บทที่ 3 บิดาได้รับาเ็ (รีไรต์)
ในยามเย็นเช่นนี้ หัวหน้าครอบครัวอย่างอวิ๋นโหย่วฝูเพิ่งเลิกงานและยังไม่ถึงบ้าน
พานหงเสียกำลังจะไปทำอาหาร แต่อวิ๋นซานเข้าไปขวางไว้เพราะตอนที่ตนต่อสู้กับอวิ๋นเจินเมื่อครู่นี้ ผักที่เตรียมไว้ถูกเหยียบย่ำเสียหายไปหมดแล้ว แม้ว่าพานหงเสียจะเก็บขึ้นมาได้ แต่ก็ต้องเสียเวลาจัดการอีก ไปกินข้าวนอกบ้านน่าจะดีกว่า
การออกไปกินอาหารที่ร้านอาหาร ถึงแม้จะเป็ครอบครัวที่มีคนทำงานสองคน ก็ยังเป็เื่ที่ทำได้น้อยครั้ง ปกติแล้ว พานหงเสียค่อนข้างประหยัด เพราะที่บ้านมีคนทำงานแค่สองคน แต่ก่อนมีสามคน แต่คนนั้นก็ไม่ได้ส่งเงินกลับมานานแล้ว นอกจากนี้ ยังต้องจ่ายเงินเดือนให้อวิ๋นเจินด้วย สองคนทำงานเลี้ยงปากห้าปาก และยังต้องส่งเงินให้คุณย่าที่อยู่ชนบทเป็ค่าใช้จ่ายประจำเดือนด้วย ดังนั้นใน่หลายปีที่ผ่านมา จึงแทบไม่ได้ไปกินข้าวนอกบ้านเลย
พานหงเสียมองอวิ๋นซานด้วยสายตาตำหนิ “เงินที่เอาไปกินข้าวนอกบ้านน่ะ ซื้อผักได้ตั้งอาทิตย์หนึ่งเชียวนะ!”
อวิ๋นซาน้าฉลองให้กับชีวิตใหม่ ฉลองให้กับการกลับมาของครอบครัวจึงไม่รู้สึกว่าเป็การสิ้นเปลืองแม้แต่น้อย
ขณะที่กำลังพูดกันอยู่ ก็มีเสียงเคาะประตูพร้อมกับเสียงะโดังมาจากข้างนอก “พี่สะใภ้ เปิดประตูหน่อย! โหย่วฝูได้รับาเ็...”
อวิ๋นซานรีบวิ่งไปเปิดประตู เห็นอวิ๋นโหย่วฝูถูกคนพยุงมา ทั้งหัวและมือพันด้วยผ้าพันแผลมีเืซึมออกมา เธอก็ใมาก “เข้ามาก่อนค่ะ...”
“เหล่าอวิ๋น!” พานหงเสียใจนตัวแข็งทื่อ น้ำตาไหลพราก
ทว่าอวิ๋นโหย่วฝูกลับยิ้มกว้าง มองไปที่อวิ๋นซานตรง ๆ “ซานซาน พ่อมองไม่ผิดใช่ไหม? ดีแล้ว ดีแล้ว ลูกกลับมาแล้ว พ่อไม่เป็ไร ๆ”
เพื่อนร่วมงานของอวิ๋นโหย่วฝูก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะพยุงเขาเข้าไปในบ้านแล้วให้เขานั่งบนโซฟา และพูดว่า “ซานซาน กลับมาได้ก็ดีแล้ว รู้ไหม? พ่อเธอได้ยินว่าเธอหายตัวไปเขาร้อนใจมาก เหม่อลอยจนเกิดอุบัติเหตุ อาเลยพาเขาไปโรงพยาบาลมา ต้องเย็บแผลที่หัวและมือ หมอบอกว่าต้องพักฟื้นสักระยะ แต่เขาไม่ยอมนอนโรงพยาบาล และยืนกรานจะกลับบ้านให้ได้…”
“ขอบคุณอาจางมากนะคะ ลำบากอาต้องวิ่งเต้นไปมาเลย”
เพื่อนร่วมงานของอวิ๋นโหย่วฝูโบกมือปฏิเสธ “ไม่เป็ไรหรอก เดี๋ยวยังไงอาขอตัวกลับก่อน พวกเธอดูแลเขาดี ๆ ล่ะ อย่าลืมพาเขาไปเปลี่ยนผ้าพันแผลที่โรงพยาบาลชุมชนด้วยนะ”
อวิ๋นโหย่วฝูพูดกับเขาว่า “สหายจาง กินข้าวเย็นก่อนค่อยกลับไปเถอะ ลำบากนายต้องไป ๆ มา ๆ…”
“ไม่เป็ไร ไม่รบกวนแล้ว” จางกุ้ยพูดจบก็เดินจากไป จนกระทั่งเขาลงไปข้างล่างแล้ว พานหงเสียถึงได้รู้สึกตัว เธอตบหน้าผากตัวเองอย่างหงุดหงิด “ดูฉันสิ ฉันน่าจะเอาไข่กับปลาแห้งให้เขาติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง เขาอุตส่าห์ช่วยเหลือแท้ ๆ”
อวิ๋นโหย่วฝูพูดขึ้น “ไม่เป็ไรหรอก อีกสองสามวันค่อยชวนเขามากินข้าวที่บ้านก็ได้”
“พ่อ เกิดเื่อะไรขึ้นคะ?” อวิ๋นซานรินน้ำให้บิดา เห็นริมฝีปากของเขาแห้งแตก คาดว่าั้แ่ออกจากโรงงานไปจนถึงโรงพยาบาลคงไม่ได้ดื่มน้ำเลย
ใครกันที่วิ่งไปบอกเขาที่เหมืองว่าเธอหายตัวไป? แบบนี้มันจงใจทำให้คนอื่นเดือดร้อนชัด ๆ
อวิ๋นโหย่วฝูรับแก้วน้ำด้วยมือซ้ายที่ไม่ได้รับาเ็ สายตายังคงจ้องมองที่ใบหน้าของอวิ๋นซาน ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกเหมือนได้สิ่งที่เสียไปกลับคืนมา “ซานซาน เพิ่งกลับมาวันนี้เหรอ ไปเจอเื่อะไรมาหรือเปล่า?”
อวิ๋นซานส่ายหน้า และบอกให้บิดาของตนดื่มน้ำก่อนค่อยคุยกัน
“เอาล่ะ ๆ พ่อจะดื่ม” อวิ๋นโหย่วฝูยิ้มกว้างอีกครั้ง รู้สึกดีจริง ๆ ที่ลูกสาวเป็ห่วงตน
“เสี่ยวเฉินคนที่ทำงานบอกพ่อเอง เขาะโอยู่ข้างนอก บอกว่ามีคนมาที่บ้านแล้วบอกว่าลูกถูกกลุ่มค้ามนุษย์ลักพาตัวหายไป…ฮึ! ไอ้เื่หายไปเนี่ย เื่แบบนี้ยังไม่ทันได้ตรวจสอบก็พูดมั่ว ๆ ได้ยังไง!”
ยิ่งพูดยิ่งโมโห พอได้ยินว่าลูกสาวหายตัวไป เขาที่กำลังทำงานอยู่ร้อนใจมากจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น ดีที่เขาประสบการณ์เยอะ ไม่อย่างนั้นตอนนี้อาจจะตายไปแล้วคงไม่ได้เจอทั้งเมียและลูก
ฟังจบ พานหงเสียก็เหงื่อเย็นออกทั้งตัวทั้งที่อากาศก็หนาว “ใครกันที่พูดแบบนั้น ไมรู้จักหนักเบาบ้างหรือไง ถึงจะเป็เื่จริง ก็ควรรู้ว่าไม่ควรมาบอกตอนที่คุณกำลังทำงานสิ นี่มันฆ่ากันชัด ๆ!”
เื่แบบนี้ แม้แต่พานหงเสียที่ไม่เคยคิดร้ายกับใครยังเข้าใจ ยิ่งอวิ๋นซานไม่ต้องพูดถึง เธอรู้สึกว่าเื่นี้น่าจะเป็แผนร้ายของครอบครัวลุงแน่ ๆ เริ่มจากหลอกให้เธอออกไปข้างนอก จัดฉากเื่กลุ่มค้ามนุษย์ จากนั้นก็มาบอกอวิ๋นโหย่วฝูตอนที่เขากำลังทำงานเสี่ยง ๆ ว่าเธอหายตัวไป
ในฐานะพ่อ อวิ๋นโหย่วฝูต้องเสียศูนย์แน่ ๆ โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดในการทำงานก็มีสูง ผิดพลาดขึ้นมาอาจจะแค่าเ็สาหัสหรือพิการ ร้ายแรงที่สุดก็คือเสียชีวิต แบบนี้เป้าหมายของครอบครัวลุงก็สำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว
โเี้จริง ๆ!
