หยางลี่ปล่อยพลังเซียนราชัน ระดับสูงเข้ากดดันเสี่ยวเทียนทันที !
แต่เสี่ยวเทียนมีหรือที่จะถูกกดดัน ด้วยพลังเทพเจ้ามากมาย เสี่ยวเทียนเลือกใช้พลังเทพโอซิริสเจ้ายมโลก โดยเตรียมเดินพลังเทพเอาไว้จนเต็มไว้ที่หมัดขวา แต่แสร้งว่าเป็นถูกกดดันทำให้ ต้องคุกเข่ากับพื้นไปข้างหนึ่ง หยางลี่ส่งเสียงหัวเราะดังลั่น
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขั้นปราณเทพ จะมาสู้อะไรกับ ขั้นเซียนราชันระดับสูงอย่างข้าได้ วันนี้ข้าจะให้ก้มคุกเข่าทั้งสองข้าง แล้วยอมรับว่าสู้ข้าไม่ได้ทั้งกายและใจ” หยางลี่เคลื่อนตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว แล้วใช้มือขวาตบไปที่หัว เสี่ยวเทียน !!
ศิษย์พี่รองเห็นแล้วโกรธยิ่งนักแต่ก็ขึ้นไปบนเวทีไม่ได้ ส่วนธิดาเทพถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหวไหลออกมา
แต่มีอาคารชั้นสองของอาคารเทพเจ้า ท่านสังฆราช ยืนอยู่กับเทพบุตรวิหารศักดิ์สิทธิ์ จ้องมองอยู่เช่นกัน
“ หยางลี่ประมาทไปแล้ว” เทพบุตรวิหารศักดิ์สิทธิ์ เค่อจิ้งหนาน เอ่ยอย่างใจเย็น
“ หวังว่าครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำหรับเขา เข้าในในแดนมหาเทพ เทวาสถิตย์ เจ้าต้องคอย สั่งสอนพวกมันอย่าประมาทเช่นนี้อีก” สังฆราชเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
ในจังหวะที่ฝ่ามือของหยางลี่จะโดนศรีษะเสี่ยวเทียน ก็มีหมัดที่เปี่ยมด้วยพลังเทพจากแดนไอยคุปต์ อัดเสยออกมา เปรี้ยง !! หมัดเข้าปลายคาง ของหยางลี่จนลอยขึ้นไปบนฟ้า หลับนิ่งกลางอากาศ แล้วร่วงมาที่พื้นเวที เสียงดัง ตุบ !!
ทุกคนล้วนตะลึงกับภาพนี้ ร่างหยางลี่สงบนิ่ง หลับตา หมดสติ จนลูกน้องอีกสองคนต้องรีบขึ้นมาพยุงให้ลุกขึ้น พอมีสติกลับมา ก็ทำท่าจะสู้ต่อ
“ ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านถูกต่อยสลบไป ท่านแพ้แล้ว” ฮั่วฉีรีบบอกก่อนที่หยางลี่จะทำอะไรขายหน้าออกไป
“ หา ข้าแพ้แล้วหรือนี่ เสี่ยวเทียนแกมัน หลอกข้า!!”
“ นั่นเป็นเพียงท่าหมัดเริ่มต้นของข้าเท่านั้น” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้ม
“ ฮึ่ม แกแน่มาก” หยางลี่โยนถุงเงิน สองล้านเหรียญทองให้เสี่ยวเทียนเสร็จ แล้วก็กระโดดลงเวทีหนีหายไป เสี่ยวเทียนเก็บถุงเงินขึ้นมาอย่างมีความสุข
“ เจ้านี้ร้ายนักนะ หลอกแม้แต่ศิษย์พี่ของเจ้าเองด้วย” ธิดาเทพเอ่ยออกมาหลังจากที่เห็น ศิษย์พี่รองแสดงอาการร้อนรน อย่างสุดๆ
“ ต้องขออภัย หากไม่ทำเช่นนี้ พลังข้ายังไม่ถึงขั้นเซียน จะไปปะทะตรงๆ คงยากที่จะเอาชนะได้โดยง่าย”
“ เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว พวกเราไปร้านจักรวาลยุทธ์กัน แล้วรีบกลับสำนักกันได้เลย อาจารย์เร่งมา ให้รีบกลับ” ศิษย์พี่รองเอ่ยจบ ก็ประสานมืออำลา ธิดาเทพด้วยความอาลัย
ร้านจักรวาลยุทธ์
“ เจอกันอีกแล้ว คุณชายทั้งสอง วันนี้ไม่ทราบมีอะไรให้ร้านเรารับใช้” เถ้าแก่ร้านออกมาทักทายทันที ที่เสี่ยวเทียนกับศิษย์พี่รองปรากฏ
“ ข้าต้องการไข่มุกอัสนี”
“ นี่คุณชายทั้งสองก็จะออกล่า สุนัขจิ้งจอกสายฟ้ากับเขาด้วยรึ?”
