เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    อาจารย์ผู้ชี้นำ

    เซียนกระบี่เมามายเมื่อได้ยินคำว่า ‘อาจารย์’ ออกมาจากปากของทั้งสองสาวก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขาโดดเดี่ยวไร้ญาติ ดังนั้นจึงมองลูกศิษย์อย่างเย่หยุนซีเป็นบุตรชายคนหนึ่งเสมอมา และในฐานะที่หยุนฉางเยว่และหลิงจีเป็นภรรยาของเย่หยุนซี เขาจึงมองว่าพวกนางเป็นลูกสะใภ้

     

    “เอ่อ........เจ้าหนู แล้วบิดาของเจ้าไปไหน?” หลี่ไป่ที่จู่ๆคิดขึ้นได้มองซ้ายมองขวาพลางเอ่ยถาม

     

    “ท่านพ่อกำลังปิดด่านใช้แก่นฟ้าดินเลื่อนขั้นกลายเป็นระดับมหาจักรพรรดิน่ะขอรับ” เย่หยุนซีตอบกลับตามความจริงทุกประการ

     

    หลี่ไป่ยิ้มพลางพยักหน้าอย่างเข้าใจ สำหรับผู้ฝึกตนในดินแดนระดับต่ำการใช้แก่นฟ้าดินในการเลื่อนขั้นสู่ระดับมหาจักรพรรดิถือเป็นทางลัดที่เร็วที่สุดอย่างแท้จริง

     

    หากไม่เช่นนั้นด้วยสภาพไอปราณที่เบาบางของดินแดนแห่งนี้ จักรพรรดิขั้น 9 จะต้องใช้เวลาหลายพันปีเพื่อเลื่อนขั้นสู่ระดับมหาจักรพรรดิ

     

    “ฮ่าๆ ถือเป็นข่าวดียิ่งนัก เอาไว้อีก 5 ปีข้าจะพาพวกเจ้าไปตลุยแดนเซียนด้วยกัน”

     

    “หือ! แดนเซียนงั้นหรือขอรับ/เจ้าค่ะ”ทั้งเย่หยุนซีและสองภรรยาสาวอุทาน เวลาห้าปีสำหรับผู้ฝึกตนนั้นนับได้ว่าแสนสั้นเพียงชั่วพริบตา พวกเขาคิดว่ามันดูฉุกละหุกจนเกินไป

     

    เซียนกระบี่เมามายถอนหายใจ “เห้อ ความจริงข้าก็อยากให้พวกเจ้าอยู่ที่นี่นานกว่านี้เหมือนกัน แต่หยุนเยี่ยเฉินผู้ซึ่งเป็นมือขวาของข้ากำลังก่อตั้งนิกายฝ่ายอธรรม ดังนั้นข้าจึงต้องรีบกลับไปช่วยเหลือเขา”

     

    “อ่อ! ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” เย่หยุนซีและสองภรรยาสาวรู้สึกกระจ่าง

     

    หลี่ไปเบนสายตาไปมองหยุนฉางเยว่ “ยัยหนู ชื่อเสียงเรียงนามของมือขวาข้า เจ้าไม่คุ้นหูบ้างหรืออย่างไร?”

     

    คำถามนี้ทำให้โฉมสะคราญรู้สึกตงิดใจ ก่อนที่ดวงตาของนางจะเบิกกว้างสั่นไหวในเวลาต่อมา “อย่าบอกนะว่าเป็นท่านบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งราชวงศ์หยุน”

     

    “ฮ่าๆ ถูกต้องหยุนเยี่ยเฉินผู้นั้นนั่นแหละ” หลี่ไป่หัวเราะกล่าว

     

    “พระเจ้า! ถ้าหากพวกท่านพ่อรู้เข้าจะต้องดีใจมากแน่ ๆ” หยุนฉางเยว่เต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้รับคำยืนยัน

     

    เย่หยุนซียกมือลูบเส้นผมสีเงินของนางอย่างอ่อนโยน ในใจเต็มไปด้วยความเอ็นดู แต่ทว่าจู่ๆ ก็มีเสียงของทหารผู้หนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหน้ากระโจมที่พัก

     

    “เรียนนายน้อยขอรับ องค์หญิงแห่งอาณาจักรมังกรสีชาดต้องการที่เจรจากับท่านอีกครั้ง”

     

    เมื่อได้สดับฟังคำรายงานนั้น เด็กหนุ่มถึงกับคิ้วขมวดเป็นปมในทันที เขาเคยบอกไปแล้วว่าจะไม่เจรจาตอนนี้ ใยนางยังดึงดันที่จะเจรจาให้ได้

     

    “นางได้พูดอะไรนอกจากนี้หรือไม่?” เย่หยุนซีเอ่ยถามกลับไป

     

    “ไม่มีแล้วขอรับนายน้อย แต่ข้ารับใช้ของนางดูเหมือนจะอยากพบกับองค์ชายหยุนฉางตง” ทหารคนเดิมกล่าวอย่างไม่ปิดบัง

     

    “หือ! ต้องการพบพี่ชายข้าอย่างนั้นหรือ!”หยุนฉางเยว่อุทาน เจ้าพี่ชายบ้านั่นไปรู้จักกับอีกฝ่ายตั้งแต่เมื่อไร ทำไมนางถึงไม่รู้เรื่องนี้ทั้ง ๆ ที่ทำงานอยู่ด้วยกันเกือบทุกวัน

     

    เย่หยุนซีจับมืออันเรียวงาม “ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ เดี๋ยวข้าจะพาท่านพี่หยุนฉางตงไปหานางเสียหน่อยดูสิว่าจะมาไม้ไหน?”

     

    เซียนกระบี่เมามายยกยิ้มอย่างมีเลศนัย “ถ้าเกิดถูกใจนางขึ้นมาก็จัดการได้เลยนะ ข้าสนับสนุนเต็มที่”

     

    ผู้เป็นลูกศิษย์เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ก็พลันกรอกตาไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย “เหตุใดท่านถึงชอบชี้นำเรื่องนี้ให้ข้านัก?”

     

     “ฮ่าๆเจ้าหนู ที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพราะหวังดีกับเจ้านะ เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรมังกรสีชาดผู้นั้นมีกายหยางบริสุทธิ์ที่ผู้ฝึกตนบุรุษทุกคนไฝ่หา ถ้าได้นางเป็นภรรยาข้ารับรองได้เลยว่าการบ่มเพาะของเจ้าจะรวดเร็วมากกว่าหลายเท่า” หลี่ไป่กล่าวอธิบายตามความจริง นับตั้งแต่มาถึงที่นี่ เขาก็สังเกตุเห็นทันทีว่าเหยียนลี่มีกายศักดิ์สิทธิ์ที่ส่งเสริมบุรุษได้

     

    “เป็นเช่นนั้นจริงหรือเจ้าคะ?” ทั้งหลิงจีและหยุนฉางเยว่ดวงตาทอประกาย หากเป็นอย่างที่หลี่ไป่ว่า พวกนางก็ไม่รังเกียจที่จะรับเหยียนลี่ไว้พิจารณาเป็นคนที่สาม

     

    “เฮ้! พวกท่านอย่าคล้ายตามอาจารย์ง่ายๆสิ” เย่หยุนซีกล่าวขัดโดยพลัน เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์บานปลายไปกันใหญ่

     

    “สามีที่รัก นี่ก็เพื่อตัวเจ้าเองนะ” โฉมสะคราญทั้งสองพูดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันทั้ง ๆ ที่มิได้นัดหมาย

     

    พวกนางได้รับโชควาสนาจากเย่หยุนซีมามากมาย ในใจรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก และถ้าหากกายหยางบริสุทธิ์มันสามารถส่งเสริมเย่หยุนซีได้จริง พวกนางก็อยากให้เขาคว้าโอกาสนี้ไว้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะพบเจอโชควาสนาใหญ่สักหนึ่งครั้ง

     

    “ฮ่าๆ ยัยหนูเรื่องที่ข้าพูดเป็นเรื่องจริงทุกประการ ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรนั้นข้าไม่ขอก้าวก่าย พวกเจ้าสามคนผัวเมียไปปรึกษาและตัดสินใจกันเอาเอง” หลี่ไป่กล่าว ก่อนจะไล่ให้ทั้งสามคนออกไปด้านนอกกระโจม เพราะเขาอยากพักผ่อนหลังจากเดินทางมานาน

    .

    .

    ในเวลาต่อมา ณ ด้านในกระโจมซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ เย่หยุนซีกำลังถูกภรรยาสาวทั้งสองจับจ้องอย่างไม่วางตา ใบหน้างามเต็มไปด้วยความคาดหวังเหลือล้น

     

    “พวกท่านเลิกล้มความตั้งใจเถอะ ถึงอย่างไรนางก็คงไม่ยินยอมเป็นคนที่สาม หากจะมีวิธีก็คงมีแต่ต้องข่มขืนนางเท่านั้นแหละ” เย่หยุนซีกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

     

    “หืม เพราะเหตุใด?” หยุนฉางเยว่และหลิงจีตั้งคำถาม

     

     สามีของพวกนางหล่อเหลาปานเทพบุตร แถมยังมีพรสวรรค์เหนือล้ำรอบด้าน ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ไม่ว่าสตรีนางไหนก็ต้องคลั่งไคล้กันทั้งนั้น แล้วทำไมกัน! ทำไมเจ้าตัวถึงมั่นใจว่าเหยียนลี่จะไม่ยินยอมง่ายๆในเรื่องนี้

     

    เย่หยุนซีเมื่อได้ยินคำถามก็ถึงกับกุมขมับ ก่อนจะเริ่มอธิบายไปทีละข้อ

     

    “หนึ่ง เป็นเพราะจักรวรรดิเมฆครามและอาณาจักรมังกรสีชาดห้ำหั่นกันมานาน ไม่มีทางลงรอยกันได้”

     

    “สอง เพราะนางมองข้าเป็นศัตรูไปแล้วตอนนี้ และคนที่ยิ่งผยองในศักดิ์ศรีอย่างนางคงไม่มีทางยอมตกเป็นของข้าง่ายๆ”

     

    “และข้อสุดท้าย นางชื่นชอบสตรีหาใช่บุรุษ”

     

    “พระเจ้า!” สิ้นสุดคำพูดของสามีหนุ่ม หยุนฉางเยว่และหลิงจีถึงกับยกมือป้องปากอุทาน ชื่นชอบสตรีด้วยกันเพียงแค่เหตุผลนี้พวกนางก็รู้สึกกระจ่างทุกข้อสงสัย มิน่า! เย่หยุนซีถึงมั่นใจว่าไม่สามารถเกี้ยวเหยียนลี่ได้แน่ ๆ