เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 52 จิ้งจอกสายฟ้า เสี่ยวไป๋

    หยางลี่ปล่อยพลังเซียนราชัน ระดับสูงเข้ากดดันเสี่ยวเทียนทันที !

    แต่เสี่ยวเทียนมีหรือที่จะถูกกดดัน ด้วยพลังเทพเจ้ามากมาย เสี่ยวเทียนเลือกใช้พลังเทพโอซิริสเจ้ายมโลก โดยเตรียมเดินพลังเทพเอาไว้จนเต็มไว้ที่หมัดขวา แต่แสร้งว่าเป็นถูกกดดันทำให้ ต้องคุกเข่ากับพื้นไปข้างหนึ่ง หยางลี่ส่งเสียงหัวเราะดังลั่น

    “  ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขั้นปราณเทพ จะมาสู้อะไรกับ ขั้นเซียนราชันระดับสูงอย่างข้าได้ วันนี้ข้าจะให้ก้มคุกเข่าทั้งสองข้าง แล้วยอมรับว่าสู้ข้าไม่ได้ทั้งกายและใจ”  หยางลี่เคลื่อนตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว แล้วใช้มือขวาตบไปที่หัว เสี่ยวเทียน !!

    ศิษย์พี่รองเห็นแล้วโกรธยิ่งนักแต่ก็ขึ้นไปบนเวทีไม่ได้  ส่วนธิดาเทพถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหวไหลออกมา

    แต่มีอาคารชั้นสองของอาคารเทพเจ้า ท่านสังฆราช  ยืนอยู่กับเทพบุตรวิหารศักดิ์สิทธิ์ จ้องมองอยู่เช่นกัน

    “ หยางลี่ประมาทไปแล้ว”  เทพบุตรวิหารศักดิ์สิทธิ์ เค่อจิ้งหนาน เอ่ยอย่างใจเย็น

    “ หวังว่าครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำหรับเขา เข้าในในแดนมหาเทพ เทวาสถิตย์ เจ้าต้องคอย สั่งสอนพวกมันอย่าประมาทเช่นนี้อีก” สังฆราชเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม

    ในจังหวะที่ฝ่ามือของหยางลี่จะโดนศรีษะเสี่ยวเทียน ก็มีหมัดที่เปี่ยมด้วยพลังเทพจากแดนไอยคุปต์ อัดเสยออกมา  เปรี้ยง !!  หมัดเข้าปลายคาง   ของหยางลี่จนลอยขึ้นไปบนฟ้า หลับนิ่งกลางอากาศ แล้วร่วงมาที่พื้นเวที  เสียงดัง  ตุบ !!

    ทุกคนล้วนตะลึงกับภาพนี้ ร่างหยางลี่สงบนิ่ง หลับตา หมดสติ จนลูกน้องอีกสองคนต้องรีบขึ้นมาพยุงให้ลุกขึ้น พอมีสติกลับมา ก็ทำท่าจะสู้ต่อ

    “ ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านถูกต่อยสลบไป ท่านแพ้แล้ว”  ฮั่วฉีรีบบอกก่อนที่หยางลี่จะทำอะไรขายหน้าออกไป

    “ หา ข้าแพ้แล้วหรือนี่  เสี่ยวเทียนแกมัน หลอกข้า!!”

    “ นั่นเป็นเพียงท่าหมัดเริ่มต้นของข้าเท่านั้น” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้ม

    “ ฮึ่ม แกแน่มาก”  หยางลี่โยนถุงเงิน สองล้านเหรียญทองให้เสี่ยวเทียนเสร็จ แล้วก็กระโดดลงเวทีหนีหายไป เสี่ยวเทียนเก็บถุงเงินขึ้นมาอย่างมีความสุข

    “ เจ้านี้ร้ายนักนะ หลอกแม้แต่ศิษย์พี่ของเจ้าเองด้วย” ธิดาเทพเอ่ยออกมาหลังจากที่เห็น ศิษย์พี่รองแสดงอาการร้อนรน อย่างสุดๆ

    “ ต้องขออภัย หากไม่ทำเช่นนี้ พลังข้ายังไม่ถึงขั้นเซียน จะไปปะทะตรงๆ คงยากที่จะเอาชนะได้โดยง่าย” 

    “ เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว พวกเราไปร้านจักรวาลยุทธ์กัน แล้วรีบกลับสำนักกันได้เลย อาจารย์เร่งมา ให้รีบกลับ” ศิษย์พี่รองเอ่ยจบ ก็ประสานมืออำลา ธิดาเทพด้วยความอาลัย

    ร้านจักรวาลยุทธ์

    “ เจอกันอีกแล้ว คุณชายทั้งสอง วันนี้ไม่ทราบมีอะไรให้ร้านเรารับใช้” เถ้าแก่ร้านออกมาทักทายทันที ที่เสี่ยวเทียนกับศิษย์พี่รองปรากฏ

    “ ข้าต้องการไข่มุกอัสนี”

    “ นี่คุณชายทั้งสองก็จะออกล่า สุนัขจิ้งจอกสายฟ้ากับเขาด้วยรึ?”

    “ จิ้งจอกสายฟ้า?”

    “ ใช่ เวลานี้พวกยอดยุทธ์ทั้งหลายกำลังรวมตัวกันตามล่า แม่สุนัขจิ้งจอกสายฟ้าที่บาดเจ็บและกำลังท้องด้วย เวลานี้ชายป่าเทวะบรรพกาล มีพวกยอดยุทธ์มาซื้อ ไข่มุกอัสนีไปจนหมดแล้ว”

    “ พวกเขาจะเอาไปทำไมกัน”

    “ ก็จิ้งจอกสายฟ้ามันปล่อยพลังสายฟ้าออกมา มีแต่ไข่มุกอัสนี ที่สามารถดูดพลังอัสนีสายฟ้าเอาไว้ได้ ทำให้ไม่ได้รับอันตราย จะได้สามารถจับตัวสุนัขจิ้งจอกสายฟ้า กันได้ง่ายขึ้นยังไงล่ะ”  เถ้าแก่ร้านอธิบาย

    “ แล้วพวกเขาจะจับ แม่สุนัขจิ้งจอกไปทำไมกัน” เสี่ยวเทียนยิ่งสงสัยอีก

    “  พวกชาวยุทธ์พวกนี้ ต้องการลูกสุนัขจิ้งจอกสายฟ้า นำมาเลี้ยง จิ้งจอกสายฟ้าหากมันเกิดมาครั้งแรก มันจะมีพลังเทียบเท่ากับ พลังปราณเซียนระดับต้นเลยทีเดียว ดังนั้นชาวยุทธ์เหล่านี้จึงอยากที่จะได้คิดล่าแม่จิ้งจอกสายฟ้า แล้วพาลูกจิ้งจอกไปเลี้ยง หากมันเห็นใครเป็นคนแรกมันจะคิดว่า คนนั้นคือแม่ของมัน ดังนั้น  เหล่าชาวยุทธ์ทั้งหลาย จึงอยากได้มันไปเป็นสัตว์เลี้ยงส่วนตัว”

    “ ชั่วช้ากันนัก ฆ่าแม่เอาลูกไปเลี้ยง เถ้าแก่ป่าเทวะบรรพกาลอยู่ที่ไหน ข้าจะไปหยุดพวกมันเอง” เสี่ยวเทียนพูดด้วยความสงสารแม่สุนัขจิ้งจอกจับใจ

    “ อยู่ไม่ห่างจากสำนักของเราเท่าไรนัก” ศิษย์พี่รองตอบแทนเถ้าแก่ร้าน

    “ ดี ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ อ้อ ที่ร้านท่านมีเพชรสีน้ำเงินเม็ดใหญ่เท่ากับไข่ไก่บ้างหรือไม่?” 

    “ คุณชายน้อยล้อข้าเล่นแล้ว เพชรใหญ่ขนาดนั้น ข้าไม่เคยพบมาก่อนในชีวิต แล้วก็ยังไม่เคยเห็นใครมีครอบครัวด้วย” เถ้าแก่ร้านเอ่ยความจริง

    “ ไม่เป็นไร ขอตัว”  เสี่ยวเทียนขึ้นเรือเหาะที่ซื้อมา มุ่งหน้าไปที่ป่าเทวะบรรพกาลก่อน ยังไม่กลับสำนัก

    “ ศิษย์พี่รอง ป่าเทวะบรรพกาลมีคนอยู่บ้างไหม”

    “ ไม่รู้หรอก เพราะว่าทางเข้ามันมีค่ายกลธรรมชาติ มาปิดกั้นเอาไว้ ข้าเองยังสงสัย ตัวตนระดับเซียนจิ้งจอกจะหลุดออกมาให้มนุษย์เหล่านี้ล่าได้ยังไง?”

    “ พวกเซียนจิ้งจอกนั้นเก่งมากเลยเหรอ?”

    “ ถ้าเทียบพลังเซียนที่ใช้ นั้นก็ต่างกันแล้ว เซียนมนุษย์ มีจุดชีพจรที่เปิดพลังออกมา เทียบได้ประมาณ 1,200 จุด แต่เซียนอสูรปีศาจพวกนี้ จุดชีพจรของพวกมันเปิดออกมา ถึง 1,500 จุด เทียบกันแล้วสู้กันไม่ได้ เพราะพื้นฐานร่างกายของพวกมันแข็งแรงกว่ามนุษย์มากนัก  แต่ว่ามนุษย์มีอาวุธเซียนที่เหนือกว่า จึงได้อยู่บนห่วงโซ่เหนือกว่าพวก เซียนอสูรเหล่านี้”

    “ แล้วอย่างข้านี่มีจุดชิพจรที่เปิดอยู่เท่าไรเนี่ย”  เสี่ยวเทียนสงสัยตัวเอง

    “ หากเป็นระดับปราณจักรพรรดิ อย่างเจ้าก็ไม่น่าเกิน 800 จุด” ศิษย์พี่อธิบาย

    เสี่ยวเทียนกับศิษย์พี่รองมาถึงแนวชายป่าเทวะบรรพกาล ก็เริ่มพบเห็นผู้คนมากันหลายร้อยคน แต่ละคนแต่งกายคล้ายพวกนายพราน แขวนสร้อยกระดูกสัตว์ สวมหมวก ใส่รองเท้าหนัง ถือหน้าไม้ ธนู พกดาบ ถือขวาน มีอาวุธ กันครบทุกคน เดินสำรวจกันไปทั่วทั้งแนวชายขอบป่า แต่หน้าแปลก ไม่มีใครกล้าเข้าไปใน ส่วนในของป่าเทวะบรรพกาล ซึ่งเต็มไปด้วยป่าทึบ มองด้านในไม่เห็นสิ่งใดเลย

    “ เสี่ยวเทียน ระวังตัวด้วย ที่นี่มีพวกสำนักยุทธ์หลายสำนัก ไม่ใช่มีแต่พวกชาวบ้านหรือนายพราน พวกนี้ยังมีคนในราชสำนัก มากันอีกหลายกลุ่ม องค์ชายห้าก็มากับเขาด้วย”   ศิษย์พี่รองมองไปรอบๆ เห็นคนเข้ามาแนวชายป่ากันมากขึ้น  เสี่ยวเทียนกับศิษย์พี่รอง เดินลงมาจากเรือเหาะ ก็เข้าไปหาพรานป่า ที่กำลังนั่งรวมกลุ่มกัน

    “ ตอนนี้มันจิ้งจอกแม่ลูกอ่อนมันหนีเข้าไปหลบซ่อนแนวเขตชายป่าด้านใน ซึ่งพวกเรายังไม่มีใครเข้าไปสำรวจมาก่อน ครั้งนี้อาจเป็นครั้งแรกที่พวกเราจะเข้าไป

    แต่ต้องบอกกันไว้ก่อน ใครสังหารจิ้งจอกแม่ลูกอ่อนได้จะได้ ห้าแสนเหรียญทองและทุกคนก็จะได้อีก ห้าแสนเหรียญทองเอามาแบ่งกัน”  ผู้ชายคนนี้เหมือนเป็นหัวหน้านายพรานกลุ่มนี้ ซึ่งความจริงยังมี อีกเกือบสิบกลุ่ม

    เสี่ยวเทียนยืนฟังอยู่รอบนอก ก็ส่งจิตเข้าไปตรวจสอบก็ยังไม่พบ จิ้งจอกแม่ลูกอ่อนตามที่พวกเขาตามหากัน แต่เห็นลูกแก้วอัสนี ที่คอของเหล่านายพรานทุกคนในที่นี่

    “ ไอ้หนู พวกเจ้าสองคนมาเล่นอะไรแถวนี้ รีบไปให้ไกลๆ เลยที่นี่ไม่ที่มาเดินเที่ยวเล่น” มีคนเดินออกมาไล่เสี่ยวเทียน กับศิษย์พี่รอง

    “ พี่ชาย เพียงแค่อยากสอบถามว่า มีท่านเคยเห็นสุนัขจิ้งจอกสายฟ้าจริงๆ รึ?”

