หลังจากที่สองนักข่าวจากไป ไทก็เริ่มสำรวจดูของที่ได้มาจากแรดศิลาตัวที่สองที่ไทฆ่าด้วยตัวเอง ครั้งนี้เขาได้เืมาถึง 1,000 ลิตร เนื้อ หนัง กระดูกอีกจำนวนมาก แต่กลับไม่ได้แก่นอสูรของแรดศิลาเหมือนตัวแรก และอีกอย่างที่ต่างออกไป คือ ครั้งนี้เขาได้รับนอของแรดศิลามาด้วย จากคุณสมบัติที่ไทอ่านได้ บอกว่า นอของแรดศิลาเป็ส่วนประกอบสำคัญในการทำยาบางอย่าง รวมถึงยังสามารถใช้สร้างเป็เครื่องรางป้องกันพิษได้ด้วย
น่าเสียดายที่ทักษะของไทเป็การผลิตน้ำยาจากเืเท่านั้น จึงยังไม่สามารถนำนอแรดไปทำยาอะไรได้ ได้แต่เก็บมันไว้เฉยๆก่อน
ไทจึงหันมาสนใจของอีกสามอย่างที่เหลือ เริ่มจากเนื้อแรด
ไทหยิบมันออกมาจากกำไลมิติก็พบเนื้อสดๆสีแดง ค่อนข้างแน่น เหนียว เขาถือมันไว้ในมืออยู่พักใหญ่ ตาจ้องเขม็งไปที่ก้อนเนื้อ คาดว่าจะเกิดอะไรบางอย่างขึ้นบ้าง
ปื๊ดมองไปที่ไทที่กำลังยืนจ้องเนื้อแรดด้วยสายตางงๆ ว่าไทกำลังทำอะไรของมัน รอได้อยู่ราวๆ 1 นาทีก็ทนไม่ไหว เอ่ยปากถามขึ้นว่า “นายจะจ้องเนื้อแรดในมืออีกนานไหม??”
“ฉันก็รอให้ทักษะเรียนรู้ทำงาน จะได้ทักษะทำอาหารจากเนื้อแรดไง” ไทตอบมาด้วยสีหน้ามุ่งมั่น ตายังคงจ้องไปที่เนื้อแรดอย่างไม่วางตาโดยคิดว่า ถ้าจ้องไปที่เนื้อแรดแล้วจะทำให้ทักษะเรียนรู้ ทำงานได้
“โอย…” เ้าปื๊ดเอามือตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ สรุปว่านี่นายไทมันฉลาดหรือโง่กันแน่เนี่ย ก่อนบอกไทว่า “ถ้านายทำอาหารเป็อยู่แล้ว มันไม่ต้องมีทักษะให้หรอกนะ แค่นายคิดกระบวนการทำอาหารในหัว พร้อมใส่เครื่องปรุงตามที่รู้มา ระบบมันจะทำอาหารออกมาให้เอง”
“อ้าวหรอ ฉันก็นึกว่าต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ทุกอย่าง แหะๆ” ไทหัวเราแก้เขิน ก่อนลองทำตามที่ปื๊ดบอก เขาลองคิดถึงการทำเนื้อแรดย่างทาเกลือ ไม่นานเนื้อแรดสดในมือของเขา ก็เปลี่ยนเป็เนื้อแรดย่างส่งกลิ่นหอมหวานน่ากินออกมา
ด้วยความน่ากินของมัน ไทจึงพิสูจน์ด้วยการกัดลงไปหนึ่งคำ
สิ่งแรกที่ไทรู้สึกได้มันช่างน่าตกตะลึง
เนื้ออะไรวะ เหนียวชิบหาย!!!
