บทที่ 9 ไม่อยากให้เขากลับบ้าน
หลังแต่งงานมาได้สองปี นอกจากวันที่เมา่ดึก มู่จือเหยียนไม่เคยกลับบ้านสักครั้ง แต่ตอนนี้เขากลับมานั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เงยหน้ามองลู่จิ่นเนี่ยนด้วยสายตาเรียบเฉยและเ็า
ลู่จิ่นเนี่ยนยืนนิ่งอยู่หน้าประตูอยู่นาน ก่อนจะยกเท้าก้าวเข้าไปและถามอย่างแ่เบา “คุณกลับมาได้ยังไง?”
มู่จือเหยียนแสยะยิ้มบนริมฝีปากของเขา “ทำไม ไม่ต้อนรับฉันเหรอ?”
ลู่จิ่นเนี่ยนขมขื่นอย่างมาก เธอจะไม่อยากให้เขากลับบ้านได้อย่างไร?
แต่เธอเคยหวังแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว และมันไม่เคยเกิดขึ้นเลย ทว่าตอนนี้กลับได้รับมันแล้ว เธอแทบไม่อยากเชื่อ และยังมีลางสังหรณ์ไม่ดีอยู่เช่นกัน
“คุณกลับมา มีเื่อะไรกันแน่?” เธอถามตรงประเด็น
มู่จือเหยียนมองเธออย่างจริงจัง พูดสั้น ๆ “มานี่”
ลู่จิ่นเนี่ยนระแวงเล็กน้อย “ทำอะไร?”
มู่จือเหยียนพูดซ้ำด้วยน้ำเสียงเย็น “ฉันสั่งให้เธอมานี่”
ด้านหลัง สาวใช้เห็นบรรยากาศไม่ดี ก็รีบวิ่งเข้าไปในครัวเพื่อหลบเลี่ยง
ลู่จิ่นเนี่ยนกัดริมฝีปากแน่น และเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
“คุณจะทำ… อ๊ะ!”
ก่อนที่เธอจะพูดจบ มู่จือเหยียนก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่น โลกรอบข้างหมุนจนทำให้สายตาพร่ามัว ชั่วพริบตา เธอก็ถูกเขาจับกดลงบนโซฟา
ระยะห่างระหว่างทั้งสอง ห่างกันเพียงคืบเดียว
ลู่จิ่นเนี่ยนรู้สึกกลัวและตื่นเต้นไปพร้อมกัน หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกจากอก
“มู่จือเหยียน คุณจะทำอะไร?”
มู่จือเหยียนเอื้อมมือไปบีบคางของเธอ ปลายนิ้วััผิวกายของหญิงสาว ตำแหน่งเดียวกับครั้งก่อนที่ไป๋จื่อซวินจับคางหล่อน เหตุการณ์คล้ายกันไม่มีผิด
“ลู่จิ่นเนี่ยน เธอไม่รู้จักสถานะของตัวเองแล้วสินะ” เขาพูด น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยคำเตือนอันตราย
ลู่จิ่นเนี่ยนฝืนหัวเราะ เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงกลับมา
เป็เพราะมื้อเย็นของครอบครัววันนี้แน่
ก่อนที่เขาจะพาเธอไป เขาบอกกับเสิ่นเสวี่ยฉินว่า ‘เมื่อกลับถึงบ้าน เขาจะจัดการเธอให้เรียบร้อย!’
ดังนั้น ตอนนี้คือเวลาที่เขาจะคิดบัญชีกับเธอ!
ลู่จิ่นเนี่ยนจ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ตอบว่า “ฉันไม่รู้จักสถานะตัวเองตรงไหน แค่เพราะวันนี้ฉันไม่ทนต่อการดูถูกจากแม่ของคุณเหรอ?”
“ไม่ใช่แค่เื่นี้เท่านั้น ลู่จิ่นเนี่ยน เธอรู้ไหมว่าอะไรคือหน้าที่และคุณธรรมของภรรยา หืม?” เขาค่อย ๆ บีบคางของหญิงสาวแน่นขึ้น “ั้แ่เธอเป็ภรรยาของฉัน เธอก็ควรจะรู้ว่าอะไรคือความละอาย เลิกคลุกคลีกับผู้ชายคนอื่นได้แล้ว เธออาจจะไม่สน แต่ฉันสน!”
เธอไปคลุกคลีกับผู้ชายคนอื่น?
ลู่จิ่นเนี่ยนหัวเราะขมขื่น “แล้วคุณล่ะ ตอนที่คุณไปคลุกคลีกับนางแบบนักร้องดารา หรือผู้หญิงที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน คุณไม่คิดถึงความละอายของผู้ชายบ้างเหรอ?”
มู่จือเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย “ทำไม รังเกียจเหรอ?”
คำพูดนี้ แทงเข้าไปที่จุดอ่อนของลู่จิ่นเนี่ยน
เธอรู้สึกกังวลมาก กลุ้มใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับทุกคืน แต่ความรู้สึกเหล่านี้ เธอจะกล้าแสดงมันต่อหน้ามู่จือเหยียนได้อย่างไร?
เธอหัวเราะเยาะอย่างเ็า และปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง “ไม่ใช่ว่าฉันรังเกียจนะ ฉันแค่รู้สึกสกปรก!”
ทันทีที่เธอพูดจบ บรรยากาศทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ
ใบหน้าของนายมู่จือเหยียนเคร่งขรึมน่ากลัว ั์ตาคมกริบฉายแววเย็นะเื
“สกปรก? แล้วทำไมตอนนั้นเธอถึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อไต่ขึ้นมาบนเตียงของฉันล่ะ?” เสียงของเขาเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง มืออีกข้างก็สอดเข้าไปใต้เสื้อของลู่จิ่นเนี่ยน “คืนนั้นเธอไปยั่วฉันแบบไหน? อยากให้ฉันแสดงให้เธอดูอีกครั้งไหม เธอจะได้จำไว้ว่าเธอไร้ยางอายแค่ไหน?”
“คุณจะทำอะไร! ปล่อยฉันนะ!” ลู่จิ่นเนี่ยนดิ้นรนขัดขืน
มือของมู่จือเหยียนที่ััผิวกายของเธอเย็นเฉียบแต่ร้อนผ่าว ทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ทว่าข้อมือของหล่อนถูกเขากุมไว้แน่น มู่จือเหยียนใช้โอกาสจากการดิ้นรน เข้าประชิดร่างหญิงสาวมากขึ้น
ร่างกายของพวกเขาแนบชิดกัน ความร้อนจากร่างมู่จือเหยียน ราวกับจะแผดเผาเธอให้ละลายจนลู่จิ่นเนี่ยนตื่นตระหนก