“ข้าขอบคุณเจ้ามาก ที่ทำให้ข้าสองแม่ลูกรอดพ้นจากคำสาปนั้น” เฌอเอมเอ่ย พลางประกบมือ ยิ่งทำให้ทุกคนประหลาดใจ และพากันทำตามในวงกว้าง
“มิได้…ข้าต่างหากต้องขอบคุณท่าน มากกว่าที่ท่านจะขอบคุณข้าเสียอีก” ครามเอ่ย
“เอ๋…อย่างไร เหตุใดเจ้าต้องขอบคุณข้า” เฌอเอมแปลกใจในท่าทีของคราม
“อันที่จริง ไม่ใช่ขอบคุณเพียงท่าน แต่ต้องขอบคุณ ท่านอาปรมะด้วย”
เมื่อครามเอ่ยประโยคนั้นออกมา ทำให้ปรมะรู้สึกประหลาดใจ
“นั่นเกี่ยวข้องกับข้าด้วยรึ”
ครามพยักหน้า “เกี่ยวโดยตรง แต่เรื่องเอาไว้ข้าค่อยเล่าครามหลัง” สายตาของครามบัดนี้เย็นเยียบ พลันค่อยเปลี่ยนเป็นความรื่นเริงในทันที และหันไปแสดงความยินดีกับเฌอปรางและอชิราในการเลื่อนระดับ
“เกือบลืมถาม คราม ตอนนี้ข้าได้เลื่อนระดับถึงนักสิทธิ์กูรูขั้นที่หนึ่งแล้ว ในพายุนั้นข้าไม่อาจรู้ได้ว่าเจ้าบรรลุขั้นใด” เฌอเอมเอ่ย
“บัดนี้ข้าบรรลุนักสิทธิ์กูรูขั้นที่ 10”
ห๊าาา!!! ไม่ใช่เพียงเสียงของศิลา และเฌอเอม แต่เป็นเสียงของทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้น รวมไปถึงนักสิทธิ์ทั้ง 10 นั้นด้วย ที่กำลังทรุดตัวลงกำพื้น ด้วยร่างที่สั่นไหว รำพึงรำพันไม่ได้สรรพว่า นี่มันอะไรกัน เด็กพวกนี้เลื่อนระดับกันเป็นว่าเล่น ครึ่งปีของพวกข้า เทียบไม่ได้กับชั่วโมงของเด็กพวกนี้
เจ้าทำได้อย่างไร เสียงงืมงำอย่างโรยแรงในลำคอ ของเหล่านักสิทธิ์ทั้ง 10
ปรมะเข้ามาแสดงความยินดีกับคงคราม นักสิทธิ์กูรูในนครเนรดี มีไม่มาก ส่วนใหญ่ทำงานให้กับจักรวรรดิหรดี ที่เป็นจักรวรรดิใหญ่มีอาณาเขตครอบคลุม 6 นคร รวมนครเนรดีเป็นหนึ่งในนั้น แม้แต่ตัวปรมะเอง มีระดับเพียงแค่นักสิทธิ์ขั้นที่ 8 เท่านั้น ในเวลานี้ แต่เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขากลับเป็นได้ถึงนักสิทธิ์กูรูขั้นที่ 10
ถ้าวิเคราะห์จากช่วงเวลา หากถึงวันแข่งประลองชิงธง ครามไม่บรรลุระดับมหานักสิทธิ์ขั้นต้นหรอกรึ แล้วไหนจะเฌอปรางกับอชิราอีก ทั้งสองล้วนเลื่อนเป็นนักสิทธิ์ขั้นที่หนึ่งในพายุงวงช้าง รวมถึง พี่สาวของเขา ก็เป็นนักสิทธิ์กูรูเช่นกัน นี่ข้ากำลังจะถูกทิ้งห่างหรือนี่ ปรมะบ่นในใจ พลันมีสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย
เมื่อสถานการณ์สงบลง ศิลาได้แนะนำ เฌอเอมให้กับผู้อาวุโสนักสิทธิ์และบรรดาศิษย์เอกที่เพิ่งออกจากถ้ำ ว่าสตรีนางนี้คือเฌอเอม เจ้าสำนักหญิง ที่ทุกคนเข้าใจว่าตายไปแล้ว
เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์เอกต่างประกบมือทำความเคารพ และร่วมแสดงความยินดีกับการกลับมาของเจ้าสำนักหญิง อย่างไรก็ตาม พวกความประหลาดใจนั้นไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า ที่ครามอ้างว่าตนเองบรรลุระดับนักสิทธิ์กูรู
ทั้ง 10 ปรายตามองไปที่คราม เด็กหนุ่มที่พวกเขาไม่รู้จัก ยังมีข้อกังขาว่าเมื่อครู่ เป็นเวทมนตร์หรืออย่างไร อันที่จริงพวกเขาไม่อยากจะเชื่อด้วยซ้ำว่ามีวิธีการบรรลุที่ง่ายแบบนี้ พวกเขาลอบสบตากันรอบหนึ่ง แล้วผู้อาวุโสท่านหนึ่งเอ่ยกับเจ้าสำนักด้วยน้ำเสียงขึงขังว่า
“พวกข้าอยากขอประลองกับเด็กหนุ่มผู้นี้!!! เพื่อคลายปัญหาคาใจ หากพวกข้าแพ้ เราจะยอมรับมันโดยดี”
ศิลากำลังจะสวนกลับไปว่า บังอาจ แต่เมื่อหันไปสบตากับคราม ที่กำลังพยักหน้า จึงผายมือไปข้างหน้า “เชิญเถิด หากครามยินดี ข้าก็ไม่ขัด”
เฌอปรางกับอชิรา สบตากันหัวเราะคิกเบาๆ …รนหาทีอับอาย!!!
ครามยืดเส้นอยู่ครู่หนึ่ง เอ่ยออกมาอย่างราบเรียบว่า “เรามารีบจบเรื่องนี้กันเถอะ ข้ามีบางสิ่งที่ต้องรีบทำ”
ครามทะยานร่างขึ้นสู่ฟากฟ้า เงาร่าง 10 สายพุ่งตาม ยืนเรียงแถวกันคนละฝั่ง พวกเขาล้วนมองว่าการบรรลุเมื่อครู่ของครามน่าเป็นมายา จึงได้หันสบตากัน
“เตรียมหมากกล 10 ภูผา ถล่มปฐพี” สิ้นเสียงนักสิทธิ์ทั้ง 10 ได้ปราดตัวไปล้อมรอบคราม และเคลื่อนตัวคล้ายดาวเคราะห์โคจรรอบดาวฤกษ์
หมากกล 10 ภูผา ถล่มปฐพี เป็นหมากกล ที่สืบทอดเฉพาะผู้อาวุโสและศิษย์เอกของสำนักศิลา เพื่อใช้ในการคุ้มครองสำนักเมื่อคู่ต่อสู้มีพลังเหนือพวกเขา
ที่ผ่านมาเคยมีการใช้ในการร่วมรบสงครามจักรวรรรดิ เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้น ใช้ผู้อาวุโสระดับนักสิทธิ์ขั้นปลายจำนวน 10 คน เสียชีวิตไปห้าคนในสงครามนั้น บัดนี้เหลือเพียงห้า จึงได้ทำการคัดศิษย์ที่มีพรสวรรค์เพื่อเลื่อนระดับเป็นศิษย์เอก ก่อนจะเลื่อนตำแหน่งขึ้นไปเป็นผู้อาวุโสในอนาคต
และวันนี้พวกเขาก็อยู่รวมกันที่นี่!!! รอบๆ ครามนี่แหละ