลกเกินไปแล้ว!

     

    “ฮึ่ม!ไม่ตอบงั้นเรอะ? ถ้างั้นก็จงตายเสีย!’’ เห็นว่าทั้งสองนิ่งเงียบไปฮ่าวเจียก็คิดว่าพวกนี้กลัวจนหัวหด เขาจึงฟันกระบี่ในมือออกไปอีกครั้ง

     

    “ยี่เฟิงคําแนะนําสุดท้ายของฉันคือ…’’ขณะที่ยี่เฟิงเตรียมหลบเขาก็พลันได้ยินเสียงลุ่มลึกของชายหนุ่ม“อย่าลืมสิ่งที่ฉันได้สอนไป!’’

     

    วินาทีนั้นเมื่อความตายกําลังจะมาเยือนสิ่งที่ได้ซึมซับมาผ่านจิตวิญญาณได้ค่อยๆนําพายี่เฟิงเข้าสู่ห้วงภวังค์

     

    ‘กายและใจรวมเป็นหนึ่ง…’เสียงลุ่มลึกของชายหนุ่มได้กลับมาดังขึ้นอีกครั้ง มันดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า…

     

    “ฮ่า!’’ฉับพลันเมื่อปลายกระบี่กําลังจะสัมผัสถูกยี่เฟิงเขาที่ตะหนักรู้ได้แล้วก็คํารามเสียงดังออกมา จากนั้นเพียงเขาขยับมือปลายกระบี่ที่กําลังจะตัดเฉือนกลับกลายถูกหยุดเอาไว้

     

    หยุดไว้ได้ด้วยมือเปล่าๆ!

     

    บัดนี้...กายและใจของยี่เฟิงรวมเป็นหนึ่งแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน