“เพอร์เฟค!”
ช่างแต่งหน้าเอ่ยขึ้นหลังจัดการแต่งหน้าทำผมให้เด็กสาววัยมัธยมคนหนึ่งที่ดูสวยสะพรั่งสมวัยของเธอ
“โห วันนี้คุณหนูลินินของพี่ปุ้มสวยมากเลยค่ะ”
พี่ปุ้ม พี่เลี้ยงของลินินที่คอยเลี้ยงดูเป็เพื่อนเล่นของเธอมาั้แ่ลินินจำความได้เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น เมื่อเปิดประตูเข้ามาและเห็นคุณหนูของตนอยู่ในชุดหมั้นที่สวยและเรียบหรูสมวัยที่คุณหญิงแคทเธอรีนผู้เป็แม่จัดเตรียมไว้ให้แล้ว
วันนี้เป็วันสำคัญที่สุดวันหนึ่งของตระกูลรัชตะและเทิดอมร เนื่องจากวันนี้เป็วันหมั้นหมายของทายาทของสองตระกูลระหว่างคุณหนูลินินลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่แสนจะเอาแต่ใจกับอาทิตย์ลูกชายคนโตของเ้าของโรงพยาบาลใหญ่ถูกจัดขึ้นท่ามกลางความยินดีของทุกคน แต่ทว่าคนที่ถูกจับให้หมั้นอย่างลินินนั้นไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไรนักเพราะเธอไม่ชอบการบังคับ ไม่พอใจคู่หมั้นของตัวเองและที่สำคัญเธอก็ยังเป็แค่เด็กมัธยมเท่านั้น ยังไม่ทันได้ขึ้นมหาวิทยาลัยเสียด้วยซ้ำ
“พี่เอาเครื่องประดับที่คุณหญิงย่าของคุณหนูฝากมาให้ค่ะ”
พี่ปุ้มบอกเธอพลางเปิดกล่องเครื่องเพชรประดับไปด้วยทับทิมน้ำดี สร้อยคอ ต่างหูและสร้อยข้อมือที่ดูเรียบๆ แต่เขากับชุดที่หญิงสาวใส่ พอพี่เลี้ยงสาวเอามาประดับบนตัวลินินแล้วมันช่างเข้ากันอย่างลงตัวราวกับว่าถูกสร้างมาเพื่อให้ลินินได้เป็เ้าของเท่านั้น.
คุณย่าของลินินเป็ชาวสวีเดนที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่กับคุณปู่ที่เป็ชาวฮ่อง แต่ตอนนี้คุณปู่ท่านเสียไปหลายปีแล้ว คุณย่าหรืออาม่าของเธอจึงอยู่ในความดูแลของคุณลุงเดนิส พี่ชายของพ่อเธอและป้าสะใภ้และด้วยความที่่นี้สุขภาพของท่านไม่ค่อยจะดีนักต้องอยู่ในความดูแลของพยาบาลส่วนตัวตลอดเวลา ท่านจึงไม่สามารถมาร่วมงานหมั้นของหลานสาวได้ ทำได้เพียงส่งเครื่องอัญมณีที่สั่งทำขึ้นเป็พิเศษส่งมาให้ลินินเท่านั้น
“วันนี้คุณหนูของพี่เหมือนเ้าหญิงเลยนะคะ” พี่ปุ้มชมเธอจนไม่ขาดปาก ในขณะที่ลินินได้แต่ทำหน้าบู้บี้
“อ้าว ทำไมคุณหนูทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ” พี่ปุ้มถามเธอ
“พี่ปุ้มอย่าแกล้งยอนินหน่อยเลย นินรู้ตัวหรอกว่านินไม่สวย” ลินินบอกพี่เลี้ยงอย่างรู้ตัว ในขณะที่พี่ปุ้มได้แต่ส่ายหน้าเพราะลินินปักใจเชื่อว่าตัวเองไม่สวยมาตลอด
“อีกอย่างนินก็ไม่ได้อยากหมั้นด้วย” ลิสินบอกพี่เลี้ยง
“เื่มันมาถึงขนาดนี้แล้ว ยังไงคุณหนูก็คงต้องหมั้นกับคุณอาทิตย์เพื่อรักษาหน้าตาให้คุณพ่อคุณแม่ก่อนนะคะ”
พี่ปุ้มเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยคุณหนูของตนด้วยวิธีใดในเมื่อมันเป็คำขาดของผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งแล้ว อีกอย่างผู้ใหญ่ของทั้งสองบ้านก็หมายตาเด็กทั้งสองไว้ให้เป็ทองแผ่นเดียวกันั้แ่รุ่นพ่อรุ่นแม่แล้วด้วย
ความจริงในสมัยสาวๆ คุณหญิงแคทเธอรีนแม่ของลินินกับศาสตราจารย์อนาวินก็เคยถูกหมั้นหมายกันมาก่อน แต่ด้วยความที่ทั้งสองคนไม่ได้มีใจรักต่อกันจึงเลือกแต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก ดังนั้นความหวังทั้งหมดจึงมาตกอยู่ที่รุ่นลูกก็คือลินินและอาทิตย์นั่นเอง.
