ตอนที่ 42 ปลูกพืชผักเอง
“พวกเราสองคนจะเริ่มต้นปล่อยข่าวที่หมู่บ้านดาราฉายเป็นที่แรกและจะแยกกันไปตามหัวเมืองต่างๆ โดยตัวผมจะไปปล่อยข่าวที่ เมืองดาราฉาย ส่วนจิมจะรับหน้าที่ปล่อยข่าวนี้ที่หมู่บ้านสายหมอกในดินแดนทางเหนือครับ” โทมัสบอกเล่าถึงแผนการปล่อยข่าวลวงนี้ให้กับไลท์ได้รับทราบ
ซึ่งแผนการของทั้งสองคนก็ถือว่าค่อนข้าง มีแบบแผนที่ดีเยี่ยมจนไลท์ ไม่จำเป็นต้องเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมให้กับทั้งสองคนเลย ด้วยซ้ำ
อนึ่งที่ไลท์มองว่าแผนการนี้มีการวางแผนที่ยอดเยี่ยมเลยส่วนหนึ่งก็มาจากความมั่นใจของโทมัสและจิมที่แสดงออกมา ทั้งสองคนแม้จะมีภูมิหลังเป็นถึงเจ้าชายและองครักษ์ ของดินแดนทางเหนือ
แน่นอนว่าหน้าที่สำคัญที่สุดของจิม คือต้องอยู่รับใช้และคอยดูแล โทมัส ไม่ห่างกาย แต่กระนั้นเพื่อแผนการในครั้งนี้ โทมัสและจิม กลับยอมที่จะแยกกันไปทำภารกิจตามที่ต่างๆ เพียงลำพัง
ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อ ทำให้แผนการข่าวลวงของไลท์นั้นเป็นจริง!
ไลท์ได้ฟัง ก็รู้สึกขอบคุณในความตั้งใจของทั้งสองคนเป็นอย่างมาก อีกทั้งจากที่เขาได้สำรวจพฤติกรรมของโทมัสและจิมในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทั้งสองคนก็ดูจะเป็นคนที่เชื่อฟังเขาอยู่ไม่น้อย
ยอมระงับความโกรธที่ถูกมาร์คัสและพรรคพวกนั้นหาเรื่อง ยอมละทิ้งศักดิ์ศรีที่ตัวเองเป็นถึงเจ้าชายของดินแดนทางเหนือ ก็เพื่อไม่อยากทำให้ร้านอาหารสามเวลาแห่งนี้ ต้องได้รับผลกระทบ
‘ทั้งนี้แม้ทั้งสองจะไม่มีความรู้ในด้านการทำครัวหรือร้านอาหาร...แต่โดยพื้นฐานของการประเมิน ไลท์มองว่าทั้งสองนั้นสอบผ่านบททดสอบของเขาแล้ว’
“ถ้าเชฟไลท์ไม่มีอะไรจะเสนอแนะแก่พวกเราแล้ว งั้นพวกเราสองคนขอตัวลาและขอสัญญาว่าพวกเราจะกลับมาพร้อมกับผลลัพธ์ที่เชฟนั้นคาดหวัง” โทมัสและจิม พร้อมใจลุกขึ้นยืน ทั้งสองก้มศีรษะให้กับไลท์ พลางยื่นมือไปหาเจ้าโปริ่งที่มองตาปริบๆ
‘แป๊ะ~!’
เจ้าโปริ่งนั้นรู้งานในทันที ก้อนกลมๆ ของมัน ได้แปรสภาพเป็นมือ ยื่นออกไป แท็คมือ กับโทมัสและจิม เพื่อเป็นการให้กำลังใจ
“ขอให้เดินทางปลอดภัย ฉันจะรอวันที่พวกนายสองคนกลับมาอยู่ที่นี่” ไลท์และเจ้าโปริ่งได้เดินไปส่งโทมัสและจิมด้วยตัวเอง
โทมัสและจิมหันมาโค้งคำนับให้กับไลท์อีกหนึ่งครั้ง ด้วยคำพูดที่ไลท์อวยพรทั้งสองคน มันช่างเหมือนกับช่วยเพิ่มพลังให้กับพวกเขามากเหลือเกิน
ก่อนที่แผ่นหลังของเจ้าชายและองครักษ์หนุ่มจะหายไปจากสายตา ที่ทอดยาวไปตามเส้นทางอันเต็มไปด้วยหมู่เมฆไม้ที่มุ่งหน้าไปสู่หมู่บ้านดาราฉาย...สถานที่แรกที่ข่าวลือได้เริ่มต้นขึ้น
‘อสูรหมาป่าสีชาดแห่งป่าดาราฉาย’
หลังจากโทมัสและจิมจากไปแล้ว ไลท์ก็ที่ไม่มีอะไรจะทำ จึงได้เดินไปที่ด้านหลังของร้านอาหาร ที่ซึ่งเป็นแปลงปลูกผักของทางร้าน
โดยแปลงปลูกผักส่วนใหญ่นั้นมีพืชผักที่คุณตาเกลได้ปลูกเอาไว้อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่กระนั้นทางด้านของคุณตา ก็ได้แบ่งพื้นที่จำนวน 5 แปลง ตามคำขอของไลท์ เตรียมเอาไว้ให้ก่อนหน้านี้แล้ว
‘เอาล่ะ...ลงมือปลูกผักกันเถอะ’
ไลท์ถลกแขนเสื้อขึ้นให้ดูทะมัดทะแมง ก่อนจะหยิบเอาถุงเมล็ดพืชที่ซื้อมาจากร้านค้าของระบบออกมาจากถุงหยามที่คุณตาเกลมอบให้เมื่อวันก่อน
‘จะปลูกอะไรก่อนดีนะ?’
ไลท์มองสำรวจพืชผักในสวนของคุณตาเกลเพื่อประเมินว่ามีพืชพันธุ์ชนิดไหนที่คล้ายคลึงเหมือนกับใบกะเพราในก่อนหน้านี้อีกหรือไม่และเมื่อมองสำรวจจนแน่ใจแล้วว่าในสวนแห่งนี้นั้นยังไม่มีพืชผักที่เขาต้องการ
ชายหนุ่มก็เริ่มต้นลงมือปลูกพวก
‘ต้นมะกรูดและตะไคร้’
‘ผักชีและต้นหอม’
‘ใบกะเพราและโหระพา’
ทั้งหมดนี้ไลท์ได้ปลูกไว้อย่างละแปลง ก็เพื่อทำการทดลองว่าผลผลิตจากเมล็ดพันธุ์จากในระบบจะมีความพิเศษกว่า ผักที่ขึ้นตามปกติของโลกใบนี้หรือไม่
อย่างไรก็ตามนอกจากไลท์จะลงมือปลูกพืชลงไปในแปลงผักแล้ว ตัวของชายหนุ่มก็ยังได้สร้างคอกดิน เพื่อที่จะทำปุ๋ยหมักให้กับแปลงผักของเขาด้วย
แน่นอนว่าตัวไลท์ถึงแม้จะเป็นพ่อครัว ที่สามารถมองดูวัตถุดิบว่าดีหรือแย่ได้ด้วยสายตาของเขา
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไลท์จะรู้ทุกกระบวนการเติบโตของพืชผักนั้นๆ ว่ามีที่มาอย่างไร ซึ่งในส่วนนี้ก็ต้องขอขอบคุณเทคโนโลยีในโลกก่อน ที่นอกจากจะหาข้อมูลได้ง่ายๆ ด้วยปลายนิ้วสัมผัส
ไลท์ยังรู้สึกขอบคุณเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในแพลตฟอร์มยูทูป ที่นอกจากจะช่วยสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนอื่นๆ ได้แล้ว ในส่วนของวิดีโอที่มอบความรู้ ก็ยังมีเหล่าครีเอเตอร์ที่นำวิดีโอในการเพาะปลูกมาลงสอนไว้ในนั้นให้ผู้คนได้ใช้ศึกษาอีกด้วย
โดยไลท์ในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่โลกก่อน ก็มีโอกาสได้รับชมวิดีโอในการทำปุ๋ยหมักและการทดลองปลูกพืชต่างๆ มาบ้าง หากแต่ครั้งนี้ ข้อมูลที่ได้ดูศึกษามา ก็ดูเหมือนจะมีประโยชน์และได้ทดลองทำเองจริงๆ ก็วันนี้
ชายหนุ่มทำการตักกองดินบริเวณหลังร้านมาซุ่มๆ รวมกันไว้ มีทั้งเศษใบไม้ปะป่นรวมอยู่ในนั้น ซึ่งในเนื้อดินที่ได้ขุดและตักขึ้นมา เขาก็ได้พบเจอกับสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังและทรงประสิทธิภาพมากที่สุดในโลกอย่าง ‘ไส้เดือนดิน’ ชอนไชอยู่ในดินอีกด้วย
ไส้เดือนดินจัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าอัศจรรย์มากที่สุดตามธรรมชาติ แม้หน้าตาของมันและรูปร่างจะดูน่าขยะแขยงในสายตาของใครหลายๆ คน แต่เชื่อเถอะมันเปรียบได้ดั่ง พระเจ้าของเหล่าพืชผักเลยก็ว่าได้
การมีอยู่ของไส้เดือนภายในดินจะช่วยทำให้ดินไม่แข็งตัวจนเกินไป เหมาะแก่การชอนไชและแทงรากไปตามเนื้อดินของพืชผักเป็นอย่างมาก อีกทั้งมูลหรือสิ่งปฏิกูลจากไส้เดือนก็เป็นแหล่งแร่ธาตุและอาหารที่พืชต้องการอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ ไลท์ที่เริ่มต้นปลูกพืชผักจึงตื่นเต้นที่ได้พบไส้เดือนดิน ก่อนที่ตัวเขาจะจับมันขึ้นมา พร้อมกับเอามันไปปล่อยลงในคันดินที่เขาได้ถ่มกันไว้เพื่อที่จะทำปุ๋ยหมัก
ไลท์ได้ใช้ตอไม้ที่เหลืองทิ้งจากการนำมาทำฟืน มาล้อมเป็นคันดินพวกนี้เอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ดินถล่มลงมา พลางเว้นช่องว่างด้านล่างเอาไว้สำหรับดินที่หมักจนได้ที่แล้วเป็นช่องขนาดพอดีๆ และสุดท้าย ที่เป็นจุดสำคัญมากที่สุดของการทำปุ๋ยหมักเอาไว้ใช้เอง นั้นก็คือการรดน้ำ!!
“เจ้าโปริ่ง ถึงตาแก่สำแดงพลังให้ฉันเห็นแล้ว...ว่าแก่นั้นเหมาะสมจะเป็นสัตว์เลี้ยงของฉันหรือไม่” ไลท์ชี้นิ้วไปที่คันดินสำหรับทำปุ๋ยหมักให้เจ้าโปริ่งที่นอนแอ้งแม้ง กินลมชมวิวอยู่บนม้านั่ง ปล่อยให้ไลท์เนื้อตัวม่อมแม้มทำงานอยู่เพียงฝ่ายเดียว
‘. . .’
เจ้าโปริ่งยังคงนิ่ง ไม่ไหวติง
“เมินฉันอย่างนั้นเหรอ งั้นก็ดีข้าวเที่ยงวันนี้ฉันก็จะเมินกับแก่บ้าง” ไลท์พูดเล่นแกล้มข่มขู่
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อเจ้าโปริ่งได้ยินคำว่าอาหารมื้อเที่ยงของมันกำลังจะหลุดลอยไป ทันใดนั้น มันก็ขยับร่างอันอ้วนกลมของมันในทันที
‘แยกร่าง!’ ร่างของเจ้าโปริ่งที่ใช้พลังแยกร่าง ได้มีส่วนหนึ่งในร่างกายของมัน ไหลออกเป็นหยดน้ำอันเหนียวข้น ก่อนที่หยดน้ำจะรวมตัวกัน เกิดเป็นร่างแยกของเจ้าโปริ่ง อีก 1 ร่าง
‘โอ๊ะ! แยกร่างได้ตามใจนึกเลยเหรอ?’
ไลท์มองดูเจ้าสไลม์ด้วยความตื่นเต้นและไม่กี่นาทีต่อมา เจ้าโปริ่งที่เป็นร่างแยก จะมากระโดดเด้งอยู่ที่ด้านหน้าของไลท์เพื่อรอรับฟังคำสั่ง
ส่วนเจ้าโปริ่งที่เป็นร่างต้น ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนม้านั่งเหมือนเช่นเคย! “ช่างใช้พลังได้อย่างชาญฉลาดเสียจริงๆ”
หากแต่เป็นความฉลาดบนความขี้เกียจละนะ!
“แกช่วยรดน้ำใส่คอกปุ๋ยพวกนี้...และต้องรดทุกวัน เช้าและเย็น ห้ามสายห้ามลาเด็ดขาด เว้นแต่วันนั้นจะเป็นวันฝนตก...เข้าใจไหม?” ไลท์สอนเจ้าโปริ่งร่างแยก พลางกำชับถึงความสำคัญของหน้าที่ดังกล่าวนี้
ซึ่งเจ้าโปริ่งก็เริ่มงานของพวกมันในทันที ด้วยการกระโดดลงไปยังแม่น้ำที่อยู่ไม่ห่างจากร้านอาหาร
ร่างของมันได้กักเก็บน้ำในแม่น้ำเอาไว้ จนลำตัวเปลี่ยนเป็นสีฟ้า เหมือนกับเมื่อคืนวานที่มันพ่นน้ำใส่หน้าของโทมัสที่เรียกมันว่า สไลม์!
มันกระโดดกลับมายังแปลงผัก พร้อมกับทำปากเป็นรูป o ดูแล้วน่าเกลียดน่าชังยิ่งนัก ก่อนจะปลดปล่อยน้ำออกมาเป็นสาย หรือแม้แต่พ่นออกมาเป็นละอองเม็ดก็ยังทำได้
แปลงผักคอกปุ๋ยหมัก เปียกชุ่มจนดูชุ่มชื่นขึ้นมาในทันตา ไลท์ตบมือให้กับความรู้งานของพวกมัน ก่อนที่เจ้าโปริ่งทั้งหมดจะกลับเข้าไปรวมเป็นร่างเดียวกับต้นร่าง
เวลาได้ล่วงเลยไปกระทั่งเป็นเวลากว่า 11 โมงแล้ว แดดในยามใกล้เที่ยงเริ่มที่จะร้อนมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้รุนแรงและบ้าคลั่งเหมือนกับแดดในประเทศไทย
ไลท์นั่งจับเจ้าเหงางอย ตบยุงอยู่บนโต๊ะว่างๆ ของร้านที่ปราศจากลูกค้า ส่วนสองตายายก็ยังคงผลัดเปลี่ยนกันไปดูแลมาร์คัส โดยที่ไม่มีแม้แต่เงาของยูริ เมียของมาร์คัส ที่ไปเที่ยวเล่นในหมู่บ้านดาราฉายตั้งแต่เมื่อวันก่อน จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับ
“คุณตา คุณยาย ตอนเที่ยงอยากกินอะไรไหมครับ ผมจะได้ทำเผื่อเอาไว้เลย” ในที่สุดไลท์ที่ทนความเบื่อไม่ไหว ก็ได้เสนอตัวที่จะเข้าครัว
เพราะไหนๆ แล้ว นี้มันก็ใกล้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว...ขืนกินอาหารไม่เป็นเวลา ปล่อยไว้นานเข้าร่างกายอาจจะเป็นโรคกระเพาะได้
“ไลท์อยากจะทานอะไรก็ทำตามใจเลย...ตากับยายกินได้หมด” คุณยายเฮลีย์ดูไม่มีกะจิตกะใจที่จะตอบไลท์มากนัก เนื่องด้วยความเป็นห่วงที่มีต่อมาร์คัส
กลับกันทางด้านของคุณตาเกล กลับดูกระปรี้กระเปร่าเสียมากกว่า เพราะนับตั้งแต่ไลท์เชื้อเชิญให้คุณตาเกลและคุณยายเฮลีย์มาดูวิธีทำข้าวต้มทรงเครื่อง ไปพร้อมๆ กัน
คุณตาเกลก็ดูจะสนอกสนใจในวิธีการทำอาหารของไลท์อยู่มากเลยทีเดียวและครั้งนี้คุณตาเกลก็ไม่พลาด ขอติดตามเข้าไปยืนดูอยู่ข้างๆ อีกครั้ง
“ไลท์จะทำเมนูอะไรอย่างนั้นเหรอ?” คุณตาเกลถามด้วยความสงสัย
“เอาเป็น หมูกระเทียม ดีไหมครับ!” เมนูง่ายๆ แต่รสชาติอร่อยถูกปากใครหลายๆ คน นี้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เหมาะแก่การฝึกเริ่มต้นการทำอาหาร เพราะมันทำไม่ยากและง่ายจนเกินไป
“โอ้...เมนูนี้ ฉันเองก็ทำเป็น แถมยังเป็นเมนูที่เมื่อก่อน นักผจญภัยมักจะชอบสั่งกันเป็นประจำ” ความมั่นใจในตัวเองของคุณตาเกล ดูพพุ่งทะยานขึ้นในฉับพลัน
เมื่อรู้ว่าเมนูที่ไลท์กำลังจะทำ คือเมนูหนึ่งที่ตัวเองนั้นถนัดนั่นเอง
“ถ้าคุณตารู้จักเมนูนี้ดีอยู่แล้ว ก็ทำไปพร้อมๆ กับผมเลยก็แล้วกัน” ไลท์เขยิบพื้นที่ให้กับชายชราได้เข้ามายืนตรงเตา
ที่พื้นที่ในครัวของร้านแห่งนี้ก็มีเตาที่ใช้สำหรับทำอาหารอยู่ 2 เตา พอดี
ไลท์และคุณตาเกลช่วยกันจัดเตรียมเนื้อสัตว์อยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะถึงเวลามาวัดกันแล้ว ว่าเมนูผัดกระเทียม ของคนในโลกนี้และของคนไทยใครจะถูกปากและอร่อยมากกว่ากัน?!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
ตารางการลงนิยายทุกวันเวลา 18.00
(ในอนาคตอาจมีการปรับตารางลงใหม่เพื่อให้ตัวผู้แต่งมีเวลาพัก ขอบคุณครับ)