ตอนที่9 : เด็กใหม่
2 ปีต่อมา
ณ โรงเรียนการอาชีพเอกชัยนานาชาติเทคโนโลยี เด็กนักเรียนทั้งชายหญิงต่างหันมามองอะไรบางอย่างด้วยความสนใจ ทำให้เห็นรองเท้าผ้าใบสีขาวถุงเท้าข้อสั้นลงมาจากรถเก๋งสีขาวคันหรูคันหนึ่งเธอก้าวขาลงจากรถทำให้เห็นเรียวขาที่ขาวของเธอ เธอใส่เสื้อนักเรียนสีขาวกระโปรงสีน้ำเงินยาวถึงหัวเข่าเธอผอมบางสูงประมาณ158 เิเ เธอเดินส่วนนักเรียนในโรงเรียนต่างก็เกรงกลัวถึงกับยกมือไหว้ มือข้างขวาของเธอถือกระเป๋าหนังนักเรียนสีดำ ข้อมือข้างซ้ายของเธอใส่นาฬิกาสีม่วงพาสเทลทำให้เห็นผมเปียยาวที่ถูกถักผมสีดำอมน้ำตาลมีโบว์สีน้ำเงินผูกอยู่ที่ปลายผมผมของเธอสวยยาวเกือบถึงก้น เธอเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง Ac.103 พร้อมกับมองคนที่พามาและยิ้มยกมือไหวขอบคุณทั้งสองคนก็เปิดประตูเข้าห้องไปนักเรียนทุกคนในห้องต่างก็เกรงกลัวกันพร้อมทำความเคารพ
อานนท์: นักเรียนทั้งหมดทำความเคารพ
นักเรียนชาย/หญิง: สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ
อ.สุมารี : วันนี้มีนักเรียนใหม่มาเรียนอยู่ห้องของพวกเธอดูเเลเขาด้วยยล่ะ นี้เธอแนะนำตัวให้เพื่อนๆรู้จักสิ
พาสเทล : ค่ะอาจารย์ สวัสดีเราชื่อพาสเทล หวัง ชื่อเล่นชื่อพาสเทลน่ะ เราย้ายมาจากวิทยาลัยชัยถาบุญ เรามาจากเชียงใหม่ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยน่ะ
อ.สุมารี : แนะนำตัวเสร็จแล้วใช่ไหม ไปหาที่นั่งเอาตรงไหนมีที่ว่างก็นั่งเลย ส่วนพวกเธอก็ดูแลเพื่อนด้วย
พาสเทล : ค่ะ
พาลเทสยืนอยู่หน้าห้องมองดูที่ว่างอยู่ 5 ที เธอเดินตรงไปที่โต๊ะที่ก้อนหินนั่งอยู่ที่ดูเหมือนไม่สนใจอะไรเลยมองแต่นอกหน้าต่างเธอเลือกที่จะไปนั่งกับก้อนหินด้วยความสนใจ
พาสเทล : นายๆขอนั่งด้วยดิ
ผมที่นั่งเม่อออกไปนอกหน้าต่าง ผมได้ยินเสียงใสๆของเธอผมหันมาหาพาสเทลที่เป็นักเรียนใหม่เธอดูเป็คนน่ารักเรียบร้อยหน้าตาดูดีเลยผมตอบ “อืม” ในลำคอพร้อมหันกลับไปมองนอกต่างเหมือนเดิม
พัสดุ : แรด!!! ไม่เบาเลยน่ะ
ของขวัญ : พัสดุ!!
พัสดุ : ก็ดูดิ!! ที่ตรงฟ้าใหม่ก็ว่างแต่ไม่ไปแต่มานั่งกับผู้ชาย
ของขวัญ : เฮ้อ!! ไม่เอาน่ะแก ใจเย็นๆน่ะ จริงๆแล้วเขาจะนั่งตรงไหนก็เื่ของเขาไหม แกอ่ะตั้งใจเรียนเลย
พัสดุ : แต่…แกดูมันดิ เมื่อกี๊มันหันมามองหน้า
ของขวัญ : ไม่ต้องแต่อะไร ก็แค่มองหน้าไหม ทำไมหน้าแกแพงหรอถึงมองไม่ได้อ่ะทำไมห่ะมองหน้าแกแล้วหน้าแกจะหายไปหรอ เราว่าน่ะแกตั้งใจเรียนดีกว่า
พัสดุ : ของขวัญแกก็เป็แบบนี้ตลอดอ่ะ ระวังเหอะแกจะไม่ทันมัน
ของขวัญ : เราว่าน่ะแกอ่ะ อย่าตัดสินคนแค่ข้างนอกแกยังไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าเขาเป็แบบไหน แกก็เอาแต่ว่าเขาแกพึ่งเจอแค่ครั้งเดียวเองนิ!!