    “ จริงๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ตัวมันใหญ่เท่าช้าง ขนสีเทา มีสัญลักษณ์สายฟ้าอยู่ที่หน้าผากของมัน หากมันอ้าปากจะมีสายฟ้าออกมา!   เจ้าหนูเป็นเด็กเป็นเล็ก ไปเล่นที่อื่น หากเข้ามาใกล้ โดนเหยียบแบน จะหาว่าข้าไม่เตือน” พวกนายพรานกลุ่มนี้เอ่ยเสร็จก็ เคลื่อนตัวเข้าไปในป่าเทวะบรรพกาลผ่านชายป่าเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง ทุกคนเห็นแล้วก็แห่พุ่งตัวตามไป กลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าไปถึงตัว  จิ้งจอกสายฟ้าแม่ลูกอ่อนตัวนี้ก่อน เสี่ยวเทียนเห็น องค์ชายห้า กับ อาจารย์หยวนฟาง ก็พุ่งตัวตามไป แต่ที่น่าตกใจกลับเห็น ธิดาเทพ ก็มากับเขาด้วย

    “ มาได้ยังไงกันเนี่ย?” ธิดาเทพลอยตัวมาพร้อมกับชายหนุ่มหล่อผู้หนึ่งและพวกหยางลี่ ฮั่วฉีและจางซัน

    “ นี่คือเทพบุตรสำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ของเรา เค่อจิ้งหนาน”  ธิดาเทพเปิดตัวชายหนุ่มผู้หล่อเหลา 

    “ ได้เจอกันเสียทีนะเสี่ยวเทียน หวังว่าครั้งนี้ เราคงไม่แย่งชิงกัน เพื่อ จิ้งจอกน้อยตัวนี้นะ?”

    “ ทำไมต้องแย่งชิงกันด้วย?”  เสี่ยวเทียนงง เพราะเขาคิดแค่จะมาช่วยแม่จิ้งจอกเท่านั้น

    “ ฮ่า ฮ่า เด็กน้อยก็ยังเป็นเด็กน้อยจริง ๆ ไม่คิดแย่งชิง แล้วเจ้ามาเที่ยวหรือยังไง”หยางลี่เอ่ยเสียงแทรกเข้ามาอีก

    “ ข้ามาเพื่อช่วยแม่จิ้งจอกสายฟ้า ไม่ให้ลูกกับแม่ แยกจากกัน”เสี่ยวเทียนเสียงเยียบเย็น ทำเอาคนอื่นถึงกับอึ้ง ไปพัก

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าพูดเช่นนี้ใครเขาจะเชื่อ” หยางลี่รู้สึกตัวก็หัวเราะออกมา

    “ พี่สาว ธิดาเทพข้าหวังว่าท่านคงไม่คิดจะฆ่าแม่จิ้งจอกแล้วเอาลูกมันไปเป็นสัตว์เลี้ยงใช่ไหม” 

    “ ไม่หรอก ข้าเองไม่เคยเห็นจิ้งจอกสายฟ้าปรากฏตัวมาก่อน แค่มาดู แต่ก็ยังไม่กล้าหาญเปิดเผยตน กล้าปกป้อง แม่จิ้งจอกเหมือนอย่างเจ้า สองศิษย์พี่น้อง”

    “ พวกเรา จะพยายามเท่าที่จะทำได้” ศิษย์พี่รองเอ่ยออกมาบ้าง

    ทันใดนั้นก็มีขบวนเรือลอยมาจากฟ้า พุ่งลงมาที่ป่าเทวะบรรพกาลอีกกลุ่มโผล่ขึ้นมา เป็นคนนของวังเทพบิดรปรากฏมา มีเทพบุตรเยว่เหอ กับอาจารย์หวังเต้าและเหล่าศิษย์มาอีกเกือบร้อยคน

    เทพบุตรเย่วเหอ ยังลอยตัวอยู่บนเรือเหาะ ไม่แม้แต่จะเหลือบมองมาทางกลุ่มของเสี่ยวเทียน

    “ นั่นใช้โจทย์ของเจ้าหรือเปล่า เสี่ยวเทียน” ศิษย์พี่รองเอ่ยถามเบาๆ

    “ คงใช่”  เสี่ยวเทียนไม่ใส่ใจ

    ทันใดนั้น ก็มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดออกมาจากกลุ่มนายพรานกองหน้าที่เข้าไปในป่าเทวะบรรพกาล แต่ละคนต่างวิ่งหนีออกมา กันหน้าตาตื่นตกใจ มีหลายคน

    แขนเหลือข้างเดียวเลือดอาบ ขณะที่จะเข้าไปถาม ก็เห็นสุนัขจิ้งจอกสีเงิน ตัวใหญ่ยักษ์ อ้าปากมีประกายสายฟ้า พุ่งออกมาเข้าใส่ กลุ่มหน่วยกล้าตาย

    บางคนมีไข่มุกอัสนี จึงไม่เป็นอะไร แต่ก็ไม่พ้นถูกกัดกระชากแขนขาด กรงเล็บข่วน คราวนี้พวกจอมยุทธ์ทั้งหลายก็เข้ามา ช่วยคนเจ็บต่างระดมใช้อาวุธ ทั้งหน้าไม้ แล้ว อาวุธเซียน ต่างระดมยิงเข้าใส่ จิ้งจอกสายฟ้า จนต้องถอยกลับเข้าไปในป่าเทวะบรรพกาล ชั้นใน

    ทุกๆ คนพุ่งตัวเข้าตามไปอย่างไม่ลดละ แต่ว่าพอจะตามเข้าไปในป่าเทวะบรรพกาลชั้นใน กลับถูกพลังบางอย่างกระแทกออกมา อย่างน่าอัศจรรย์ มีแต่เสี่ยวเทียนเท่านั้นที่แปลงร่างกลายเป็นลมแล้วพุ่งผ่านเข้าไปโดยไม่มีใครรู้ พอเข้าไปด้านใน ก็พบกับ แม่จิ้งจอกสายฟ้าแม่ลูกอ่อน อยู่ในถ้ำที่มืดมิดแห่งหนึ่งในป่าเทวะบรรพกาลชั้นใน  หมาป่าแม่ลูกอ่อนนอนนิ่งสนิท ทั่วร่างมีบาดแผลเต็มไปหมด และหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว !!

    ข้างๆ ศพแม่จิ้งจอก  มีจิ้งจอกตัวน้อยตัวหนึ่งเดินเตาะแตะเข้าไปกินนมแม่ พอกินอิ่มแล้ว  มันก็เท้าหน้าเขี่ย หน้าแม่อยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็เอาลิ้นเลียบาดแผลให้ศพแม่จิ้งจอก  แต่ว่า แม่จิ้งจอกนั้นตายไปแล้วจึงไม่รู้สึกอะไรอีก จนจิ้งจอกตัวน้อยเหนื่อยจึงเดินเข้าไปซุกที่หน้าอกของแม่จิ้งจอกจนหลับไป อีก

    เสี่ยวเทียนมองเห็นวิญญาณแม่จิ้งจอกยังลอยตัวอยู่รอบๆ  คอยดูแลป้องกันภัยไม่ให้ใครเข้ามาทำร้ายลูกของนางได้ พอเห็นเสี่ยวเทียน ก็กลายร่างเป็นจิ้งจอกตัวใหญ่พุ่งมายืนตรงหน้า อ้าปากขู่มิให้เสี่ยวเทียนเข้ามาใกล้

    “ไม่ต้องกลัว ข้ามาช่วย ไม่ได้มาทำร้ายเจ้า” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกไปด้วยความจริงใจ

    “ ท่านพูดภาษาข้าได้ด้วย” แม่จิ้งจอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

    “ ท่านตายไปแล้ว ทำไมถึงมีกายหยาบ ออกไปทำร้ายผู้คนได้?”

    “ ข้าใช้พลังเฮือกสุดท้ายของชีวิต เพื่อปกป้องเขา มิให้ใครมาทำร้าย ข้าจึงสร้างกายหยาบขึ้นมาได้ แต่ว่าคงอีกไม่นาน วิญญาณของข้าต้องแหลกสลายไป ไม่อาจอยู่ดูแลเขาได้อีกแล้ว”  แม่จิ้งจอกเอ่ยออกมาแล้วหันไปมองลูกจิ้งจอกน้อย ยังนอนอยู่กับศพแม่จิ้งจอกโดยไม่รู้ว่า แม่ที่ให้นมตัวเองนั้น ได้ตายไปแล้วกว่า 7 วัน

    “ อาจารย์ช่วยชุบชีวิตให้ แม่จิ้งจอกฟื้นขึ้นมาได้ไหม?”  เสี่ยวเทียนถามอาจารย์ลู่เอิน 

