ข้าไม่ได้อยากเป็นเจ้าเมือง

    ตอนที่ 34 ภัยคุกคามคนเถื่อน

    ลู่ชิงค่อยๆ ปรือตาตื่นขึ้นมา เปลือกตาหนักอึ้งราวกับถูกภูเขา 5 ลูกทับซ้อนกัน แสงเทียนสลัวส่องลอดเข้ามาในเต็นท์บัญชาการ ร่างสูงโปร่งนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงไม้กระดานแข็งกระด้าง


    ชายหนุ่มจ้องเพดานนิ่งอยู่พักใหญ่ สมองค่อยๆ ฟื้นคืนการทำงาน ก่อนความทรงจำมหาบรรลัยไหลบ่ากลับมาประดุจเขื่อนแตก


    ราชโองการสีทอง...


    ปืนใหญ่ 1000 กระบอก...


    ผลิตให้เสร็จสิ้นใน 3 ปี...


    จอมทัพมหาเสนาบดีพิทักษ์อุดร...


    ลู่ชิงหลับตาลงอีกครั้ง


    "..."


    "..."


    "ฝันร้าย" ชายหนุ่มพึมพำเสียงแหบแห้ง "ข้าต้องกำลังฝันร้ายอยู่แน่แท้ มนุษย์ปกติผู้ใดได้รับงานเพิ่มจากศูนย์ จนกลายเป็นผู้บัญชาการกู้ชาติภายในวันเดียว"


    อาฝูยกกะละมังน้ำอุ่นเข้ามาพอดี "นายท่านฟื้นแล้วขอรับ!"


    ลู่ชิงหันไปมอง สายตาเต็มไปด้วยความหวังสุดท้ายของชีวิต "อาฝู... ข้าถามเจ้าเพียงคำเดียว ราชโองการเมื่อคืนนั่น... เป็นความฝันเกิดจากแก๊สไข่เน่าใช่หรือไม่"


    อาฝูเงียบไปชั่วครู่ ก่อนหยิบม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามมาวางบนโต๊ะข้างเตียงอย่างนอบน้อม


    "ของจริงแท้ 100 ส่วนเลยขอรับ ตราหยกราชลัญจกร 5 กรงเล็บยังอยู่ครบถ้วน"


    กร๊อบ...


    เสียงบางอย่างแตกร้าวในหัวใจศาสตราจารย์ผู้รักความเกียจคร้าน ชายหนุ่มหันหน้าเข้ากำแพงเต็นท์ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะมิดชิด


    "ดี... เยี่ยงนั้นข้าตายแล้ว แจ้งทางการด้วย ว่าสาเหตุการเสียชีวิตของจอมทัพคนใหม่ คือทำงานหนักเกินไปล่วงหน้า"


    อาฝูตกใจ "นายท่าน! ท่านยังมิได้ตายนะขอรับ!"


    "ข้ายังมิได้ตายจริง ทว่ากำลังเตรียมตัวทำพิธีศพให้ตนเองอยู่"


    "..."


    ชายหนุ่มเริ่มคำนวณอย่างสิ้นหวังอยู่ใต้ผ้าห่ม


    'ปืนใหญ่ 1000 กระบอก หากกระบอกละ 3 วัน... 1000 คูณ 3 เท่ากับ 3000 วัน... 3000 หาร 365... เท่ากับ 8 ปีเศษ...'


    ลู่ชิงนิ่งค้าง


    "..."


    "..."


    "8 ปี... นี่คือโทษจำคุกรอลงอาญาชัดๆ..."


    น้ำตาแห่งความรันทดไหลซึมออกจากหางตาเงียบๆ


    ทว่า... สวรรค์มิเคยเมตตาคนขี้เกียจฉันใด สวรรค์ย่อมส่งเสียงหนวกหูมาซ้ำเติมเสมอฉันนั้น!


    ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!!


    เสียงกลองรบขนาดมหึมาระเบิดขึ้นอย่างกะทันหัน!


    เตียงไม้สั่นสะเทือน! ถ้วยน้ำชากระโดดขึ้นจากโต๊ะ! กะละมังน้ำอุ่นกระเพื่อมเป็นคลื่น! ฝุ่นจากคานเต็นท์ร่วงกราว! เทียนไขล้มคว่ำ!


    ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!!


    ลู่ชิงสะดุ้งเฮือก หัวกระแทกคานเตียงดังปึก!


    "โอ๊ย!" ชายหนุ่มเด้งตัวขึ้นนั่ง เส้นเลือดบนขมับปูดโปนเต้นตุบๆ "อีกแล้วหรือวะ!!"


    ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!!


    "บรรพบุรุษเจ้าสิ!!"


    ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!!


    "พวกเจ้าจะตีกลองจนสวรรค์ถล่มเลยหรือไร!!"


    อาฝูรีบเอามืออุดหูแน่น "เสียงดังจริงขอรับนายท่าน!"


    "ข้ารู้แล้วว่าหูข้ายังใช้การได้!" ลู่ชิงคำราม "ปัญหาคือข้ากำลังจะหูหนวกแล้วโว้ย!"


    เสียงกลองดังกึกก้องแลถี่ขึ้นกว่าเดิม ราวกับตั้งใจประชันอารมณ์หงุดหงิดของเขา


    ขณะนั้นเอง นายกองหน้าบากพุ่งทะลุผ้าเต็นท์เข้ามา คุกเข่าลงด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด


    "เรียนท่านมหาเสนาบดี! เกิดเรื่องใหญ่ประหลาดล้ำแล้วขอรับ! ชนเผ่าหมีหิมะจากแดนเหนือสุด ยกทัพสัตว์ร้าย 100000 ชีวิตบุกประชิดพรมแดนแล้วขอรับ!"