พัสดุ : แล้วแกรู้ได้ไงว่าไม่รู้จักแต่ก็ไม่รู้จักจริงๆนั้นล่ะ แค่คิดเล่นๆน่ะ เผลอๆน่ะพอรู้จักกันสนิทกันทำเหมือนเพื่อนที่แสนดียั่วยุให้เราแตกคอกันแค่คิดก็ร้ายกาจแล้ว ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดีไม่เห็นต้องรู้จักเลย
ของขวัญ :: พอๆ ดูหนังมากไปป่ะ ตั้งใจเรียนเลย
พัสดุ : แล้วถ้าเรามองคนไม่ผิดล่ะ
ของขวัญ : มันผิดั้แ่แกคิดลบกับเขาแล้วชะเอม พอหยุดพูดไม่อยากฟัง
พัสดุ : ไม่อยากฟังก็ไม่ต้องฟัง
ไวท์ : เงียบๆหน่อยโต๊ะหน้าอ่ะ
พัสดุหันมามองตาขวางใส่ไวท์ที่นั่งอยู่ข้างหลังเธอ
11:45 น.
อ.สุมารี : คาบนี้พอแค่นี้เนอะเดี๋ยวค่อยมาต่อคาบหน้า
อานนท์ : นักเรียนทำความเคารพ
นักเรียนในห้อง : ขอบคุครับ/ ขอบคุณคะ อาจรารย์
นักเรียนในห้องต่างเก็บของเตรียมตัวลงไปกินข้าวกัน อานนท์เก็บของเสร็จเดินไปโต๊ะก้อนหินเอ่ยปากชวนเพื่อนไปกินข้าวเหมือนทุกวันที่เคยชวน แต่สายตาของอานนท์มองมาที่พาสเทล พาสเทลเองก็หันมายิ้มให้อานนท์
อานนท์ : พวกมึงไปกินข้าวกันเถอะ
ของขวัญ : วันนี้กินไรดีอ่ะ
ของขวัญตั้งคำถามแล้วมองไปที่พาสเทล พร้อมกับสะกิดพาสเทลจากด้านหลัง พาสเทลหันมายิ้มให้ของขวัญ
ของขวัญ : ไปกินข้าวด้วยกันไหม
พาสเทล : อืม!! ไปดิ
พัสดุมองของขวัญที่ชวนพาสเทลไปกินข้าวด้วย พาสเทลก็แอบมองพัสดุที่เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจ พัสดุลุกจากเก้าอี้พร้อมกับใช้มือกระแทกเก้าอี้ด้วยความโมโหและเดินออกจากห้องด้วยความหงุดหงิด เพื่อนในแก๊งต่างมองตามด้วยความงุ่นงง ว่าพัสดุเป็อะไร มีเพียงบาร์เรนที่หันมาบอกกับเพื่อนในแก๊งก่อนจะเดินตามพัสดุไป
บาร์เรน : เดี๋ยวกูไปดูพัสดุก่อนน่ะ
ปกป้อง : บาร์เรนพี่ไปด้วย
บาร์เรนถอนหายใจแล้วรีบตามพัสดุไป อานนท์มองตามสองพี่น้องนั้นแล้วหันมามามองพาสเทล
อานนท์ : อย่าใส่ใจเลยน่ะ พัสดุก็เป็แบบนี้ล่ะ
พาสเทล : อืมเราไม่คิดมากเื่นี้หรอก
อานนท์ : ไม่คิดมากก็ดีล่ะ ไปกินข้าวันเถอะ เดี๋ยวไปช้าคนจะเยอะ
ผมเก็บข้าวของใส่กระเป๋าสะพายพร้อมกับลุกจากโต๊ะแล้วเดินตามหลังเพื่อนๆไปที่โรงอาหาร
โรงอาหาร
บาร์เรน : เอาน่ะมึง
พัสดุ : หงุดหงิดว่ะ ทำไมต้องมัน
บาร์เรน : ใจเย็นๆน่ะมึง ยังไงกูก็อยู่ข้างๆมึงเสมอ แต่ตอนนี้มึงแดกข้าวก่อนดีกว่าไหม
ปกป้อง : น้ำมาเสริฟ์คุณทั้งสองเเล้วครับ
พัสดุ : ขอบใจมากมึง
ปกป้อง : ว่าแต่มึงเปนไรว่ะ
บาร์เรน : พัสดุน้อยใจก้อนหินอ่ะ ไม่มีไรหรอกมึง
ปกป้อง : ไม่เรียกมึงสิครับ!! เรียกพี่ปกป้องน่ะครับน้องบาร์เรน
บาร์เรน : แล้วทำไมต้องเรียกพี่ด้วยเนี่ยห่างแค่ปีเดียว….แถมมึงก็เรียนซ้ำชั้นเรียนก็เรียนชั้นเดียวกันไม่น่าจะเรียกพี่น่ะ
ปกป้อง : ก็เราพี่น้องกันไงครับ
พัสดุ :โอ้ยพวกมึงเลิกเถียงไอ้เื่พี่ๆน้องๆซักทีเถอะ!!
บาร์เรน : ก้อนหิน!!
ผมได้ยินเสียงของบาร์เรนเรียกจึงหันไปตามเสียงที่เห็นบาร์เรนโบกมือให้ ผมจึงเดินเอาข้าวมาวางที่โต๊ะและนั่งลงข้างๆพัสดุ ส่วนพาสเทสก็เดินตามมานั่งตรงข้ามพัสดุและข้างก็มีปกป้องและของขวัญคนที่นั่งถัดจากก้อนหินก็อานนท์ที่ค่อยสังเกตเพื่อนๆ ทุกคนนั่งกินข้าวกันสักพักบาร์เรนเริ่มสังเกตเห็นพัสดุเริ่มทนไม่ไว้ก็จับมือปลอบแต่พัสดุสะบัดมือและลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารไปปล่อยให้เพื่อนในแก๊งงุ่นงงตามเดิม มีแค่บาร์เรนที่รู้และเข้าใจแต่เลือกที่เงียบและไม่บอกใครเพราะเป็เื่ของพัสดุ บาร์เรนเป็เพื่อนที่สนิทที่สุดของพัสดุเขาทำได้แค่หน้าที่เพื่อนที่ดีค่อยอยู่ข้างเธอ ผมหันไปมองตามสองคนนั้นเดินตามกันไปพร้อมกับหันกับมากินข้าวตามเดิม
ก้อนหิน : กินข้าวเถอะพวกมึง
อานนท์ : ไอ้ก้อนมึงไม่ตามไปดูมันหน่อยหรอว่ะ
ก้อนหิน : ทำไมกูต้องตามว่ะ บาร์เรนก็ตามไปดูอยู่นั้นไง คือถ้าพัสดุไม่พอใจอะไรคือกูต้องไปเคียร์ไปง้อหรอว่ะ วันนี้กูคงไม่ได้แดกหรอกข้าวอ่ะ
อานนท์ : มึงนิน่ะใจร้ายจริงๆ
ก้อนหิน : กูก็ใจร้ายแบบนี้มาตั้งนานแล้วนิ!!
ปกป้อง : กูว่าเดี๋ยวกูไปดูน้องกูก่อนน่ะ
อานนท์ : ไอ้ปกป้องมึงปล่อยน้องมึงบ้างเถอะว่ะ กูเป็น้องมึงกูคงรำคาญอ่ะตามติดเป็เงาเลย นั่งแดกข้าวเถอะ
ปกป้อง : ไม่เสือกดิเพื่อน
อานนท์ : อ้าว!! ไอ้นี้เดี๋ยวกูฟาดด้วยช้อนหรอก
พาสเทล : เราขอโทษน่ะ เป็เพราะเราเลยย……ที่ทำให้เป็แบบนี้
อานนท์ : ไหนบอกว่าไม่คิดมากไง สุดท้ายก็คิดอยู่ดี ไม่ต้องคิดมากหรอกเป็เื่ปกติ
ของขวัญ : ใช่ๆ ไม่ใช่เพราะเธอหรอก อย่าคิดมากเลยกินข้าวต่อเถอะ
ห้องเรียนAc. 103
หลังจากที่กินข้าวเสร็จ ผมและเพื่อนๆก็พากันขึ้นห้องเรียน ผมก้าวเท้าเข้ามาในห้องสายตาผมเหลือบมองหาพัสดุ แต่กูไม่เห็นเ้าตัว ผมเดินมาที่เโต๊ะของผมพร้อมกับมองโต๊ะที่พัสดุนั่งแต่ตอนนี้ไร้เงาของเ้าของโต๊ะ ผมนั่งเม่อออกไปนอกหน้าต่างเหมือนทุกครั้งที่เคยทำ
ของขวัญ : พัสดุไปไหนมา เราทักแชทหาพัสดุแต่ไม่เห็นตอบเราเลยเป็อะไรไหม?
พัสดุ : ไม่เป็ไรอ่ะขอบใจน่ะ
ของขวัญ : อ่ะซื้ออมมยิ้มมาฝากจะได้ยิ้มอารมณ์ดี
พาสเทล : ขวัญนี้เป็เพื่อนที่น่ารักจังเลยน่ะ
พัสดุ : ของขวัญเขาก็เป็เพื่อนที่น่ารักแบบนี้ล่ะ ข้างนอกเป็ยังไง ข้างในก็เป็แบบนั้น ของขวัญเขาไม่เเสดงเหมือนใครบ้างคนหรอก ของขวัญคือเพื่อนที่ดีมากๆจริงไหมบาร์เรน
บาร์เรน : อืมใช่ๆ
ของขวัญ : หืมมมม นี้กำลังชมเราอยู่ใช่ไหมพัสดุ
พัสดุ : ใช่ นี้ชมขวัญอยู่ไง
ผมหันไปดูพัสดุที่แซะพาสเทลผมรู้สึกหงุดหงิดผมหันกลับมามองนอกหน้าต่างตามเดิมตอนแรกว่าจะปล่อยไปไม่สนใจอะไรสุดท้ายผมก็อดที่จะพูดไม่ได้
ก้อนหิน : จะพูดกระทบกันอีกนานไหมว่ะแซะอยู่ได้ กูเริ่มรำคาญล่ะ
พัสดุ : ก้อนหิน!!
ของขวัญ : พอเถอะพัสดุ อย่าทะเลาะกันเองเลย
ของขวัญพูดพร้อมกับจับมือให้พัสดุใจเย็นลง
อานนท์ : พวกมึงพ่อดุแล้ว พอๆเตรียมตัวเรียนเถอะ พัสดุขวัญซื้อให้มึงมึงก็กินๆไป
พาสเทล : เราขอโทษน่ะก้อนหิน คือเราไปนั่งที่อื่นก็ได้น่ะ
ก้อนหิน : ไม่ต้องไปหรอก นั่งตรงนี้ล่ะ จริงๆตรงนี้ก็ว่างไม่มีใครนั่งอยู่แล้ว อย่าคิดมากเลย
พาสเทล : ได้ ถ้าก้อนหิน้าแบบนั้นเราไม่ย้ายก็ได้
ก้อนหิน : ดีแล้ว ถ้าย้ายไปก็ไม่มีคนคอยช่วยเป็พลายกระซิบเวลาอาจารย์ถาม
พาสเทล : โหว่นึกว่าจะใจดี
ผมพูดกับพาสเทลพร้อมกับมองใบหน้าเธออย่างเอ็นดู ใบหน้าของเธอสวยน่ารักทุกมุมมอง เธอแต่งตัวเรียบร้อยเธอดูมีเสนห์มากจนผมมองเธออย่างเพลิดเพลินผมมองอยู่นานสองนาน โดยที่ผมไม่รู้ตัว