ย้อนเวลากลับสู้วันโลกาวินาศ

    ตอนที่ 46  มันหมายความว่ายังไงกัน

    ตอนที่ 46  มันหมายความว่ายังไงกัน

    หืม!?!?!?

    หลินฟานรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยในตอนแรกเมื่อเห็นทหารวิ่งมา แต่เมื่อเขาเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของทหารคนนั้น ดวงตาทั้งสองของเขาก็เบิกกว้างกับสิ่งที่เห็น

    มันเป็นไปไม่ได้?

    ทำไมมันถึงได้ปรากฏออกมาเร็วขนาดนี้?

    หากเป็นตัวเอกจากนิยายคงพูดคำพูดแบบนี้ออกมา แต่หลินฟานนั่นไม่ใช่ หลินฟานเคยอ่านนิยายวันสิ้นโลกมาบ้างและเขาก็โคตรรำคาญเวลาตัวเองพูดคำแบบนั้นออกมา นี่มันวันสิ้นโลก นี่มันวันโลกาวินาศ มันจะมีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ได้ยังไง

    ส่วนสิ่งที่อยู่ต่อหน้าหลินฟานตอนนี้ก็คือ แหวน!

    ถูกต้องแล้ว มันคือแหวนที่มีชื่อเรียกว่าแหวนวิญญาณ ในวันโลกาวินาศมนุษย์จะเพิ่มสถานะตัวเองได้ชั่วคราวจากการสวมใส่สิ่งที่เรียกว่าอุปกรณ์วิญญาณ ส่วนระดับของมันก็แบ่งเป็นสีแบบอาวุธวิญญาณ

    ส่วนการได้มันมาก็เหมือนอาวุธวิญญาณ คือต้องหมุนรูเล็ตเพื่อให้ได้มันมา

    แหวนที่ทหารเอามาให้หลินฟานดูตอนนี้เป็นแหวนที่เปล่งแสงสีขาวออกมา สิ่งนี้บ่งบอกว่ามันเป็นเพียงแหวนวิญญาณระดับที่ 1

    หากเป็นหลินฟานก่อนจะย้อนเวลากลับมา เขาจะมองของแบบนี้เป็นเพียงขยะ เขาจะมองว่าน้ำขวดเดียวยังมีค่ามากกว่ามันซะอีก แต่เวลานี้ไม่ใช่ เวลานี้หลินฟานกำลังมองว่ามันเป็นสิ่งที่มีค่ามากๆ

    ติ่ง!

    [ อุปกรณ์วิญญาณประเภทแหวนสวมใส่ ]

    [ ชื่อ : แหวนวิญญาณระดับที่ 1 ]

    [ คุณสมบัติ : เพิ่มค่าสถานะ  HP จำนวน 5 จุด แก่ผู้สวมใส่ หากถอดออกค่าพลังจะหายไป ไม่สามารถซ้อนทับกับอุปกรณ์วิญญาณประเภทเดียวกันได้ ]

    ระบบรายงานคุณสมบัติของแหวนเป็นหน้าต่างสี่เหลี่ยมด้านหน้าของหลินฟาน สิ่งนี้ทำให้หลินฟานพอใจมากขึ้นไปอีก

    HP ตอนนี้ HP กำลังเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากต่อทหารของเขาในเวลานี้ ถึงจะแค่ 5 จุด แต่มันก็ยังถือว่าเพิ่มขึ้นมา

    เห็นดังนั้น หลินฟานก็ไม่รอช้าอีกต่อไป เขารีบสวมแหวนเพื่อทดลองกับตัวเองทันที

    ติ่ง! 

    [ ประกาศจากระบบ แหวนวิญญาณไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากคุณมีของสวมใส่ประเภทเดียวกันอยู่ ]

    หลินฟาน ???

    หลินฟานสงสัยอยู่หลายวินาทีสุดท้ายเขาก็นึกอะไรออก หลินฟานมองไปยังแหวนที่ถูกระบบเรียกว่า มรดกของโฮโมเซเปี่ยนบนนิ้วของเขา หลินฟานไม่รู้ว่ามันคืออะไร ไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้ เขาแทบไม่รู้อะไรกับมันเลย แถมยังถอดออกไม่ได้อีก

    แต่ที่แน่ๆ หลินฟานมั่นใจแล้วว่าแหวนนี่มันเกี่ยวข้องกับระบบ และระบบก็เกี่ยวข้องกับพวกที่ทำให้เกิดวันโลกาวินาศ

    หรือก็คือ ตระกูลหลินที่เป็นเจ้าของแหวนวงนี้ ในอดีตต้องมีความเกี่ยวข้องกับพวกที่ทำให้เกิดวันโลกาวินาศแน่ๆ ไม่งั้นตระกูลหลินคงไม่มีของจากระบบเก็บเอาไว้

    แต่เกี่ยวกันยังไง?

    ทำไมผู้ก่อตั้งตระกูลหลินไม่ทิ้งอะไรไว้ให้?

    แหวนวงนี้ทำอะไรได้กันแน่?

    หรือผู้ก่อตั้งตระกูลหลินจะต้องการให้เกิดวันโลกาวินาศ จากนั้นก็ดูลูกหลานของตัวเองเอาชีวิตรอด?

    หรือตระกูลหลินของเรา มีหน้าที่ที่จะต้องหยุดการเกิดวันโลกาวินาศด้วยแหวนวงนี้?

    คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวของหลินฟาน ตอนนี้หลินฟานรู้สึกว่า เขาเข้าใกล้ความจริงขึ้นมาแล้ว ถึงจะยังอีกยาวไกล แต่นี่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

    หลินฟานมองแหวนอยู่อีกสักพัก จากนั้นเขาก็ถามทหารว่า

    “ คนที่เอามาให้เรียกร้องอะไรจากพวกเรา? “

    หลินฟานไม่ใช่คนโง่ อยู่ๆ มันจะไปมีของดีลอยมาหาได้ยังไง

    หากให้เขาเดา คนที่เอาแหวนวิญญาณมาให้คงกำลังจะพยายามสื่อว่า ฉันรู้ตำแหน่งของรูเล็ตที่จะหมุนมันได้ ฉันต้องการของแลกเปลี่ยน ถ้าไม่ต้องการผลประโยชน์จากอีกฝ่าย ใครมันจะไปยอมบอกของดีๆ ที่ตัวเองเจอกันล่ะ

    ทุกคนมีระบบ และทุกคนก็รู้ว่าแหวนวิญญาณทำอะไรได้จากหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นเมื่อสัมผัส หากมีสมองสักหน่อย คนๆ นั้นคงพอเดาได้ว่าแหวนนี่มันมีค่ามากขนาดไหน

    “ ให้ผมนำตัวมาเลยไหมครับ ผมยังไม่ได้ถามเหมือนกัน “

    ทหารตอบด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด เมื่อครู่ เมื่อทหารเห็นคุณสมบัติของแหวนเขาก็รีบวิ่งมาหาหลินฟานทันที

    หลินฟานพยักหน้า แล้วพูดว่า

    “ ไปเอาตัวมา และผลงานครั้งนี้ของนาย นายจะได้รางวัลแน่นอนทหาร “

    “ ครับ! “

    ทหารตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มชื่นบาน นี่แหละที่เขาต้องการได้ยิน

    ตามปกติแล้ว ทหารคนนี้ควรรายงานตามสายงานของตัวเอง จากนั้นแหวนก็จะส่งมาหาหลินฟานตามระบบ แต่ที่ทหารคนนี้เลือกมารายงานหลินฟานตรงๆ ก็เพราะความทะเยอทะยานของเขา ทหารคนนี้มีความทะเยอทะยานที่จะขึ้นเป็นใหญ่

    หลินฟานมองทหารวิ่งออกไปด้วยรอยยิ้ม

    ทหารแบบนี้แหละที่หลินฟานชอบมากที่สุด ถึงการทำแบบนี้จะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามระบบของกองทัพ แต่ก็ไม่มีกฎสักหน่อยว่าห้ามรายงานเรื่องสำคัญต่อบุคคลระดับสูงโดยตรง

    อีกอย่าง คนทะเยอทะยานแบบนี้แหละดูออกง่ายและควบคุมง่ายที่สุด คนชนิดนี้ หากหลินฟานมอบของที่ทำให้พอใจ หากหลินฟานมอบรางวัลหลังทำงานให้ คนชนิดนี้ก็จะเป็นพวกที่ชื่อสัตว์สุดๆ

    ไม่นานนัก ทหารก็พาชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหา หลินฟานขมวดคิ้วทั้งสองข้างจ้องมองชายคนนั้น หลินฟานไม่ใช่ปลาทอง เรื่องที่โรงอาหารเขายังจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และชายที่ทหารทะเยอทะยานคนนั้นพามาก็คือ ชายที่อ้างว่าตัวเองเป็นนักกีฬาและบอกว่าอยากเข้าร่วมกับกองทัพตระกูลหลิน

    ‘ โห่ว! โชคชะตาช่างเล่นตลกจริงๆ ‘

    หลินฟานคิดในใจ ขณะมองชายที่อ้างตัวว่าเป็นนักกีฬา

    หลินฟานเริ่มพูดก่อนว่า

    “ ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะเจอกันเร็วอีกแบบนี้คุณนักกีฬาแห่งมหาลัยหลินหนาน นายไปเอาแหวนนี้มาจากไหน? ฉันจะไม่ถามคำถามเสียเวลาแบบนี้กับนาย

    “ เอาเป็นว่า นายบอกความต้องการของตัวเองมา

    “ หากฉันสามารถรับได้ฉันก็พร้อมจะให้นาย แต่อย่าได้มากเกินไป ตอนนี้นายต้องเข้าใจด้วยว่านายอยู่ในถ้ำของเสือ หากการเจรจาต่อรองระหว่างเราทั้ง 2 คน ไม่ประสบความสำเร็จ ฉันก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องใช้กำลังเพื่อถามคำถาม “

    หากหลินฟานต้องการ หลินฟานสามารถใช้กำลังถามคำถามได้

    แต่หลินฟานไม่ใช่คนแบบนั้น หลินฟานยึดหลักการอยู่หนึ่งอย่างในใจ นั่นก็คือ หากเราไม่โดนทำก่อนและคนคนนั้นไม่น่าจะเป็นตัวอันตรายต่อตัวเราในอนาคต เราก็จะไม่ใช่กำลังหรือฆ่าคนคนนั้นก่อน นี่คือหลักการที่หลินฟานตั้งเอาไว้ แต่มีก็มีเอียงบ้างไปตามสถานการณ์

    อีกอย่าง การใช้กำลังตั้งแต่เริ่มคงทำให้ทหารในกองทัพมองเข้าเป็นพวกบ้าอำนาจเกินไป ถึงจะไม่สนใจจิตใจของคนอื่นๆ แต่หลินฟานก็ต้องสนใจจิตใจพวกทหารในกองทัพบ้าง หากมันไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ หลินฟานก็อยากสร้างชื่อเสียงดีๆ เอาไว้ให้ตัวเองบ้าง

    นักกีฬาชายเริ่มหน้าซีด เขาเข้าใจว่าตัวเองโดนขู่ หากไม่ใช่เพราะความโลภและความทะเยอทะยานของเขา เขาจะไม่มีทางทำแบบนี้เด็ดขาด แต่เพราะเขาไม่ใช่คนโง่ที่ดูสถานการณ์ของโลกตอนนี้ไม่ออก เพราะงั้นเขาเลยลองเสี่ยงมาที่นี่

    นักกีฬาชายรวบรวมสติอยู่หลายวินาที จากนั้นเขาก็แสดงใบหน้าปั้นยิ้มแล้วพูดกับหลินฟานว่า

    “ คุณหลินอย่าพูดแบบนั้นเลยครับ ด้วยความสามารถของคุณหลิน และอำนาจที่คุณหลินมีอยู่ในครอบครอง การเจรจาของพวกเรามันจะไม่สำเร็จได้ยังไง ผมเป็นแค่มดตัวน้อยๆ ไม่มีทางขออะไรมากมายอยู่แล้ว  “

    “ อืม! ขอเนื้อๆ ไม่เอาน้ำ “

    หลินฟานขัดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    นักกีฬาชายแข็งค้างไปครู่หนึ่ง ตอนแรกเขาคิดว่าจะชมก่อนจากนั้นก็จะบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพราะหากทำให้หลินฟานพอใจได้ เขาขออะไรมันก็จะง่ายขึ้น แต่เมื่อเป็นแบบนี้เขาก็ไม่มีทางเลือก

    นักกีฬาชายพยักหน้า แล้วเริ่มพูดคำขอของตัวเอง

    “ ผมต้องการน้ำยาป้องกันเชื้อไวรัส 1 ขวด และดาบกับโล่ที่เรียกว่า ดาบวิญญาณกับโล่วิญญาณ อย่างละ 1 ชิ้น ผมขอแค่นี้ครับ “

    ได้ยินคำขอขออีกฝ่าย หลินฟานก็แปลกใจเล็กน้อย

    สิ่งที่หลินฟานคิดเอาไว้คือนักกีฬาชายคนนี้จะขอให้คุ้มครอง หรือขอปืนเพื่อเอาไว้ป้องกันตัวและเอาไปทำเรื่องที่อยากทำ เพราะหากมีปืนอยู่ในมือในช่วงแรกๆ ของวันโลกาวินาศ เวลาไปอยู่ต่อหน้าคนธรรมดา คนที่มีปืนก็จะเหมือนกับพระเจ้าที่สั่งอะไรคนอื่นก็ต้องทำตาม

    หลินฟานไม่คิดเลยว่าจะโดนขอแบบนี้

    หลินฟานพยักหน้า จากนั้นก็ตอบว่า

    “ ก่อนเข้าเรื่องของที่นายจะได้จากฉัน ฉันต้องการยืนยันความจริงก่อน บอกตำแหน่งของรูเล็ตที่นายหมุนได้แหวนมา “

    “ นั่น… “

    นักกีฬาชายรู้สึกลังเล หากบอกตอนนี้เขาก็หมดไพ่ในมือ แล้วถ้าหากหลินฟานไม่ทำตามคำเรียกร้องขึ้นมาล่ะ?

    แต่พอคิดไปคิดมา นักกีฬาชายก็คิดว่าตัวเองไม่มีทางเลือกมากนัก หากไม่บอกหลินฟานคงใช้กำลังในการถามจริงๆ เพราะเขาเคยเห็นความโหดของหลินฟานมากับตาตัวเองมาแล้ว

    “ ห้องใต้ดินของโรงยิมบาสเกตบอลครับ! “

    “ ทำไมทหารของฉันไปตรวจแล้วไม่เจอ ฉันว่าทหารของฉันน่าจะเข้าไปสำรวจในนั้นแล้วไม่ใช่เหรอ? “

    หลินฟานสงสัย

    ชายนักกีฬาส่ายหน้าแล้วพูดว่า

    “ ทหารของคุณไม่ได้เข้าไปในห้องใต้ดิน ห้องใต้ดินถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเก็บตัวนักกีฬาก่อนแข่ง เพราะงั้นมันจึงไม่มีเขียนเอาไว้ในแผนที่ของมหาลัย ผมเป็นสมาชิกผมเลยรู้ว่ามีอยู่ พอผมเข้าไปผมก็เจอกับรูเล็ต “

    หลินฟานพยักหน้าให้กับคำตอบ ตอนแรกคิดว่าคงต้องลงโทษพวกทหาร แต่เมื่อเรื่องเป็นแบบนี้หลินฟานก็ต้องปล่อยผ่านไป 

    หลินฟานมองไปทางทหารที่ทะเยอทะยานคนที่ยืนอยู่ จากนั้นก็ออกคำสั่งว่า

    “ ไปบอกผู้นำตระกูลเจียงที่บัญชาการสนามรบอยู่ว่า ให้เขาส่งทหารไปตรวจสอบ… ไม่สิ! บอกว่านายได้รับหน้าที่ให้พาทหาร 10 คน ไปตรวจสอบจุดที่ชายคนนี้บอกมา และถ้าหากมีรูเล็ตจริงๆ นายก็จะได้เลื่อนขั้น  1 ระดับ สถานะของนายในค่ายตระกูลหลินจะสูงขึ้น ทำงานให้ดีด้วย! “

    “ ครับ!! “

    ทหารตอบรับคำสั่งด้วยใบหน้าตื่นเต้น

    ตอนนี้เขาเป็นผู้อยู่อาศัยระดับที่  1 หากเลื่อนขึ้นอีก 1 ระดับ เขาก็จะเป็นระดับที่ 2

    ต้องรู้ก่อนว่า ขนาดหัวหน้าหน่วยของทหารคนนี้ยังอยู่ในระดับ  1 เหมือนกันเลย กาเลื่อนขึ้นเป็นผู้อยู่อาศัยระดับที่ 2 เป็นอะไรที่ล้ำค่าอยากมากสำหรับเขา ทหารทะเยอทะยานรู้สึกว่า ดีจริงๆ ที่เขาตัดสินใจมารายงานต่อหลินฟานโดยตรง

    ทหารวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

    และไม่นานวิทยุของหลินฟานก็ดังขึ้น หลินฟานยืนยันเรื่องคำสั่งอีกครั้งต่อผู้นำตระกูลเจียง จากนั้นทหารจำนวน 11 คน ก็เดินทางไปตรวจสอบตามคำสั่ง

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลากลับสู้วันโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน