บทที่ 48: ดันทาเลียน
“ฉันว่ามีอะไรบางอย่างที่เธอยังไม่ได้ลองนะ ดันทาเลียนไง... ฉันรู้นะ ปีศาจที่เข้าก่อกวนระบบจนเกมต้องปิดปรับปรุงไปนานสองนานคือเจ้าตัวเล็กบนไหล่เธอใช่ไหม?”
คำพูดของไคล์ดังวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวลัคนา
เด็กสาวเหลือบมองปีศาจคู่พันธะของเธอนับครั้งไม่ถ้วนขณะทั้งสองนั่งพักผ่อนอยู่ที่ลานน้ำพุนอกเขตเมือง
“ใช่ว่าเราไม่รู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่” ดันทาเลียนเอ่ย “แต่ท่านต้องจำไว้ว่าเราเป็นเพียงปีศาจธรรมดาปาฏิหาริย์ที่ท่านสร้างขึ้นก็เพราะคนของโลกนั้นช่วย เราโดยลำพังทำอะไรไม่ได้”
“อือ” ลัคนารับคำ “แต่คนที่บังคับพวกเขาออกจากเกมก็คือเธอนี่...”
“เราจะบังคับให้ท่านกดปุ่มล็อกเอ๊าท์ยังไงเมื่อมันไม่มีปุ่มให้กด?”
ตอนนั้นเอง ดันทาเลียนก็ทำหน้าแปลกๆ ปีศาจในร่างเด็กหญิงสูงประมาณหนึ่งฝ่ามือกระโดดลงจากไหล่ลัคนาไปยืนบนขอบน้ำพุหินอ่อนจ้องลานน้ำพุที่ว่างเปล่า มีเพียงนกพิราบจิกพื้นเรื่อยเปื่อย
“...มีอะไรเหรอ?”
“เปล่า มีคนจากฝั่งโน้นก่อกวนเรา” ปีศาจน้อยตีหน้าเครียด กลับกัน ลัคนาเบิกตาโต
“หมายความว่ามีคนกำลังช่วยฉัน...?”
“ตรงกันข้ามเลยนายท่าน พวกเขากำลังจำกัดการทำงานของเรา เส้นทางสู่ฐานข้อมูลกำลังถูกปิดเกรงว่าปิดปรับปรุงครั้งหน้า เราจะกลายเป็นมอนสเตอร์ธรรมดาโดยสมบูรณ์ ไม่มีพลังอำนาจวิเศษอะไรอีก”
“ถ้าอย่างนั้น...เราก็มีเวลาถึงแค่ปิดปรับปรุงครั้งต่อไป?”
“ถูกต้อง นั่นคือหากท่านยังคิดจะหนีจากกรงนกใบนี้ไปยังกรงนกที่ใหญ่กว่า”ดันทาเลียนตอบ “แต่ท่านคิดดีๆ แล้วกัน บางทีกรงนกใบนี้อาจจะไม่ได้มีไว้เพื่อขังท่าน...อาจจะมีไว้เพื่อปกป้องท่านต่างหาก”
“...หมายความว่ายังไง?”
ดันทาเลียนไม่ยอมตอบ กระโดดกลับขึ้นบนไหล่ลัคนาตามเดิม
“จะว่าไป อัศวินสาวคนนั้นน่าสนใจ นายท่านเล่นเกมนี้มาได้สักพักแต่ยังไม่เคยลองระบบชวนNPC ไปลงดันเจี้ยนด้วยกันเลย ไม่ลองชวนเธอดูล่ะ?”
ลัคนาถอนหายใจยาว ถึงติดอยู่ในเกมก็ยังมีระบบที่เธอไม่สนใจจะลองอยู่อีกหลายอย่างทั้งระบบสร้างบ้าน เช่าห้องส่วนตัว ปลูกผัก ตกปลา จีบ NPCมาเป็นแฟน ส่วนหนึ่งคงเพราะเธอชอบผล็อยหลับในฟิลด์ด้วยเลยไม่ได้หาที่อยู่เป็นหลักแหล่งเสียที
ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ เธอควรใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์มากกว่ามานั่งเศร้าอยู่อย่างนี้
“เอาอย่างนั้นแล้วกัน”
...
ลัคนาชวนอัศวินสาวเกราะทองที่ยืนเฝ้าเมืองให้ไปเที่ยวด้วยกัน ลัคนาใช้คำว่าเที่ยวเนื่องจากไม่รู้จะไปลงดันอะไรดีอีกฝ่ายตอบรับแบบไม่ลังเล
“ข้าชื่อเทียร์ลิงค์ ในเมื่อท่านรู้นามที่แท้จริงของข้า ท่านสามารถสั่งให้ข้าทำอะไรก็ได้”
“เอ๊ะ...นามที่แท้จริง...?”
“...” ดันทาเลียนมองอัศวินสาวอย่างมีเลศนัย ทว่าปีศาจน้อยก็ไม่ปริปากพูดอัศวินสาวเองก็ไม่ขยายความ ปล่อยให้ลัคนายืนคิดว่าไปไหนต่อดี
“...ไปหาฮิเก็นที่เกาะแห่งไฟแล้วกัน” เด็กสาวพูด “น่าจะได้ลงปาร์ตี้เควสแถวนั้นอาจจะได้สกิลใหม่ก็ได้ เทียร์ลิงค์ว่าไงคะ?”
“เป็นความคิดที่ดีมากนายท่าน เราไปกันเถอะ” ดันทาเลียนตอบแทนคนถูกถาม
“รับทราบ” เทียร์ลิงค์ไม่เถียง ทั้งสามจึงเดินทางไปยังเกาะแห่งไฟ
ฮิเก็นคอยอยู่ตรงท่าเรือราวกับรู้ล่วงหน้าว่าพวกเธอจะมา
“ตายแล้ว! มีคนมาหา!” เขาบิดเอวไปมา โบกไม้โบกมือออกท่าทางใหญ่โต “ว่าไงลูกศิษย์น้อยสุดที่รัก! ชื่อกระฉ่อนไปทั้งเกมอย่างนี้นึกว่าจะลืมคนเป็นอาจารย์แล้ว!”
“อา... ไม่ลืมหรอกค่ะ...” ลัคนาโดนดึงไปกอดเต็มรักทันทีที่ก้าวลงจากเรืออ้อมกอดใหญ่โตของฮิเก็นแน่นจนหายใจไม่ออก “วันนี้ไม่รู้จะทำอะไร...”
“สรุปคือในลำดับความสำคัญของเจ้า ข้าคนนี้อยู่ที่บ๊วย จะมาหาก็ต่อเมื่อไม่มีใครอื่นให้ไปหาอย่างนั้นรึโอ๊ย เจ็บหัวใจขึ้นมาเลย! กระซิก กระซิก”
“ให้มันน้อยๆ หน่อย อย่ารังแกนายท่าน” ดันทาเลียนกระโดดขึ้นไปยืนบนไหล่ฮิเก็นก่อนจะเท้าสะเอวตอนนั้นฮิเก็นถึงสังเกตว่ามีเทียร์ลิงค์มาด้วย
“อ้าว เทียร์ลิงค์ คนที่ยืนอยู่ตรงนี้คือตัวจริงหรือบอตล่ะ?”
“ตัวจริงอยู่แล้ว ข้าไม่ได้โดนชวนมาข้างนอกทุกวัน งานน่าเบื่ออย่างเฝ้าเมืองก็ปล่อยบอตมันทำไป”เทียร์ลิงค์พูดแบบไม่พิธีรีตองผิดกับที่ผ่านมา
“พวกเจ้าบอกว่าไม่รู้จะทำอะไรสินะ? น่าเสียดายแต่ข้าก็ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกันช่วงนี้ร้างอย่างกับป่าช้า โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์พระจันทร์สีเลือด ไม่มีใครแวะมาเลยสักคนเดียวนานๆ ทีจะมีเด็กใหม่เข้ามา ข้าก็ได้แต่เฉาอยู่บนเกาะอย่างนี้ ไปนั่งคุยกันที่ร้านน้ำชาไหม? ไปสินะ ไปกัน” ฮิเก็นหนีบร่างลัคนาใต้รักแร้โดยไม่รอคำตอบจากเด็กสาว เธอโดนหนีบไปร้านน้ำชาในเมืองตัวร้านเป็นอาคารชั้นเดียวสร้างจากไม้กระดาน บรรยากาศภายในโปร่งโล่งน่านั่ง ฮิเก็นปรี่เข้าไปนั่งโต๊ะใหญ่ด้านในของร้านและกดดูเมนู
“พวกเจ้าอยากดื่มอะไรกัน?”
“เจ้าเลี้ยงรึเปล่า?” ดันทาเลียนนั่งไขว้ขาบนไหล่ฮิเก็นสายตากวาดมองเมนู “เราขอเอิร์ลเกรย์ ขอแบบกลิ่นมะกรูดฝรั่งแรงๆ ขนมเป็นมาการอง แล้วก็ชานมไต้หวันใส่ไข่มุกน้ำตาลทรายแดงท็อปปิ้งเป็นเครมบรูเล่ ขอแบบผิวหน้ากรอบๆ”
ฮิเก็น ลัคนา และเทียร์ลิงค์กะพริบตาปริบๆ ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือระบบตอบรับเมนูของดันทาเลียนและเริ่มนับถอยหลังก่อนจะมาเสิร์ฟ
“เอ้อ งั้นข้าดื่มชาอู่หลง ขนมเป็นหมั่นโถวสังขยาสักสองชุดแล้วกัน พวกเจ้าจะเอาอะไร? ดันทาเลียนจัดเต็มเสียขนาดนี้จะยอมเหรอ? ถือว่าข้าเลี้ยงที่ชนะสงครามบอสโลก”
“เก๊กฮวยร้อนอย่างเดียว” เทียร์ลิงค์พูดเสียงเรียบ
“เอ่อ ขอชาไทยเย็นใส่เฉาก๊วยกับ...” ลัคนากวาดสายตามอง “ที่นี่ขายติ่มซำด้วยเหรอคะ?”
“นายท่านเพิ่งกินก็หิวอีกแล้ว” ดันทาเลียนแซว
“...ขอนมชมพูเต้าหู้เย็นค่ะ” ตอนแรกลัคนาจะสั่งหมั่นโถวมากินกับขาหมูผักดองสักหน่อยพอโดนเหน็บก็ต้องกลับลำ
ทั้งสี่คนนั่งเสวนาพลางทานขนม อันที่จริงฮิเก็นเป็นคนพูดและสามสาวแค่มานั่งฟังเป็นเพื่อนเฉยๆ
สุดท้ายฮิเก็นก็นึกได้ว่าตัวเองสั่งหมั่นโถวมาด้วยเลยพักยกเพื่อกิน ลัคนาจึงได้ถามสิ่งที่เธอคาใจมาสักพัก
“ฮิเก็นนี่...มีชื่อแท้ด้วยสินะคะ”
เทียร์ลิงค์แอบสะดุ้ง ส่วนฮิเก็นเงยหน้าขึ้นทั้งที่หมั่นโถวยังเต็มปาก
“ใช่แล้ว นึกว่าจำได้เสียอีกลูกศิษย์น้อย ชื่อเรียกของข้าคือฮิเก็น ส่วนชื่อแท้ของข้าคือวอร์ดรอป”เขากล่าว ลัคนาพยักหน้าเพราะตอนแนะนำตัวกับตอนสงครามเวิลด์บอส เขาเรียกตัวเองว่าอย่างนั้น“ทุกคนมีชื่อแท้กับชื่อเรียกกันทั้งนั้น ถูกไหม? อย่างซาร่า ซีลลิ่งเป็นชื่อเรียกชื่อแท้ของเธอคือซาร่าเฉยๆ แต่คนที่อยู่ในโลกนี้ถาวรอย่างพวกเราต่างออกไปเล็กน้อย หากรู้ชื่อแท้ของใครจะสามารถควบคุมคนนั้นได้ในระดับหนึ่ง”ฮิเก็นเหล่มองเทียร์ลิงค์ “หรือลูกศิษย์น้อยของข้ารู้ชื่อแท้ของเจ้า?”
เทียร์ลิงค์ได้แต่นั่งก้มหน้า
“ฉัน...จำไม่ได้นี่คะ” ลัคนาเอ่ย
“คงเป็นช่วงชีวิตก่อนหน้าของเจ้า” ฮิเก็นพยักหน้ากับตัวเอง
“แล้วทำไมฮิเก็นถึงได้ประกาศชื่อจริงออกมาล่ะคะ...? จำได้ว่าตอนฉันเข้ามาในโลกนี้ครั้งแรก ฮิเก็นก็แนะนำตัวด้วยชื่อแท้ว่าวอร์ดรอปก่อนเลย”
“พวกเราที่ทำหน้าที่ต้อนรับผู้เล่นใหม่ทุกคนจะได้รับการยกเว้นพิเศษจากกฎนั้นฉะนั้นถึงทั้งโลกรู้ว่าข้าชื่อแท้คือวอร์ดรอปก็ไม่มีใครสามารถคุมข้าได้อยู่ดี มันเอาไว้รักษาสมดุลเกม...ถ้าพวกผู้เล่นใหม่มือบอนดันสั่งให้ข้าส่งไอเทมเทพๆ ให้ตั้งแต่เริ่มเกมใครจะไปทำได้กัน? อีกอย่าง เจ้ายังจำแม่นางสกายที่ต้อนรับเจ้าตอนสร้างตัวละครได้ไหม? แม่นางสกายมีชื่อเรียกว่าสกายลิงค์ ชื่อแท้คือสกายดรอป ถึงรู้ชื่อไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะไม่มีใครสามารถเข้าถึงตัวเธอที่ต้อนรับแต่ผู้เล่นใหม่อย่างเดียวได้”
ลัคนาพยักหน้าหงึกๆ ฮิเก็นจึงอธิบายต่อ
“แต่คนที่เหลือไม่ได้รับการยกเว้น ฉะนั้นจึงกลัวการถูกรู้ชื่อแท้เป็นพิเศษใช่ไหม?” ประโยคหลังหันไปพูดกับอัศวินสาว
“ใช่ เคยมีครั้งหนึ่งข้าไม่ชอบหน้าผู้เล่นที่มาจีบแต่เจ้านั่นดันรู้ชื่อจริงข้าเลยต้องเล่นเป็นแฟนตามน้ำ เป็นระบบน่าปวดหัวเสียจริงดีที่ผู้เล่นคนนั้นโดนแบนไปแล้วเพราะโกง” อัศวินสาวส่ายหน้า “ก่อนหน้านี้ก็เคยโดนท่านทูตลัคนารู้ชื่อจริงตอนนี้เลยต้องพินอบพิเทาด้วยเป็นพิเศษ”
“เอ่อ...แต่ฉันจำชื่อจริงคุณไม่ได้...”
“มันเกี่ยวกับพระอาทิตย์” ดันทาเลียนแทรกพร้อมยักไหล่ พอพูดอย่างนั้น ลัคนารู้สึกเหมือนบางอย่างลงล็อกทันที
“...ซันดรอป...?”
“อย่าพูดเสียงดังนะเจ้าคะ!” เทียร์ลิงค์หวีดร้องทันที วิธีการพูดสุภาพขึ้นทันใด“นี่...เหมือนกับตอนนั้นคุ้มกันพวก MT ไปหอคอย...?”
“ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?” ลัคนาอดถามไม่ได้เทียร์ลิงค์สบตาวอร์ดรอปกับดันทาเลียน ทั้งคู่ยักไหล่ อัศวินสาวจึงเล่า
“ท่านทูตรู้สินะคะว่าก่อนหน้านี้ตัวเองเคยเป็น MT…?” เธอถามลองเชิง
ลัคนาทำหน้าสับสนพักหนึ่ง ดูเหมือนการล้างสมองครั้งล่าสุดของเธอจะทำให้ความทรงจำเลอะเลือนไปหมดทั้งที่จุดประสงค์ของมันคือการล้างความทรงจำที่รั่วไหลเข้ามาจากการทำพันธะกับดันทาเลียน...และลบเรื่องที่ว่าไอชามาแจ้งข่าวกับลัคนาว่าเธอจะถูกปล่อยเป็นอิสระ
“เดี๋ยวนะคะ...จริงสิ ก่อนสงครามเวิลด์บอส ฉันกับวศินไปที่ห้องส่วนตัวของไอชาที่นครจักรกล...ไอชาเคยบอกค่ะว่าฉันเคยเป็น MTและเธอก็เคยช่วยฉันไม่ให้ถูกผู้เล่นฆ่า”เด็กสาวพยักหน้าเหมือนพยายามโน้มน้าวตัวเอง “ใช่ค่ะ เคยเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นแน่ๆ”
“สมัยท่านทูตยังเป็นกลุ่มคนอยู่ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ ท่านเคยเข้ามาในเมืองหลวงและเรียกนามแท้ของข้าข้าพาท่านไปที่หอคอย เฟียนน่าประจำอยู่ในตอนนั้น เพื่อนๆ ของท่านเรียกร้องคำตอบว่าพวกเขาคืออะไรแต่ท้ายสุดเฟียนน่าก็ไม่อาจพูดอะไรได้นอกเสียจากหากพวกเขาตาย ตัวตนจะหายไปจากโลกนี้”
ลัคนากลั้นหายใจ
“หมายความว่า ตัวตนสมัยพวกเขาเป็น MT จะถูกลบพร้อมความทรงจำและกลายเป็นผู้เล่นอย่างนายท่าน” ดันทาเลียนขยายความ ฮิเก็นเท้าคางนั่งเงียบกริบ สีหน้าเครียด
“แล้ว... ฉัน... ขอดูข้างในหอคอยนั่นได้ไหมคะ?” ลัคนาถามเพราะเธอ ไม่เคยเข้าไปข้างใน
“ตามบัญชา”
“ให้ข้าไปด้วย” ฮิเก็นบอก “ช่วงเวลาสำคัญของลูกศิษย์ข้า ในฐานะผู้ที่คอยเฝ้ามองการเติบโตของเจ้ามาตลอดและอาจารย์ของเหล่านักดาบปีศาจจะให้ไปคนเดียวโดยไม่มีอาจารย์สุดน่ารักก็กระไรอยู่”
“ฮึ...” ดันทาเลียนหลุดหัวเราะ แทนที่จะโกรธ ฮิเก็นหันไปส่งจูบให้เด็กหญิง
ทั้งหมดเดินทางกลับเมืองหลัก เพราะ NPC ไม่สามารถใช้สกิลวาร์ปเหมือนผู้เล่นจึงต้องเดินทางด้วยเรือเหมือนขามา พอเห็นท่าเรือบรรยากาศเหมือนตอนเธอมารับสายอาชีพรองครั้งแรกทำให้ลัคนานึกบางอย่างได้
“ฮิเก็น...เคยพูดไว้สินะคะว่า ทั้งหมดเป็นบททดสอบของเจ้า แล้วก็อะไรอย่างหากรู้ความหมายที่แท้จริงของตัวเองเมื่อไหร่ อีเดนของพวกเราจะสำเร็จเมื่อนั้น...?”
“ยังอุตส่าห์จำได้อีกนะ”
“เหมือนความทรงจำเพิ่งกลับมาเมื่อครู่...พอนึกได้เรื่องหนึ่งก็นึกเรื่องอื่นๆได้” ลัคนาถอนหายใจ “หมายความว่ายังไงเหรอคะ? ทำไมฉันที่เป็นMT ถึงต้องกลายเป็นผู้เล่น? แล้วทุกคนที่ฉันรู้จักแต่ตายไปแล้วทำไมถึงไม่ได้เป็นผู้เล่นด้วย? หรือว่า...อยู่อีกเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง...?”
“พวกเขามีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง รู้แค่นั้นก็พอ” นักดาบมีเขาขยิบตาให้
...
พวกเขาก้าวเข้ามาในหอคอย
มันสร้างด้วยหินอ่อน ลักษณะเป็นห้องโถงทรงกลม มีแสงส่องผ่านกระจกสีทำให้ภายในดูโปร่งและมีสีสันภายในเงียบกริบ เฟียนน่าไม่ได้ประจำอยู่ตอนนี้ ลัคนาจึงเดินดูบอร์ดการจัดอันดับต่างๆที่ถูกตั้งอยู่ชั้นล่าง ตอนนั้นเองสายตาก็สะดุดเข้ากับบางสิ่ง...
การจัดอันดับผู้เล่นที่มีเงินมากที่สุด (Server T2)
อันดับหนึ่ง เทพทองแดง
อันดับสอง C+
อันดับสาม รินคำ
“ริน...คำ...” เธอเอามือกุมหัว ชื่อนั้นทำให้รู้สึกปวดสมอง อีกอย่างเธอรู้สึกว่าตอนมาดูครั้งล่าสุดคนที่อยู่อันดับหนึ่งกับสองไม่ใช่สองคนนี้...
“รินคำที่เป็นบอต...?” ฮิเก็นกระซิบกับเทียร์ลิงค์
“อืม AI ทดสอบระบบที่เป็นAI แท้เพียงคนเดียว...”
ลัคนาฟังคำนั้นก็หูผึ่ง
“ว่าไงล่ะ นายท่าน?” ดันทาเลียนกระโดดขึ้นไปยืนบนหัวลัคนา
เด็กสาวจ้องรายชื่อ เธอกัดฟัน หากรินคำเป็นปัญญาประดิษฐ์เพียงคนเดียว เธอคือมนุษย์แน่ๆฉะนั้น...
“ซันดรอป” ลัคนาหันหลังขวับ คนถูกเรียกสะดุ้ง
“เจ้าค่ะ ท่านทูต!”
เด็กสาวตาสีม่วงสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนเอ่ย
“...พาฉันออกจากเกมนี้ที”