    “ ถ้าตายภายในสามวัน ยาชุบชีวิตของเจ้าแม่กวนอิมยังพอรักษาให้ฟื้นได้ แต่ตายมาแล้วกว่าเจ็ดวัน คงช่วยอะไรไม่ได้ และ นางได้ใช้ตบะเซียนของตนมอบพลังชีวิตให้เจ้าจิ้งจอกน้อยจนหมด แล้วใช้พลังเฮือกสุดท้ายรักษาศพ กับ สร้างกายหยาบเพื่อปกป้องลูกของนางอีก คงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว”

    อาจารย์ลู่เอินเอ่ยไปตามตรง

    “ นางจิ้งจอก เจ้ามีอะไรอยากจะขอ ก็บอกมา ลูกศิษย์ของข้า จะทำให้คำขอของเจ้าให้ลุล่วงไป”  อาจารย์ลู่เอินให้คำมั่นกับนางจิ้งจอกสายฟ้า

    “ ข้าอยากฝากลูกของข้าให้ท่านดูแลเขาด้วย ข้าหวังว่าวันหนึ่งที่เขาโตขึ้น จะกลับมาช่วยปลดปล่อยชนเผ่าของจิ้งจอกสายฟ้า จากเผ่าหมาป่าสวรรค์ด้วย”

    แม่จิ้งจอกใช้ขาหน้าราบไปกับพื้นก้มหัวให้เสี่ยวเทียน กับอาจารย์ลู่เอิน

    “ ไม่ต้องห่วง ข้าจะคอยดูแลเขา เหมือนน้องชายแท้ๆ ของข้าเองเมื่อเขาเติบโต ข้าจะพาเข้ากลับชนเผ่า แล้วช่วยเขาปฏิบัติภารกิจตามที่ท่านได้สั่งเอาไว้” เสี่ยวเทียนให้สัญญากับนางจิ้งจอกอย่างหนักแน่น แล้วนางจิ้งจอกก็เข้าไปเอาหัวไปคลอเคลียกับ จิ้งจอกน้อยที่กำลังหลับ  แล้วร่างของนางก็ค่อยๆ สลายหายไปกลายเป็นดวงดาวพุ่งขึ้นไปสู่ท้องฟ้า 

    เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แล้ววิ่งไปเตาะแตะไปมารอบๆ ศพของแม่ตัวเอง เสี่ยวเทียนเดินไปจะจับมันกลับไป มันไม่ยอมไป มันใช้ปากที่ไม่มีแม้แต่ฟัน  กัดเข้าที่มือของเสี่ยวเทียนไม่ยอมปล่อย แต่เสี่ยวเทียนก็อุ้มมันขึ้นมาทั้งที่โดนมันกัดคาปากอยู่ แล้วร่างของแม่จิ้งจอกก็ค่อยๆสลายหายไป

    เจ้าจิ้งจอกน้อยเห็นอย่างนั้น มันคลายปากออกจากเสี่ยวเทียนส่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวนน่าสงสาร มันพยายาม ตะกายกลับไปมองหาร่างของแม่จิ้งจอก มันหันซ้ายหันขวา แล้วร้องครางอย่างเศร้าสร้อย

    “ แม่เจ้าไปอยู่ที่สงบแล้ว ต่อไปเจ้าต้องอยู่กับข้า ไม่ต้องกลัวข้าจะเลี้ยงดูเจ้าเอง”  เจ้าจิ้งจอกน้อยหันมามองหน้าเสี่ยวเทียน แล้วน้ำตามันก็ไหลออกมา เหมือนมันจะถามว่า แม่ไปไหน ? แม่ไปไหน ?

    “ แม่เจ้าไปสวรรค์แล้ว ต่อไปข้าคือพี่ชายของเจ้า ข้าชื่อเฉินเสี่ยวเทียน เจ้าชื่ออะไรดีน้า...” เสี่ยวเทียนยกมันขึ้นมาเพื่อจะดูว่ามันเป็นเพศอะไร  เพศผู้ !!

    “  ต่อไปเจ้าชื่อเฉินเสี่ยวไป๋ !  ข้าจะเรียกเจ้าว่าไป๋น้อย ก็แล้วกัน”  เสี่ยวเทียนอุ้มมันมาไว้ในอก ไป๋น้อยพอจะเข้าใจทุกอย่างแล้ว  จึงซุกไปในอกของเสี่ยวเทียน ในสภาพสะอึก สะอื้นไห้ น้ำตาไหลไม่หยุด เพราะยังคงคิดถึงแม่ของมันอยู่...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน