อสูรสยบสวรรค์

    อสูรสยบสวรรค์ ตอนที่ 49 : กวาดล้างตระกูลเจียง

    " ข้าโจวนนท์ วันนี้ข้าจะลบตระกูลเจียงออกจากเมืองจาง " นนท์ประกาศก้องทั่วเมืองจาง สิ้นเสียงของนนท์ 


    " โจวนนท์ เจ้าช่างกล้า วันนี้ต่อให้มีผู้หนุนหลังเจ้ามากมายก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอด ข้าจะสังหารเจ้า


    แล้วนำภรรยาทั้งห้าของเจ้ามาเป็นนางบำเรอข้า " เจียงต้าเฉิน กล่าวท้าทายนนท์ ร่างของเจียงต้าเฉินลอยขึ้นมาประจัญหน้ากับนนท์ 


    ร่างกายที่หมองคล้ำ ดวงตาที่แดงก่ำ กลิ่นอายของมารร้ายแผ่กระจาย ร่างกายที่เคยหล่อเหลาในครั้งอดีต บัดนี้กลายเป็นมารร้ายที่มีแต่ความเคียดแค้น


    " เจียงต้าเฉิน เหตุสังหารผู้ฝึกยุทธในเมืองจางและเมืองข้างเคียงเป็นเจ้าใช่รึไม่ " นนท์เริ่มเก็บหลักฐาน หลางจี้เสวี่ยใช้หยกบันทึกภาพและเสียงเก็บไว้


    " โจวนนท์ ใช่ เป็นข้าเอง " เจียงต้าเฉินยอมรับ


    " เหตุใดเจ้าจึงสังหารผู้คนมากมาย " นนท์เริ่มสอบสวน


    " ข้าใยต้องตอบเจ้า " เจียงต้าเฉินคร้านในคำถามของนนท์


    " หากแม้นเจ้ามิยอมตอบ ข้าก็จะคิดว่าเพราะเจ้าต้องการพลังชีวิต พลังลมปราน พลังวิญญาณของผู้ฝึกตนมาฝึกกายมารสินะ


    เจียงต้าเฉิน เจ้านั้นเข้าสู่วิถีแห่งมารโดยแท้จริงแล้ว ข้าจำเป็นต้องกำจัดเจ้า สามปีที่ผ่านมาข้านั้นไล่ล่าเจ้าไปจนถึงเขตแดนของแคว้นเหลยแต่หาเจ้ามิพบ


    แต่วันนี้เป็นเจ้าที่มาให้ข้าจัดการถึงที่ " เสียงของนนท์ดังกึกก้องทั่วเมืองจาง 


    " เจียงต้าเฉินเข้าสู่วิถีแห่างมารแล้ว " 


    " เป็นเจียงต้าเฉินที่สังหารผู้ฝึกตนมากมาย แล้วสูบพลังชีวิต พลังลมปราน พลังวิญญาณมาฝึกกายมารรึนี่ " 


    " เจียงจางเฉินกลับโกหกว่าอาจารย์โจวนนท์เคียดแค้นเจียงต้าเฉินถึงกลับบุกมาที่ตระกูลเจียง หมายสังหารเจียงต้าเฉิน " เสียงผู้คนอื้ออึง เมื่อได้รับรู้สิ่งที่นนท์พูด


    " โจวนนท์เจ้าใส่ร้ายข้า " เจียงต้าเฉินไม่ยอมรับ


    " แล้วเหตุใดกายของเจ้าจึงหมองคล้ำเช่นนี้ ผู้ที่ฝึกกายมารจึงจะมีกายที่หมองคล้ำเช่นเจ้า เจ้าจงตอบข้า " นนท์กล่าวต่อ


    " ....... " เจียงต้าเฉินกลับนิ่งเงียบ ฉับพลันร่างกายกลับขยายใหญ่โต สูงราวสามจั้ง กลิ่นอายมารร้ายแผ่ขจายออกมา 


    " โจวนนท์ข้าจะสังหารเจ้า และจะเอาภรรยาของเจ้ามาเป็นมารร้ายเช่นข้า " ฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์ทันที่ ฝ่ามือมารขนาดสองจั้งที่มีกลิ่นไอของความชั่วร้ายพวยพุ่งเข้าหานนท์


    นนท์เหวี่ยงหมัดแปดอัสนีเข้าต่อกร " เปรี้ยง " เสียงอัสนีบาตดังสะเทือนทั่วเมืองจาง อัสนีหนึ่งเส้นสายพุ่งเข้าปะทะ


    " ตูม " ฝ่ามือมารขนาดสองจั้งปะทะเข้ากับอัสนีบาตหนึ่งเส้นสาย คลื่นพลังกระจายรอบทิศทาง.


