โจวยี้ เร่งพาพวกเชนหนีออกมาจากป่าปากัว สภาพอีกฝ่ายดูท่า จะบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังเผยความเฝ้าระวังตัวอยู่ตลอดเวลาที่กล่าว “พวกเจ้าอย่าประมาท พวกเขาเชียว!”
หากเมื่อเทียบกับความเกรี้ยวกราด ดันเต้ แรงค์ S ฝั่งศัตรูที่ไล่บี้เข้ามา แม้จะเป็นแรงค์S ด้วยกันแต่เหมือนว่าจะระดับสูงกว่าโจวยี้ อยู่หนึ่งขั้น พุ่งโถมคลื่นพลังกล้าแกร่ง เข้ามาด้วยความบ้าคลั่ง
“พวกเจ้าอย่าคิดหนีจากข้าเชียว ส่งกระเป๋าเก็บของล้ำค่ามา แล้วข้าจะไว้ชีวิต!”
[คลื่นขวานแหวกฟ้า] ระเบิดการโจมตีออกมาด้วยความดุเดือด ที่มันพุ่งลำแสงเฉียบคม ไปหลายกิโลเมตร ส่งให้เกาะ ถูกผ่าแยกเป็นส่วนๆ
ฉิ้ง! ฉิ้ง! วูม!
จ้านสวีจีที่บาดเจ็บอยู่แล้ว เผยความไม่จำยอม ที่เห็นอาจารย์โจวยี้ แบกรับการโจมตีอยู่คนเดียว รอบบริเวณพวกเขาสั่นคลอน ประหนึ่งลูกข่างถูกซัดปลิวกระเด็นกระดอน
หากไม่มีดาบหมุนป้องกัน ร่างพวกเขาอยู่ภายในการคุ้มกันระดับ S คงร่างถูกผ่าออก เป็นสองซีกไปแล้ว
จ้านสวีจี ครั้นพยักหน้าให้เชนเป็นสัญญาณ…
ส่วนนี้อาเวย ยังหน้าตาตื่นตระหนกอยู่หลายส่วน รีบเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความร้อนรน เมื่อเห็น ระลอกคลื่นเฉียบคมขวานศัตรู แผ่กระจาย รุนแรงมากขึ้น “เราจะเอาอย่างไรกันต่อดีรุ่นพี่ แบบนี้ไม่ดีแน่”
“แทงมีดสร้างดาเมจ มาที่ข้าเร็วเชน!”
“เอาจริงหรือรุ่นพี่!” เชนกล่าวดูท่าจะไม่มีเวลาให้เขาคิด ฉึก! เมื่อปักมีดแทงรุ่นพี่ ให้เลือดลดต่ำกว่า20เปอเซ็น
[สกิลติดตัวร่างเทพสายฟ้า] ของรุ่นพี่จ้านสวีจี ก็ทำงาน พร้อมระเบิดพลังรุนแรง ไม่ด้อยไปกว่าปราณมานาพลังกดดันอันตรายของแรงค์ S อีกต่อไป
ก่อนระดมปาหอกสายฟ้าออกไปเป็นห่าฝน เปรี้ยง! ครืน! ฟิ้ว! ฟิ้ว! หอกสายฟ้า สว่างพร่างพราว ถูกปาออกไป…ฮันเตอร์โจมตีเข้ามา ร่างยังร่วงปลิวกระเด็น ปากกระอักเลือด สดทันที
ตู้ม! เมื่อเจอแสงคลื่นระเบิดสายฟ้า
แม้แต่ด้าน ดันเต้ มองภาพการโจมตีอันตรายหอกสายฟ้า เปลี่ยนสีท้องนภาออกมาเป็นทางยาว มันยังคำรามออกมาด้วยความเดือดดาล ระเบิดธาตุเพลิงไว้ที่ขวานยักษ์ของตน
ขยายร่างจำแลงเงาปกคลุมฉายทอดขึ้นสู่ฟ้า เป้าหมายชัดเจน คือการกวาดล้าง ทำลายสิ้น
เสียง ตึง! ตึง! ตึง! คลื่นขวานเพลิง แผ่พลังขจรขจายดังเต็มทั่วอากาศ สร้างแรงกดดัน ให้ผู้คนหายใจไม่ออก
โจวยี้ ยังต้องหยุดการเคลื่อนที่ สำแดงคลื่นสุดยอด การควบคุมรวมเป็นหนึ่ง ปลดปล่อยดาบที่เหมือนปีกเหล็กด้านหลัง ออกไปอย่างมากมาย
ย๊าก! “จงสลายไปเสีย”
ซึ่งช่วงจังหวะนั้นเอง เชน รับร่างรุ่นพี่จ้านสวีจี ที่บาดเจ็บหนักกลับมา เขาก็สะบัดมีดไปที่พวงแก้ม โจวยี้ แบบไม่ได้ตั้งตัว กลืนเลือดอีกฝ่าย ที่พลังระดับแรงค์ S พลุ่งพล่านขึ้นมาเสี้ยวขณะ
“หากรุ่นพี่ไม่ยอมให้จบเช่นนี้…ผมเองก็ไม่ยอมให้จบแบบนี้เหมือนกัน” ฟู่! ร่างเชนปลดปล่อยปราณมานาออกจากตัวมากมาย เขาระเบิดความสามารถก๊อบปี้ สกิลที่เหมือนของโจวยี้