ชีวิตที่แล้วอวิ๋นซานกลับมาที่เมืองเฟิงหลังจากนั้นหกปี เพิ่งมารู้จากเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าที่โรงงานว่าครอบครัวลุงแย่งทุกอย่างจากบ้านเธอไป แต่เธอไม่รู้รายละเอียดพวกนี้ เช่นเื่ที่อวิ๋นโหย่วฝูได้ยินว่าเธอหายตัวไปจนได้รับาเ็
“เดี๋ยวฉันจะไปถามเขาเอง ว่าใครเป็คนบอกเขาเื่ที่ลูกสาวเราหายตัวไป” พานหงเสียโกรธจนหน้าแดง ยิ่งคิดยิ่งโมโห ไม่พอใจที่มีคนแช่งลูกสาวตัวเองและยังทำให้สามีเธอต้องาเ็ คนแบบนี้มันเลวจริง ๆ แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ต้องรับผิดชอบ
อวิ๋นซานเล่าเื่ที่ตนคาดเดาให้พ่อแม่ฟัง รวมถึงเื่ที่เกือบถูกลักพาตัวและเื่ที่เธอตบอวิ๋นเจิน
อวิ๋นโหย่วฝูเบิกตากว้างด้วยความใ จากนั้นใบหน้าก็ถมึงทึง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธ “ซานซาน…”
ทว่าในขณะที่เขากำลังจะพูด ก็มีคนมาเคาะประตูเสียก่อน
พานหงเสียเปิดประตูออกไปก็พบว่าเป็อวิ๋นอ้ายจวินกับแฟนสาวของเขา หูฟาง
อวิ๋นอ้ายจวินเป็ลูกชายคนที่สองของพี่ชายคนโตตระกูลอวิ๋น ปีนี้อายุ 22 ปี ทำนาอยู่ที่ชนบทแต่มีแฟนเป็คนเมือง
อวิ๋นอ้ายจวินเป็คนร่างสูงใหญ่ ใบหน้าค่อนข้างเหลี่ยมเป็รูปลักษณ์ที่คนยุคนี้ชื่นชอบ ส่วนแฟนสาวของเขานั้นเทียบกับเขาไม่ได้เลย ผิวคล้ำและผอมบาง ทั้งสองคนยืนด้วยกันดูไม่เหมาะสมกันเลยแม้แต่น้อย
“อาสะใภ้รอง ได้ยินมาว่าซานซานกลับมาแล้ว ดีจริง ๆ เลย...แล้วอารองาเ็ตรงไหนหรือเปล่า? เป็อะไรมากไหมครับ?” อวิ๋นอ้ายจวินที่ตอนแรกเป็ห่วงอวิ๋นซาน พอเห็นอวิ๋นโหย่วฝูก็รีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความใ น้ำตาแทบไหลออกมา
“ไอหยา ฉันเห็นศีรษะของอารองเหมือนมีเืซึมออกมา อ้ายจวินพาอารองไปโรงพยาบาลเถอะ ไม่รู้ว่าพันแผลดีหรือยัง ลูกเขยก็ไม่อยู่บ้าน ต้องพึ่งคุณแล้วละ!” หูฟางพูด
อวิ๋นอ้ายจวินพยักหน้า เอื้อมมือจะไปประคองอวิ๋นโหย่วฝู “อารองเดินไม่สะดวก ผมช่วยเอง”
ทั้งสองคนแสร้งทำเป็ห่วงใยอย่างเป็ธรรมชาติราวกับสายน้ำไหล
อวิ๋นโหย่วฝูทำหน้าเคร่งขรึม ปัดมือของอวิ๋นอ้ายจวินที่ยื่นมาออก “อ้ายจวิน คู่สามีภรรยาที่พาซานซานไปที่เมืองเอสเป็พวกค้ามนุษย์ แกกับคนรักของแกรู้เื่นี้ไหม? พวกแกทำหรือเปล่า?”
อวิ๋นอ้ายจวินกับคนรักต่างใและรีบปฏิเสธทันที
“อารองคะ เื่นี้มันต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ ๆ ฉันได้ยินอวิ๋นเจินบอกว่าซานซานจะไปเมืองเอส ก็นึกขึ้นได้ว่าเพื่อนร่วมงานที่โรงงานก็กลับเมืองเอส เลยบอกอวิ๋นเจินไป คิดว่าระหว่างทางจะได้มีคนคอยดูแลกัน ใครจะไปคิดว่าจะเป็คนเลวแบบนั้น เกิดอะไรขึ้นกับซานซานระหว่างทางหรือเปล่า?”
อวิ๋นอ้ายจวินเอ่ยขึ้นว่า “ใช่แล้ว อารอง นี่มันต้องเป็เื่เข้าใจผิดแน่ ๆ หูฟางไม่มีทางพาอวิ๋นซานไปขายให้พวกค้ามนุษย์หรอก แม้ไม่ใช่ญาติพี่น้องกัน แต่ถึงเป็คนแปลกหน้าเธอก็ไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ ๆ เื่แบบนี้ต้องติดคุก”
ทั้งคู่ไม่เพียงแต่มีสีหน้าที่สอดคล้องกันเท่านั้น แม้แต่ปากก็ยังพูดจาคล่องแคล่วเหมือนกันอีกด้วย
มองจากจุดนี้แล้ว ทั้งสองช่างเหมาะสมกันมากจริง ๆ