    " ฟึ๊บ " นนท์ฟาดฝ่ามือสยบมาร ฝ่ามือสีทองขนาดสิบจั้งพุ่งเข้าใส่ร่างยักษ์ของเจียงต้าเฉิน 


    " ตูม " เสียงดังสนั่นลั่นเมืองจาง


    " อ้าก " เจียงต้าเฉินร้องโหยหวล ฝ่ามือสีทองขนาดสิบจั้งแผดเผาร่างยักษ์ของเจียงต้าเฉินและหมอกควันสีดำแห่งมารร้ายกลายเป็นจุล


    " เฉินเอ๋อร์ " เสียงสั่นเครือของเจียงจางเฉิน ร้องเรียกบุตรชาย 


    " โจวนนท์ สาระเลว " เจียงจางเฉินกัดฟันคำราม พร้อมลอยตัวอยู่ต่อหน้านนท์ 


    " เจียงจางเฉิน บุตรของเจ้าเข้าสู่วิถีแห่งมาร เจ้ามิสังหารบุตรของเจ้า แต่เจ้ากลับปกป้องบุตรชายมารร้าย บุตรของเจ้าเข่นฆ่าผู้คนมากมายเพื่อทำการฝึกกายมาร


    โทษของเจ้านั้นมีอยู่แล้ว เจ้ายังถูกเพิ่มโทษในวันที่ขัดขวางข้ามิให้ไล่ล่าบุตรของเจ้า ข้าจะเพิ่มโทษให้เจ้าอีกในวันที่เจ้าส่งคนไปทำร้ายพี่ชายข้า


    และโทษของเจ้าถูกเพิ่มอีกในวันที่เจ้าส่งคนไปสังหารศิษย์ของสำนักหุบเขาเหมันต์ โทษมากมายเช่นนี้ มีแต่ความตายเท่านั้นที่เหมาะสมกับเจ้า " นนท์พูดจบ


    ร่างชราในชุดสีขาวลอยขวางหน้าเจียงจางเฉิน " ผู้อาวุโสสอง " เจียงจางเฉินร้อง


    " ผู้อาวุโสสองฆ่ามันเลย มันฆ่าเฉินเอ๋อร์ เอาเลือดของมันมาเซ่นไหว้ให้กับดวงวิญญาณของเฉินเอ๋อร์ " เจียงจางเฉินโทษะพวยพุ่ง


    " พ่อหนุ่ม เฉินเอ๋อร์เป็นมารร้ายเจ้าสังหารมารร้ายนั้นมิผิด แต่ผิดที่เจ้าสังหารเฉินเอ๋อร์ เจ้าอย่าได้โทษข้าที่ข้าสังหารเจ้า


    เมื่อเจ้าตายข้าจะดูแลภรรยาทั้งห้าของเจ้าเอง อดีตเจ้าสำนักหลางข้านั้นปราถนาต่อตัวท่านมาเนิ่นนาน วันนี้เห็นทีความปราถนาของข้าคงสมหวัง " ผู้อาวุโสสองกล่าว


    " เจ้าเฒ่าเจ้าผ่านสามีของข้าให้ได้ก่อน " หลางจี้เสวี่ยกล่าวด้วยโทษะ


    " หึ พวกเจ้าต้องชั่วเช่นไรถึงมิยอมรับในสิ่งผิด ตระกูลเจียงของพวกเจ้าได้เวลาแล้ว ภรรยาข้า สังหารเพียงแค่ผู้ฝึกตน สตรี เด็ก คนชราปล่อยไป " กล่าวจบ ห้าภรรยาต่างแยกย้ายไปล้างบางตระกูลเจียง