เพลิงดำเปลี่ยนเป็นดาบนับไม่ถ้วน พุ่งออกไปปะทะกับการโจมตีของ ‘ดันเต้’ สองการโจมตีที่ระดับเทียบเท่า แรงค์S ทรงพลังถึงสองคน
ขวานที่ฟาดลงมา เกิดคลื่นทะเลมหาสมุทรสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ถูกหักล้างออกทันที
ฝ่ามือนั้นถืออาวุธ ขวานถึงกับหลุดลอยปลิวกระเด็นออกไปในเสี้ยวพริบตา ที่มันคำรามด้วยความไม่อยากเชื่อ “อะไรกัน…เจ้าหนูนั้นมีพลังเทียบเคียงกับ S งั้นหรือ?” มันส่ายหัวไปมา คล้ายไม่อยากเชื่อภาพที่ตนเองเห็น
ก่อนดึงขวานกลับมา วูม! เตรียมโจมตี ซ้ำไปที่เชน คล้ายกำลังเหม่อลอย
ทว่าพริบตาที่ฝ่าเท้า ทีมโจวอี้ เหยียบขอบทะเล หอบหายใจหนักขึ้นมา ถี่ๆ
เสียง ราชาเพลิงอัคคี หลี่ไป๋ จะเข้ามาขวาง ขณะเปลวเพลิงผ่าแยกทะเล ตัดขาดพวกเขาออกจากกัน วูม!
“แยกย้ายแค่นี้เถอะ ตามที่พวกเราตกลงกันไว้ ประธาน ไอโอเซฟ ไม่สิ (ราชาสายฟ้า) ” หลี่ไป๋ที่กล่าวเข้าแทรกแซงคลี่ยิ้มละไม
เสียง เปรี้ยง! สายฟ้าสีดำธาตุความมืด ผ่าฟาด รุนแรงขนาดเท่าตัวคน เผยตัวตนเข้ามาอย่างไม่พอใจ ไอโอเซฟ จะพาคนของเขา จากไปอย่างไม่ลังเล ที่ได้ผลชีวิตมาแค่2ผล เท่านั้น
ซึ่งคนภายในกลุ่มต่างก็ไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย
แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะปรายตามองเชนเสี้ยวแวบหนึ่ง ที่เห็นเด็กน่าสนใจในตอนนั้น ซึ่งไม่คิดว่าจะมาอยู่ที่นี่… เมื่อเริ่มจดจำเชนได้แล้ว “ในเมื่อต้นไม้ชีวิตถูกจัดการแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องอยู่ที่นี่…ไป!”
เมื่อพึมพำกับตนเองอีกประโยค “หวังว่าเราจะหาโอกาสพูดคุยกัน เจ้าหนุ่ม!” วูม! ครืน! ร่างนั้นอาบแสงสายฟ้า จะพาคนของพวกเขาหายไปอย่างรวดเร็ว
ภาพที่ทุกคนมองต้นไม้ชีวิต กำลังพังทลาย แหลกสลาย เกาะทรุดพังครืน เริ่มทรุดลงสู่ ก้นทะเลลึก ต่อหน้าครรลองสายตาพวกเขา
เหมือนจะไม่มีใครสังเกตเห็น ชายผ้าคลุมขาดสีสกปรก ลอยอยู่สูงเหนือเกาะ เก็บเกี่ยวพลังเมล็ดพันธุ์ไป
มันจะมองสายตาลึกล้ำมาที่เชน “มีคนเห็นพลังที่ข้าเก็บเกี่ยว ด้วยงั้นหรือ?” แล้วมันก็เผยรอยยิ้มน่าหวาดกลัว ที่กล่าวออกมาประโยคสุดท้าย ก่อนร่างนั้นจะหายไป “ในที่สุด ข้าก็เจอราชาที่แท้จริงแล้ว!”
ทันใดร่างนั้นจะแหวกมิติ หายไปทันที ชนิดแทบไม่มีใครจับสังเกตเห็น คนภายในผ้าคลุมปริศนานั้น
อาเวย พลางสะกิดแขนเชน น้อยๆ “เจ้ามัว เหม่อลอย อะไรของเจ้าอยู่กัน เชน รีบพารุ่นพี่จ้านสวีจี ไปห้องพยาบาลก่อนเร็วเข้า”
เชนหรี่ดวงตา ใบหน้าดูจริงจังกล่าวถาม “เจ้าไม่เห็นพลัง ที่ไหลขึ้นไปบนฟ้างั้นหรือ?”
อาเวย หนุ่มหล่อกลับมาวางมาด เย็นชา อีกครั้งที่ขมวดคิ้ว “พูดอะไรของเจ้า?”
เชนเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ที่จบธุระ ภารกิจส่งมอบกระเป๋า มีผลชีวิตอยู่ถึง8ผล เหมือนการทดสอบกลางภาค พวกเขา…ก็จะจบลงทั้งแบบนี้ไปเลย