จบปรับพื้นฐานได้ไม่นานก็เปิดเทอมแต่ไม่รู้ทำไมความสัมพันธ์ของควีนกับอัลมอนด์ก็เริ่มถอยห่างต่างคนต่างไปมีกลุ่มเพื่อนเป็ของตัวเอง
อัลมอนด์ยังคงอยู่กับบอลและอี้เซียวแต่ก็มีการพูดคุยทำความสนิทสนมกับเพื่อนผู้ชายคนอื่นมากขึ้น ไม่แค่แค่อัลมอนด์แต่กลุ่มเพื่อนของควีนทั้งม่านมุก ม่านไหม บัตเตอร์ ลูกหว้า และอุไร ต่างก็ไม่ค่อยได้มาเจอกันเหมือนเคยเพราะต่างคนต่างก็หากันไม่เจอด้วยเพราะคนเยอะมาก
ควีนเองก็สนิทกับอาโปนีเพื่อนสาวตัวใหญ่สูง 170 เิเที่มีใบหน้าออกไปทางจีนดูหยิ่งและอารมณ์เสียตลอดเวลาซึ่งนิสัยเองก็ไม่ต่างจากใบหน้าของเ้าตัวนัก เ้าตัวเป็คนเ้าอารมณ์ ทำให้บางครั้งก็จะเผลอเอาอารมณ์หงุดหงิดพาลมาลงที่ควีนเสมอแต่ด้วยความที่ทั้งเธอและอาโปนีไม่มีใครอีกแล้ว พวกเธอจึงไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ
ทั้งตอนเดินเรียน ตอนกินข้าวตอนทำงานกลุ่ม พวกเธอไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดแต่ทว่าตัวไม่ได้ติดกันถึงขั้นต้องตามไปห้องน้ำหรือทำธุระต่างๆเหมือนเป็แค่สองคนที่มาอยู่ด้วยเพราะไม่มีใครเอาเฉยๆไม่ใช่เพื่อนหรือเพื่อนสนิทตามปกติเหมือนคนอื่นแต่ถึงจะแบบนั้นควีนก็ไม่ได้มีความรู้สึกไม่ดีอะไร ทุกๆวันเป็เหมือนวันธรรมดาๆที่มีความสุขแต่่นี้ก็มีเื่หนึ่งที่มันกวนใจเธอเหลือเกิน
เพราะ่นี้ม่านมุกมาหาเธอบ่อยผิดปกติ
เป็สิ่งที่ควีนสงสัยมากๆมาหลายวันแล้วว่าทั้งๆที่ตึกเรียนของม่านมุกก็อยู่ไกลกันมากแท้ๆ จะเรียกว่าอยู่คนละฟากของโรงเรียนเลยก็ว่าได้แต่ทำไมม่านมุกถึงมาที่นี่บ่อยขนาดนี้ล่ะ
แต่ถึงแม้เธอจะสงสัยเธอก็ไม่ได้ถามออกไปหรือรีบเร่งหาคำตอบอะไรขนาดนั้นเธอจึงปัดข้อสงสัยทิ้งไปและมีความสุขอยู่กับการที่หนึ่งในเพื่อนสนิทของเธอมาหาและนั่งคุยด้วย
แต่นอกเหนือจากเื่นั้นมีอีกเื่ที่เธอสงสัย
“ควีนวันนี้มุกจะมาปะ”
“ไม่แน่ใจอะน่าจะมามั้ง”
ทั้งๆที่คิดว่าเธอและอัลมอนด์ห่างเหินกันกว่าเดิมแต่่นี้อัลมอนด์ก็ชอบมาหาเธอบ่อยๆ เขามาถามหาม่านมุกทุกครั้งที่เดินมาทำให้ควีนประหลาดใจมากเพราะตอนอยู่โรงเรียนเก่าแม้จะเลขที่ติดกัน ที่นั่งใกล้กันแต่แทบไม่มีซักครั้งที่อัลมอนด์จะเดินเข้ามาหาและคุยกับเธอก่อนเรียกว่าถ้าไม่ได้คุยกันเื่งานพวกเธอก็แทบไม่ได้คุยกันเลยก็ได้ อยู่ดีๆก็ทำเอาเธอนึกถึงเื่ตอนที่เขามาขอให้เธอช่วยทำงานเลย