รสชาติมันก็อร่อยใช้ได้อยู่หรอก แต่กว่าจะเคี้ยวหมดคำ ก็เล่นเอาไทถึงกับเมื่อยกราม
“ฮิๆๆ เป็ไงเหนียวล่ะสิ” ปื๊ดเห็นท่าทางของไท ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ มันรู้ดีว่าเนื้อของสัตว์อสูรระดับยิ่งสูง เนื้อจะยิ่งเหนียว ถ้าคนที่มีระดับต่ำกว่าแบบไท ที่มีพลังอยู่ในระดับตะกั่วขั้น 3 มากินเนื้ออสูรย่างระดับตะกั่วขั้น 6 มีเคี้ยวเมื่อยฟันแน่นอน ต้องนำเนื้อไปผ่านการทำอาหารวิธีอื่น เช่น ตุ๋น จึงจะช่วยลดความเหนียวลงได้
“เธอรู้อยู่แล้ว ทำไมไม่บอกกันบ้าง” ไทบ่นมันอย่างเคืองๆ รู้ก็ไม่บอก ให้ทนเคี้ยวเนื้อเหนียวๆเสียได้
“ชั้นคงป้อนให้นายทุกอย่างไม่ได้หรอก บางอย่างนายก็ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่าลืมสิ ฉันอยู่กับนายอีกแค่ไม่ถึง 2 วันแล้วนะ อีกหน่อยนายต้องลุยเองทั้งหมด เรียนรู้ไว้เป็ประสบการณ์ก็ดี” ปื๊ดบอกเหตุผลของมันให้ไทฟัง ซึ่งเป็เหตุผลที่ไทเถียงไม่ออก
ด้วยความเหนียว ไทจึงไม่สนใจเนื้อแรดย่างก้อนนี้อีก เขาโยนมันทิ้งไปในป่าอย่างไม่ใยดี
“อืม… เป็ชั้นจะไม่ทำอย่างนั้นนะ” จู่ๆปื๊ดก็พูดกับไทขึ้นมาแบบแปลกๆ
“ทำไมล่ะ??” ไทถามอย่างแปลกใจ
“มันจะมีอสูรบางประเภทพวกที่รักพวกพ้อง หากได้กลิ่นพวกตัวเองที่ตาย มันจะมารวมตัวกันเพื่อจัดการคนที่ฆ่าพวกพ้องของมัน และชั้นก็ค่อนข้างมั่นใจว่า แรดศิลาเป็หนึ่งในนั้น แถมตอนนี้ ตัวนายก็เต็มไปด้วยกลิ่นของเืแรดศิลาจากน้ำยาฟื้นฟูที่กินลงไป ชั้นว่ากลิ่นเนื้อแรดย่าง บวกกับกลิ่นเืแรดบนตัวนาย น่าจะเป็จุดเริ่มต้นที่ดีเลยล่ะ” ปื๊ดบอกเหตุผลมา
“ดูจากที่เธอบอก มันไม่น่าจะเป็จุดเริ่มของอะไรที่ดีเลยนี่นา เธอหมายความถึงอะไรกันแน่” ไทถามปื๊ดแบบงงๆ ด้วยเหตุผลของปื๊ด มันน่าจะทำให้เขาเข้าสู่สถาณการณ์วิกฤตสิ
“จุดเริ่มต้นการฝึก “กายาแรดศิลา” ของนายยังไงล่ะ” ปื๊ดตอบพลางยิ้ม
พอปื๊ดพูดจบ ก็มีเสียงที่ยืนยันคำตอบของปื๊ดได้อย่างดีดังก้องขึ้นจากหลายตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง
ฮูม… ฮูม… ฮูม… ฮูม… ฮูม…
เสียงคำรามของอสูรดังก้องขึ้นอย่างต่อเนื่องรอบๆตัวไทไม่ต่ำกว่า 50 ครั้ง โดยมีไทเป็จุดศูนย์กลาง ไทเห็นดังนั้นก็เตรียมตัวจะหนีซ่อนตัวจากมหันตภัยในครั้งนี้ แต่ปื๊ดก็ดักคอเขาไว้ด้วยคำพูดหนึ่งทันที
“นายคิดว่าจะหนีพ้นรึ ถ้าเป็สัตว์อื่นที่ใช้สายตาเป็หลักในการค้นหาเป้าหมาย นายก็คงมีโอกาสรอด แต่กับแรดซึ่งเป็อสูรที่สายตาแย่มาก แต่ใช้กลิ่นในการตามหาเป้าหมาย และนายที่มีกลิ่นเืแรดโชยซะขนาดนี้ ทางรอดมีทางเดียว คือ นายต้องวิ่งให้เร็วกว่าพวกมัน วิ่ง วิ่งไปให้ไกล ซึ่งฉันก็แน่ใจว่า นายวิ่งไม่เร็วกว่าแน่นอน ยอมรับการฝึกนี้ซะดีๆเถิด” มันพูดจบก็ยิ้มให้ไทอย่างหวานสุดซึ้งจนไทรู้สึกอยากจะเตะมันซักที แต่ทว่าก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันเป็แค่ภาพโฮโลแกรม
คึ่กๆๆๆ…
เสียงะเืดังขึ้นโดยรอบได้ไม่นานหัวอสูรที่มีนอหลายสิบหัวก็ปรากฏขึ้นรอบตัวไท แต่ที่เด่นที่สุดคือแรดศิลาตัวหนึ่ง ที่มีนอถึง 3 นอเรียงกันอยู่บนหัว ขนาดตัวสูงใหญ่กว่าตัวอื่นอยู่สองส่วน ผิวเป็สีน้ำตาลเข้มยืนเด่นอยู่หน้าแรดตัวอื่น
“เอาล่ะสิ จ่าฝูงก็มา ขอให้สนุกกับการฝึกนะไท ฉันไปก่อนล่ะ” ปื๊ดบอกยิ้มๆ ก่อนค่อยๆหันหลังเดินจากไป
“เฮ้ย เธอจะไปไหน” ไทอุทานอย่างใ
“ชั้นง่วงละ ขอไปนอนก่อน นี่เป็เวลานอนตอนบ่ายของชาวแมว อย่าตายล่ะ” มันพูดโดยไม่หันหลังกลับมา พูดจบภาพโฮโลแกรมของมันก็ค่อยๆจาง ก่อนหายวับไป
“กลับมาก่อน… มาช่วยกันก๊อน...” ไทได้แต่ร้องเสียงหลง มือก็ยื่นไปพยายามไขว่คว้าตัวเ้าปื๊ด แต่มันก็หายไปเสียแล้ว
ไทหันไปมองรอบๆ ก็เห็นพวกแรดค่อยๆเดินกระชับเข้ามาเป็จังหวะอย่างพร้อมเพรียงราวกับเป็กลุ่มทหารที่ฝึกมาอย่างดี
“เราใจเย็นเย็นกันก่อนดีมั้ย ค่อยพูดค่อยจากันก่อน คุยกันแบบสันติ นะ นะ..” ไทพูดด้วยเสียงสั่นพยามยามเจรจากับแรดศิลาทั้งฝูง ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันจะพูดรู้เื่ไหม
แรดศิลาจ่าฝูงมองมาที่ไทอย่างเหยียดหยาม เจรจารึ? คนที่กล้าฆ่าพวกของมัน มีโทษสถาเดียว คือ ตาย มันออกคำสั่งด้วยเสียงสั้นๆทันที
ฮู่ม.. (ฆ่า)
จบเสียงแรดกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้าโจมตีไททันทีแบบไม่มีทางให้หนี
ปัง…
อ๊าค….. เสียงโหยหวนของไทดังลั่นป่าพร้อมกับร่างของไทที่ลอยกระเด็นออกไปอีกครั้งหนึ่ง...
แล้วเวลาก็ผ่านไป 1 คืน ท่ามกลางเสียงโหยหวน เสียงกระแทก เสียงทุบ และเสียงร้องของฝูงสัตว์ป่าที่คลั่งด้วยความโกรธแค้น
เช้าของวันรุ่งขึ้น…
ปิ๊บๆๆ…
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น หน้าจอปรากฏเวลา 6.00 น. กระพริบๆ ด้วยเสียงอันดังของมันทำให้ปื๊ดสะดุ้งตื่นขึ้น
“รู้แล้วๆ” ปื้ดพึมพำและลืมตาขึ้น ก่อนเอื้อมมือไปกดนาฬิกาปลุกที่กำลังดังอย่างต่อเนื่อง
มันลุกขึ้นจาก “ลัง” ที่รองด้วยเบาะนุ่มก่อนบิดี้เีและยืดตัวตามประสาของแมว
“เ้าหนุ่มไทนั่นมันจะเป็ยังไงบ้างนะ เมื่อวานนี้เหนื่อยไปหน่อยเลยหลับเพลินเลยเรา” มันพึมพำพลางเดินไปเข้าห้องน้ำทำภารกิจยามเช้าของมัน คือ เข้าห้องน้ำ กลบ แปรงฟัน กินน้ำ กินข้าว และเข้าเครื่องแปรงขน ด้วยความงัวเงียและเกียจคร้าน
หลังจากผ่านไป 30 นาที ทุกอย่างก็เรียบร้อย มันเดินต่อไปยังห้องควบคุมยานอวกาศ ตายังไม่ลืมเต็มที่เท่าใดนัก
“ไหนๆ มาดูกันซิ” มันพึมพำกับตัวเอง ก่อนกดไปที่ปุ่มปุ่มหนึ่ง ที่ส่งสติมันลงไปเป็ภาพโฮโลแกรมบนดาวอีกครั้งหนึ่ง
วี้ด…
เสียงแสงเลเซอร์ดังขึ้นในจุดหนึ่งของป่า พร้อมกับร่างโฮโลแกรมของปื๊ดที่กำลังหาวค่อยๆชัดขึ้นตามลำดับ
ในป่าตอนนี้ยังเช้าอยู่ จึงเต็มไปด้วยหมอกปกคลุมทัศนวิสัยมองได้ไม่ชัดเจนนัก
มันประมาณการไว้ว่า ไทน่าจะโดนฝูงแรดกระทืบจนอ่วมแต่ยังไม่ตาย ระดับกายาศิลาน่าจะเพิ่มไปสัก 1 ระดับหรืออย่างดีก็ 2 ระดับ ตอนนี้ก็ยังน่าจะอยู่ในดงบาทาของแรดศิลา แต่จะว่าไป เสียงรอบๆตัวตอนนี้มันก็เงียบเหลือเกิน เงียบจนผิดปกติ
“มาดูความสามารถของนายไทซิ อยู่ระดับไหนแล้ว” มันจิ้มๆจอโดยยังไม่ทันดูรอบข้าง ยังไงก็ไม่มีอะไรมาทำร้ายมันได้อยู่แล้ว เพราะเป็แค่ภาพโฮโลแกรม
“หา…”
เสียงปื๊ดอุทานดังสนั่น ตาของมันค้างจ้องไปที่จอโฮโลแกรมที่แสดงค่าความสามารถของนายไทอย่างไม่เชื่อสายตา
“พลังระดับตะกั่วขั้น 6 กายาแรดศิลาระดับ 4 นี่... นี่เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ปื๊ดถึงกับอุทานด้วยความใในพัฒนาการของไท พลังต่อสู้ตอนนี้ของนายไทเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ราวกับคนละคน ตอนนี้ความสามารถของไทน่าจะแซง “กลุ่มบ๊วย” ของผู้เข้าร่วมาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว น่าจะอยู่ในกลุ่มกลางๆ แล้วเสียด้วยซ้ำ
มีเื่หนึ่งที่ปื๊ดยังไม่ได้บอกไท คือ ที่จริงาครั้งนี้ เริ่มก่อนหน้าที่ไทจะเข้าร่วมมา 3 วันแล้ว และต้องอย่าลืมว่า 1 วันบนโลก จะเท่ากับเวลา 1 ปีบนดาวดวงนี้ ดังนั้นผู้เข้าร่วมาที่ถูกเลือกไว้ก่อนหน้าไท จึงมาอยู่บนดาวดวงนี้แล้วถึง 3 ปี มีโอกาสพัฒนาฝีมือก่อนไทมานาน ทำให้คนที่เก่งและมีความสามารถส่วนใหญ่จะไปอยู่ในส่วนสุดท้ายของดาวแล้ว บางคนมีฝีมือระดับเหล็กแล้วเสียด้วยซ้ำ ซึ่งปื๊ดก็ไม่แน่ใจว่าคนที่เก่งที่สุดตอนนี้อยู่ในระดับไหนขั้นไหนกันแน่ ส่วนคนที่อยู่กลุ่มท้ายๆ ยังน่าจะอยู่ในส่วนแรกของดาว โดยเฉพาะกลุ่มที่เลือกอาชีพเป็ผู้ผลิตสิ่งของ มักจะใช้เวลาในการเพิ่มระดับช้ากว่าปกติและเอาเวลาไปเก็บเกี่ยววัตถุดิบและฝึกฝนการผลิตสิ่งของเสียมากกว่า
สำหรับกายาแรดศิลาระดับ 4 นี่ ความแข็งแรงของร่างกายเทียบเท่ากับระดับเหล็กขั้นกลางเลยทีเดียว
