บทที่ 6 ดอกไม้แด่ชายงาม
“ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ นายท่านไม่ชอบร่วมโต๊ะกับผู้อื่น องค์หญิงเก้า พวกนางจะพาพระองค์ไปอาบน้ำและทานอาหาร จากนั้นค่อยพาท่านกลับไปส่ง ข้าขอทูลลาก่อน”
“รบกวนท่านแล้ว เดินดี ๆ ล่ะ”
อวิ๋นอินอินโบกมือลา พร้อมกับรู้สึกประทับใจต่อพี่ชายรูปหล่อหุ่นดีคนนี้มาก เขาเป็คนแรกที่ดีกับเธอนับั้แ่ที่เดินทางข้ามเวลามาเลย
“องค์หญิงเก้า เชิญทางนี้เพคะ”
อวิ๋นอินอินหันศีรษะไปมองเด็กสาวสองคนข้างกายที่แต่งตัวคล้ายกัน ดูแล้วล้วนอายุประมาณสิบห้าสิบหก
“พี่สาวทั้งสองคนงดงามเหลือเกิน ต้องรบกวนพี่สาวทั้งสองแล้ว”
“ไม่ใช่หรอกเพคะ องค์หญิงเก้าเป็ผู้สูงศักดิ์ ข้าเป็เพียงนางกำนัลต่ำต้อยผู้หนึ่ง หากท่านเรียกว่าพี่สาวเช่นนี้ จะเอาชีวิตของบ่าวทั้งสองได้เพคะ”
อวิ๋นอินอินได้ยินคนทั้งสองพูดว่าจะเอาชีวิตของพวกนางได้ แต่สีหน้ากลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่ครึ่งส่วน คิดดูแล้วพวกนางก็คงไม่ใช่นางกำนัลธรรมดากระมัง ปากเด็กสาวจึงยิ่งเปลี่ยนเป็หวานขึ้นกว่าเดิม
“ในเมื่อพี่สาวไม่ยอมให้เรียก เช่นนั้นก็บอกชื่อมาเถิด ข้าคิดว่าพี่สาวทั้งสองงามเพียงนี้ ชื่อก็จะต้องเพราะมากเป็แน่”
นางกำนัลที่ไม่เคยถูกคนชมตรง ๆ เช่นนี้ หน้าจึงแดงขึ้นมาเล็กน้อย
“บ่าวหงรื่อ นางคือหลานเยว่เพคะ”
“ชื่อไพเราะจริง ๆ”
“ขอบพระทัยองค์หญิงเก้าที่ตรัสชม เบื้องหน้าท่านก็คือบ่อน้ำ องค์หญิงเก้าเชิญเข้าด้านในเพคะ”
การนอนแช่อยู่ในบ่อน้ำอุ่นที่กว้างสองเมตรยาวสองเมตร มองดูตาน้ำพุร้อนที่ปุด ๆ อยู่ข้างเท้า ถึงอวิ๋นอินอินจะเป็คนที่มาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ก็ยังอดทอดถอนใจว่าหรูหราฟุ่มเฟือยไม่ได้
และนี่เป็เพียงแค่ตำหนักข้างแห่งหนึ่งเท่านั้น เพียงการอาบน้ำก็ดีขนาดนี้… อวิ๋นอินอินกัดริมฝีปากเบา ๆ อดอยากรู้ไม่ได้ว่าสถานที่ที่เสด็จอาผู้หล่อเหลาผู้นั้นใช้อาบน้ำจะเป็อย่างไร
เสด็จอาถอดเสื้อแล้วจะเป็ยังไงนะ? จะมีซิกซ์แพ็กแปดลูกกับวีไลน์ไหม?
“ให้ตาย อวิ๋นอินอินนี่เ้ากำลังทำอันใดกัน นั่นเป็ญาติผู้ใหญ่ของเ้านะ เป็คุณอาของเ้า จะไปหื่นใส่เขาได้ยังไงกัน!” นางออกแรงตีผิวน้ำสองครั้ง รังเกียจท่าทีของตัวเองที่พอเจอหนุ่มรูปหล่อก็หลงเพ้อเป็อย่างมาก
เฮ้อ แต่ก็ยังคงรู้สึกว่าน่าเสียดายเหลือเกิน!
นางเอาผ้าขนหนูมาขัดถูบนตัว ยิ่งขัดสีหน้าของอวิ๋นอินอินก็ยิ่งไม่น่าดู ร่างกายนี้ช่างผอมเกินไปแล้ว บอกว่าเป็หนังหุ้มกระดูกก็ไม่เกินไป ทั้ง ๆ ที่อายุถึงสิบหกแต่ด้านหน้าไม่มีการพัฒนาแม้แต่น้อย
สภาพแบบนี้ เจอหนุ่มหล่อเข้าก็ไม่มีโอกาสหรอก!
“องค์หญิงเก้าเพคะ อาบน้ำเสร็จแล้วหรือเพคะ?”
เสียงของหลานเยว่ขัดจังหวะความคิดของอวิ๋นอินอิน
“โอ้ จะเสร็จแล้ว ๆ เ้าเข้ามาเถิด”
เสียงพูดจบลง หลานเยว่ก็ประคองเสื้อผ้าชุดหนึ่งเข้ามา มองอวิ๋นอินอินที่แช่อยู่ในสระ “ในตำหนักของเซ่อเจิ้งหวาง[1]* ไม่มีนางกำนัลที่มีความสูงใกล้เคียงกับองค์หญิงเก้า นี่เป็อาภรณ์ที่หงรื่อทำให้น้องสาวของนาง แล้วยังไม่มีเวลาว่างส่งออกจากวังไปเพคะ หากองค์หญิงเก้าไม่รังเกียจ เชิญสวมก่อนเถิดเพคะ”
“เสื้อตัวนี้ดีเหลือเกิน ข้าขอบคุณยังแทบไม่ทันแล้วจะรังเกียจได้อย่างไร”
หลานเยว่ยิ้มแล้ววางเสื้อผ้าลง นำผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่อยู่ด้านข้างมาเช็ดตัวให้อวิ๋นอินอิน มองดูร่างเล็ก ๆ ที่ผอมโซนี้ หลานเยว่ก็อดอยากรู้ขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้
“องค์หญิงเก้าทรงเสวยยากหรือเพคะ? เหตุใดจึงได้ผอมเช่นนี้?”
อวิ๋นอินอินเบะปาก ทำท่าน่าเวทนา “พี่หลานเยว่อยู่ในตำหนักผู้สำเร็จราชการตลอด อาจไม่รู้ อาหารในตำหนักเย็นทั้งน้อยทั้งแย่ ตัวข้าแม้จะมีตำแหน่งเป็องค์หญิง แต่ในยามปกติก็กินไม่อิ่มท้อง ยิ่งไปกว่านั้นมักจะถูกพวกองค์หญิงใหญ่ดูิ่รังแก แค่มีรอดชีวิตได้ก็ถือว่าเป็ปาฏิหาริย์แล้ว”
ไม่สิ เ้าของร่างเดิมถึงขนาดตายไป ไม่ใช่สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ก็ถือว่าเป็ปาฏิหาริย์หรอก
“องค์หญิงเก้า ทรงใช้ชีวิตอย่างรู้แจ้ง หงรื่อได้เตรียมเครื่องเสวยไว้เรียบร้อยแล้วเพคะ บ่าวจะนำท่านไป แต่ต้องทรงเสวยให้มากหน่อยนะเพคะ”
หลานเยว่กล่าวแล้วก็เพิ่มความเร็วสวมเสื้อผ้า จากนั้นก็ช่วยนางเกล้าผมเป็ทรงที่เรียบง่ายและน่ารัก
“องค์หญิงเก้า ทรงน่ารักยิ่งนัก ตาโตจมูกเล็กนี่ ช่างเหมือนกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเหลือเกินเพคะ”
“แต่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบตัวนี้ผอมจนทำให้คนใน่ะสิ คิกคิก”
อวิ๋นอินอินหัวเราะรับคำพูดของหลานเยว่ นางส่องกระจกซ้ายขวา ไม่อาจไม่พูดว่าองคาพยพทั้งห้าขององค์หญิงเก้าผู้นี้ช่างประณีตจริง ๆ แต่เป็เพราะผอมเกินไป เมื่อมองไปแล้วดูคล้ายกับตุ๊กตาที่เหี่ยวแห้ง ไร้ซึ่งชีวิตชีวา ไม่เข้าตาสักนิด
หลานเยว่หัวเราะ พาอวิ๋นอินอินที่อาบน้ำเสร็จแล้วไปที่ห้องอาหาร
เพราะเ้าของร่างเดิมกินได้น้อย ดังนั้นอวิ๋นอินอินจึงได้แต่นั่งกุมท้อง มองอาหารแสนอร่อยเต็มโต๊ะ เรอครั้งหนึ่งอย่างเสียดาย
หากกอดขาท่อนใหญ่ของเซวียนเหยียนฟู่นี้ไว้ไม่ได้ อาหารน่ากินแบบนี้ เกรงว่าจะไม่มีโอกาสได้กิน ดังนั้นเพื่อชีวิตที่ดีงาม ตัวข้าอวิ๋นอินอิน จะต้องทุ่มเทสุดชีวิตดูสักครั้ง
และกอดขาทองคำท่อนใหญ่ของเสด็จอาไว้ให้แน่น
นางดื่มกินจนอิ่มหนำ พวกหลานเยว่ทำตามคำสั่ง ส่งอวิ๋นอินอินกลับไป
ระหว่างทาง มองดูทิวทัศน์ในตำหนักเซ่อเจิ้งหวาง ในใจของอวิ๋นอินอินก็มีความเสียดายอยู่จาง ๆ ที่ไม่ได้เห็นเสด็จอาผู้หล่อเหลาอีกครั้ง
ในเวลานี้ อวิ๋นอินอินมองไปเห็นที่มุมกำแพงมีดอกกุหลาบอยู่เป็พุ่ม ๆ เพียงแต่เถาวัลย์ของพวกมันถูกปล่อยให้เลื้อยพันอยู่บนูเาจำลองอย่างไม่ใส่ใจ ดูไปแล้วคล้ายจะไม่ได้รับความโปรดปรานจากสวนดอกไม้แห่งนี้
“ดอกไม้นั่น ทำไมถึงไปโตอยู่ตรงนั้นเล่า?”
หลานเยว่มองไปตามที่นิ้วของอวิ๋นอินอิน “ไม่รู้ว่าเป็ดอกไม้ป่าอะไรเพคะ มันโตมาหลายปีแล้ว เดิมทีคนสวนคิดจะถอนออก แต่เห็นว่าดอกสวยและยังเติบโตอยู่ในที่ ๆ ไม่เกะกะสายตา จึงปล่อยให้มันอยู่ไปเพคะ”
เมื่อคิดถึงดอกกุหลาบที่เมื่อก่อนนางเองทำใจซื้อไม่ได้ ทว่าอยู่ที่นี่กลับเป็ดอกไม้ป่าที่ไม่มีใครเห็นค่า อวิ๋นอินอินอดทอดถอนใจแทนดอกกุหลาบไม่ได้
ทันใดนั้น อวิ๋นอินอินก็มีความคิดหนึ่งขึ้นมา
“ช่วยเอากรรไกรกับเชือกจำนวนหนึ่งมาให้ข้าได้หรือไม่?”
“ย่อมได้เพคะ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้”
หลานเยว่ก็นำของมาส่งให้อวิ๋นอินอินอย่างรวดเร็ว
อวิ๋นอินอินสังเกตอยู่หน้าพุ่มกุหลาบครู่หนึ่ง ก่อนจะลงมือตัดดอกตูมและดอกที่เพิ่งบานเพียงครึ่งหนึ่งมาจำนวนหนึ่ง จากนั้นเลือกดอกที่บานเต็มที่สองสามดอก หลังจากตัดเสร็จนางก็มองไปยังดอกไม้ที่อยู่บนพื้น จากนั้นตัดกิ่งติดใบอีกสองสามก้าน
สุดท้ายก็จัดดอกไม้พวกนี้ตามรูปแบบของร้านดอกไม้จนเรียบร้อย
หลานเยว่และหงรื่อเห็นนางขยับมือเพียงสองสามครั้งก็ทำให้ดอกไม้ที่ยังกระจัดกระจายเมื่อครู่กลายเป็ช่อดอกไม้ที่สวยงาม พวกนางจึงมีความประหลาดใจอยู่บ้าง
อวิ๋นอินอินทำช่อดอกไม้เสร็จอย่างรวดเร็ว แล้วใช้แถบแพรไหมที่เหลืออยู่ ผูกเงื่อนผีเสื้อที่แสนน่ารักไว้บริเวณด้ามจับมองดูช่อดอกกุหลาบขนาดใหญ่ในมือของตน แล้วผงกศีรษะอย่างพึงพอใจ
อื้ม ไม่เลวไม่เลว มอบดอกไม้สดให้ชายงาม เสด็จอาจะต้องรับรู้ได้ถึงหัวใจที่จริงใจดวงนี้ของข้าแน่
“องค์หญิงเก้าเพคะ ดอกไม้ช่อนี้งดงามจริง ๆ เพคะ”
“ฝีพระหัตถ์ขององค์หญิงเก้าช่างเก่งกาจจริง ๆ”
เมื่อต้องเผชิญกับการชื่นชมติดต่อกันของหลานเยว่กับหงรื่อ อวิ๋นอินอินก็หัวเราะอย่างเขินอาย
“พวกเ้ารู้หรือไม่ว่ายามนี้เสด็จอาทรงอยู่ที่ใด?” อวิ๋นอินอินหันศีรษะมองพวกหลานเยว่ทั้งสองคนอย่างคาดหวัง
“เื่นี้… หากนายท่านไม่ได้เรียกพบ องค์หญิงเก้าอย่าทรงเสด็จไปจะดีกว่าเพคะ” หลานเยว่มีสีหน้าลำบากใจ
อวิ๋นอินอินเม้มปาก คิดว่าคำขอร้องนี้ของนางคงทำให้พวกนางลำบากใจ หากการประจบของตนเกิดผิดพลาดขึ้นมา ไม่แน่ว่าอาจทำให้พวกนางสองคนเดือดร้อนไปด้วย เมื่อคิดเช่นนี้ อวิ๋นอินอินจึงได้แต่ยักไหล่หัวเราะอย่างไม่จริงจัง
“อย่างนั้นข้าก็ไม่ไปแล้ว ข้าทำอีกสองอันให้พวกเ้าดีกว่า ถือว่าข้ายืมดอกไม้ถวายพระโพธิสัตว์ มอบของขวัญให้พวกเ้า”
หลานเยว่และหงรื่อถือช่อดอกไม้ไว้คนละช่อ สีหน้าเต็มไปด้วยความยินดี ต่อให้มีนิสัยเป็ผู้ใหญ่เพียงใด พวกนางก็ยังเป็เพียงเด็กสาวที่เพิ่งอายุสิบหกเท่านั้น เมื่อพบเห็นดอกไม้ที่สวยงามก็ล้วนแต่ชื่นชอบกันทั้งสิ้น
“ดูนั่น เสด็จอาอยู่ตรงนั้น!”
[1] เซ่อเจิ้งหวาง คือตำแหน่งท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ เป็ผู้ที่ทำการว่าราชการแทนฮ่องเต้