    ลู่ชิงนิ่งไป 1 ลมหายใจ "...อืม"


    นายกองหน้าบากชะงัก


    "..."


    "..."


    "อืม... ขอรับ?"


    ลู่ชิงขมวดคิ้วถามต่อ "พวกคนเถื่อนเป็นผู้ตีกลองเหล่านั้นใช่หรือไม่"


    นายกองหน้าบากอึ้งไป 3 ลมหายใจ "เอ่อ... มิใช่ข้าศึกฝ่ายเดียวขอรับ"


    ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!!


    ลู่ชิงหลับตาแน่น ยกมือกุมขมับ "หมายความว่าอย่างไร"


    "ทหารยามของพวกเราบนหอคอย... รัวกลองเตือนภัย 10 ใบตอบโต้พวกคนเถื่อนอยู่ขอรับ!"


    ลู่ชิงเบิกตาถลนทะลัก "บรรพบุรุษพวกเจ้าสิ! ที่หนวกหูอยู่เนี่ย... กลองฝั่งเราเองด้วยเรอะ!! งั้นพวกมันมีความผิดขั้นร้ายแรง... ผิดที่ปลุกข้า!"


    นายกองหน้าบาก "..."


    อาฝู "..."


    ทั้งเต็นท์ตกอยู่ในความเงียบงันประหลาด


    คนเถื่อน 100000 คนบุกเมือง... มิสำคัญเท่าไหร่


    ทว่าเสียงกลองรบกวนการนอน... สำคัญระดับชาติ!


    นี่คือข้อสรุปทุกคนได้รับรู้จากผู้บัญชาการทหารสูงสุด!


    ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!!


    นายกองหน้าบากรีบอธิบายเพื่อดึงสติเจ้านาย "ท่านมหาเสนาบดี! ทัพหมีหิมะมิใช่ศัตรูธรรมดานะขอรับ! ทหารศัตรูมีสายเลือดคนยักษ์ นักรบแต่ละคนสูงเกือบ 1 จั้งครึ่ง! พวกเขาเลี้ยงหมีขาวยักษ์เป็นพาหนะ ใช้ค้อนหินหนักหลาย 100 ชั่งเป็นอาวุธ ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมสุดในแดนเหนือ! แม้แต่ราชาหมาป่าผู้ยอมจำนนต่อท่านเมื่อคืน ยังมิกล้ายุ่งเกี่ยวกับชนเผ่านี้เลยนะขอรับ!"


    ลู่ชิงพยักหน้า "เข้าใจแล้ว"


    นายกองหน้าบากถอนหายใจโล่งอก "ดังนั้นท่านย่อมเห็นความร้ายแรง—"


    "สรุปคือกลองดังมากสินะ... น่ารำคาญชะมัด"


    "..."


    นายกองหน้าบากอยากร้องไห้ อาฝูเองอยากร้องไห้ เหตุใดเจ้านายจึงโฟกัสแต่เรื่องเดซิเบลเสียง!


    "ทว่าท่านมหาเสนาบดีขอรับ!" นายกองรีบแย้ง "เมื่อคืนท่านเพิ่งจุดชนวนปืนใหญ่เทวะไป เสียงดังกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นถึงเพียงนั้น เหตุใดพวกเผ่าหมีหิมะจึงมิกลัวเกรง แลยังกล้ายกทัพมาอีกเล่าขอรับ!"


    ลู่ชิงกรอกตา "เจ้าโง่เอ๊ย... คนเถื่อนอาศัยในถ้ำน้ำแข็งมาทั้งชีวิต เสียงพายุหิมะกลบหูจนหูตึงกันหมดแล้วกระมัง ยามสดับเสียงปืนใหญ่เมื่อคืน พวกเขาย่อมนึกว่ามีชนเผ่าจุดประทัดท้าทาย หรือมิเช่นนั้นคิดว่าเทพเจ้าเรียกหา ข้าศึกถึงยกทัพมาจัดปาร์ตี้คอนเสิร์ตกลองรบใส่หน้าพวกเราเยี่ยงนี้!"


    ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!!


    เสียงกลองระลอกใหม่ดังขึ้น กระแทกโสตประสาทจนเจ็บแปลบ


    ลู่ชิงกุมศีรษะ อาการไมเกรนแทบระเบิด สมองอดีตศาสตราจารย์เริ่มหมุนด้วยความโกรธจัด


    'พวกคนเถื่อนหูตึงชอบส่งสัญญาณด้วยเสียงดังใช่หรือไม่... ดี... ข้าจะทำให้พวกเจ้าเลิกใช้กลอง... แลหันมาแหงนมองฟ้าแทน!'


    ดวงตาชายหนุ่มค่อยๆ เปล่งประกายอันตราย... ประกายแห่งความเกียจคร้านมาพร้อมอัจฉริยภาพขั้นสุด! เป็นประกายแบบเดียวกับยามคิดค้นแท่นพิมพ์ ตอนสร้างธนาคาร แลตอนก่อกำเนิดปืนใหญ่!


    อาฝูเห็นแล้วขนลุกซู่ "นะ... นายท่าน..."


    ลู่ชิงยิ้มเย็นเยือก "ข้าคิดวิธีสร้าง 'สัญญาณ' รูปแบบใหม่ได้แล้ว ข้าจะนำผงอัคคีเทวะผสมเศษแร่ทองแดงแลเกลือ ยัดใส่กระบอกไม้ไผ่ยิงขึ้นฟ้า! สัญญาณดังยิ่งกว่ากลอง สว่างยิ่งกว่าคบเพลิง แสงบาดตาจนข้าศึกมิต้องพึ่งพาเสียงอีกต่อไป!"


    อาฝูหน้าซีด นายกองหน้าบากหน้าซีดเผือด


    ทั้งสองคนมีลางสังหรณ์ตรงกันอย่างประหลาด... ทุกคราเมื่อมหาปราชญ์ผู้นี้กล่าวประโยคลักษณะนี้ โลกมักได้รับความเสียหายขนานใหญ่ หรือมิเช่นนั้นย่อมเกิดการพลิกโฉมอารยธรรมเสมอ!


    แลครั้งนี้... ดูเหมือนเคราะห์กรรม จะตกเป็นของคนตีกลองทั้งใต้หล้าเสียแล้ว!


    ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!!


    เสียงกลองรบยักษ์จากทัพคนเถื่อนนอกกำแพง กระหน่ำดังก้องสะเทือนฟ้าดิน


    แลเพื่อเป็นการตอบโต้... หอคอยยามของด่านเยี่ยนเหมิน รัวกลองสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นมิยอมน้อยหน้า!


    ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!!


    การประชันกลองรบสเตอริโอรอบทิศทาง ทำเอาลู่ชิงยืนตัวสั่นสะท้านอยู่กลางลานหิมะ ชายหนุ่มมิได้สั่นเพราะความหนาว ทว่าสั่นเพราะความเดือดดาลขั้นสุด! ใต้ดวงตาอดีตศาสตราจารย์หนุ่มปรากฏรอยคล้ำดำสนิท ราวกับหมีแพนด้าอดนอนมา 3 วัน 3 คืน


    ชายหนุ่มชี้นิ้วไปยังหอคอยยามฝั่งตนเอง "ตีเข้าไป!"


    ตึง!!!


    "ตีประชันความหนวกหูกับพวกข้างนอกนั่นเข้าไป!"


    ตึง!!!


    "อีกประเดี๋ยวข้าจักขึ้นไปถลกหนังพวกเจ้าทุกคน นำมาขึงทำหน้ากลองแทนหนังวัวให้หมด!!"


    อาฝูสะดุ้งเฮือก นายกองหน้าบากเหงื่อแตกพลั่ก นี่คือสภาพของบุรุษผู้ถูกกระชากวิญญาณจากการงีบกลางวัน แผ่รังสีอำมหิตน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าคนเถื่อน 100000 คนรวมกันเสียอีก!


    ...


    มินานนัก ถังผงอัคคีเทพ (ดินปืน) เกลือแกง เศษแร่ทองแดงสีเขียว แลเศษตะปูขึ้นสนิม ถูกขนมากองรวมกันสูงเป็นภูเขาขนาดย่อมตามคำสั่ง


    ลู่ชิงนั่งยองๆ กลางลานหิมะ พลางใช้ไม้พายกวนผสมผงเหล่านั้นไปบ่นไป


    "แร่ทองแดง... ให้แสงสีฟ้าอมเขียว..." คลุก...


    "เกลือแกง... ให้แสงสีเหลืองสว่างจ้า..." คลุก...


    "เศษสนิมเหล็ก... ให้ประกายไฟแตกกระจาย..." คลุก...


    อาฝูน้ำตาคลอเบ้า "นายท่านลึกล้ำเหลือเกิน... ท่านกำลังร่ายคาถาบทใดอยู่หรือขอรับ..."


    นายกองหน้าบากพยักหน้ารัว "ใช่! ดึงพลังธรรมชาติจากแร่ธาตุ! ท่านกำลังสวดมนต์แปรธาตุเพื่อสร้างมหาเวททำลายล้าง!"


    ลู่ชิงเงยหน้าตาขวาง "ข้ากำลังทบทวนวิชาเคมี ม.ปลาย โว้ยยย! แลข้าจะนำผงพวกนี้ไประเบิดกลางฟ้า ให้พวกหูตึงข้างนอกกับพวกเวรบนหอคอยตกใจจนลืมตีกลอง ข้าจะได้กลับไปนอน ชีวิตข้าต้องการความสงบเพียงเท่านี้แหละ!"


    "......"


    "......"


    สองคนเงียบสนิท จากนั้นพยักหน้าให้กันหนักกว่าเดิม


    "ยอดเยี่ยม! แสร้งบ่นเรื่องไร้สาระ ทว่าแท้จริงซ่อนปรัชญาแห่งมหาพิชัยสงครามเอาไว้! นิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว!"


    "..." ลู่ชิงเลิกพยายามอธิบายให้พวกสมองกาวฟัง


    ชายหนุ่มหยิบกระบอกไม้ไผ่ขนาดใหญ่ขึ้นมา กรอกส่วนผสมเคมีทั้งหมดลงไป อัดจนแน่นเอี๊ยด ผูกมัดติดกับก้านไม้ยาวเพื่อทำเป็นหางเสือทรงตัว


    อาฝูหรี่ตา "นี่คือหอกสังหารเทพ!"


    นายกองหน้าบากส่ายหน้า "ผิด! นี่คือมังกรเหล็กทะยานเวหา!"


    เถ้าแก่หู่เพิ่งวิ่งหน้าตั้งมาจากโรงหลอมรีบแทรก "โง่เขลาทั้งคู่! นี่คืออาวุธทำลายเมืองรุ่นพกพา! ยิง 1 ครั้ง เมือง 1 เมืองย่อมหายไปจากแผนที่!"


    ลู่ชิงแทบอยากเอาหัวโขกเสากำแพงเมือง 'นี่คือจรวดดอกไม้ไฟโว้ยยยย!!'


    ...


    ชายหนุ่มเดินออกสู่กลางลานหิมะ ปักก้านไม้ลงพื้น หันหัวจรวดชี้ตั้งฉากกับท้องฟ้า 100 องศา


    นายกองหน้าบากตกใจสุดขีด "ท่านมหาเสนาบดี! ข้าศึก 100000 นายอยู่นอกกำแพง! เหตุใดท่านจึงเล็งปืนใหญ่ขนาดจิ๋วขึ้นสวรรค์เล่าขอรับ!"


    ลู่ชิงชี้ไปยังหอคอยยาม แลชี้ออกไปนอกกำแพง "ข้าศึกมิใช่ปัญหา... ไอ้พวกชอบตี กลอง นั่น ต่างหาก... คือปัญหา!"


    ทหารยามบนหอคอย "......"


    ทุกคนหยุดตีกลองไปชั่วขณะ ก่อนคิดเอาเองว่าเจ้านายกำลังสั่งให้ตีต่อเพื่อข่มขวัญศัตรู จึงรีบกระหน่ำตีแรงกว่าเดิม!


    ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!!


    เส้นเลือดบนหน้าผากลู่ชิงปูดขึ้นเป็นรูปกากบาท "ดี! ดีมาก! วันนี้พวกเจ้าจะได้รู้จักมหาอำนาจของดอกไม้ไฟวิทยาศาสตร์!"


    ชายหนุ่มจุดสายชนวนยาวเป็นพิเศษ รีบวิ่งเอามืออุดหูไปหลบหลังรถม้าทันที!


    ฟู่มมมม! ประกายไฟวิ่งพล่านเข้าสู่ก้นกระบอก


    ทุกคนกลั้นหายใจ... 1 ลมหายใจ... 2 ลมหายใจ... 3 ลมหายใจ...


    จากนั้น!


    ฟีดดดดดดดดดดดดดดด!!!


    จรวดไม้ไผ่พุ่งทะยานขึ้นฟ้าด้วยความเร็วเหนือเสียง! ทิ้งหางควันสีขาวลากยาวหลาย 10 จั้งไว้เบื้องหลัง ทหารทั้งด่านเยี่ยนเหมินแหงนหน้ามองตามเป็นตาเดียว


    ทัพหมีหิมะ 100000 นายนอกกำแพงชะงักการบุก แหงนหน้ามองเส้นควันนั้นเช่นกัน


    แม้แต่ต้าข่านราชาหมีหิมะร่างยักษ์ยังขมวดคิ้ว "พวกชาวจงหยวนยิงสิ่งใดขึ้นไป..."


    จรวดพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทะลุม่านเมฆ ทะลุพายุหิมะ ทะลุชั้นบรรยากาศเย็นเยือก แล—


    เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!


    เสียงมหาระเบิดกัมปนาทประดุจสวรรค์ฉีกขาดดังกึกก้อง! ทว่าสำหรับชนเผ่าหมีหิมะผู้หูตึง เสียงนั้นอาจมิน่ากลัวเท่าใดนัก... ทว่าสิ่งตามมาต่างหากคือฝันร้ายแท้จริง!


    ลูกไฟขนาดมหึมาจุติขึ้นกลางท้องนภา!


    สีเขียวมรกตจากการเผาไหม้ทองแดง... สีเหลืองทองสว่างจ้าจากการเผาไหม้เกลือแกง... แลประกายไฟสีเงินนับ 1000000 เส้นพุ่งกระจายออกทุกทิศทาง!


    แสงสว่างนั้นเจิดจ้าบาดตาเสียยิ่งกว่าแสงตะวัน สะท้อนกับเกล็ดหิมะนับล้านล้านเกล็ดบนพื้นดิน ก่อเกิดเป็นมหาสมุทรแห่งแสงทะลวงม่านตา!


    กลางท้องฟ้ายามสาย... ราวกับมีดวงอาทิตย์ดวงลำดับ 2 ถือกำเนิดขึ้นมาจริงๆ!


    วิ้งงงงงง!


    ทุกคนตกตะลึง! อ้าปากค้าง! ดวงตาทุกคู่พร่ามัวบอดสนิทไปชั่วขณะ!


    ทหารบนหอคอยแสบตาจนทำไม้ตีกลองหล่นหลุดมือ 'กึก' เสียงกลองหยุดสนิท ทั่วทั้งด่านเงียบสงัด!


    ...


    ลู่ชิงค่อยๆ เอามืออุดหูออก แหงนหน้ามองผลงานเคมี ม.ปลาย ของตนเอง จากนั้นยิ้มอย่างพึงพอใจ


    "ดี... ในที่สุดกลับมาเงียบสงบเสียที... ค่อยคุ้มค่าแก่การตื่นนอนหน่อย"


    ชายหนุ่มหันหลังเตรียมเดินกลับเต็นท์ เพื่อไปงีบต่อ ทว่าเขามิทันสังเกตเลยว่า บนกำแพงเมืองด้านหลัง ทหารนับ 1000 นายกำลังทรุดตัวคุกเข่าหมอบกราบลงทีละคน


    อาฝูตัวสั่นเป็นลูกนก น้ำตาไหลอาบหน้า "นายท่าน... ท่านรำคาญเสียงกลอง... จนถึงขั้นอัญเชิญดวงอาทิตย์ขึ้นมาข่มขวัญสวรรค์จริงๆ ด้วย..."


    เถ้าแก่หู่ทรุดตัวลงกับพื้นหิมะ "ข้ากระจ่างแจ้งแล้ว... เหตุใดท่านจึงสั่งสร้างเตาถลุงสวรรค์... เหตุใดท่านจึงสร้างปืนใหญ่เทวะ... แท้จริงแล้ว อาวุธภาคพื้นดินเป็นเพียงของเล่น! ทั้งหมดเป็นเพียงการจำลองพลัง เพื่อประกอบพิธีอัญเชิญสุริยันองค์ใหม่ลงสู่โลกใบนี้ต่างหาก!"


    นายกองหน้าบากหน้าซีดเผือดดุจกระดาษ "มิน่าเล่า... มิน่าท่านมหาเสนาบดีจึงเล็งกระบอกปืนขึ้นฟ้า... ท่านกำลังประกาศสงครามข่มขู่สวรรค์... หากสวรรค์มิยอมสั่งให้คนเถื่อนหยุดตีกลอง... ท่านจักสร้างดวงตะวันเผาไหม้สวรรค์เสียเอง!"


    ...


    ส่วนด้านนอกกำแพงเมือง...


    ทัพหมีหิมะ 100000 นาย ยืนแข็งทื่อราวกับรูปสลักน้ำแข็ง หมีขาวยักษ์นับหมื่นตัวตกใจแสงสว่างจ้าจนสติแตก พากันหมอบกราบคุดคู้ลงกับพื้นมิยอมลุกขึ้นยืนอีก!


    ต้าข่านราชาหมีหิมะมองดวงอาทิตย์ดวงลำดับ 2 ค่อยๆ จางหายไปเหนือศีรษะ ขาทั้ง 2 ข้างของยอดนักรบเริ่มสั่นเทา เหงื่อเย็นเยียบไหลชโลมเต็มแผ่นหลัง


    "เมื่อครู่..." ต้าข่านเสียงสั่นเครือ "พวกเรา... กำลังตีกลอง... ท้าทายเทพเจ้าผู้สามารถสร้างดวงอาทิตย์ได้... อย่างนั้นหรือ..."


    ทั่วทั้งสมรภูมิ ความเงียบอันน่าสะพรึงกลัวแลกดดัน ค่อยๆ แผ่ขยายครอบงำจิตวิญญาณผู้รุกราน


    ส่วนต้นเหตุแห่งปาฏิหาริย์ทั้งหมด... กำลังเดินทอดน่องกลับเต็นท์ด้วยสีหน้าสบายใจ คิดอยู่เพียงเรื่องเดียว


    'คืนนี้ข้าคงได้นอนหลับยาวๆ เสียที... ไร้ผู้ใดมารบกวนแล้วล่ะมั้ง...'


    ทว่าชะตากรรมโหดร้ายของคนเกียจคร้าน... วัฏจักรความซวยกำลังเตรียมเริ่มต้นนับ 1 ใหม่อีกครั้งเท่านั้นเอง!


    แสงสีทองสลับน้ำเงินเขียวจากมหาพลุเพลิงสวรรค์ ค่อยๆ เลือนหายจากท้องนภายามสาย ทิ้งไว้เพียงม่านควันสีขาวบางเบา แลความเงียบงันน่าสะพรึงกลัว ทั่วทั้งสมรภูมิราวกับถูกแช่แข็ง แม้แต่พายุหิมะยังดูเหมือนพัดเบาลงหลาย 10 ส่วน


    ภายนอกกำแพงเมืองด่านเยี่ยนเหมิน... กองทัพหมีหิมะ 100000 นาย หมอบกราบคุกเข่าเรียงรายสุดลูกหูลูกตาประดุจพรมมนุษย์


    ไร้ผู้ใดกล้าเงยหน้า...


    ไร้ผู้ใดกล้าหายใจแรง...


    ไร้ผู้ใดกล้ากระทั่งคิดต่อต้าน...


    ต้าข่านราชาหมีหิมะร่างยักษ์ตัวสั่นเทา ดวงตายังคงพร่ามัว ภาพดวงอาทิตย์สีน้ำเงินอมทองยังคงติดค้างอยู่ในจอประสาทตา เขาพยายามกะพริบตา ทว่าภาพความยิ่งใหญ่นั้นยิ่งประทับฝังลึกในจิตวิญญาณชัดเจน


    "ข้ากระจ่างแจ้งแล้ว..." ต้าข่านพึมพำเสียงสั่นเครือ "เหตุใดราชาหมาป่า... นักรบผู้ทะนงตนผู้นั้น จึงยอมจำนนแต่โดยดี..."


    ขุนพลคนหนึ่งตัวสั่นคลอน คลานเข่าเข้ามาใกล้ "ทะ... ท่านต้าข่าน... พวกเราควรถอยทัพหนีกลับแดนเหนือหรือไม่ขอรับ"


    ต้าข่านหันขวับไปมองทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด


    "ถอยทัพ!? เจ้าคิดว่าพวกเรากำลังรบกับมนุษย์เดินดินอยู่หรืออย่างไร!"


    "......"


    "......" ขุนพลทั้งหลายหน้าซีดเผือด


    ต้าข่านชี้มือสั่นระริกขึ้นไปบนฟ้า "เขาผู้นั้น เรียกดวงอาทิตย์ดวงลำดับ 2 ลงมาแผดเผาสวรรค์ได้! ต่อให้พวกเรามีทหาร 1000000 นาย... ย่อมมีเพียง 1 ดวงอาทิตย์อยู่บนหัว! ทว่าเขามีถึง 2 ดวง!! นี่คือความห่างชั้นของพลังอำนาจ!!"


    ขุนพลทั้งกองบัญชาการตกอยู่ในความเงียบงัน ตรรกะพังทลายโดยสมบูรณ์ ทว่าเมื่อคิดตามคำกล่าวของต้าข่าน... กลับฟังดูมีเหตุผลอย่างน่าประหลาด!


    มินานนัก ขุนพลเฒ่าอีกคนเอ่ยเสียงสั่น "หรือว่า... บุรุษชุดขาวบนกำแพงเมืองผู้นั้น คือองค์เทพสุริยันจุติลงมา?"


    ต้าข่านส่ายหน้าอย่างแรง "ไม่! เจ้าช่างโง่เขลานัก!"


    ทุกคนชะงัก


    จากนั้นต้าข่านสูดลมหายใจลึก กล่าวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมศรัทธาขั้นสูงสุด


    "เทพสุริยันยืมพลังแสงจากดวงอาทิตย์... ทว่าชายผู้นั้น... สามารถ 'สร้าง' ดวงอาทิตย์ดวงใหม่ขึ้นมาได้ด้วยตนเอง! พลังอำนาจของเขาอยู่เหนือกว่าดวงอาทิตย์ไปแล้ว!!"


    ทั้งกองบัญชาการคนเถื่อนหายใจสะดุด ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง


    "มหาข่านสุริยันเทวะ..." ต้าข่านพึมพำพลางโขกศีรษะลงกับพื้นหิมะ "เขาคือมหาข่านผู้ปกครองสวรรค์แลปฐพี!!"


    ...


    2 ชั่วยามต่อมา...


    ภายในเต็นท์บัญชาการแสนสงบสุข


    "ครอก..."


    "ฟี้..."


    ลู่ชิงกำลังนอนหลับหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขที่สุดในโลก นี่คือการนอนหลับกลางวันคุณภาพดีที่สุดในรอบหลายเดือน!


    ไร้เสียงกลองรบรบกวน... ไร้เสียงตะโกน... ไร้คนมาขออนุมัติแผนรบ... ไร้กุนซือชรามาคอยบอกว่าเขาต้องไปกู้ชาติ...


    ชีวิตคนเกียจคร้าน ช่างงดงามแลเรียบง่ายยิ่งนัก...


    กระทั่ง...


    ผาง!


    ม่านเต็นท์ถูกเปิดออกอย่างรุนแรง อาฝูพุ่งพรวดเข้ามาราวกับถูกผีปอบไล่ตาม


    "นายท่านนนนนน!!"


    ลู่ชิงสะดุ้งเฮือก เด้งตัวลุกขึ้นมานั่ง "ผู้ใดแอบตีกลองอีกแล้ววะ! ข้าจะเอาพลุไปยัดปากพวกมัน!"


    "มิใช่เรื่องกลองขอรับนายท่าน!" อาฝูหน้าซีดเป็นไก่ต้ม "แย่ยิ่งกว่ากลองอีกขอรับ!"


    ลู่ชิงหน้าซีดตาม สิ่งใดในโลกนี้ จะแย่ไปกว่าการถูกรบกวนเวลานอนอีกหรือ?


    อาฝูมิรอช้า คลี่ม้วนหนังสัตว์ยาวเหยียดออกมา... ยาวจนต้องกลิ้งแผ่ออกไปนอกเต็นท์ ยาวจนทหารหน้าประตูต้องช่วยกันจับปลาย ยาวจนสุดสายตาไปถึงลานม้า


    "นี่คือบัญชีความพินาศสิ่งใด" ลู่ชิงถามเสียงสั่นอย่างหวาดหวั่น


    อาฝูตอบด้วยสีหน้าสับสน ทั้งดีใจปนหวาดผวา


    "บัญชีทรัพย์สินใหม่ของท่าน... ในฐานะบรรณาการขอรับ!"


    "......"


    "......" ลู่ชิงเริ่มมีลางสังหรณ์มหาอัปมงคล


    "ทัพหมีหิมะประกาศสวามิภักดิ์อย่างเป็นทางการแล้วขอรับ!" อาฝูร่ายยาว "ต้าข่านประกาศสถาปนาท่านขึ้นเป็น 'มหาข่านสุริยันเทวะ'! ท่านได้รับบรรณาการเป็นดินแดนทุ่งหญ้าแดนเหนือทั้งหมด! ได้รับกองกำลังนักรบ 100000 คน! ได้รับฝูงม้าศึก 10000 ตัว! ได้รับเหมืองเหล็ก! ได้รับเหมืองทองแดง! ได้รับบ่อเกลือ! ได้รับ..."


    "พอ!" ลู่ชิงยกมือห้าม สมองเริ่มหมุนติ้ว "ของเหล่านั้น... หากบริหารจัดการดี ย่อมมีทางโยนงานให้คนอื่นทำได้... ข้าถือว่ายังปกติดี... ส่วนข่าวร้ายเจ้ารายงาน อยู่ตรงไหน"


    อาฝูเงียบไป 3 ลมหายใจ จากนั้นยิ้มแห้งแบบคนปลงตก


    "ของกำนัลขั้นสูงสุดเพื่อแสดงความภักดีจากชนเผ่าหมีหิมะ..." อาฝูกลืนน้ำลาย "คือพาหนะคู่กายของพวกเขา... 'หมีขาวยักษ์ศักดิ์สิทธิ์' จำนวน 10000 ตัว... มอบให้ท่านเลี้ยงดูขอรับ"


    ...


    ทั่วเต็นท์ตกอยู่ในความเงียบสนิท ระดับได้ยินเสียงหิมะตก


    เวลาราวกับหยุดไหล


    "กี่ตัวนะ" ลู่ชิงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ


    "10000 ตัวขอรับ"


    "100 ตัว?"


    "10000 ขอรับ"


    "1000 ตัว?"


    "10000 ถ้วนเลยขอรับ"


    "......"


    "......"


    ฟุ่บ!


    ลู่ชิงกระโดดพรวดออกจากเต็นท์ทันที!


    ภาพเบื้องหน้า ทำให้วิญญาณเขาแทบหลุดออกจากร่างจริงๆ!


    ลานทหารด่านเยี่ยนเหมินเคยว่างเปล่า บัดนี้กลายสภาพเป็นสวนสัตว์ขนาดยักษ์!


    หมีขาวร่างมหึมาจำนวนมหาศาล นั่ง ยืน นอน กลิ้ง เรียงรายเต็มพื้นที่ไปหมด!


    บางตัวใหญ่พอๆ กับรถม้า... บางตัวใหญ่กว่าควายป่า...


    บางตัวกำลังนอนหงายผึ่งพุงอาบแดดอย่างสบายใจ... บางตัวกำลังปีนขึ้นไปเกาะหลังคาคลังเสบียง... บางตัวกำลังแทะประตูไม้เล่น... ส่วนบางตัว... กำลังกินเกวียนไม้บรรทุกเสบียงทั้งคัน!


    คร๊อบ!!!


    หมีตัวหนึ่งอ้าปากกว้าง กัดล้อเกวียนหักไปครึ่งวง เคี้ยวกรุบกรับอย่างเอร็ดอร่อยราวกับกินขนมเปียกปูน


    กร๊วบ!!!


    อีกตัวดูดหมูป่าหันทั้งตัว เข้าปากกลืนหายไปในคำเดียวโดยมิต้องเคี้ยว


    โฮกกกก!!!


    ทันใดนั้น หมียักษ์ตัวมหึมาที่สุด สูงเกือบ 2 เท่าของมนุษย์ปกติ เดินสี่ขาตรงดิ่งเข้าหาลู่ชิง! ทหารยามรอบข้างหน้าซีดเผือด ชักดาบเตรียมต่อสู้เพราะคิดว่าสัตว์ร้ายกำลังจะโจมตีมหาผู้ตรวจการ!


    ทว่า... หมีจ่าฝูงตัวนั้นกลับหยุดชะงักเมื่ออยู่ตรงหน้าลู่ชิง ทิ้งตัวลงนอนหงายโชว์พุงขาวจั๊วะ แลส่งเสียงครางออดอ้อนผิดกับขนาดตัว


    "ฮือออออ... แฮ่..."


    ลู่ชิง "......"


    อาฝูน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง "นายท่าน! สัตว์เทพยอมรับท่านเป็นจ่าฝูงแล้วขอรับ! ช่างเป็นวาสนายิ่งนัก!"


    หมีจ่าฝูงเอาหัวขนาดเท่าโอ่งมังกร ถูไถเข้ากับหน้าแข้งของลู่ชิงอย่างแรง จนชายหนุ่มเซเกือบล้ม


    ฟู่...


    หมีจ่าฝูงพ่นลมหายใจออกทางจมูก... ลู่ชิงสูดดมเข้าไปเต็มปอด...


    นั่นมิใช่กลิ่นคาวเลือดสัตว์ป่า... ทว่าคือ... กลิ่นพริกไทยดำแลเครื่องเทศจากแจ่วฮ้อนหมู 3 ชั้นสูตรลับของเขา!!


    ลู่ชิงตาเหลือกค้าง "ไอ้หมีเวร... เจ้าเพิ่งไปแดกเสบียงหมูส่วนตัวของข้ามาใช่หรือไม่!"


    หมีจ่าฝูงทำหน้าซื่อตาใส ถูไถขาเขาต่อ "ฮือออ..."


    สมองอดีตศาสตราจารย์แลบิดาแห่งการเงิน เริ่มคำนวณตัวเลขหายนะโดยอัตโนมัติ


    'หมี 1 ตัว... กินเนื้อสัตว์แลเสบียงประมาณ 50 ชั่งต่อวันเป็นอย่างน้อย...'


    '10000 ตัว... คูณ 50... เท่ากับ 500000 ชั่งต่อวัน! ครึ่งล้านชั่งต่อวัน!!'


    'เสบียงคงคลังทั้งด่านเยี่ยนเหมิน... มีพอให้กองทัพใช้กินได้ 20 วัน...'


    'ทว่าหากต้องเลี้ยงไอ้ฝูงสัตว์ประหลาดสูบเสบียงพวกนี้... คลังเสบียงของเมือง... จะหมดเกลี้ยงภายใน 2 วัน!!'


    'นี่มิใช่บรรณาการ! นี่คือสินทรัพย์หนี้เสียที่มีแต่รายจ่าย! ต้าข่านนั่นช่างฉลาดล้ำลึก! โอนหนี้สาธารณะของเผ่ามาทำลายคลังหลวงของข้า! นี่คือสงครามเศรษฐกิจข้ามเผ่าพันธุ์ชัดๆ!'


    ลู่ชิงยืนนิ่ง สีหน้าว่างเปล่าแลเย็นชา ราวกับวิญญาณออกจากร่างไปประทับบนสวรรค์แล้ว


    "อาฝู"


    "ขอรับนายท่าน"


    "ไปตามชาวเผ่าหมีหิมะกลับมา... ข้าจะเอาหมีพวกนี้ไปคืนต้าข่าน... หรือมิเช่นนั้นข้าจะเอาไปขายทิ้งให้หมด"


    "มิได้นะขอรับ!" นายกองหน้าบากเพิ่งวิ่งมาถึงรีบห้าม "ทหารทั้งด่านเชื่อว่า หมีพวกนี้คือสัตว์เทพพิทักษ์ด่านสวรรค์ประทานให้ท่าน! หากท่านขายสัตว์เทพไป ขวัญกำลังใจทหารจะตกต่ำถึงขีดสุด แลอาจเกิดกบฏเพราะสวรรค์พิโรธได้นะขอรับ!"


    "อาฝู..." ลู่ชิงเสียงสั่น "สรุปคือ... ข้ากำลังล้มละลายใช่หรือไม่"


    อาฝูเปิดบัญชี คำนวณรวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม จากนั้นเงยหน้าตอบอย่างจริงใจที่สุด


    "หากหมีเหล่านี้กินด้วยอัตรานี้ต่ออีก 3 วัน... พวกเราต้องเริ่มทุบกำแพงเมืองไปขายเอาเงินมาซื้ออาหารหมีแล้วขอรับ"


    ทันใดนั้น ทหารโรงครัวนายหนึ่งวิ่งหน้าตั้งร้องไห้น้ำตาแตกรีบเข้ามารายงาน!


    "เรียนมหาข่านสุริยันเทวะ!!"


    ลู่ชิงหลับตาปี๋ เอามือกุมขมับ "มีสิ่งใดพินาศอีก!"


    "หมีกองพันลำดับ 1 บุกกินเสบียงในคลังเนื้อแห้งหมดเกลี้ยงแล้วขอรับ!"


    "......" ลู่ชิงนิ่ง "แล้วเยี่ยงไร?"


    "บัดนี้ฝูงสัตว์เทพกำลังรวมตัวกันล้อมโรงครัวใหญ่ขอรับ!"


    "......" ลู่ชิงสูดหายใจลึก "แล้วเยี่ยงไร!?"


    "พวกสัตว์เทพกระทืบหม้อข้าวหลวงแตกหมด แล้วกำลังจ้องตาเป็นมัน... สนใจหมู 3 ชั้นหมักเกลือส่วนตัวของท่านมหาเสนาบดีในห้องเสบียงลับขอรับ!!"


    เปรี้ยง!!


    ฟางเส้นสุดท้ายในระบบประสาทของคนเกียจคร้านขาดสะบั้นลงอย่างสมบูรณ์!


    ตุ้บ!


    ร่างของลู่ชิงหงายหลังล้มตึงลงกับพื้นหิมะทันที ดวงตาเหลือกค้าง วิญญาณหลุดลอยพุ่งทะลุชั้นอวกาศออกไปอีกครั้ง


    ส่วนวิญญาณอดีตศาสตราจารย์... กำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้โฮอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวแลกาแล็กซีอันหนาวเหน็บ


    'ข้าเพียงแค่อยากจุดพลุ... เพื่อให้ไอ้พวกข้างนอกหยุดตีกลองหนวกหู...'


    'เหตุใดข้าจึงได้ประเทศมาปกครอง...'


    'เหตุใดข้าจึงได้ตำแหน่งมหาข่าน...'


    'เหตุใดข้าจึงได้ภาระหนี้สินเป็นหมี 10000 ตัว...'


    'แล้วเหตุใด... ไอ้หมีเวรพวกนั้น จึงต้องเลือกกินหมู 3 ชั้นย่างของข้า ก่อนเสบียงหลวงของกองทัพเสมอเลยวะโว้ยยยยย!!'


    เบื้องล่างบนพื้นโลก... เสียงโห่ร้องสรรเสริญของทหารทั้งเมืองยังคงดังกึกก้อง


    "มหาข่านสุริยันเทวะจงเจริญ!!"


    "มหาข่านสุริยันเทวะจงเจริญ!!"


    ส่วนผู้เป็นเจ้าของตำแหน่ง... กำลังนอนสลบเหมือดน้ำลายยืดอยู่กลางลานหิมะ ขนาบข้างด้วยฝูงหมีขาวยักษ์ 10000 ตัว เตรียมตัวสวาปามทำให้จักรวรรดิฮั่นล้มละลาย ภายในเวลาไม่เกิน 3 วัน!!


    [จบตอน 34]



    คล้ายกับเรื่องข้าไม่ได้อยากเป็นเจ้าเมือง ที่คุณอ่าน