การเพิ่มระดับกายาแรดศิลาจากระดับ 0 ไประดับ 1 ใช้ค่าฝึกฝนแค่ 100 หน่วยก็จริง แต่การจะฝึกกายาแรดศิลาจากระดับ 1 ไประดับ 2 ต้องใช้ค่าฝึกฝน 1,000 หน่วย และจากระดับ 2 ไประดับ 3 ต้องใช้ค่าฝึกฝน 10,000 หน่วย ระดับ 4 นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ใช้ค่าฝึกฝนถึง 100,000 หน่วย และเมื่อกายาแรดศิลาเพิ่มระดับขึ้นแล้ว การถูกชนโดยแรดศิลาแต่ละครั้งก็จะได้ค่าฝึกฝนลดลงอย่างมากเช่นกัน เพราะร่างกายสามารถรองรับแรงชนจากแรดได้แล้ว ปื๊ดประมาณการว่า เมื่อกายาเพิ่มระดับเป็ระดับ 3 แล้ว จะได้ค่าฝึกฝนจากการชนของแรดศิลาในแต่ละครั้งแค่ 1 หน่วยเท่านั้น
ส่วนพลังที่เพิ่มขึ้นถึง 3 ขั้น จากระดับตะกั่วขั้น 3 มาเป็ระดับตะกั่วขั้น 6 นี่ แสดงว่าเมื่อคืนนี้ไทต้องจัดการศัตรูไปไม่ใช่น้อย
“แล้วตานั่นอยู่ไหนหว่า วันนี้หมอกลงจัดไม่น้อย มองไม่ค่อยเห็นเลย” ปื๊ดบ่นพร้อมมองไปโดยรอบเพื่อหาตัวไท จากเรดาห์ในตัวไบโอโรบอท ไทน่าจะอยู่ห่างมันไปข้างหน้าไม่เกิน 10 เมตร มันจึงค่อยๆเดินไปตามทิศทางที่เรดาห์แสดงตำแหน่งของไทไว้
ภาพในหมอกค่อยๆชัดแก่สายตา ปื๊ดเริ่มมองเห็นร่างของไท อยู่ข้างๆกองอะไรซักอย่างที่ดูใหญ่โต เมื่อเดินเข้าไปใกล้อีกนัดจนภาพชัดขึ้น ปื๊ดก็ได้เห็นภาพที่ทำให้ต้องใและขยี้ตาอีกครั้งเพื่อมองให้มั่นใจว่าตนเองไม่ได้ตาฝาดไป
ไทกำลังยืนนิ่งอยู่ตรงท้องมีหนึ่งในนอของจ่าฝูงแรดศิลาเสียบเข้าไปอย่างน่าหวาดเสียวทะลุออกด้านหลัง หัวพิงอยู่หัวของจ่าฝูงแรดศิลา แขนของไททั้งสองข้างตกลงข้างลำตัวไม่กระดุกกระดิก มือข้างหนึ่งยังมีดัมเบลถือค้างอยู่
“หะ ตายแล้วรึ” ปื๊ดอุทานด้วยความใ แต่จากที่ดูเมื่อกี้นี้ ระบบยังบอกว่านายไทยังไม่ตายนี่นา หรือระบบมันจะผิดพลาด หรือถ้าสู้กันจบและพึ่งจะตายเมื่อสักครู่ ระบบก็น่าจะมีเสียงเตือนอะไรบ้างโดยเฉพาะเวลาที่ร่างไบโอโรบอทอยู่ในอาการโคม่า หรือถ้าพึ่งสู้กันจบ ปื๊ดก็น่าจะได้ยินเสียงต่อสู้อะไรบ้าง
เพื่อให้มั่นใจว่านายไทยังมีชีวิตรอดอยู่หรือเปล่า ปื๊ดจึงเดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีก
พอถึงระยะประมาณ 2 เมตร ก็ได้ยินเสียงกรนเบาๆ
“อ่าว ยังไม่ตายนี่นา แล้วไอ้นอที่เสียบอยู่นี่ไม่เป็อะไรรึ” ปื๊ดพูดมองไปที่นอที่แทงทะลุออกมาด้านหลังอย่างน่าหวาดเสียว
เห็นอย่างนั้น ปื๊ดก็ตั้งใจจะปลุกนายไทขึ้นมา จึงะโเรียก
“เฮ้ นายไท ตื่นได้แล้ว”
“ฟรี้…” ไม่มีการตอบสนองจากนายไท
“เฮ้ ตื่น ไอ้ขี้เซา ตื่น”
“ฟรี้…” ยังคงไม่มีการตอบสนองจากนายไท
“แบบนี้ต้องเจอของดี” ปื๊ดพูดจบก็หันไปเรียกจอโฮโลแกรม พร้อมจิ้มๆๆๆ ลงไป 4-5 ครั้ง
เปรี๊ยะ....
“อ๊าก….” เสียงร้องอุทานอย่างเ็ปของนายไทดังขึ้นทันที
“ใคร... ใคร... ใครทำอะไรฉัน กำลังหลับสบายเลย” ไทหันซ้ายหันขวามองหาต้นเหตุด้วยความหงุดหงิดที่ถูกปลุกขึ้นมา
“ฉันเอง เรียกแล้วไม่ตื่น ก็เลยช๊อตไฟเข้าไปนิดหน่อย หึๆ” เ้าปื๊ดบอกด้วยสีหน้าสะใจนิดๆ
“โห จะปลุกกันนี่ต้องใช้วิธีรุนแรงขนาดนี้เลย ตายไปทำยังไงนี่” ไทบ่นอุบอิบ
“ไฟช๊อตแค่นี้นายไม่ตายหรอก แต่ไอ้ที่แทงทะลุท้องนายอยู่เนี่ย น่าจะทำให้นายตายมากกว่า” ปื๊ดบอกไทพร้อมชี้ไปที่ท้องของไทที่มีนอแหลมเสียบอยู่
“เฮ้ย มิน่าล่ะ เสียงระบบเตือนตลอดเลยว่าค่าความเสียหายของหุ่นไบโอโรบอทเพิ่มขึ้น ตอนนี้เล่นไป 84% แล้ว กินยาก่อนดีกว่า” ไทพูดเหมือนเป็เื่เล็กน้อย ก่อนหยิบน้ำยาฟื้นพลังขึ้นมาดื่มทีเดียว 14 ขวดรวด และค่อยๆยันตัวออกมาจากนอแรดที่ทะลุพุงกะทิอยู่อย่างยากลำบาก
“โชคดีนะที่ไม่มีใครมาแอบเก็บไอ้เ้าจ่าฝูงแรดศิลานี่ไปตอนที่นายยังหลับอยู่” ปื๊ดต่อว่าไทมาเล็กน้อย
“อ้าวก็มันเหนื่อยนี่นา กว่าจะจัดการไอ้ตัวนี้ได้ฟ้าก็เกือบสว่างแล้ว คนมันก็ต้องมีง่วงบ้าง” ไทเถียง แต่ก็คิดในใจว่าโชคดีนั่นล่ะ จ่าฝูงอสูรเสียด้วย ของที่ได้รับก็น่าจะดีกว่าลูกฝูงอยู่แล้ว
แต่ที่จริงไทไม่ควรต้องกังวลเลยว่าจะมีใครแอบมาขโมยร่างของจ่าฝูงแรดศิลา เพราะปกติแรดศิลาก็เป็อสูรที่ไม่มีใครอยากมาต่อสู้ด้วยอยู่แล้ว สาเหตุมาจากหนังที่หนาและพลังป้องกันสูงกว่าระดับของตัวเอง เพราะแรดศิลามีพลังป้องกันในระดับตะกั่วขั้นสูง คนส่วนใหญ่จึงหลีกเลี่ยงที่จะเดินผ่านป่านี้ซึ่งเป็ถิ่นของมัน แถมด้วยข่าวป่าป่นกระดูกที่เมื่อวานนี้แพร่ออกไป ยิ่งทำให้ไม่มีใครอยากเอาตัวเข้ามาเสี่ยงในป่านี้อีก
“ปกติพวกจ่าฝูงน่ะ มักจะถูกใส่ไอเท็มพิเศษไว้ด้วย นายลองดูละกันว่าจะได้อะไร” ปื๊ดบอกให้ไทลองเก็บเกี่ยว ร่างของจ่าฝูงตัวนี้ดู ไทได้ยินดังนั้นก็รีบเก็บเกี่ยวร่างของจ่าฝูงโดยไม่ลังเล
ปี๊บ.. ท่านได้รับชิ้นส่วนแผนที่ทองคำ (¼)
ปี๊บ.. ท่านได้รับนอแรดสามเขา
“ได้รับอะไรบ้าง” ปื๊ดถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“มีชิ้นส่วนแผนที่ทองคำ กับนอแรดสามเขา” ไทบอกมัน
“แผนที่ทองคำรึ เคยได้ยินชื่อมาหมือนกัน เหมือนจะเป็ที่ตั้งดันเจี้ยนระดับทองคำ มีของที่ค่อนข้างดีอยู่เชียวล่ะ แต่คนที่ได้รับของในาครั้งก่อนๆ ก็ไม่ได้บอกนะ ว่าได้อะไรมาบ้าง ส่วนนอแรดสามเขา น่าจะใช้เป็วัตถุดิบทำอาวุธอะไรซักอย่าง” หลังจากคิดอยู่พักหนึ่งปื๊ดก็บอกข้อมูลมาให้เขา
“อืม… แล้วจะหาอีกชิ้นส่วนแผนที่อีก 3 ชิ้นได้ที่ไหนล่ะ” ไทกำลังสงสัย นี่ถ้าเขาไม่บังเอิญเจอมันจนครบ ก็จะไม่มีทางหาที่ตั้งของดันเจี้ยนทองคำเจอเลยใช่ไหม
“ของแบบนี้มันก็แล้วแต่ดวงน่ะนะ แต่ส่วนใหญ่ชิ้นส่วนมันจะดึงดูดกันอยู่แล้ว ถ้านายได้ชิ้นแรกมา ชิ้นต่อไปก็มีโอกาสจะได้มาเรื่อยๆ” ปื๊ดบอกตามความรู้ที่ได้รับมาจากสถาบัน
“ว่าแต่ เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น” ปื๊ดถามไทต่อด้วยความสงสัย เื่ที่เกิดขึ้นมันเกินคาดมากสำหรับปื๊ด เธอไม่คิดว่าไทจะฆ่าแรดศิลาทั้งฝูงได้
“เดี๋ยวเล่าระหว่างเก็บเกี่ยวศพพวกแรดศิลาไปด้วยละกัน” ไทบอกมันพลางเริ่มออกเดินนำไปในสายหมอก ปื๊ดมองไปรอบๆก็ต้องตะลึง ต้นไม้ตามทางที่ถูกพังราบ รอยตะกุยดิน รอยไถ รอยเหยียบย่ำ จากการต่อสู้เมื่อคืนนี้ยังแสดงให้เห็นตลอดทาง และที่มันสงสัยที่สุด ไทเดินนำมันไปได้อย่างไรท่ามกลางหมอกที่ยังลงจัดอยู่อย่างนี้
“นายจำทางได้อย่างนั้นรึ” ปื๊ดถามเพราะทนความสงสัยตัวเองไม่ได้
“จะยากอะไร แผนที่กูรู้ก็มี จับปักหมุดไว้ตามตำแหน่งที่แรดศิลาตายก็เรียบร้อย” ไทบอกขณะเดินนำอย่างไม่ลังเล เขาให้ระบบแผนที่กูรู้ คำนวนทางที่สั้นที่สุดในแต่ละจุดให้ด้วย จากจุดที่ปักหมุดไว้เกือบร้อยจุด ซึ่งระบบก็ทำงานของมันได้ดีมาก คำนวนเส้นทางและจุดที่ควรจะไปก่อนหรือหลังให้ได้ด้วย
ไทเดินไปไม่ถึง 2 นาที ก็เจอศพแรดศิลาตัวแรก เขาจึงหยุดเก็บเกี่ยวมันและเริ่มออกเดินต่อไปอีกทิศหนึ่ง
“นี่นายจะเล่าได้รึยังว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ปื๊ดถามด้วยความร้อนใจ มันสงสัยมากว่าไททำได้อย่างไร
“อยากรู้รึ บอกดีมั้ยน้า...” ไทแกล้งกระตุ้นต่อมเผือกของปื๊ดด้วยการยิ้มอย่างยียวนกวนอวัยวะเบื้องต่ำ
“จะเล่าดีๆ หรือเล่าทั้งน้ำตาหลังจากที่ชั้นช๊อตนายเรียบร้อยแล้ว” ปื๊ดหยุดเดินตามพร้อมเรียกจอขึ้นมาเตรียมกดคำสั่งลงไป
ที่จริงปื๊ดจะดูกล้องย้อนหลังก็ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เธอต้องกลับขึ้นไปบนยานเสียก่อนเพื่อเรียกดูข้อมูล ซึ่งเธอก็ไม่อยากเสียเวลาไปไล่ดู การให้ไทเล่าแบบสรุปๆจะง่ายกว่าจึงมาขู่เอาเื่ราวจากไท
“เล่าๆ เล่าแล้ว ใจเย็น แหม่... เล่นด้วยหน่อยก็ไม่ได้ เื่เมื่อคืนรึ เื่มันเป็อย่างนี้…” ไทรีบโบกไม้โบกมือก่อนที่จะโดนช๊อต และเริ่มเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้น...