Antimage Master

    บทที่​ 15 การต่อสู้​และ​การ​หลอกลวง​ พาร์ท​ 1​

    บทที่ 15​ การต่อสู้และการหลอกลวง พาร์ท 1

            “ตระกูลนิวาเรียดูเหมือนจะเป็นตระกูลที่ค่อนข้างอันตราย” แจ็คกล่าวหลังจากที่ช่วยทำธุระของคาลี่ย์ขณะที่เขาบินเข้าไปในวิทยาลัยเพื่อกลับไปหาอาจารย์ของเขา

            “หืม??”

            อย่างไรก็ตามมีบางอย่างที่สะดุดตาของเขาก่อน‘ลานเศษเหล็ก’

            แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นลานเศษเหล็กแต่มันก็ไม่ได้มีของที่เป็นเพียงเศษเหล็กอยู่จริงๆ จักรกลทุกเครื่องยังคงทำงานได้แม้จะปลดประจำการหรือมีความเสียหายหากเกิดมีตัวใดที่ใช้งานไม่ได้นั่นจะถูกอาจารย์และเขานำมาแยกส่วนและสร้างขึ้นใหม่                             ดังนั้นต่อให้มีเศษซากของจักกล มันก็ไม่เคยเกินสองตัวก่อนที่เขาจะลากมันออกมาแยกส่วนแต่ในปัจจุบัน ลานเศษเหล็กมีซากของจักกลจำนวนมากที่ถูกทำลายนั่นทำให้เขามั่นใจได้ว่ามีผู้บุกรุก

            แจ็คหยุดอยู่เหนือลานเศษเหล็กสักพักและไม่ได้เร่งรีบไปตรวจสอบใกล้ๆใช้เพียงสายตามองจากระยะไกลแทนเพื่อคาดเดาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่ได้เร่งรีบไปตรวจสอบใกล้ๆ

            ที่ทำเช่นนี้เพราะเขาค่อนข้างกังวลเขาเข้าใจความอันตรายของลานเศษเหล็ก แน่นอนเพราะเขาคือวิศวกรหนึ่งในบุคลที่สร้างจักรกลเหล่านี้ สถานที่นี้จึงควรจะอันตรายมากสำหรับคนนอก เขาเข้าใจความอันตรายของลานเศษเหล็ก

            พอคิดเช่นนั้นแล้วคนแบบไหนกันที่เข้ามาในที่แบบนี้ได้??แถมยังทำลายจักรกลที่เสียหายเหล่านี้ไปหลายตัว แจ็คไม่มั่นใจว่าเขาจะสามารถเอาชนะคนแบบนั้นนั่นคือเหตุผลที่เขาต้องตรวจสอบสถานการณ์อย่างใจเย็นก่อน หากเกินกำลังของเขาจริงๆเขาต้องแจ้งอาจารย์ อย่างไรก็ตามหากไม่​เขาจะไม่รบกวนอาจารย์ที่ค่อนข้างยุ่งกับงานวิจัยและจัดการด้วยตัวเอง

            คลิ๊ก!

            อุปกรณ์คล้ายแว่นยื่นออกมาจากด้านหลังของเด็กชายและถูกตรึงอยู่พอดีในระดับสายตา

            “มีคนหลบอยู่หลังซาก R-01 สภาพที่เกิดเหตุ “

            “รอยตัดครั้งเดียว??!!”

             เหงื่อเม็ดใหญ่เริ่มปรากฎขึ้นบนขมับของแจ็คพร้อมกับรอยยับที่หัวคิ้วหากเขาเผชิญหน้ากับคนที่ตัด เกราะของ R-01 ได้ด้วยการโจมตีเดียวเขาจะไม่มีทางชนะ

            “เดี๋ยวก่อน..ถ้าดูจากสาเหตุที่ถูกทำลายส่วนใหญ่คือการโจมตีเข้าไปในระบบควบคุมที่กลางหน้าอกถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าที่แขนของผู้บุกรุกมีค่าความร้อนต่ำกว่าส่วนอื่นของร่างกายความจริงมันใกล้เคียงกับจักรกลรอบข้าง ” แจ็คเริ่มประเมินจากวิสัยทัศน์พิเศษที่เขาได้รับจากอุปกรณ์คล้ายแว่นที่ยื่นมาจากด้านหลังซึ่งแสดงผลทั้งตรวจจับความร้อนและรังสี