“ จิ้งจอกสายฟ้า?”
“ ใช่ เวลานี้พวกยอดยุทธ์ทั้งหลายกำลังรวมตัวกันตามล่า แม่สุนัขจิ้งจอกสายฟ้าที่บาดเจ็บและกำลังท้องด้วย เวลานี้ชายป่าเทวะบรรพกาล มีพวกยอดยุทธ์มาซื้อ ไข่มุกอัสนีไปจนหมดแล้ว”
“ พวกเขาจะเอาไปทำไมกัน”
“ ก็จิ้งจอกสายฟ้ามันปล่อยพลังสายฟ้าออกมา มีแต่ไข่มุกอัสนี ที่สามารถดูดพลังอัสนีสายฟ้าเอาไว้ได้ ทำให้ไม่ได้รับอันตราย จะได้สามารถจับตัวสุนัขจิ้งจอกสายฟ้า กันได้ง่ายขึ้นยังไงล่ะ” เถ้าแก่ร้านอธิบาย
“ แล้วพวกเขาจะจับ แม่สุนัขจิ้งจอกไปทำไมกัน” เสี่ยวเทียนยิ่งสงสัยอีก
“ พวกชาวยุทธ์พวกนี้ ต้องการลูกสุนัขจิ้งจอกสายฟ้า นำมาเลี้ยง จิ้งจอกสายฟ้าหากมันเกิดมาครั้งแรก มันจะมีพลังเทียบเท่ากับ พลังปราณเซียนระดับต้นเลยทีเดียว ดังนั้นชาวยุทธ์เหล่านี้จึงอยากที่จะได้คิดล่าแม่จิ้งจอกสายฟ้า แล้วพาลูกจิ้งจอกไปเลี้ยง หากมันเห็นใครเป็นคนแรกมันจะคิดว่า คนนั้นคือแม่ของมัน ดังนั้น เหล่าชาวยุทธ์ทั้งหลาย จึงอยากได้มันไปเป็นสัตว์เลี้ยงส่วนตัว”
“ ชั่วช้ากันนัก ฆ่าแม่เอาลูกไปเลี้ยง เถ้าแก่ป่าเทวะบรรพกาลอยู่ที่ไหน ข้าจะไปหยุดพวกมันเอง” เสี่ยวเทียนพูดด้วยความสงสารแม่สุนัขจิ้งจอกจับใจ
“ อยู่ไม่ห่างจากสำนักของเราเท่าไรนัก” ศิษย์พี่รองตอบแทนเถ้าแก่ร้าน
“ ดี ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ อ้อ ที่ร้านท่านมีเพชรสีน้ำเงินเม็ดใหญ่เท่ากับไข่ไก่บ้างหรือไม่?”
“ คุณชายน้อยล้อข้าเล่นแล้ว เพชรใหญ่ขนาดนั้น ข้าไม่เคยพบมาก่อนในชีวิต แล้วก็ยังไม่เคยเห็นใครมีครอบครัวด้วย” เถ้าแก่ร้านเอ่ยความจริง
“ ไม่เป็นไร ขอตัว” เสี่ยวเทียนขึ้นเรือเหาะที่ซื้อมา มุ่งหน้าไปที่ป่าเทวะบรรพกาลก่อน ยังไม่กลับสำนัก
“ ศิษย์พี่รอง ป่าเทวะบรรพกาลมีคนอยู่บ้างไหม”
“ ไม่รู้หรอก เพราะว่าทางเข้ามันมีค่ายกลธรรมชาติ มาปิดกั้นเอาไว้ ข้าเองยังสงสัย ตัวตนระดับเซียนจิ้งจอกจะหลุดออกมาให้มนุษย์เหล่านี้ล่าได้ยังไง?”
“ พวกเซียนจิ้งจอกนั้นเก่งมากเลยเหรอ?”