ส่วนลินินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ เธอยังเป็แค่นักเรียนที่กำลังจะขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 เท่านั้น ลินินไม่อยากหมั้นกับพี่อาทิตย์ที่เพิ่งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 และจะถูกส่งไปเรียนต่ออเมริกาในอีกไม่กี่วันหลังหมั้นกัน
มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิดสำหรับรู้สึกของลินินเพราะอยู่ที่นั่นเขาก็มีแต่อิสระ มีโอกาสได้พบผู้หญิงอีกมากมายที่อาจจะถูกใจหรือทำอะไรกันลับหลังเธอ เขาไม่ได้มีผู้ใหญ่คอยควบคุมความประพฤติไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางเหมือนกับเธอและอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่ลินินรู้สึกว่าเธอกำลังถูกฝั่งผู้ชายเอาเปรียบอยู่
“ป่านนี้ฝ่ายคุณอาทิตย์คงมากันครบแล้วล่ะค่ะ” พี่ปุ้มพูดต่อเพราะมันถึงเวลาที่ลินินจะต้องลงไปแล้ว
“พี่ปุ้มลงไปก่อนเถอะค่ะ”
“นินขอเวลาทำใจอีกหน่อย” เธอบอกพี่ปุ้ม
“ค่ะ” พี่ปุ้มพยักหน้า
“พี่ให้เวลาคุณหนูไม่เกิน10นาทีนะคะ”
พูดจบพี่เลี้ยงสาวก็ออกจากห้องไปโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้คุณหนูของตนกำลังมีแผนการบางอย่างอยู่ในหัวแล้ว
แน่นอนว่าคนอย่างเธอใช่ว่าจะยอมให้ใครบังคับได้ หลังพี่ปุ้มออกไปได้ไม่นาน ลินินก็เดินไปที่ระเบียง เธอมองลงมาจากหน้าต่าง้าเพื่อสังเกตการณ์แล้วก็พบว่าแขกที่มาจะอยู่กันในสวนนั่งเล่นแล้วก็หน้าบ้านกันเป็ส่วนใหญ่
ลินินยิ้มอย่างเ้าเล่ห์แล้วเปิดประตูออกมา เธออาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกันอยู่เดินลงบันไดโดยใช้ผ้าพันคอผืนใหญ่ของแม่อำพรางชุดที่เป็จุดเด่นของตัวเองแล้วเดินอ้อมไปทางครัว
ลินินแอบย่องไปทางประตูหลังบ้านเพราะเห็นว่ามันปลอดคน เนื่องจากทุกคนมัวแต่ให้ความสนใจกับการเตรียมหน้างานอยู่ นั่นจึงสะดวกที่สาวน้อยจะหนีไปจากงานหมั้นที่เธอไม่เต็มใจนี่ แต่ทว่า.....
"ลินิน!"
เสียงของผู้เป็แม่ที่ดังมาจากอีกมุมหนึ่งดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังเดินย่องอยู่ต้องสะดุ้ง
“แม่….”
คุณหญิงแคทเธอรีนเดินออกมาจากพุ่มไม้มาหยุดอยู่ตรงหน้าลูกสาว นางคิดไว้แล้วเชียวว่าลินินที่คัดค้านการหมั้นั้แ่แรกและด้วยความที่รู้จักความพยศของลูกสาวตัวเองดีดังนั้นวันนี้ลินินจะต้องทำอะไรทำอะไรสักอย่างอีกแน่ แล้วสิ่งที่นางคาดไว้ก็ไม่ผิด
โชคดีที่นางนึกอยากเดินมาสำรวจดูความเรียบร้อยของอาหารว่างที่เตรียมไว้ให้แขกพอดีจึงทันได้เห็นท่าทางลับๆ ล่อๆ ของลินินั้แ่ตอนที่ลงบันไดมาแล้วและแอบตามมาดูอยู่เงียบๆ
“จะไปไหน?” คุณหญิงแคทเธอรีนถามลูกสาว ในขณะที่ลินินได้แต่ยืนก้มหน้าเพราะกลัวแม่ดุ
“เดินเล่นค่ะ” ลินินอ้าง
“เดินเล่น?”
คุณหญิงแคทเธอรีนทวนคำกล่าวอ้างของลูกสาวที่ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด ความจริงนางรู้ทันอยู่แล้วว่าลินินกำลังจะหนีงานหมั้นในครั้งนี้ตามประสาเด็กวัยรุ่นที่ไม่เคยคิดหน้าคิดหลัง
“ค่ะ” ลินินค่อยๆ พยักหน้า
“ลินิน ลูกเคยคิดถึงผลที่ตามมาบ้างรึเปล่าว่าถ้าการหนีครั้งนี้สำเร็จผลลัพธ์มันจะเป็ยังไง?” นางถามลินินอย่างใจเย็น
“………..” เงียบ เธอไม่กล้าตอบคำถามคนเป็แม่
“พ่อแม่ของลูกก็คงมองหน้าลุงวินกับป้าเบญไม่ติดอีกเพราะเราทำให้เขาต้องเสียหน้า”
“ถึงแขกในวันนี้จะมีแค่ญาติของเราทั้งสองฝ่ายก็เถอะนะ”
“นี่ลูกคิดถี่ถ้วนดีแล้วใช่มั้ยลินิน?”