            “หากพิจารณาจากจักรกลที่ถูกทำลาย มี P-01อยู่ด้วยนั่นหมายความว่าบางทีนั่นอาจจะเป็นชิ้นส่วนของ P-01ดังนั้นดูเหมือนว่าสิ่งนั้นคือเป้าหมายของผู้บุกรุก”

            “หากพิจารณาถึงรอยตัดครั้งเดียวมีความเป็นไปได้สูงว่านั่นจะเป็นการโจมตีที่ผู้บุกรุกไม่สามารถใช้ได้บ่อยนักอาจจะใช้ได้เพียงครั้งเดียวแต่เพื่อเป็นการไม่ประมาทควรสันนิษฐานว่าเขาสามารถใช้ได้อีกครั้งนั่นคือหนึ่งสิ่งที่ต้องระวัง”

            “กำลังรบโดยรวมของฝ่ายตรงข้าม....สามารถเผชิญหน้ากับR-01 ที่เสียหายน้อยได้พร้อมกัน 5 ตัวอัตราคลาดเคลื่อน 40% เมื่อพิจารณาสมรภูมิดังนั้นจำนวนที่เขาสามารถสู้พร้อมกันได้ควรที่ประมาณ 3-7 ตัว  และนี่ควรจะเป็นขีดจำกัดเพราะเขาไม่พยายามดึงดูดความสนใจของจักรกลตัวอื่นๆดังนั้นควรพิจารณาว่ามีทักษะสูงมากอย่างไรก็ตามข้าสามารถควบคุมกองทัพจักรกลที่เสียหายเหล่านี้ได้เขาไม่น่าจะรับมือกับเรื่องนี้ได้ แต่เพื่อเป็นการไม่ประมาทควรหลักเลี่ยงการเข้าประชิดตัว”

            “การโจมตีระยะไกลของอีกฝ่ายไม่เป็นที่ปรากฎอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้แต่จากความเสียหายที่จักรกลได้รับส่วนใหญ่ควรเป็นความเสียหายในระยะประชิดข้อปฏิบัติสอดคล้องกับข้อก่อนหน้าคือหลีกเลี่ยงการเข้าประชิดตัว”

            “มีผ้าที่ถูกพันอยู่ที่แขน อาจะเป็นการบาดเจ็บประกอบกับการที่ผู้บุกรุกหลบซ่อนตัวทันทีที่พบข้าเดาว่ามีความเป็นไปได้สูงขึ้นที่เขาจะได้รับการบาดเจ็บแต่อาจจะเป็นไปได้ว่าการบาดเจ็บไม่ได้ร้ายแรงเหตุผลเรื่องการบาดเจ็บไม่ได้เป็นปัจจัยหลักสำหรับการซ่อนตัว”

            “เหตุผลของการซ่อนตัว....มีความเป็นไปได้หลายประการแต่การบาดเจ็บควรจะเป็นปัจจัยที่ต่ำสุด เนื่องจากแม้จะบาดเจ็บแต่ผู้บุกรุกสามารถเข้ามายังส่วนลึกของลานเศษเหล็กได้โดยไม่ต้องสู้เพราะเขาไม่ดึงดูดจักรกลระหว่างทางนั่นทำให้สันนิษฐานได้ว่าเขาสามารถกลับออกไปได้โดยไม่ต้องสู้เช่นกันหากพิจารณาจากวิสัยทัศน่านฟ้า อุปกรณ์ของข้าปล่อยแสงที่เห็นได้ชัดในความมืดเหนือน่านฟ้าควรจะเตือนให้เขาหลบหนี และควรจะมีเวลาเพียงพอ”

            “ดังนั้นเหตุผลของการซ่อนตัวควรจะเหลือความเป็นไปได้อีกเพียงสองประการประการแรกและมีความเป็นไปได้สูงสุด ผู้บุกรุกมีความมั่นใจในการจัดการกับข้า”

            “ประการที่สอง มีความเป็นไปได้น้อยกว่าแต่ผู้บุกรุกอาจจะอยากลองเผชิญหน้ากับข้าเพื่อเก็บข้อมูลอุปกรณ์ที่ไม่ได้เสียหายแต่เหตุผลนี้มีช่องโหว่ใหญ่อยู่หนึ่งประการคืออีกฝ่ายต้องเข้าใจอยู่แล้วว่าข้าสามารถควบคุมจักรกลเสียหายเหล่านี้ได้ทั้งหมดดังนั้นหากใช้เหตุผลนี้โดยปราศจากเหตุผลข้อแรกนั่นเท่ากับฆ่าตัวตายดังนั้นควรสันนิษฐานว่าเขามีความมั่นใจในการจัดการกับข้าและเขาต้องการเห็นอาวุธของข้า”

            “บทสรุปควรสู้ในระยะไกลหลีกเลี่ยงการเข้าประชิดตัว จำเป็นต้องมีจักรกลรอบตัวข้าอย่างน้อย3 ตัวเพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจจะเกิดจากเทคนิคการเข้าประชิดตัวแบบพิเศษซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจเป็นเทคนิคเดียวกันกับที่เขาใช้เข้ามาใช้จักรกลสูงกว่าเจ็ดตัวในการโจมตีพร้อมกัน แต่จะทำแบบนั้นได้สมรภูมิต้องเป็นใจ...โอกาสชนะ 45%,โอกาสหนีรอด 99%”

            “เอาละ””

            “เจ้าเป็นใคร..นี่เป็นเขตหวงห้ามของอาจารย์ข้า คนนอกไม่มีสิทธิ์เข้ามาด้านในนี้”หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว แจ็คจึงเริ่มดำเนินการทันที

            “....”

            ยังคงไม่มีปฏิกิริยาจากผู้บุกรุกอย่างไรก็ตามแม้ในปัจจุบัน แจ็คยังคงจับตามองไปที่ผู้บุกรุกอย่างอดทนด้วยวิสัยทัศน์พิเศษของตน เขาเห็นว่าในปัจจุบันผู้บุกรุกได้จัดการบางอย่างกับซากจักรกลที่เขาหลบซ่อนตัว

    “หมายเลข 5 และหมายเลข 3 ทำโจมตีระยะไกลด้วยขีปนาวุธเวทมนตร์ หมายเลข 6 ถึง 12 เริ่มทำการเข้าโจมตีระยะประชิดหลังจากการโจมตีระยะไกลเสร็จสิ้นหมายเลข 1,2,4 เตรียมพร้อมรบอยู่ใกล้กับตำแหน่งของข้า”แจ็คสั่งการจักรกลทั้งสิบสองตัวตามแผนที่ตนได้วางไว้ก่อนหน้า

    หมายเลข 5 และหมายเลข 3เป็นจักรกลเพียงสองตัวที่ยังสามารถใช้งานการโจมตีระยะไกลได้ ดังนั้นจึงมีแค่ 2ตัวนี้เท่านั้น ที่ได้รับคำสั่งสำหรับการโจมตีระยะไกล

    *บูมม*

    การโจมตีด้วยขีปนาวุธเวทพุ่งเข้าใส่เป้าหมายซึ่งเป็นซากจักรกลรบR-01 ที่ผู้บุกรุกหลบซ่อนตัวอยู่หลังจากที่ควันจากลงก็สามารถมองเห็นได้ว่าสภาพของซาก R-01 นั้นไม่ได้รับผลจากการโจมตีครั้งนี้เท่าใดนัก อย่างไรก็ตามหลังจากการโจมตี ซากจักรกล​ หมายเลข6-12 ก็ยังคงดำเนินการตามแผนที่แจ็คมอบไว้ก่อนหน้า

    “เจ้าหมอนั่นทำอะไรกับ R-01?? เกราะของ R-01ไม่ควรจะแข็งแกร่งขนาดนี้....เป็นคู่ต่อสู้ที่ประหลาดจริงๆ”

     

    คล้ายกับเรื่องAntimage Master ที่คุณอ่าน