“ ถ้าเทียบพลังเซียนที่ใช้ นั้นก็ต่างกันแล้ว เซียนมนุษย์ มีจุดชีพจรที่เปิดพลังออกมา เทียบได้ประมาณ 1,200 จุด แต่เซียนอสูรปีศาจพวกนี้ จุดชีพจรของพวกมันเปิดออกมา ถึง 1,500 จุด เทียบกันแล้วสู้กันไม่ได้ เพราะพื้นฐานร่างกายของพวกมันแข็งแรงกว่ามนุษย์มากนัก แต่ว่ามนุษย์มีอาวุธเซียนที่เหนือกว่า จึงได้อยู่บนห่วงโซ่เหนือกว่าพวก เซียนอสูรเหล่านี้”
“ แล้วอย่างข้านี่มีจุดชิพจรที่เปิดอยู่เท่าไรเนี่ย” เสี่ยวเทียนสงสัยตัวเอง
“ หากเป็นระดับปราณจักรพรรดิ อย่างเจ้าก็ไม่น่าเกิน 800 จุด” ศิษย์พี่อธิบาย
เสี่ยวเทียนกับศิษย์พี่รองมาถึงแนวชายป่าเทวะบรรพกาล ก็เริ่มพบเห็นผู้คนมากันหลายร้อยคน แต่ละคนแต่งกายคล้ายพวกนายพราน แขวนสร้อยกระดูกสัตว์ สวมหมวก ใส่รองเท้าหนัง ถือหน้าไม้ ธนู พกดาบ ถือขวาน มีอาวุธ กันครบทุกคน เดินสำรวจกันไปทั่วทั้งแนวชายขอบป่า แต่หน้าแปลก ไม่มีใครกล้าเข้าไปใน ส่วนในของป่าเทวะบรรพกาล ซึ่งเต็มไปด้วยป่าทึบ มองด้านในไม่เห็นสิ่งใดเลย
“ เสี่ยวเทียน ระวังตัวด้วย ที่นี่มีพวกสำนักยุทธ์หลายสำนัก ไม่ใช่มีแต่พวกชาวบ้านหรือนายพราน พวกนี้ยังมีคนในราชสำนัก มากันอีกหลายกลุ่ม องค์ชายห้าก็มากับเขาด้วย” ศิษย์พี่รองมองไปรอบๆ เห็นคนเข้ามาแนวชายป่ากันมากขึ้น เสี่ยวเทียนกับศิษย์พี่รอง เดินลงมาจากเรือเหาะ ก็เข้าไปหาพรานป่า ที่กำลังนั่งรวมกลุ่มกัน
“ ตอนนี้มันจิ้งจอกแม่ลูกอ่อนมันหนีเข้าไปหลบซ่อนแนวเขตชายป่าด้านใน ซึ่งพวกเรายังไม่มีใครเข้าไปสำรวจมาก่อน ครั้งนี้อาจเป็นครั้งแรกที่พวกเราจะเข้าไป
แต่ต้องบอกกันไว้ก่อน ใครสังหารจิ้งจอกแม่ลูกอ่อนได้จะได้ ห้าแสนเหรียญทองและทุกคนก็จะได้อีก ห้าแสนเหรียญทองเอามาแบ่งกัน” ผู้ชายคนนี้เหมือนเป็นหัวหน้านายพรานกลุ่มนี้ ซึ่งความจริงยังมี อีกเกือบสิบกลุ่ม
เสี่ยวเทียนยืนฟังอยู่รอบนอก ก็ส่งจิตเข้าไปตรวจสอบก็ยังไม่พบ จิ้งจอกแม่ลูกอ่อนตามที่พวกเขาตามหากัน แต่เห็นลูกแก้วอัสนี ที่คอของเหล่านายพรานทุกคนในที่นี่
“ ไอ้หนู พวกเจ้าสองคนมาเล่นอะไรแถวนี้ รีบไปให้ไกลๆ เลยที่นี่ไม่ที่มาเดินเที่ยวเล่น” มีคนเดินออกมาไล่เสี่ยวเทียน กับศิษย์พี่รอง
“ พี่ชาย เพียงแค่อยากสอบถามว่า มีท่านเคยเห็นสุนัขจิ้งจอกสายฟ้าจริงๆ รึ?”
“ จริงๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ตัวมันใหญ่เท่าช้าง ขนสีเทา มีสัญลักษณ์สายฟ้าอยู่ที่หน้าผากของมัน หากมันอ้าปากจะมีสายฟ้าออกมา! เจ้าหนูเป็นเด็กเป็นเล็ก ไปเล่นที่อื่น หากเข้ามาใกล้ โดนเหยียบแบน จะหาว่าข้าไม่เตือน” พวกนายพรานกลุ่มนี้เอ่ยเสร็จก็ เคลื่อนตัวเข้าไปในป่าเทวะบรรพกาลผ่านชายป่าเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง ทุกคนเห็นแล้วก็แห่พุ่งตัวตามไป กลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าไปถึงตัว จิ้งจอกสายฟ้าแม่ลูกอ่อนตัวนี้ก่อน เสี่ยวเทียนเห็น องค์ชายห้า กับ อาจารย์หยวนฟาง ก็พุ่งตัวตามไป แต่ที่น่าตกใจกลับเห็น ธิดาเทพ ก็มากับเขาด้วย
“ มาได้ยังไงกันเนี่ย?” ธิดาเทพลอยตัวมาพร้อมกับชายหนุ่มหล่อผู้หนึ่งและพวกหยางลี่ ฮั่วฉีและจางซัน
“ นี่คือเทพบุตรสำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ของเรา เค่อจิ้งหนาน” ธิดาเทพเปิดตัวชายหนุ่มผู้หล่อเหลา
“ ได้เจอกันเสียทีนะเสี่ยวเทียน หวังว่าครั้งนี้ เราคงไม่แย่งชิงกัน เพื่อ จิ้งจอกน้อยตัวนี้นะ?”
“ ทำไมต้องแย่งชิงกันด้วย?” เสี่ยวเทียนงง เพราะเขาคิดแค่จะมาช่วยแม่จิ้งจอกเท่านั้น
“ ฮ่า ฮ่า เด็กน้อยก็ยังเป็นเด็กน้อยจริง ๆ ไม่คิดแย่งชิง แล้วเจ้ามาเที่ยวหรือยังไง”หยางลี่เอ่ยเสียงแทรกเข้ามาอีก
“ ข้ามาเพื่อช่วยแม่จิ้งจอกสายฟ้า ไม่ให้ลูกกับแม่ แยกจากกัน”เสี่ยวเทียนเสียงเยียบเย็น ทำเอาคนอื่นถึงกับอึ้ง ไปพัก
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าพูดเช่นนี้ใครเขาจะเชื่อ” หยางลี่รู้สึกตัวก็หัวเราะออกมา
“ พี่สาว ธิดาเทพข้าหวังว่าท่านคงไม่คิดจะฆ่าแม่จิ้งจอกแล้วเอาลูกมันไปเป็นสัตว์เลี้ยงใช่ไหม”
“ ไม่หรอก ข้าเองไม่เคยเห็นจิ้งจอกสายฟ้าปรากฏตัวมาก่อน แค่มาดู แต่ก็ยังไม่กล้าหาญเปิดเผยตน กล้าปกป้อง แม่จิ้งจอกเหมือนอย่างเจ้า สองศิษย์พี่น้อง”
“ พวกเรา จะพยายามเท่าที่จะทำได้” ศิษย์พี่รองเอ่ยออกมาบ้าง
ทันใดนั้นก็มีขบวนเรือลอยมาจากฟ้า พุ่งลงมาที่ป่าเทวะบรรพกาลอีกกลุ่มโผล่ขึ้นมา เป็นคนนของวังเทพบิดรปรากฏมา มีเทพบุตรเยว่เหอ กับอาจารย์หวังเต้าและเหล่าศิษย์มาอีกเกือบร้อยคน
เทพบุตรเย่วเหอ ยังลอยตัวอยู่บนเรือเหาะ ไม่แม้แต่จะเหลือบมองมาทางกลุ่มของเสี่ยวเทียน
“ นั่นใช้โจทย์ของเจ้าหรือเปล่า เสี่ยวเทียน” ศิษย์พี่รองเอ่ยถามเบาๆ
“ คงใช่” เสี่ยวเทียนไม่ใส่ใจ
ทันใดนั้น ก็มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดออกมาจากกลุ่มนายพรานกองหน้าที่เข้าไปในป่าเทวะบรรพกาล แต่ละคนต่างวิ่งหนีออกมา กันหน้าตาตื่นตกใจ มีหลายคน
แขนเหลือข้างเดียวเลือดอาบ ขณะที่จะเข้าไปถาม ก็เห็นสุนัขจิ้งจอกสีเงิน ตัวใหญ่ยักษ์ อ้าปากมีประกายสายฟ้า พุ่งออกมาเข้าใส่ กลุ่มหน่วยกล้าตาย
บางคนมีไข่มุกอัสนี จึงไม่เป็นอะไร แต่ก็ไม่พ้นถูกกัดกระชากแขนขาด กรงเล็บข่วน คราวนี้พวกจอมยุทธ์ทั้งหลายก็เข้ามา ช่วยคนเจ็บต่างระดมใช้อาวุธ ทั้งหน้าไม้ แล้ว อาวุธเซียน ต่างระดมยิงเข้าใส่ จิ้งจอกสายฟ้า จนต้องถอยกลับเข้าไปในป่าเทวะบรรพกาล ชั้นใน
ทุกๆ คนพุ่งตัวเข้าตามไปอย่างไม่ลดละ แต่ว่าพอจะตามเข้าไปในป่าเทวะบรรพกาลชั้นใน กลับถูกพลังบางอย่างกระแทกออกมา อย่างน่าอัศจรรย์ มีแต่เสี่ยวเทียนเท่านั้นที่แปลงร่างกลายเป็นลมแล้วพุ่งผ่านเข้าไปโดยไม่มีใครรู้ พอเข้าไปด้านใน ก็พบกับ แม่จิ้งจอกสายฟ้าแม่ลูกอ่อน อยู่ในถ้ำที่มืดมิดแห่งหนึ่งในป่าเทวะบรรพกาลชั้นใน หมาป่าแม่ลูกอ่อนนอนนิ่งสนิท ทั่วร่างมีบาดแผลเต็มไปหมด และหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว !!
ข้างๆ ศพแม่จิ้งจอก มีจิ้งจอกตัวน้อยตัวหนึ่งเดินเตาะแตะเข้าไปกินนมแม่ พอกินอิ่มแล้ว มันก็เท้าหน้าเขี่ย หน้าแม่อยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็เอาลิ้นเลียบาดแผลให้ศพแม่จิ้งจอก แต่ว่า แม่จิ้งจอกนั้นตายไปแล้วจึงไม่รู้สึกอะไรอีก จนจิ้งจอกตัวน้อยเหนื่อยจึงเดินเข้าไปซุกที่หน้าอกของแม่จิ้งจอกจนหลับไป อีก
เสี่ยวเทียนมองเห็นวิญญาณแม่จิ้งจอกยังลอยตัวอยู่รอบๆ คอยดูแลป้องกันภัยไม่ให้ใครเข้ามาทำร้ายลูกของนางได้ พอเห็นเสี่ยวเทียน ก็กลายร่างเป็นจิ้งจอกตัวใหญ่พุ่งมายืนตรงหน้า อ้าปากขู่มิให้เสี่ยวเทียนเข้ามาใกล้
“ไม่ต้องกลัว ข้ามาช่วย ไม่ได้มาทำร้ายเจ้า” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกไปด้วยความจริงใจ
“ ท่านพูดภาษาข้าได้ด้วย” แม่จิ้งจอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ ท่านตายไปแล้ว ทำไมถึงมีกายหยาบ ออกไปทำร้ายผู้คนได้?”
“ ข้าใช้พลังเฮือกสุดท้ายของชีวิต เพื่อปกป้องเขา มิให้ใครมาทำร้าย ข้าจึงสร้างกายหยาบขึ้นมาได้ แต่ว่าคงอีกไม่นาน วิญญาณของข้าต้องแหลกสลายไป ไม่อาจอยู่ดูแลเขาได้อีกแล้ว” แม่จิ้งจอกเอ่ยออกมาแล้วหันไปมองลูกจิ้งจอกน้อย ยังนอนอยู่กับศพแม่จิ้งจอกโดยไม่รู้ว่า แม่ที่ให้นมตัวเองนั้น ได้ตายไปแล้วกว่า 7 วัน
“ อาจารย์ช่วยชุบชีวิตให้ แม่จิ้งจอกฟื้นขึ้นมาได้ไหม?” เสี่ยวเทียนถามอาจารย์ลู่เอิน
“ ถ้าตายภายในสามวัน ยาชุบชีวิตของเจ้าแม่กวนอิมยังพอรักษาให้ฟื้นได้ แต่ตายมาแล้วกว่าเจ็ดวัน คงช่วยอะไรไม่ได้ และ นางได้ใช้ตบะเซียนของตนมอบพลังชีวิตให้เจ้าจิ้งจอกน้อยจนหมด แล้วใช้พลังเฮือกสุดท้ายรักษาศพ กับ สร้างกายหยาบเพื่อปกป้องลูกของนางอีก คงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว”
อาจารย์ลู่เอินเอ่ยไปตามตรง
“ นางจิ้งจอก เจ้ามีอะไรอยากจะขอ ก็บอกมา ลูกศิษย์ของข้า จะทำให้คำขอของเจ้าให้ลุล่วงไป” อาจารย์ลู่เอินให้คำมั่นกับนางจิ้งจอกสายฟ้า
“ ข้าอยากฝากลูกของข้าให้ท่านดูแลเขาด้วย ข้าหวังว่าวันหนึ่งที่เขาโตขึ้น จะกลับมาช่วยปลดปล่อยชนเผ่าของจิ้งจอกสายฟ้า จากเผ่าหมาป่าสวรรค์ด้วย”
แม่จิ้งจอกใช้ขาหน้าราบไปกับพื้นก้มหัวให้เสี่ยวเทียน กับอาจารย์ลู่เอิน
“ ไม่ต้องห่วง ข้าจะคอยดูแลเขา เหมือนน้องชายแท้ๆ ของข้าเองเมื่อเขาเติบโต ข้าจะพาเข้ากลับชนเผ่า แล้วช่วยเขาปฏิบัติภารกิจตามที่ท่านได้สั่งเอาไว้” เสี่ยวเทียนให้สัญญากับนางจิ้งจอกอย่างหนักแน่น แล้วนางจิ้งจอกก็เข้าไปเอาหัวไปคลอเคลียกับ จิ้งจอกน้อยที่กำลังหลับ แล้วร่างของนางก็ค่อยๆ สลายหายไปกลายเป็นดวงดาวพุ่งขึ้นไปสู่ท้องฟ้า
เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แล้ววิ่งไปเตาะแตะไปมารอบๆ ศพของแม่ตัวเอง เสี่ยวเทียนเดินไปจะจับมันกลับไป มันไม่ยอมไป มันใช้ปากที่ไม่มีแม้แต่ฟัน กัดเข้าที่มือของเสี่ยวเทียนไม่ยอมปล่อย แต่เสี่ยวเทียนก็อุ้มมันขึ้นมาทั้งที่โดนมันกัดคาปากอยู่ แล้วร่างของแม่จิ้งจอกก็ค่อยๆสลายหายไป
เจ้าจิ้งจอกน้อยเห็นอย่างนั้น มันคลายปากออกจากเสี่ยวเทียนส่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวนน่าสงสาร มันพยายาม ตะกายกลับไปมองหาร่างของแม่จิ้งจอก มันหันซ้ายหันขวา แล้วร้องครางอย่างเศร้าสร้อย
“ แม่เจ้าไปอยู่ที่สงบแล้ว ต่อไปเจ้าต้องอยู่กับข้า ไม่ต้องกลัวข้าจะเลี้ยงดูเจ้าเอง” เจ้าจิ้งจอกน้อยหันมามองหน้าเสี่ยวเทียน แล้วน้ำตามันก็ไหลออกมา เหมือนมันจะถามว่า แม่ไปไหน ? แม่ไปไหน ?
“ แม่เจ้าไปสวรรค์แล้ว ต่อไปข้าคือพี่ชายของเจ้า ข้าชื่อเฉินเสี่ยวเทียน เจ้าชื่ออะไรดีน้า...” เสี่ยวเทียนยกมันขึ้นมาเพื่อจะดูว่ามันเป็นเพศอะไร เพศผู้ !!
“ ต่อไปเจ้าชื่อเฉินเสี่ยวไป๋ ! ข้าจะเรียกเจ้าว่าไป๋น้อย ก็แล้วกัน” เสี่ยวเทียนอุ้มมันมาไว้ในอก ไป๋น้อยพอจะเข้าใจทุกอย่างแล้ว จึงซุกไปในอกของเสี่ยวเทียน ในสภาพสะอึก สะอื้นไห้ น้ำตาไหลไม่หยุด เพราะยังคงคิดถึงแม่ของมันอยู่...