“น๊า ช่วยหน่อยนะควีน”อัลมอนด์เดินตามควีนที่กำลังกลับจากการช่วยงานเพื่อนในห้องคอมอยู่
“ไม่เอา ทำเองดิ” เธอตอนกลับและยิ้มอย่างอารมณ์ดีเธอรู้สึกดีใจแปลกๆที่อัลมอนด์เดินตามเธอและพุดอย่างอ้อนๆแบบนี้
“ก็ควีนพิมพ์เร็วนี่ นะ น๊า ทำให้หน่อย”เขาเดินตามควีนจนพวกเธอกลับมานั่งที่เดิมโดยมีเพื่อนรอบตัวหัวเราะคิกคักและส่งเสียงแซวเบาๆ
เมื่อควีนได้ยินดังนั้นเธอก็ยิ้มและหัวเราะเบาๆตอบและเขยิบไปช่วยพิมพ์งานให้อัลมอนด์“ก็ได้ๆ”
“ควีน” เธอหันไปหาพีชเด็กสาวใส่แว่นหน้าตาสะสวย ที่ใครๆเห็นก็ต้องชื่นชม “ขอถามไรหน่อยได้ปะ”
“หือ? ได้นะ มีไรอะ”
“ปกติอัลเป็คนยังไงเหรอ”
ควีนนิ่งไปเล็กน้อย ทำไมถึงถามล่ะอยากรู้จักเขามากกว่านี้เหรอ หรือเธอจะเอาเขาไปเหรอ ไม่ได้นะ แค่นี้เราก็แทบไม่ค่อยได้คุยด้วยกันแล้วเธอยังจะอยากสนิทกับเขาอีกคนเหรอ ทำไมล่ะ
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไมในใจของเธอถึงรู้สึกร้อนรนและหวงเขาแปลกๆแต่เธอก็ตอบกลับไปอย่างนิ่งเฉย “ก็ปกตินะแบบนี้แหละ เฮฮาปาร์ตี้”
พูดแล้วเธอก็นึกถึงตอนที่พวกเธออยู่ในวิชาพละกันทั้งๆที่ผู้หญิงทุกคนใช้เวลาว่างในการวิ่งเล่นกันแท้ๆ แต่กลุ่มผู้ชายในห้องกลับเอาแต่นั่งคุยกันจนหมดเวลาเรียนแปลกซะจริง
ควีนพูดจบพีชก็พยักหน้าและะโบอกพุดตานที่กำลังเก็บของอยู่
“ควีนบอกแบบนี้แหละเฮฮาปาร์ตี้” สิ่งที่พีชพูดบอกพุดตานทำให้ในใจของควีนร้อนรนกว่าเดิมแต่เธอก็ไม่แสดงออกทางสีหน้าอะไร นอกจากตั้งหน้าตั้งตาวางของเก็บเพื่อเตรียมตัวไปกินข้าวกลางวันแบบปกติ
หลังทานข้าวเสร็จควีนก็ขึ้นห้องทันทีตามปกติของคนที่ไม่ได้มีเพื่อนสนิทมานั่งคุยหรือไม่มีอะไรทำนอกจากเรียนแต่คราวนี้ด้านล่างตรงที่นั่งของเธอมีม่านมุกและอัลมอนด์กำลังนั่งคุยกันอยู่แม้เธอจะสงสัย เพราะมันเป็ภาพแปลกตา ด้วยปกติเธอไม่เห็นสองคนนี้มาคุยกันเลยแต่เธอก็ไม่คิดอะไรมากและเดินไปหาม่านมุกตามปกติ แต่ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่าเธอกลับรู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างสองคนนี้มันแปลกๆเหมือนมีออร่าอะไรบางอย่างที่ทั้งชวนอยากให้เข้าใกล้และอยากถอยห่างออกไปจากตรงนี้
เอ๊ะนี่เธอสงสัยพวกเขาไปกี่รอบแล้วนะ
“วันนี้มาเหรอ”ควีนเดินไปถามม่านมุก
“อื้อ มาหาน่ะ” ม่านมุกตอบด้วยสีหน้าปกติ
แต่ด้วยความที่อาจจะเพราะบรรยากาศของทั้งคู่ดูกระอักกระอ่วนเล็กน้อยเหมือนไม่ค่อยอยากคุยกับเธอและอยากให้เธอถอยออกไป ทำให้อยู่ดีๆควีนก็รู้สึกอยากแกล้งม่านมุกขึ้นมาเพราะแม้ั้แ่เปิดเทอมเธอจะไม่ได้ถามแต่เธอจำได้ว่าแต่ก่อนเธอคนนี้ไม่ได้ใส่แว่นไม่รู้ว่าสายตาสั้นลงหรือยังไงถึงมาเริ่มใส่แว่นเธอจึงแกล้งๆพูดไปว่า“ถอดแว่นหน่อยดิ”
“ไม่เอา” ม่านมุกปฏิเสธทันที
“น๊า ถอดแว่นหน่อยนะมุก”ควีนพยายามอ้อน
“ไม่ถอด” แต่ม่านมุกยืนยันคำเดิมควีนที่ใจร้อนและี้เีอ้อนแล้วจึงเอื้อมมือไปหยิบแว่นของม่านมุกออกโดยที่ม่านมุกไม่ได้หลบไปไหนแต่ปล่อยให้เธอทำอย่างสงบนิ่ง
เมื่อควีนถอดแว่นม่านมุกออกแล้วเธอก็เหมือนเพิ่งรู้สึกตัว ทำให้ตัวเธอมีสีหน้าแดงก่ำไปจนถึงหูจนเอามือขึ้นมาปิดหน้าอัลมอนด์ที่เห็นดังนั้นก็พยายามจะหันหน้ามองม่านมุก แต่ไม่ว่ายังไงม่านมุกก็ไม่ยอมปล่อยมือควีนจึงเอื้อมมือไปจับมือของม่านมุกพยายามเอามือของเธอออก
แต่คราวนี้ม่านมุกไม่ยอมเด็ดขาดไม่ว่าควีนจะพยายามแกะมือของม่านมุกออกขนาดไหน ม่านมุกก็ไม่ยอมเอามือออกเธอปิดหน้าของเธออย่างแ่าจนแทบไม่มีช่องว่างให้เขาไปแทรกเอาออก
“เอามือออกหน่อยน่า”
“...” ม่านมุกส่ายหน้า
เมื่อมองอัลมอนด์ที่สายตาของเขาเอาแต่โฟกัสที่ม่านมุกแล้วควีนก็อดรู้สึกคันยุบยิบขึ้นมาในใจอย่างอดไม่ได้ถึงเธอจะไม่รู้ว่าทำไม แต่เธอไม่อยากพาลใส่เพื่อน เธอจึงยอมคืนแว่นให้แก่ม่านมุกแต่โดยดี
“เอามือออกดิ๊เดี๋ยวใส่แว่นคืนให้” ควีนพูดพลางยิ้มและเอาขาแว่นแตะไปที่ใบหน้าด้านข้างของม่านมุกม่านมุกที่รู้สึกถึงแว่นก็ยอมปล่อยมือให้ควีนใส่แว่นของเธอให้
“...”เธอมองม่านมุกที่ยังก้มหน้าด้วยความอายอยู่และมองอัลมอนด์ที่เอาแต่มองม่านมุกอย่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็หงุดหงิดขึ้นมาไม่หยุดบรรยากาศที่ดูยังไงก็เหมือนทั้งคู่จะไม่สนใจเธอเลยทำให้ควีนทั้งหงุดหงิดและขัดใจไปพร้อมกันที่เพื่อนของเธอทั้งคู่ไม่สนใจเธอเลยทั้งๆที่พวกนั้นนั่งอยู่ตรงที่นั่งของเธอแท้ๆ
“ไปข้างนอกแปป เดี๋ยวมา” เธอจึงเลือกที่จะเดินออกไปอย่างหงุดหงิด
เธอขัดใจ ขัดใจมากๆ!