    ตระกูลเจียงนั้นเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองจาง เหมืองหินปรานปฐพีที่ตระกูลเจียงเป็นเจ้าของนั้นมีค่ามากมาย


    จึงทำให้ตระกูลเจียงมีผู้ฝึกตนระดับเทวะและราชันย์เทวะอยู่มาก ฝั่งเจ้าเมืองเองยังต้องนอบน้อมยามพบเจอเจียงจางเฉิน 


    " พวกเจ้าจับเป็นภรรยาของมัน นำมากำนัลให้กับผู้อาวุโสสอง " เจียงอู่ฉีร้องตะโกน 


    " หึ อาศัยพวกเจ้า " หลางจี้เสวี่ยแสยะยิ้ม


    " ตาเฒ่าหากเจ้าต้องการสังหารข้าคงมิง่าย " นนท์เอ่ยท้าตาเฒ่า


    " ถึงคราวตายแล้วเจ้ายังจะพูดมาก " ผู้อาวุโสสองฟาดฝ่ามือออก ฝ่ามือพุ่งลอยเข้าหานนท์


    แรงกดดันของฝ่ามือวิญญาณนิรัดร์ขั้นสูงสุดนั้นหนักหน่วงยิ่งนัก แม้นว่าจะถูกฟ้าดินกดพลังไว้


    แต่คลื่นพลังที่ถาโถมเข้าใส่นนท์นั้นยังคงทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง


    นนท์เหวี่ยงฝ่ามือเข้าปะทะ " ตูม " เสียงดังสนั่น นนท์ตัวปลิวไปราวสิบจั้ง


    " แข็งแกร่งจริงๆ " นนท์พึมพำก่อนจะใช้ออกด้วยหมัดแปดอัสนี


    " เปรี้ยงๆๆ  ๆ " เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง อัสนีสี่สายพุ่งทะยานเข้าหาผู้อาวุโสสอง


    " ตูม ปึ้ก " ผู้อาวุโสสองถูกอัสนีหนึ่งสายทะลวงที่หน้าอก ลอยไปไกลราวยี่สิบจั้ง นนท์ใช้วิธีเดียวกันกับวานรหกแขน


    " ไอ้สาระเลว " กระบี่เหมันต์พลันอยู่ในมือผู้อาวุโสสอง ไอเหมันต์แผ่กระจาย ผู้คนโดยรอบพลันหนาวเหน็บ ผู้อาวุโสสองฟันกระบี่เข้าใส่นนท์


    คลื่นเหมันต์แผ่กระจายพุ่งเข้าใส่นนท์ คลื่นเหมันต์เคลื่อนตัวแหวกอากาศพลันทิ้งเกล็ดน้ำแข็งร่วงโรยสู่พื้น


    ขณะเดียวกันนนท์สะบัดมือ กระบี่เต๋าพลันปรากฎในมือ ห้วงมิติบิดเบี้ยว อักขระเต๋าเพลิงโอบล้อมกาย


    นนท์ฟันกระบี่เต๋าตอบโต้อักขระเพลิงเต๋าพวยพุ่งเข้าใส่คลื่นเหมันต์


    " ตูม " คลื่นเหมันต์เข้าปะทะอักขระเต๋าเพลิง ร้อนเย็นสองสายแผดเผาซึ่งกัน ท้องฟ้าพลันเปลี่ยนสีเดี๋ยวฟ้าเดี๋ยวแดง


    ผู้คนที่ชมโดยรอบต่างตะลึงในสิ่งที่เห็น


    " ระดับราชันย์จักรพรรดิ์เทวะขั้นที่เก้าสูงสุดสู้กัน ช่างตื่นตายิ่งนัก " 


    " คลื่นพลังที่กระจายออกมาหนึ่งหนาวเหน็บ หนึ่งร้อนเผาไหม้ "


    " การต่อสู้ครั้งนี้ หากพลาดมิรู้ส่าจะมีวาสนาได้ดูอีกเมื่อใด "


    " ไอ้สาระเลวน้อยมีดีนี่ มิน่าถึงไม่มีท่าทีเกรงกลัวต่อข้า หากข้ามิถูกกดพลังไว้ เจ้าก็เป็นเพียงแค่มดปลวกใต้ฝ่าเท้าข้า " ผู้อาวุโสสองกล่าว


    นนท์กางค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน " ตาเฒ่านี่เป็นค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน เข้ามาสู้กันข้างใน หากตายแล้วจะมิเสียใจที่พ่ายแพ้ต่อผู้ที่ขั้นพลังต่ำกว่า" 


    นนท์ลอยเข้าไปในค่ายกล ผู้อาวุโสสองลังเล แต่พลันที่นนท์เข้าไป " กายนิรันดร์ขั้นต้นขั้นที่ห้า " ผู้อาวุโสสองพึมพำ


    ผู้อาวุโสสองลอยเข้าไปในค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน " วิญญาณนิรันดร์ขั้นสูงสุดขั้นที่เจ็ด " นนท์พึมพำ


    " ไอ้สาระเลวน้อยคราวนี้ฆ่าจะฆ่าเจ้าแล้วชิงภรรยาทั้งห้าของเจ้ามา " ผู้อาวุโสสองกล่าวด้วยโทษะ


    " ตาเฒ่าทำให้ได้ก่อนแล้วค่อยพูด " นนท์เหวี่ยงฝ่ามือสยบมารเข้าใส่ผู้อาวุโสสอง ฝ่ามือสีทองขนาดสิบจั้งพุ่งไปที่ผู้อาวุโสสอง


    " หึ มีแค่นี้คิดจะลองดีกับข้า " ผู้อาวุโสสองเหวี่ยงฝ่ามือเหมันต์ขนาดสิบจั้งสวนกลับ


    " ตูม " ฝ่ามือยักษ์สิบจั้งเข้าปะทะกัน คลื่นพลังมหาศาลกระจายออกรอบทิศทาง ผู้ฝึกตนขั้นต่ำหลายคนถึงกับกระอักเลือด


    " อ้าก " แขนของผู้อาวุโสสองกลับบิดเบี้ยวและผิดรูป


    นนท์เปิดใช้งานเนตรมังกรผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋า " อืมไอมารกัดกินแขนข้างขวา " นนท์พึมพำ


    " ตาเฒ่าข้าจะบอกข่าวดีเจ้า แขนของเจ้านั้นถูกไอมารกัดกินแล้ว ข้าว่าเจ้าคงจะเดินพลังช่วยเจียงต้าเฉินสินะ


    เฉินเอ๋อร์ของจึงเจ้าตอบแทนเจ้าด้วยวิธีนี้ช่างน่ายินดียิ่งนัก " ขณะที่พูดนนท์ใช้แผ่นหยกบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน


    " ไอ้สาระเลว เจ้าเอาสิ่งใดมาพูด " ผู้อาวุโสสองยังคงสับสนในสิ่งที่นนท์บอก


    " ตาเฒ่า เจ้าดูที่แขนของเจ้าสิ เหตุใดจึงมีหมอกดำลอยออกมาจากแขนของเจ้า แล้วแขนของเจ้ายังดำคล้ำหากมิใช่เพราะมีพลังมารกัดกินเจ้า คงเป็นข้าที่ถูกฝ่ามือเหมันต์ของเจ้าซัดปางตายแล้ว " นนท์กล่าว 


    " เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าเป็นมารแล้วข้าก็มีข้ออ้างในการกำจัดเจ้า แล้วเมื่อเจ้าตายข้าก็จะปลอดภัยจากสำนักของเจ้า ลาล่ะ " พูดจบ


    ท้องฟ้ามืดครึ้มดาราน้อยใหญ่บังเกิดส่องแสงแวววับ แสงสีทองสาดส่องออกมาจากดาราในห้วงแห่งความมืดมิด นนท์ใช้กฎเกณฑ์แห่งดาราผสานกับฝ่ามือสยบมาร ปลดปล่อบพลานุภาพของฝ่ามือสยบมาร


    " อ้าก " เสียงอันทรมานของผู้อาวุโสสองพลันร่างของผู้อาวุโสสองมอดไหม้เป็นเพียงเศษธุลี


    " นั่นมันวิชาอันใด " 


    " อาจารย์โจวช่างเก่งกาจนัก " 


    " เสียทีบุตรีของข้ามิได้งดงามเท่าห้าภรรยาของอาจารย์โจว มิเช่นนั้นข้าจะยกบุตรีของข้าให้เป็นภรรยาคนที่หกเลย "


    " อาจารย์โจวแข็งแกร่งจริงๆ " 


    "อาจารย์โจวคืออันดับหนึ่งของแคว้นเหลย " เสียงอื้ออึงของฝูงชนที่รับชมศึกในครั้งนี้


    " อาจารย์โจว ข้าผิดไปแล้ว อย่าฆ่าข้าเลย " เจียงจางเฉินเล่นลูกไม้


    " เจียงจางเฉิน เหตุใดข้าจึงมิฆ่าเจ้า " นนท์อยากรู้ว่าเจียงจางเฉินจะมีลูกไม้อันใด


    " อาจารย์โจว เรื่องที่ผ่านมาเป็นข้าที่เกิดโทษะ จึงกระทำการล่วงเกินพี่ชายท่านและสำนักหุบเขาเหมันต์ และด้วยความรักของพ่อข้าจึงปกป้องบุตรของข้า " เจียงจางเฉินเริ่มเล่นละครหวังให้นนท์เมตตา


    " เอาล่ะ ข้ามีข้อเสนอ เจ้าจะต้องชดใช้ให้กับญาติของผู้ที่ถูกบุตรของเจ้าฆ่าตาย " นนท์คิดแผนออก


    " ญาติของผู้ฝึกตนที่ถูกเจียงต้าเฉินฆ่าตายจงมาที่นี่ " ญาติผู้ตายต่างเดินมาหาโจวนนท์


    " เจียงจางเฉินเจ้าจงนำทรัพย์สินของเจ้าออกมาชดใช้ให้แก่คนเหล่านี้ จนกว่าข้าจะพอใจ " นนท์สั่ง


    เจียงจางเฉินหน้าดำคล้ำ แต่ก็ยังกัดฟันนำทรัพย์สินออกมามากมาย เพื่อชดใช้ให้กับญาติของผู้ตาย 


    " อาจารย์โจวท่านพอใจรึยัง " เจียงจางเฉินหน้าตาหมองเศร้า คราวนี้สูญเสียมากมายยิ่งนัก


    " เอาล่ะ ข้าพอใจ " พูดจบ นนท์ลอยตัวขึ้น 


    " ทุกคนถอยออกจากที่นี่ " นนท์กล่าว


    นนท์ใช้เนตรมังกรขั้นที่สี่ผนึกมังกร พื้นสั่นราวแผ่นดินไหวพลันพื้นดินแยกออกจากกัน ปรานมังกรราชันย์เทวะสองสายนอนขดอยู่


    นนท์ชั้นิ้วไปที่ปรานมังกรราชันย์เทวะ " ผนึก " นนท์ตะโกน ปรานมังกรราชันย์เทวะสั่นไหวพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ร่างเงาสีแดงของปรานมังกรราชันย์เทวะสองตน ค่อยย่อหดตัวเล็กลงจนกลายเป็นผลึกปรานมังกรราชันย์เทวะสองก้อน


    นนท์สะบัดมือพื้นดินกลับมาเป็นดังเดิม เจียงจางเฉินทรุดลง ร่ำร้องในใจ ครั้งนี้สูญสิ้นทุกอย่าง


    " โจวนนท์ เหตุใดเจ้าต้องทำถึงเพียงนี้ " เจียงจางเฉินร่ำร้อง


    " เจียงจางเฉินนี่คือสิ่งที่ข้าบอกกับเจ้าในครานั้นว่า เมื่อถึงครานั้นข้าหวังว่าเจ้าจะจ่ายมันไหว ภรรยาข้ากลับเถอะ "


    นนท์สะบัดมือที " อ้าก " เจียงจางเฉินกระอักเลือด พร้อมร่างกายที่ปลิวลอยไปไกลนับสิบลี้


    นนท์จึงพาภรรยาทั้งห้าเดินไปยังวังของพ่อตาเจ้าเมือง





     

    ช่วงนี้ผมลาหยุดนะครับ ราวๆหนึ่งอาทิตย์ 





    คล้ายกับเรื่องอสูรสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน